Connect with us

ข่าววิทยาการ

FIFA อนุมัติให้ใช้ “วิดีโอช่วยตัดสิน” ใน World Cup 2018 ที่รัสเซีย

การใช้วิดีโอช่วยในการติดสิน กำลังจะก้าวไปอีกขั้นในการแข่งขัน World Cup 2018

Published

on

FIFA Council ได้อนุมัติให้ใช้เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee : ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ) ในการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยใช้วิดีโอฟุตเทจในการช่วยเหลือให้กรรมการสามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

การใช้ VAR นั้น ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหลากหลายว่า เป็นการทำให้การแข่งขันที่ควรจะไหลลื่นต้องสะดุดลงหรือไม่ แต่ที่ชัดเจนก็คือ VAR นั้นถูกใช้เพื่อให้ความชัดเจนในกรณีที่เกิดเหตุผิดพลาดรุนแรง เช่น การทำประตูที่ดูแล้วไม่ชัดเจน, การตัดสินลงโทษ หรือการตัดสินให้ใบแดง เป็นต้น

ทั้งนี้ การที่ FIFA อนุมัติให้ใช้ VAR ในการแข่งขัน World Cup 2018 ที่ประเทศรัสเซียนั้น จะส่งผลกระทบต่อระบบการตัดสินฟุตบอลทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอีกหลายลีกที่ยังไม่มีการใช้ VAR ในขณะนี้

ข้อมูลอ้างอิง : engadget

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

ARIANE 6 และ VEGA-C จาก Arianespace จรวดยุคใหม่สู่อนาคตสำหรับเอเชียแปซิฟิก

Published

on

จากเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2560) เราได้แนะนำให้รู้จักกับ Arianespace (แอเรียนสเปซ) บริษัทให้บริการปล่อยดาวเทียมกันไปแล้ว ในปีนี้แอเรียนสเปซยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในการนำดาวเทียม DSN-1/Superbird-8 ของ SKY Perfect JSAT และกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นขึ้นไปในอวกาศ

แอเรียนสเปซ เป็รบริษัทระดับโลกด้านการขนส่งสู่อวกาศตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ซึ่งได้นำดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศแล้วถึง 82 ดวงจาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของดาวเทียมเชิงพาณิชย์ทั้งหมดที่โคจรอยู่ในขณะนี้

โดยในงาน CommunicAsia 2018 ประเทศสิงคโปร์ ที่จัดเมื่อวันที่ 26-28 มิถุนายนที่ผ่านมา แอเรียนสเปซได้มุ่งเน้นการให้บริการจรวดยุคใหม่อย่าง ARIANE 6 (แอเรียน 6) และ VEGA-C (เวก้า ซี) จรวดสำหรับนำขึ้นสู่อวกาศในอนาคต ที่มีอรรถประโยชน์และเชื่อถือได้สูง และเหมาะกับความต้องการของตลาดผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ดาวเทียมจำนวน 5 ดวงขึ้นสู่อวกาศด้วย ARIANE 5

ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2560 แอเรียนสเปซได้ใช้จรวด ARIANE 5 (แอเรียน 5) นำดาวเทียมจำนวน 5 ดวงขึ้นสู่อวกาศ ดังนี้

  • อินโดนีเซีย (Telkom-3S เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561)
  • เกาหลีใต้ (Koreasat-7 เมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560)
  • อินเดีย (GSAT-17 เมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560)
  • ญี่ปุ่น (BSAT 4a เมื่อ 29 กันยายน พ.ศ. 2560)
  • ญี่ปุ่น (DSN-1/Superbird 8 เมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2561)

ดาวเทียมที่รอการนำขึ้นสู่อวกาศ

มีดาวเทียมอีก 5 ดวงจากเอเชียแปซิฟิกที่รอการนำขึ้นสู่อวกาศ ได้แก่

  • GEO-KOMPSAT-2A และ 2B ของสถาบันวิจัยอวกาศเกาหลี
  • JCSAT-17 ของ SKY Perfect JSAT
  • GSAT-11 ขององค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO)
  • BSAT-4b ของ B-SAT

ทั้งนี้ยังมีดาวเทียมอีก 2 ดวงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่วางแผนไว้ด้วย ได้แก่

