ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้ขึ้นกล่าวในงานเสวนาพิเศษ NATION FORUM x DINNER TALK : THAILAND’S AGENDA 2027 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยมีหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการใน Session นี้ เจ้าสัวธนินท์ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์เชิงลึกเพื่อสร้าง ‘เศรษฐกิจใหม่’ ของประเทศไทยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

แม้ประเทศไทยจะมีต้นทุนที่ดีเยี่ยม ทั้งด้านอาหาร สภาพแวดล้อม และมีความมั่นคงทางการเมือง แต่คุณธนินท์ชี้ให้เห็นว่า หากต้องการยกระดับขีดความสามารถของประเทศให้ก้าวกระโดด ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวและกล้าตัดสินใจใน 5 วาระเร่งด่วนระดับชาติ ดังนี้
- พลิกโฉมระบบชลประทานระดับชาติ : ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ แต่ขาดการบริหารจัดการ รัฐบาลต้องกล้ากู้เงินเพื่อมาลงทุนสร้างระบบชลประทานและเขื่อนกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง หากทำสำเร็จ จะแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างเด็ดขาด ผลผลิตทางการเกษตรจะพุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่าตัว ทำให้เกษตรกรร่ำรวยขึ้น โดยที่ภาครัฐไม่ต้องนำงบประมาณมาคอยอุดหนุนชดเชยอีกต่อไป และสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว
- กล้าเปิดรับพืชตัดต่อยีน (GMO) และแก้กฎหมายที่ล้าสมัย : ประเทศไทยยังมีพื้นที่สำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจอีกมาก เช่น ถั่วเหลือง รัฐบาลต้องกล้ายอมรับการตัดต่อยีนพันธุกรรมพืชเหมือนที่สหรัฐอเมริกาหรือเวียดนามทำ เพื่อให้พืชมีความต้านทานแมลงและโรคได้เอง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดหรือเลิกการใช้ยาฆ่าแมลง และลดต้นทุนการผลิตลงได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ รัฐยังต้องเร่งปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบเก่าที่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจให้ทันสมัยขึ้น
- เร่งดึงลงทุน Data Center, AI และกล้าใช้พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ : รัฐต้องขับเคลื่อนเชิงรุกในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยหัวใจสำคัญคือ ‘ไฟฟ้า’ ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยต้องกล้าพิจารณาการใช้พลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ซึ่งในปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่มีความสะอาดและปลอดภัยสูงมาก เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอ
- เปิดประตูรับคนเก่ง 5 ล้านคน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ : ในยุคที่เด็กเกิดใหม่ของไทยลดลงเหลือเพียงปีละ 3 แสนกว่าคน รัฐบาลต้องเปลี่ยนมุมมองและมีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและคนเก่งจากทั่วโลกเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทยอย่างน้อย 5 ล้านคน คนกลุ่มนี้จะไม่มาแย่งงานคนไทย แต่จะมาช่วยสร้างอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และที่สำคัญคือจะกลายมาเป็นฐานประชากรที่ช่วยเสียภาษีจำนวนมหาศาลให้รัฐบาลไทย
- ยกระดับข้าราชการด้วยระบบดิจิทัล และเงินเดือนต้องสูงกว่านักธุรกิจ : ข้าราชการคือเสาหลักในการบริหารประเทศและมีความรู้ความสามารถ แต่หากเงินเดือนน้อย คนเก่งก็จะหนีไปทำธุรกิจกันหมด รัฐบาลต้องปฏิรูปการทำงานของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรวดเร็ว และที่สำคัญต้องปรับโครงสร้างผลตอบแทนให้เงินเดือนข้าราชการสูงกว่านักธุรกิจเหมือนที่ประเทศสิงคโปร์ทำ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรระดับหัวกะทิ

นอกเหนือจากข้อเสนอแนะต่อภาครัฐฯ แล้ว เจ้าสัวธนินท์ยังได้ส่งสารสำคัญถึง ‘คนรุ่นใหม่’ ในวัยทำงาน โดยเน้นย้ำว่าการมาของเทคโนโลยีไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่คือโอกาสทองที่จะทำให้เกิดงานใหม่และธุรกิจใหม่ขึ้นอีกมากมาย ท่านได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “แต่ยังไง ผมมีความเชื่อมั่นว่า AI ไม่ได้ทำให้คนตกงานครับ ทำให้คนมีงานมากขึ้น เพราะทำให้คนเก่งขึ้น…ผมไม่ได้ห่วงครับ ผมห่วงอย่างเดียวว่าพวกเราเนี่ยไม่ได้ใช้ AI เต็มที่”
ความสำเร็จในยุคนี้ไม่ได้มาจากการมีปริญญาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการลงมือทำจริงเพื่อให้เกิดประสบการณ์ ดังที่ท่านกล่าวย้ำว่า “ต้องเป็นปัญญา ปัญญามาจากไหนครับ…มาจากการกระทำครับ ปริญญามาจากการเรียนครับ ฉะนั้นในยุคนี้เนี่ยต้องเรียนไป กระทำกันไปด้วย ประสบการณ์นั่นน่ะคือปัญญา” คนรุ่นใหม่จึงต้องเร่งเรียนรู้การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับขีดความสามารถของตนเองให้ก้าวทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง













