Connect with us

ข่าววิทยาการ

FIFA อนุมัติให้ใช้ “วิดีโอช่วยตัดสิน” ใน World Cup 2018 ที่รัสเซีย

การใช้วิดีโอช่วยในการติดสิน กำลังจะก้าวไปอีกขั้นในการแข่งขัน World Cup 2018

FIFA Council ได้อนุมัติให้ใช้เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee : ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ) ในการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยใช้วิดีโอฟุตเทจในการช่วยเหลือให้กรรมการสามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

การใช้ VAR นั้น ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหลากหลายว่า เป็นการทำให้การแข่งขันที่ควรจะไหลลื่นต้องสะดุดลงหรือไม่ แต่ที่ชัดเจนก็คือ VAR นั้นถูกใช้เพื่อให้ความชัดเจนในกรณีที่เกิดเหตุผิดพลาดรุนแรง เช่น การทำประตูที่ดูแล้วไม่ชัดเจน, การตัดสินลงโทษ หรือการตัดสินให้ใบแดง เป็นต้น

ทั้งนี้ การที่ FIFA อนุมัติให้ใช้ VAR ในการแข่งขัน World Cup 2018 ที่ประเทศรัสเซียนั้น จะส่งผลกระทบต่อระบบการตัดสินฟุตบอลทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอีกหลายลีกที่ยังไม่มีการใช้ VAR ในขณะนี้

ข้อมูลอ้างอิง : engadget

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

กินแบบไหนไม่ให้น้ำหนักขึ้นในช่วงเทศกาล!

Published

on

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกำลังใกล้เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลคริสต์มาสหรือเทศกาลปีใหม่ เมื่อพูดถึงเทศกาลก็ต้องคิดถึงงานสังสรรค์ หากพูดถึงงานสังสรรค์ก็ต้องคิดถึงเรื่องกินเลี้ยง และเมื่อพูดถึงเรื่องกินเลี้ยงก็ต้องพูดถึงเรื่องน้ำหนักตามมาด้วย กลายเป็นปัญหาน้ำหนักขึ้นที่กวนใจหลาย ๆ คน

แต่วันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองวิธีการกินเพื่อป้องกันการน้ำหนักขึ้นจากการกินในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้ ในงานวิจัยได้แบ่งอาสาสมัคร 272 คน เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรก (Intervention group) เป็นกลุ่มที่ได้รับคำแนะนำ 10 อย่างในการจัดการกับน้ำหนักของพวกเขา โดยนักวิจัยได้ให้พวกเขาชั่งน้ำหนักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในช่วงระหว่างวันหยุด รวมถึงการระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มน้ำตาลสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาสาสมัครในกลุ่มนี้จะได้รายการการออกกำลังกายที่ควรทำเมื่อรับประทานอาหารเข้าไป อย่างเช่น หากกินมันย่าง 3 ชิ้นใหญ่ ๆ เข้าไป พวกเขาต้องวิ่งอย่างน้อย 16 นาทีเพื่อเอามันออก

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง (Control group) ให้กินแบบรักษาสุขภาพ แต่พวกเขาจะไม่ได้รับการแนะนำในเรื่องของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน หรือคำแนะนำใด ๆ เป็นพิเศษในช่วงวันหยุด
นักวิจัยจะทำการชั่งน้ำหนักอาสาสมัครก่อนช่วงวันหยุดคริสต์มาส (พ.ย. หรือ ธ.ค) และจะชั่งวัดผลหลังจากนั้น 1 เดือน (ม.ค. หรือ ก.พ.)

งานวิจัยพบว่ากลุ่ม Control group มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.4 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย ในขณะที่กลุ่ม Intervention group น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นเลย และอาสาสมัครมีน้ำหนักลดลง 0.5 กิโลกรัมด้วย สรุปว่าทำอย่างที่นักวิจัยแนะนำคือ

  • ระวังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อชดเชยการกิน

จะช่วยเรื่องนี้ได้ แม้ว่าความแตกต่างของน้ำหนักตัวของทั้งสองกลุ่มจะน้อยมาก แต่ในทางปฏิบัติตัวเลขเล็กน้อยก็สามารถส่งผลถึงสุขภาพของคุณได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามนักวิจัยบอกกับเราว่า งานวิจัยนี้ผู้เข้าร่วมวิจัยส่วนมากเป็นผู้หญิงที่มีน้ำหนักปกติ หรือน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่า วิธีนี้จะได้ผลกับผู้ที่อยู่ในภาวะอ้วน (obese)

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

การกลั่นแกล้ง (Bully) เป็นวิถีของคนขี้ขลาดที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง!