  • BepiColombo (เบอปิโคลอมโบ) ซึ่งเป็นภารกิจขององค์การอวกาศของสหภาพยุโรป ร่วมมือกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ในการสำรวจดาวพุธ
  • Horizons 3e ของ Intelsat และ SKY Perfect JSAT

Ariane 5

ความสำเร็จของแอเรียนสเปซ

เมื่อปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2560)

แอเรียนสเปซสามารถปล่อยจรวดจากศูนย์อวกาศกายนาได้สำเร็จจำนวน 11 ครั้ง ดังนี้

  • ARIANE 5 (แอเรียน 5) จำนวน 6 ครั้ง
  • Soyuz (โซยุซ) จำนวน 2 ครั้ง
  • Vega (เวก้า) จำนวน 3 ครั้ง

รวมแล้วสามารถนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ 20 ดวงทั้งของลูกค้าเชิงพาณิชย์และสถาบันต่าง ๆ ทั่วโลก โดยนำดาวเทียมจำนวน 12 ดวงขึ้นไปยังวงโคจรประจำที่ GTO (วงโคจรของโลกระดับค้างฟ้า) ได้ และในจำนวนนี้ 4 ดวงมาจากผู้ประกอบการในเอเชียแปซิฟิก อีกทั้งจรวดแอเรียน 5 ยังคงสร้างสถิติใหม่ด้านประสิทธิภาพ ด้วยการนำวัตถุหนักรวม 9.969 ตันขึ้นไปยังวงโคจรประจำที่ ในภารกิจเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 ตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำในตลาดการนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรประจำที่

ภารกิจในปี พ.ศ. 2561

ภารกิจในปี พ.ศ. 2561

ในครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2561 ได้มีการส่งจรวดขึ้นไปแล้วจำนวน 3 ครั้งจากศูนย์อวกาศกายนา (แอเรียน 5 สองครั้ง และโซยุซหนึ่งครั้ง) และในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีภารกิจถึง 3 ครั้ง

  • โดยในวันที่ 25 กรกฎาคม แอเรียน 5 จะนำดาวเทียมอีก 4 ดวงเพิ่มเติมในระบบนำร่องกาลิเลโอ (องค์การอวกาศยุโรป ในนามคณะกรรมาธิการยุโรป)
  • ตามด้วย เอโอลัส (องค์การอวกาศยุโรป) ซึ่งจะใช้จรวดเวก้า ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
  • และจะมีการนำส่งด้วยจรวดแอเรียน 5 ครั้งที่ 100 ในช่วงต้นเดือนกันยายน

หลังจากที่มีการลงนามในเดือนเมษายนและพฤษภาคม พ.ศ. 2561 สำหรับภารกิจของแอเรียน 5 ใน พ.ศ. 2563 ในการนำดาวเทียม BSAT-4b ขึ้นสู่วงโคจร และสัญญาอีก 4 รายการสำหรับการใช้จรวดเวก้าในการทดสอบแนวคิดการให้บริการภารกิจยานอวกาศขนาดเล็ก โดยแอเรียนสเปซจะมียอดการทำรายการอยู่ที่ 4.7 พันล้านยูโร รวมการนำส่งจำนวน 56 ครั้ง ของลูกค้า 32 ราย ได้แก่

  • ARIANE 5 (แอเรียน 5) จำนวน 16 ครั้ง
  • Soyuz (โซยุซ) 27 ครั้ง
  • Vega/ Vega-C (เวก้า/เวก้า ซี) 10 ครั้ง
  • ARIANE 6 (แอเรียน 6) จำนวน 2 ครั้ง

Vega-C และ ARIANE 6 จรวดสู่อนาคต

การพัฒนาจรวดนำส่งสำหรับอนาคตของแอเรียนสเปซนั้นกำลังดำเนินการไปตามเป้า โดยวางแผนการใช้จรวดเวก้า ซี ครั้งแรกในปลาย พ.ศ. 2562 และกลางปี 2563 ส่วนแอเรียน 6 ได้ใช้ไปเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561 โดยการให้ทุนจากสมาชิกองค์การอวกาศยุโรปสำหรับการพัฒนาจากแอเรียน 5 เป็นแอเรียน 6

เวก้า ซี และแอเรียน 6 ได้ทำสัญญาสำหรับการให้บริการส่งดาวเทียมครั้งแรก เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2560)

