ถ้าคิดว่ากล้องมือถือความละเอียด 200MP ตัวเดียวก็เยอะแล้ว รอบนี้ OPPO เล่นใหญ่กว่าเดิมด้วยการเปิดตัว OPPO Find X10 Pro Max ที่อัดกล้อง 200MP มาให้ถึง 3 ตัว ทั้งกล้องหลัก อัลตราไวด์ และเทเลโฟโต้ เรียกว่ากดถ่ายมุมไหนก็ได้ความละเอียดระดับ 200MP ไม่ต้องเลือกว่าจะเอากล้องหลักคม ๆ หรือกล้องซูมความละเอียดสูง
ล่าสุด OPPO เปิดตัว Find X10 Series ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Find X10 และ Find X10 Pro Max ราคาเริ่มต้น 43,999 บาท โดยจุดขายหลักยังอยู่ที่ระบบกล้องซึ่งพัฒนาร่วมกับ Hasselblad แต่รอบนี้มีทั้งชุดเลนส์เสริมสำหรับซูมระยะไกล ชิปเรือธงรุ่นใหม่ แบตเตอรี่ 8,000mAh และ ColorOS 17 ที่ใส่ฟีเจอร์ Agentic AI เข้ามาอีกเพียบ


กล้อง 200MP ทั้ง 3 ตัว จำเป็นแค่ไหน ?
จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Find X10 Pro Max คือการใช้กล้องหลังความละเอียด 200MP ครบทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ กล้องหลัก กล้องอัลตราไวด์ และกล้องเทเลโฟโต้ซูม 3 เท่า ซึ่ง OPPO ระบุว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบกล้องลักษณะนี้
ข้อได้เปรียบในเชิงฮาร์ดแวร์คือ ไม่ต้องพึ่งกล้องหลักเพียงตัวเดียวเมื่อต้องการภาพความละเอียดสูง เพราะแม้จะเปลี่ยนไปถ่ายมุมกว้างหรือซูมระยะไกล ก็ยังมีกล้องความละเอียด 200MP รองรับ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการครอปภาพและเก็บรายละเอียด
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า จำนวนพิกเซลที่มากกว่าไม่ได้การันตีว่าภาพจะดีกว่าเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยอย่างขนาดเซนเซอร์ คุณภาพเลนส์ การจัดการนอยส์ และอัลกอริทึมประมวลผลภาพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์จากการใช้งานจริง
ส่วน Find X10 รุ่นมาตรฐาน ได้กล้อง 200MP มา 2 ตัว ได้แก่ กล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้ ถือว่ายังให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพระยะไกล แม้จะไม่ได้กล้อง 200MP ครบทุกระยะเหมือนรุ่น Pro Max

ใส่เลนส์เสริมได้ทั้ง 2 รุ่น ซูมออปติคัลถึง 10–11 เท่า
อีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจคือ ชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad ที่ทำให้มือถือมีระบบซูมใกล้เคียงกับการใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพเฉพาะทางมากขึ้น ชุดเลนส์เสริมใช้ชิ้นเลนส์แก้วทั้งหมด 13 ชิ้น รวมถึงกระจก ED 3 ชิ้นสำหรับลดความคลาดเคลื่อนของสี และมีการเคลือบ PVD เพื่อลดแสงแฟลร์
เมื่อใช้งานร่วมกับกล้องเทเลโฟโต้ของแต่ละรุ่น จะได้ระยะซูมแตกต่างกัน
- Find X10 Pro Max: เลนส์เสริมกำลังขยาย 3.28 เท่า ทำงานร่วมกับกล้องเทเลโฟโต้ 3 เท่า ได้ระยะซูมออปติคัล 10 เท่า และขยายระยะซูมต่อได้ถึง 20 เท่า 40 เท่า หรือมากกว่า
- Find X10: รองรับการซูมออปติคัลสูงสุด 11 เท่าเมื่อใช้เลนส์เสริม และสามารถขยายระยะซูมต่อได้ตั้งแต่ 20 เท่าขึ้นไป
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเป็นสายถ่ายคอนเสิร์ต ชอบถ่ายสัตว์ หรืออยากซูมวัตถุที่อยู่ไกลโดยไม่ต้องพึ่งการครอปภาพอย่างเดียว ชุดเลนส์นี้ก็เป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจไม่น้อย
แต่ระยะซูม 20–40 เท่าที่ระบุเป็นระยะซูมที่ขยายต่อจากระบบออปติคัล ไม่ใช่การซูมออปติคัลทั้งหมด และยังต้องดูว่าคุณภาพภาพจริงเมื่อซูมไกลขนาดนั้นจะรักษารายละเอียดได้ดีแค่ไหน ที่สำคัญคือ เลนส์เสริมราคา 7,999 บาท ต้องซื้อให้ตรงรุ่น เพราะใช้สลับกันระหว่าง Find X10 กับ Find X10 Pro Max ไม่ได้ แถมชุดเลนส์สำหรับ Pro Max ยังต้องเลือกให้ตรงกับสีเครื่องอีกด้วย
LUMO True Image Engine สีสมจริง
นอกจากฮาร์ดแวร์กล้องแล้ว OPPO ยังปรับเรื่องการประมวลผลภาพด้วย LUMO True Image Engine ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการรายละเอียด แสง และสี ให้ภาพดูใกล้เคียงกับสิ่งที่ตาเห็นมากขึ้น
สำหรับคนที่ชอบภาพโทนเฉพาะตัวก็มี LUMO Color Palette ให้เลือกถึง 18 สไตล์ เช่น Pearl ที่เน้นโทนผิวสว่างออกเย็น และ Amber ที่ทำให้ภาพดูอบอุ่นขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีสไตล์จำลองฟิล์มอย่าง Portra, Positive Film, NC และ CC ให้เลือกใช้งานตั้งแต่ตอนถ่ายภาพ เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพพร้อมใช้งานโดยไม่ต้องนำไปแต่งสีใหม่ทุกครั้ง
ส่วนสายวิดีโอ Find X10 Pro Max ยังมีการระบุว่ารองรับช่วงไดนามิกสูงสุด 17 Stops ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับการเก็บรายละเอียดในฉากย้อนแสงหรือฉากที่มีความต่างของแสงสูง แต่ยังต้องทดสอบว่าทำได้ในโหมดวิดีโอใด และใช้งานจริงได้ใกล้เคียงตัวเลขที่ระบุหรือไม่
สเป็กอื่น ๆ ของ OPPO Find X10 Series
ด้านประสิทธิภาพ OPPO เลือกใช้ชิป MediaTek ทั้งสองรุ่น แต่แยกความแรงออกจากกัน โดย Find X10 Pro Max ใช้ Dimensity 9600 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2nm ขณะที่ Find X10 ใช้ Dimensity 9600M
ทั้งคู่มีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber สำหรับช่วยจัดการความร้อนระหว่างใช้งานหนัก เช่น เล่นเกม ตัดต่อ หรือบันทึกวิดีโอเป็นเวลานาน
อีกจุดที่สะดุดตาคือแบตเตอรี่แบบ Silicon-carbon ความจุถึง 8,000mAh พร้อมรองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC
ตัวเลขนี้น่าสนใจสำหรับมือถือเรือธง โดยเฉพาะคนที่ใช้งานกล้อง ถ่ายวิดีโอ หรือเปิด GPS ระหว่างเดินทางบ่อย ๆ แต่ระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งยังขึ้นอยู่กับการจัดการพลังงานของชิป หน้าจอ และซอฟต์แวร์ด้วย
ตัวเครื่องยังรองรับมาตรฐาน IP66, IP68 และ IP69 รวมถึงผ่านการรับรองความทนทานต่อการตกกระแทกระดับ 5 ดาวจาก SGS อย่างไรก็ตาม มาตรฐานเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะกันน้ำหรือทนต่อการตกกระแทกได้ในทุกสถานการณ์
ColorOS 17 ใส่ AI มาเยอะขึ้น แถมมีระบบช่วยตรวจจับมิจฉาชีพ
อีกส่วนที่ OPPO ให้ความสำคัญคือ ColorOS 17 ซึ่งมาพร้อมแนวคิด Agentic AI หรือระบบ AI ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่สามารถช่วยจัดการข้อมูลและทำงานหลายขั้นตอนให้ผู้ใช้ได้
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจมี 3 ตัว 8 คือ
- AI Mind Pilot: รวมบริการ AI อย่าง ChatGPT, Gemini และ Perplexity เข้ากับ AI Mind Space เพื่อใช้ข้อมูลที่ผู้ใช้บันทึกไว้ในการช่วยค้นหา แนะนำข้อมูล และจัดการกิจกรรม
- AI Photo Agent: ช่วยแต่งภาพผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติ รวมถึงปรับสไตล์ภาพตามภาพอ้างอิงโดยไม่ต้องปรับค่าต่าง ๆ ด้วยตัวเองทั้งหมด
- AI Call Guard: ใช้ AI บนอุปกรณ์ตรวจจับความเสี่ยงจากการหลอกลวง รวมถึงการใช้ AI ปลอมใบหน้าและเลียนแบบเสียง
โดยเฉพาะ AI Call Guard ถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าจับตา เพราะปัญหามิจฉาชีพที่ใช้เสียงและวิดีโอปลอมกำลังมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ประสิทธิภาพในการตรวจจับจริง รวมถึงภาษาและรูปแบบการโทรที่รองรับ ยังต้องมีการทดสอบเพิ่มเติม
สรุปสเป็กและราคา OPPO Find X10 Series ในไทย
| รายการ | OPPO Find X10 | OPPO Find X10 Pro Max |
|---|---|---|
| ชิปประมวลผล | Dimensity 9600M | Dimensity 9600 Pro (2nm) |
| กล้อง 200MP | 2 ตัว | 3 ตัว |
| ซูมออปติคัลเมื่อใช้เลนส์เสริม | สูงสุด 11x | 10x |
| แบตเตอรี่ | 8,000mAh | 8,000mAh |
| ชาร์จมีสาย | 80W | 80W |
| ชาร์จไร้สาย | 50W | 50W |
| ระบบปฏิบัติการ | ColorOS 17 | ColorOS 17 |
| ราคาเริ่มต้น | 43,999 บาท | 59,999 บาท |
OPPO Find X10
- 12GB + 256GB ราคา 43,999 บาท
- 12GB + 512GB ราคา 49,999 บาท
- มี 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Glow Coral และ Mist Grey
OPPO Find X10 Pro Max
- 16GB + 512GB ราคา 59,999 บาท
- มี 2 สี ได้แก่ Luna White และ Titanium Grey
ส่วนชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad จำหน่ายแยกในราคา 7,999 บาท ต่อชุด














