Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

3 แอปทรงคุณค่า ที่จะสอบเมื่อไหร่ ต้องโหลด!!

Published

on

จะสอบทีไร ลนทุกที ทั้งกังวลว่าจะอ่านไม่ทัน พออ่านทันก็กลัวว่าที่อ่านมาจะไม่ตรงกับที่ออกสอบ.. กังวลนู่นนี่สารพัด สมาธิ สติกระเจิงไปหมด

แบไต๋เข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะไม่ว่าจะเด็กหลังห้องหรือเนิร์ดก็มีโมเม้นสติแตกก่อนสอบได้ทั้งนั้นแหละ แบไต๋เลยจะมาแนะนำ 3 แอปดีๆ ที่รับรองว่ามันอมตะ ใช้ได้กับทุกการสอบนั่นเอง!!

Exam Countdown

ก่อนสอบก็ต้องวางแผนดีๆ กะเวลาให้ได้ อย่างน้อยจะได้คุมสติได้ระดับหนึ่ง เจ้าแอปนี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการสอบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และจะได้จัดลำดับความสำคัญของการอ่านหนังสือได้ดีขึ้น โดยวิธีการใช้งานก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เรากดเพิ่มรายวิชา และใส่วันเวลาลงไป ทีนี้เจ้าแอปก็จะคอย   คำณวนว่าเราเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ก่อนจะถึงวันสอบจริง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รายละเอียดการสอบต่างๆ ลงไปใน notes ของตัวแอปได้ด้วย

ดาวน์โหลด

FocusNow

ได้เวลาอ่านหนังสือแล้ว!!! เวลาอ่านเนี่ยก็ต้องจดจ่อสักหน่อย แต่เผลอทีไรหลายๆ คนก็ชอบหยิบโทรศัพท์มากดนู่นกดนี่ทุกที วันนี้เลยต้องมาพูดถึงแอป FocusNow สักหน่อย เพราะเจ้าแอปนี้จะช่วยให้เราโฟกัสกับการอ่านหนังสือได้มากขึ้น ด้วยการดูและประคบประหงมต้นไม้ของเรา

วิธีใช้งานคือเราเพียงตั้งเวลาว่าเราจะอ่านหนังสือกี่นาที จากนั้นก็เปิดหน้าแอปทิ้งไว้ แล้วเราจะพบว่าเจ้าต้นไม้ของเราค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรากดออกจากหน้าแอปปุ้บ ต้นไม้ของเราก็จะตายทันที

ดังนั้นถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราเกิดเป็นฟาร์มเบ่งบานในแอป ก็ต้องโฟกัสกับการอ่าน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโทรศัพท์นั่นเอง

ดาวน์โหลด

Calm

มาถึงแอปสุดท้าย แอปที่ช่วยผ่อนคลายในการอ่านหนังสือ นั่นคือ “Calm” ชื่อแอปก็บอกอยู่แล้วว่าผ่อนคลาย สำหรับแอปนี้จะเป็นเพลง และเสียงอื่นๆ ที่ฟังแล้วจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะกดใช้งานในช่วงสอบ โดยเฉพาะในขณะอ่านหนังสือ เพราะเสียงเพลงหรือเสียงรบกวนอื่นๆ ที่ดังแบบพอดีๆ (ประมาณ 70 เดซิเบล) จะทำให้มีสมาธิมากขึ้นนั่นเอง 

นอกจากนี้ในตัวแอปยังมีภาพธรรมชาติสวยๆ ประกอบดนตรีด้วย เวลาเครียดๆ แล้วมอง จะรู้สึกฟินทีเดียว

ดาวน์โหลด

นับเป็น 3 แอปทรงคุณค่าในช่วงสอบจริงๆ ช่วงสอบคราวหน้า อย่าลืมโหลดแอปเบสิค 3 แอปนี้ติดเครื่องไว้หล่ะ เพราะนอกจากจะใช้งานไม่ยุ่งยากแล้ว ยังช่วยให้มีสมาธิและผ่อนคลายจากการสอบได้ด้วย

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

CU NEX แอปเพื่อเด็กจุฬาฯ ยุคใหม่ ใช้แล้วไม่มีตกเทรนด์ !