Published

on

ปัญหาหนึ่งในสังคมที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ตามคงหนีไม่พ้นการกลั่นแกล้ง (Bullies) ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงจริยธรรมในสังคม Edward Zia ที่ปรึกษาด้านการตลาด และ นักพูด ได้ออกมาพูดถึงประสบการณ์ และแนวทางในเรื่องของการกลั่นแกล้งไว้ว่านั่นเป็นวิถีที่คนขี้ขลาดแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเท่านั้น ซึ่งคุณ Zia ได้พูดหลายเรื่องที่น่าสนใจดังนี้

สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตมาตลอดชีวิตคือ คนที่รังแกผู้อื่นเป็นคนที่อ่อนแอ พวกเขาอาจจะดูแข็งแรง แต่พวกเขากลับรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ได้รับการสนใจ และที่สำคัญ พวกเขารับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ดี เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กลับกัน และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ฉันได้เผชิญหน้ากับการถูกรังแก ตลอดหลายปีในช่วงเด็ก จนฉันอายุ 20 ปี จิตใจของฉันเข้มแข็งขึ้นมาก และ มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่สำคัญ

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ฉันอาศัยอยู่ที่เมือง Hobart ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแออัด ถึงมันจะฟังดูแปลก แต่ทุกอย่างก็สงบเรียบร้อยดี ฉันเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมและมีช่วงเวลาที่ดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ได้สังเกต นั่นคือชายแก่ท่าทางแปลกๆ ชอบบงการคนหนึ่ง ซึ่งสำหรับฉันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อชายแก่เริ่มก้าวร้าวและตะโกนใส่คนอื่นๆ รวมถึงฉันด้วย ทุกคนเบื่อหน่ายกับชายแก่มาก ความอดทนของฉันหมดลงเมื่อชายแก่ตะโกนว่าเด็กหญิงจิตใจดี จนเธอร้องไห้ ตอนนั้นฉันเข้าไปปกป้องเธอ ฉันกรีดร้อง ชายแก่พยายามที่จะบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของฉันเพื่อข่มขู่ ฉันรู้สึกตกใจที่เขาพูดว่า “ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าตำรวจจะมา ยังไงเรื่องนี้มันก็ต้องจบ” ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไร ฉันจะทำมันเพิ่มมากขึ้น เขาตะโกน ฉันจะกรีดร้อง เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ฉันจะก้าวเข้าไปสองก้าว และคุณเดาได้หรือไม่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนอันธพาลถูกเผชิญหน้า? เขาตาแดง ร้องไห้ และ ขอให้ฉันออกจากบ้าน เขาสามารถทำแบบนี้กับคนอื่นได้ แต่คนอื่นกลับทำแบบนี้กับเขาไม่ได้ หลังจากนั้นก่อนฉันย้ายออกมา 2-3 สัปดาห์ เขาก็ไม่ตะโกนใส่ฉัน หรือใครๆก็ตามที่อยู่ใกล้ฉัน เขาไม่แม้จะสบตา เหมือนเขาจะกลัวฉัน

โดยทั่วไปคนอันธพาลจะรังแกคนที่อ่อนแอกว่า และ นั่นไม่มีศักดิ์ศรีเลย ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องที่แปลก ฉันใช้เวลา 2-3 ปี กว่าที่จะเข้าใจมัน Bec เพื่อนนักจิตวิทยาอธิบายให้ฉันเข้าใจว่า คนประเภทนี้จะไม่กล้าเผชิญหน้าเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นสู้ จริงๆ แล้วอันธพาลหลายคนในปัจจุบันเป็นแค่คนอ่อนแอ ที่แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง ฉันคิดว่าการที่คนเริ่มรังแกคนอื่นมีสาเหตุมาจากการที่เขารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เขาจึงอยากรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรเหนือคนอื่นด้วยการรังแกคนที่อ่อนแอกว่า คุณเพียงต้องเข้าใจพวกเขา และส่วนมากสิ่งที่พวกเขาทำมักไม่ค่อยร้ายแรง หรือผิดจริยธรรมสักเท่าไหร่

ดังนั้นถ้าการถูกรังแกเกิดขึ้นกับคุณหรือคนอื่นๆ ให้หยุดมันซะ! ฉันได้เรียนรู้ว่าคุณไม่สามารถเพิกเฉยต่อคนเหล่านี้ได้ พวกเขาจะแย่ลง แย่ลง และ จะไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงจนกว่าคุณจะทำอะไรบางอย่างกับคนเหล่านี้

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

พบกับเบอร์เกอร์ที่จะทำให้คุณฝันร้าย ‘Nightmare King’

Published

on

‘Nightmare King’ เบอร์เกอร์ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีนที่ทางร้าน Burger King ออกมาการันตีแล้วว่า เบอร์เกอร์ตัวนี้ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่า ทำให้ฝันร้ายได้จริง แต่ในความเป็นจริง งานวิจัยของเบอร์เกอร์ได้รับคำสั่งให้หาว่าการรวมตัวของแป้งเบอร์เกอร์สีเขียว เนื้อไก่ เนื้อ และ เบคอน ที่ถูกนำมาทำเบอร์เกอร์ได้รับการรับรองทางคลินิกจริงหรือไม่ และหากจะมีข้อมูลพุยงเล็กน้อยที่สัมพันธ์กันระหว่างอาหาร และ ฝันร้าย ก็คงจะมีแต่ fast food ทำให้นอนหลับฝันดีมากขึ้นมากกว่า

การตลาด กับ วิทยาศาสตร์

เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่เป็นเพียงแค่การตลาดหรือไม่ Burger King ได้ให้ Florida Sleep และ Neuro Diagnostic Services Inc. ติดตามการนอนหลับและความฝันของอาสาสมัคร 100 คนที่กินเบอร์เกอร์ก่อนนอนเป็นเวลา 10 คืน อ้างอิงจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ โดยทั่วไปมีประชากร 4% ที่ฝันร้าย แต่หลังจากที่รับประทาน Nightmare King เข้าไปพบว่ามีอัตราการฝันร้ายสูงขึ้น 3.5 เท่า ดร. Jose Gabriel Medina ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับซึ่งเป็นผู้นำการศึกษากล่าวในแถลงการณ์ร่วมของบริษัท ทาง Burger King ให้เหตุผลของอาการฝันร้ายนี้ว่า การผสมผสานโปรตีนและชีสที่เป็นเอกลักษณ์ จะเข้าไปรบกวนกระบวนการ rapid eye movement (REM) sleep ซึ่งขั้นตอนในการนอนหลับขั้นนี้จะทำให้เกิดการฝันมากที่สุด ผู้สื่อข่าวของ Bergur King ยืนยันว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับประทานเบอร์เกอร์แบบใหม่ นั่นหมายความว่าไม่มีกลุ่มควบคุมคนที่กินอาหารตามปกติของพวกเขา หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่กินเบอร์เกอร์ปกติก่อนนอน เมื่อไม่มีกลุ่มควบคุมการศึกษานี้จึงไม่สามารถพิสูจน์ถึงผลกระทบของเบอร์เกอร์ต่อฝันร้ายได้

ความฝัน และ สารอาหาร

แล้วทางวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไรเกี่ยวกับ fast food และ ความฝัน มีงานวิจัยน้อยมากที่พูดถึงเรื่องนี้ แต่หากจะส่งผลจริงๆ นักวิจัยเสนอว่าน่าจะทำให้ฝันดีมากกว่า งานวิจัยใน journal Psychological เมื่อปี 2007 พบว่าอาสาสมัคร 50 รายรับประทานอาหาร junk food และ Organic food ผู้ที่รับประทาน junk food เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีอาการฝันร้าย และส่วนมากจำความฝันตัวเองไม่ได้

ในปี 2015 งานวิจัยใน Frontier in Psychology ได้มีการสอบถามนักเรียน 400 คน เกี่ยวกับการนอนหลับและอาหารพบว่าผู้ที่รับประทานอาหาร junk food บอกว่าพวกเขาฝันร้ายเพียงเล็กน้อย ในทางกลับกันมีหลักฐานบางอย่างว่าการอดอาหารทำให้ฝันดีมากขึ้น อย่างไรก็ตามหลายคนเชื่อว่าอาหารบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเผ็ดหรือชีสก่อให้เกิดความฝันร้าย จริงๆแล้ว 11.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการศึกษากล่าวว่าพวกเขาคิดว่าความฝันของพวกเขาได้รับผลกระทบจากการกินอาหารที่เฉพาะเจาะจง อาหารบางชนิดมีสารที่ส่งผลต่อการนอนหลับอยู่แล้ว

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!