  • เวก้า ซี จำนวน 3 สัญญา ได้แก่ การนำกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกของแอร์บัส ขึ้นสู่วงโคจร 2 ครั้ง และการนำดาวเทียม COSMO-SkyMed รุ่นที่สองที่ผลิตโดย Thales Alenia Space ขององค์การอวกาศอิตาลี (ASI) และกระทรวงกลาโหม 1 ครั้ง
  • 2 สัญญาสำหรับแอเรียน 6 รุ่น 62 ซึ่งได้รับจากองค์การอวกาศยุโรป ในนามของคณะกรรมาธิการยุโรป ในการนำดาวเทียมที่ผลิตโดย OHB อีก 4 ดวงขึ้นไปยังระบบนำร่องกาลิเลโอ

ซึ่งด้วยบริการการปล่อยดาวเทียมที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูง ทำให้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแอเรียนสเปซจะได้รับโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดสำหรับจรวดนำส่งแอเรียน 6 และเวก้า ซี และที่น่าตื่นเต้นคือกำลังมีการเคลื่อนไหวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดเอเชียแปซิฟิก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววิทยาการ

ทั่วโลกร่วมใจช่วยทีมหมูป่า! ล่าสุด อีลอน มัสก์ และทีมวิศวกร Space X พร้อมเข้าร่วมภารกิจช่วย 13 ชีวิต

มหาเศรษฐีผู้อยู่เบื้องหลัง Tesla และ SpaceX จะร่วมช่วยเหลือทีมหมูป่าด้วย

Published

on

จากเหตุการณ์ที่นักกีฬาทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ช หมูป่าอะคาเดมี จังหวัดเชียงราย รวม 13 คน ได้ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2018 เป็นต้นมา รวมเป็นระยะเวลากว่า 10 วันแล้ว

ถึงแม้ว่าจะมีการร่วมกันช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศจนพบทั้ง 13 คนในที่สุด แต่สถานการณ์กลับยังน่าวิตก และต้องเร่งหาวิธีนำพวกเขาออกจากถ้ำโดยเร่งด่วน

ล่าสุด (6 กรกฎาคม 2018) อีลอน มัสก์ ซีอีโอ SpaceX และบริษัทขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดิน Boring Co. ได้ทวีตตอบรับสนับสนุนความช่วยเหลือในครั้งนี้แล้ว โดยทีมวิศวกรของ SpaceX และ Boring Co. จะเดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 7 กรกฎาคม 2018 เพื่อดูว่าจะสามารถช่วยเหลือรัฐบาลไทยได้อย่างไรบ้าง

อีลอน มัสก์

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2018 ที่ผ่านมา คุณ @MabzMagz ได้ทวีตขอความช่วยเหลือจาก @elonmusk (อีลอน มัสก์) ซึ่งอีลอน มัสก์ ได้แสดงความเห็นส่วนตัวว่า รัฐบาลไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าหากมีอะไรที่สามารถทำได้ เขาก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ

จากอุปสรรคสำคัญที่คุณ @JamesWorldSpace (James Yenbamroong) ได้อธิบายแก่ อีลอน มัสก์ ว่าถ้ำมีความยาว 5 กิโลเมตร จึงจะไปถึงทั้ง 13 คน โดยจุดที่แคบที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร อยู่ตรงกลางของเส้นทาง ซึ่งถ้าจะเจาะจากด้านบนลงไป จะคิดเป็นระยะทางประมาณ 0.5 ไมล์ หรือประมาณ 0.8 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดที่ทั้ง 13 คนอยู่นั้น

สิ่งที่ อีลอน มัสก์ ได้นำเสนอคือ

  1. บริษัท Boring Co. ของเขานั้นมีเทคโนโลยีตรวจจับใต้ดินที่ล้ำหน้า

  2. สอดท่อไนลอนเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร เข้าไปตามแนวถ้ำ แล้วจึงสูบลมเข้าไปเพื่อให้ท่อพองตัว ซึ่งจะสร้างเป็นอุโมงค์ลมใต้น้ำที่มีขนาดเท่ากับตัวถ้ำ รวมถึงจุดที่แคบที่สุด (เส้นผ่าศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร) ด้วย เพื่อให้เด็กสามารถเดินออกมาได้โดยไม่ต้องดำน้ำ