Published

on

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมพัฒนาสู่ New ERA ผ่านความร่วมมือระหว่าง KBank ธนาคารกสิกรไทย สร้างแอปพลิเคชันสำหรับคนยุคใหม่ “CU NEX” ที่จะช่วยผลักดันการใช้ชีวิตของนิสิต-นักศึกษา สู่ยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย

เผยความสามารถของแอปฯ CU NEX

แอปฯ CU NEX สามารถช่วยเหลือเหล่านิสิต รั้วจุฬาฯ ได้ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าออกจากบ้านไปจนถึงตอนก่อนนอนเลยก็ว่าได้ เอาเป็นว่ามีอะไรบ้าง มาดูกันเป็นข้อ ๆ ไปพร้อมกันที่นี่

  • วางแผนการเดินทางไปเรียนว่า วันนี้มีเรียนที่ไหน อาคารอะไร โดยมี 3D Mapping บอกได้ว่าห้องอยู่ตรงไหนภายในอาคารอีกด้วย
  • แอปฯ เช็กสายรถ CU Pop bus ว่าสายไหนผ่านตึกที่เราไปบ้าง หรือจะใช้ CU bike เพื่อปั่นไปเรียน ก็อยู่ในแอปฯ เดียวกันเลย
  • ถ้าเกิดมีการแจ้งเปลี่ยนห้องเรียน แอปฯ CU NEX ก็จะมี Notification แจ้งเตือน แบบรายบุคคล ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลไม่เกี่ยวข้องจะมารกหน้าจอเรา
  • บัตรนิสิตยุคใหม่ที่สามารถบันทึกเป็นรูปแบบดิจิทัลได้ ซึ่งบัตรนี้จะสามารถใช้แทนบัตรจริงได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเข้ายืมหนังสือ การยืนยันสิทธิ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการจ่ายเงินภายในและรอบ ๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็สามารถทำได้ผ่านแอปฯ CU NEX เช่นเดียวกัน สะดวก ปลอดภัยแน่นอนเพราะ KBank มาร่วมพัฒนาแบบเต็มที่
  • มีระบบชำระเงินค่าเทอมผ่าน CU NEX Application สามารถจ่ายค่าเทอมได้โดยไม่ต้องไปสาขาของธนาคาร นอกจากนี้ยังสามารถขอและจ่ายค่า Transcript ผ่านแอปฯ ได้ทันที ด้วยเทคโนโลยี Blockchain
  • นอกจากนี้ยังมีเรื่องของบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงภาคการศึกษา ที่เราสามารถตั้งเตือนให้เข้าร่วมได้ หรือการจองห้อง ที่ PLEARN Space ที่จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และเล่นแห่งใหม่ในจุฬาฯ ก็สามารถทำได้เช่นกันจ้า
  • และยังมีในส่วนของข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การแจ้งแบบ real time ทั้งเรื่องด่วนและเหตุร้ายก็มีแจ้งในแอปฯ CU NEX เช่นกัน
  • ถ้าใครเกิดเหตุการณ์ผิดปกติภายในมหาวิทยาลัย ก็สามารถกดปุ่ม SOS เพื่อเรียก รปภ. บริเวณนั้นมาช่วยเหลือได้ทันทีอีกด้วย

ทั้งนี้ ฟังก์ชันการใช้งานที่เห็นทั้งหมดจะทยอยเปิดให้ใช้งานและจะถูกพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ ด้วยการที่เป็น Single Portal Lifestyle ที่จะนำเอาแอปฯ เจ๋ง ๆ ที่เหล่านิสิตช่วยกันพัฒนาเข้ามาอยู่ใน CU NEX เพื่อให้เหล่านิสิต ทุกคนอยากใช้งานเป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจของเขา คิดอะไรไม่ออก เปิด CU NEX ก่อนเลย !!

