ไฮเออร์ (Haier) เดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทย ด้วยงบกว่า 5,250 ล้านบาท เตรียมสร้างโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง ตั้งเป้ากำลังการผลิตสูงสุด 3 ล้านเครื่องต่อปี โดยวางแผนส่งออก 60–70% ของกำลังการผลิตไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ไฮเออร์จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตเครื่องซักผ้าแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ ณ นิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 5 จังหวัดระยอง โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐไทย รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ผู้แทนหน่วยงานจีนในประเทศไทย และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมงาน
การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายตลาดเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียม หลังจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดูแลเสื้อผ้าและสุขอนามัยมากขึ้น โดยไฮเออร์เปิดเผยว่า ในปี 2025 กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าระดับกลางถึงบนและระดับพรีเมียมของบริษัทเติบโตถึง 58% ขณะที่ตลาดเครื่องซักผ้าระดับอัลตร้าพรีเมียม ซึ่งมีราคาสูงกว่า 60,000 บาท ไฮเออร์ระบุว่าเป็นแบรนด์สัญชาติจีนเพียงรายเดียวที่ติดอันดับ 3 แบรนด์ชั้นนำในตลาด
อย่างไรก็ตาม เครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมที่จำหน่ายในประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก การตั้งโรงงานผลิตในประเทศจึงช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะเวลาขนส่งสินค้า และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการของตลาด

เตรียมผลิตเครื่องซักผ้าพรีเมียม 2 กลุ่มหลัก
โรงงานแห่งใหม่จะนำระบบสายการผลิตอัจฉริยะมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยมีแผนรองรับการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- Haier Triple Drum เครื่องซักผ้าที่มีถังซัก 3 ถังในเครื่องเดียว ประกอบด้วยถังซักหลัก 1 ถัง และถังซักขนาดเล็กอีก 2 ถัง ช่วยให้ผู้ใช้แยกซักเสื้อผ้าประเภทต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้าเด็ก ชุดชั้นใน และเสื้อผ้าทั่วไปได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเน้นการดูแลสุขอนามัยของเสื้อผ้าแต่ละประเภท
- Haier X Series เครื่องซักผ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยี Ultra Fresh Air และฟังก์ชัน Essence Wash ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซักทำความสะอาด รวมถึงช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และยับยั้งการสะสมของแบคทีเรียภายในถังซักตามคุณสมบัติที่บริษัทระบุ
นอกจากรองรับตลาดในประเทศแล้ว ไฮเออร์ยังวางแผนใช้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานส่งออก โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี เพื่อช่วยบริหารต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ภาษีศุลกากร และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
ไฮเออร์ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้ว 24 ปี และมีการขยายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภทอย่างต่อเนื่อง ทั้งโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในจังหวัดปราจีนบุรี โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศในจังหวัดชลบุรี และโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในจังหวัดระยอง
การเพิ่มโรงงานเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมจึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยขยายขีดความสามารถในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย และเชื่อมต่อกับเครือข่ายการผลิตระดับโลกของไฮเออร์
ปัจจุบัน ไฮเออร์ระบุว่ามีเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรม 35 แห่ง และศูนย์การผลิต 173 แห่งทั่วโลก พร้อมเตรียมเปิดดำเนินการนิคมอุตสาหกรรมระยะที่ 2 ในประเทศอียิปต์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2026 เพื่อขยายฐานการผลิตให้ใกล้กับตลาดปลายทางมากขึ้น
ทั้งนี้ ไฮเออร์ระบุว่าบริษัทครองอันดับ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนในตลาดยุโรป และครองอันดับ 1 ในตลาดออสเตรเลียผ่านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วย 2 แบรนด์
การลงทุนกว่า 5,250 ล้านบาทในจังหวัดระยองครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งเพียงขยายกำลังผลิตเพื่อรองรับตลาดเครื่องซักผ้าพรีเมียมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแผนของไฮเออร์ที่จะเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ตลาดโลกในระยะยาว















