คอนเทนต์นี้ BT beartai จะพาไปส่องกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ และยังคงถูกนำมาใช้ได้ผลอยู่เสมอ
ในยุคนี้การทำสื่อให้ขึ้นฟีดถือเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ และต้องอาศัยหลากหลายกลยุทธ์ เพื่อให้คลิปน่าสนใจและทำให้ผู้คนหยุดดู หนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายแบรนด์หยิบมาใช้ก็คือการทำ ‘Rage Bait’ หรือกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ในเชิงการตลาดแบบยั่วโมโห กลยุทธ์นี้ไม่ได้ต้องการสร้างดราม่าใหญ่โตที่อาจทำลายภาพลักษณ์ แต่เน้นการสะกิดต่อมความหงุดหงิดให้คนดูรู้สึกคันปากอยากพิมพ์คอมเมนต์
กลยุทธ์ Rage Bait คืออะไร ?
นิยามของ ‘Rage Bait’ คือการเรียกความสนใจจากกลุ่มผู้ชมด้วยการสร้างความโกรธหรือไม่พอใจ ผ่านการกระทำหรือคำพูด ซึ่งนำมาสู่การติดตามเพื่อจับตา จับผิด หรือพูดถึง ซึ่งในยุคโซเชียลมีเดีย Rage Bait ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์ ทั้งจุดประสงค์ด้านชื่อเสียง การสร้างตัวตน และการทำการตลาด ผ่านการถูกแชร์ไปวิพากย์วิจารณ์ หรือพิมพ์คำด่าในคอมเมนต์ ซึ่งเราสามารถเห็นคนที่ใช้ Rage Bait ผ่านพฤติกรรมเหล่านี้
- เล่นใหญ่ตลอดเวลา : ลองนึกภาพคนที่ชอบพูดจาเวอร์ ๆ อยู่ตลอดเวลา มั่นใจเกินร้อย มักจะอวดอ้างสิ่งต่าง ๆ ว่า ดีกว่า เลิศกว่า คนเหล่านี้เวลามาทำคอนเทนต์มักจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ชอบใจ โกรธ โมโห ฯลฯ จนต้องลงมือพิมพ์คอมเมนต์สั่งสอน หรือว่ากล่าวเพื่อระบายออก
- พูดจาดูถูกหรือด้อยค่า : นี่คืออีกหนึ่งวิธีที่มักจะเอามาใช้เพื่อเรียกให้คนเข้ามาคอมเมนต์ ด้วยการทำคอนเทนต์ ดูถูกหรือด้อยค่า บางสิ่งบางอย่างที่ขัดกับสามัญสำนึก (Common Sense) ของคนบางกลุ่ม เช่น เรื่องความชื่นชอบ รูปร่าง ศาสนา วัฒนธรรม เป็นต้น
- จงใจสร้างความผิดพลาด : อีกวิธีหนึ่งที่พบได้บ่อย คือการทำสิ่งที่ดูผิดหลักหรือผิดธรรมชาติ เช่น หั่นอาหารผิดวิธี เทซอสผิดลำดับ ใช้อุปกรณ์ผิดประเภท หรือออกเสียงคำที่คนส่วนใหญ่รู้จักแบบผิด ๆ เมื่อผู้ชมเห็นความผิดพลาด พวกเขามักรู้สึกว่า “ต้องสอนซะหน่อย”
มนุษย์เรามักจะมีความรู้สึกทนไม่ได้เมื่อเห็นอะไรที่มัน ‘ผิดที่ผิดทาง’ หรือขัดกับความคุ้นเคย และมีความต้องการลึก ๆ ที่อยากจะเข้าไปบอกหรือแก้ไขให้มันถูกต้อง กลยุทธ์นี้จึงดึงเอาพฤติกรรมนี้มาใช้เป็นเครื่องมือชั้นดีในการปั่น Engagement ให้กับโพสต์หรือคลิปวิดีโอ

หากมองในมุมการตลาด ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์ ‘Rage Bait’ ได้เป็นอย่างดี เพราะท่ามกลางกระแสความขัดใจ ยิ่งชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันมากเท่าไหร่ อัลกอริทึมก็ยิ่งดันโพสต์ให้คนเห็นมากขึ้นเท่านั้น กลายเป็นบทสรุปที่ว่าทุกคอมเมนต์คือการปั่นยอดเอนเกจเมนต์ให้พุ่งกระฉูด และทำให้แบรนด์กอบโกยพื้นที่สื่อไปได้แบบเต็ม ๆ
เหตุผลก็เพราะอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ได้แยกแยะว่าคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามานั้นจะเป็นคำชมหรือคำบ่น ขอแค่มีคนหยุดดู พิมพ์คอมเมนต์ และเกิดการโต้เถียงกันในช่องแสดงความคิดเห็น ระบบก็จะมองว่าคอนเทนต์นี้มีความน่าสนใจและดันให้คนเห็นมากขึ้นทันที
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการยั่วโมโหแบบเนียน ๆ จะได้ผลดีในการเรียกกระแส แต่ก็เป็นดาบสองคมที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะถ้าทำบ่อยเกินไป คนดูอาจจะเริ่มจับทางได้และมองว่าแบรนด์นั้นจงใจเรียกยอดไลก์มากเกินไป จนนำไปสู่ความรำคาญและเลิกติดตามในที่สุด