วิธีดาวน์โหลด CU NEX Application และขอออกบัตรเดบิตประจำตัวนิสิต

สำหรับนิสิตคนไหนที่สนใจ (และยังไม่ได้โหลดมาใช้) สามารถโหลดแอปฯ ได้แล้ววันนี้ได้ทั้งบน #Appstore และ #Playstore กดที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ

ส่วนบุคลากรในมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าจุฬาฯ จะมีแอปฯ ใหม่ออกมาให้ใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนครับ

สัมภาษณ์คณะอาจารย์ผู้สร้างแอปฯ CU NEX

อาจารย์โภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านกิจการพิเศษ

“ก่อนที่จะกลายมาเป็นแอปฯ นี้ ทางเราคิดไว้ว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดของเราคือ การทำยังไงถึงจะให้นิสิต สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วอะไรที่ใกล้ตัวพวกเขาที่สุด นั่นคือมือถือ ซึ่งนิสิต ทุก ๆ คนต่างก็ใช้ชีวิตกับมันมากกว่าคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน และอะไรล่ะที่จะเข้ามาเชื่อมกันระหว่างมือถือกับมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน นั่นคือแอปฯ CU NEX ที่จะมาเป็นตัวคอยเชื่อมสัมพันธ์กัน เพราะยุคนี้เทคโนโลยีมันไปไวมาก ถ้าเรามัวแต่ไปฝืนธรรมชาติ เด็กไทยก็จะไม่สามารถก้าวตามโลกทันได้ แต่เราควรทำให้นิสิต รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างรู้คุณค่าจริง ๆ และแอปฯ CU NEX จะช่วยเป็นเสมือนเพื่อนของพวกเขาในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการดูเส้นทางการเดินทางมายังห้องเรียน ดูตารางเดินรถ CU Pop busหรือ Self-Service ต่าง ๆ

ในส่วนของความร่วมมือกับทาง KBank ถือว่าเป็นความน่ายินดีของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้พันธมิตรที่ดี เพราะ KBank เป็น 1 ในธนาคารที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีสูงมาก มีแอปฯ ที่รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันเป็นล้าน ๆ คน ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้ก็สามารถเอามาช่วยให้แอปฯ CU NEX ของเราไม่ต้องมาเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ แต่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ทันที

ซึ่งปัจจุบันแอปฯ CU NEX จะทยอยเสริม Feature ใหม่ ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เพื่อให้แอปฯ นี้เป็นมิตรเปรียบเสมือนกับ Single Portal Lifestyle ที่ตอบรับการใช้ชีวิตของนิสิตทุก ๆ คนครับ”

อาจารย์โภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี งานกิจการพิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี ด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์

CU NEX App ก็เหมือนกับเพื่อนคู่กาย ไปไหนไปด้วย ในเรื่องที่เราไม่ไปห้ามเด็กไม่ให้ใช้มือถือ เพราะเราไม่มีความจำเป็นต้องไปสู้กับเทคโนโลยี แทนที่เราจะไปปฏิเสธสิ่งที่กำลังเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตคนในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องการติดต่อสื่อสารนั้นแยกจากเราไม่ได้เลย

ส่วนนิสิตที่ไม่ค่อยมีทุน ทางจุฬาฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยกำลังมองหาพันธมิตรที่จะเข้ามาจับมือกับเราเพื่อมอบ Smartphone ให้เด็กใช้งานระหว่างการเรียนในราคาถูก เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกด้อยกว่าเพื่อน ๆ คนอื่น

และแน่นอนว่าพวกเราเคารพในเรื่องความเป็นส่วนตัวของนิสิต ถ้าจะกรอกข้อมูลอะไรตัวแอปฯ จะมีการถามก่อนทุกครั้ง เพื่อให้น้องเขาสบายใจว่า พวกเราไม่ได้นำเอาข้อมูลไปขายหรือใช้ประโยชน์ทางการค้าแน่นอน ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ของนิสิตทั้งเก่าและใหม่ยังคงอยู่ที่จุฬาฯ โดยมีแผนอนาคตอันใกล้ที่จะทำแอปฯ เพื่อให้ทางฝั่งอาจารย์และบุคลากรได้ใช้งานเช่นกัน ผมก็อยากใช้แล้วเนี่ยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการพัฒนานิสิต และนิสิตเก่าสัมพันธ์

สัมภาษณ์น้องนิสิตผู้ใช้แอปฯ CU NEX

นายวีระวุฒิ มารศรี (นาย) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ปี 4