  3. (จากภาพ) จุดที่ 2 และ 3 จะต้องใช้ Battery Pack ในการส่งกระแสไฟฟ้าเพื่อปั๊มลมเข้ามายังท่อ

นอกเหนือจากแนวคิดของ อีลอน มัสก์ แล้วนั้น ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย ในระหว่าการช่วยเหลือ ยกตัวอย่างเช่น

หุ่นยนต์ดำน้ำบังคับระยะไกล (ROV : Remotely Operation Vehicle) จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทีมงานศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอากาศและทะเล

โดรน (Drone) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สามารถตรวจจับความร้อนได้ในเวลากลางคืนได้

เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า เพื่อช่วยลดระดับน้ำภายในถ้ำ

รถสถานีเคลื่อนที่ จาก 5 เครือข่าย คือ  True, Dtac, AIS, CAT และ TOT เพื่อขยายสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างราบลื่น

อุปกรณ์ช่วยเหลือจากประเทศสวีเดนและอิตาลี เช่น ไฟฉายที่ใช้ได้ทั้งบนบกและใต้น้ำ และอุปกรณ์ช่วยในการหายใจ

อุปกรณ์สแกนจำลองภาพ 3 มิติ หรือ Leica Scanner P20 นำมาใช้ในการจำลองภาพภายในถ้ำ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังได้แสดงให้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย และความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ทั่วโลกกว่า 50 หน่วยงาน เพื่อช่วยช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ในครั้งนี้

  • ท่านสามารถคลิกดูรายชื่อหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ที่นี่

ข้อมูลอ้างอิง : @elonmusk , siamphone และ thestandard

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววิทยาการ

หุ่นยนต์ Cheetah ของ MIT วิ่งขึ้นลงบันไดได้ โดยไม่ต้อใช้กล้องนำทาง

MIT พัฒนาหุ่นยนต์ที่สัมผัสหาเส้นทางเจอได้โดยไม่ต้องใช้การมอง

Published

on

หุ่นยนต์ส่วนใหญ่จะต้องพี่งกล้องหรือระบบเซ็นเซอร์เสมือนจริงอื่น ๆ ในตรวจสอบเส้นทางโดยรอบ แต่หุ่นยนต์ Cheetah เวอร์ชั่นล่าสุดของ MIT (Massachusetts Institute of Technology : สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์) ซึ่งก็คือ Cheetah 3 สามารถวิ่งขึ้นลงบันได หรือแม้กระทั่งกระโดดขึ้นบนพื้นที่สูงได้

การเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวใช้ อัลกอริทึม จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ในการตรวจจับเส้นทางที่อยู่รอบ ๆ ตัวหุ่นยนต์ ดังนี้

อัลกอริทึม ตัวที่ 1 ใช้ Accelerometer, Gyroscope และตำแหน่งข้อต่อขา ในการคำนวนความเป็นไปได้ของขาที่จะกระบบ กอปรกับสร้างแรงเหวี่ยงและหยุดกระทันหัน กล่าวคือ ถ้าหาก Cheetah 3 ได้ก้าวไปพบกับอุปสรรค ก็จะตัดสินใจว่าจะใช้ขาข้างใดในการยกตัวขึ้น หรือย่อตัวลง

อัลกอริทึม ตัวที่ 2 ใช้ในการคาดเดาตำแหน่งของหุ่นยนต์ เพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะถูกผลักหรือดึงให้ล้ม หุ่นยนต์ก็จะรู้ว่าจะกลับมายืนได้อย่างไร

อย่างไรก็ดี ทาง MIT มิได้ต้องการใช้เทคโนโลยีนี้เป็นหลักสำหรับหุ่นยนต์ แต่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ในกรณีที่หุ่นยนต์ไม่สามารถมองเห็นหรือคาดเดาอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าได้ ยกตัวอย่างเช่น การสำรวจที่สถานที่ที่มืดมิด, ทำการช่วยเหลือคนในสถานที่ที่อยู่ห่างไกล หรือในสถานการณ์อันตรายอื่นๆ โดยจะช่วยให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหว้ได้อย่างไม่ติดขัด หรือล้มได้

ข้อมูลอ้างอิง : engadget

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!