นายรู้สึกตื่นเต้นตอนที่ได้ทราบข่าวว่าจะมีแอปฯ ใหม่ที่ทางจุฬาฯ พัฒนาขึ้นมา เพราะตัวผมเองก็ชอบเล่นแอปฯ ใหม่ ๆ อยู่แล้ว และมือถือก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผมและนิสิตทั่ว ๆ ไป พอตอนที่เปิดให้โหลด ก็โหลดมาลองใช้เลย

ซึ่งตอนใช้งานแรก ๆ ประมาณมิถุนายนที่ผ่านมา ก็จะยังมีความตะกุกตะกักอยู่บ้าง แต่ว่า interface หรือ experience ที่ดี ตัวอักษรอ่านง่าย เปิดมาก็รู้เลยว่าเป็นแอปฯ จุฬาฯ ทำให้นิสิตคนอื่น ๆ รวมถึงตัวผมเองก็น่าจะชอบใช้ พอลองเล่นก็สนุกดี

สิ่งที่ผมอยากได้จากแอปฯ คือ เรื่องของการใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปกติผมก็เป็นคนไม่ได้พกกระเป๋าสตางค์อยู่แล้ว บางทีมาแค่มือถือและบัตร 2-3 ใบ ก็มาเรียนเลย หรือเรื่องการทำเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องเดินไปตึกจามจุรี 5 ซึ่งไกลจากคณะที่ผมเรียนมาก แอปฯ CU NEX ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก และเรื่องของตารางเรียน โดยเฉพาะวิชาที่มีการเปลี่ยนแปลงห้องที่ใช้สอน หรือไปทำกิจกรรมข้างนอก เมื่อก่อนก็ต้องเดินไปถึงที่ห้องก่อนหรือรอเพื่อนโทรมาบอก ก็อาจจะทำให้เราเข้าเรียนสายได้

เพื่อน ๆ กลุ่มที่เรียนทุกคนก็ตื่นเต้น แต่ก็มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี บางส่วนก็รู้สึกไม่ชอบเพราะต้องมาโหลดแอปฯ ใหม่อะไรไม่รู้อีกแล้ว แต่ภาพรวมก็คิดว่า มันเท่ดี แค่อาจจะไม่ชินกันเฉย ๆ เท่านั้นเอง

ซึ่งปัจจุบันมือถือช่วงแรก ๆ มือถือรุ่นเก่า ๆ อย่าง iPhone 4 เป็นต้น อาจจะใช้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันก็พัฒนาจนมือถือเพื่อน ๆ สามารถใช้งานได้แล้ว ก็ค่อนข้างไวมาก และผมค่อนข้างมั่นใจเรื่องความปลอดภัย เพราะปกติผมก็ใช้ K PLUS ในการโอนเงินอยู่แล้ว จึงมีความน่าเชื่อถือกับแอปฯ CU NEX ว่าจะมีความปลอดภัยเช่นเดียวกัน

แอปฯ CU NEX เป็นอะไรที่ตอบโจทย์คนรุ่นผมมาก ๆ เพราะเดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ต้องมือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี จึงอยากให้เพื่อน ๆ ลองโหลดแอปฯ CU NEX มาใช้ดูครับ นายวีระวุฒิ มารศรี (นาย) นิสิตคณะอักษรศาสตร์ ปี 4

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

รีวิวจัดเต็ม VSCO X เวอร์ชั่น 689 บาท คุ้มค่ามั้ย!

Published

on

เป็นแอปแต่งรูปที่ครองใจคนทั่วโลกจริงๆ สำหรับแอป VSCO เพราะนอกจากจะได้ภาพออกโทนฟิล์มสวยๆ แล้ว ยังใช้งานง่ายด้วย หลายคนเลยถวายใจให้เป็นแอปแต่งรูปอันดับ 1 ในดวงใจไปโดยปริยาย แต่ถึงอย่างนั้น ครั้นจะเสียเงินโหลดฟิลเตอร์แต่ละทีก็คิดหนัก โดยเฉพาะเวอร์ชั่นเต็มในราคา 689 บาท ทำให้หลายคนมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า โหลด VSCO แบบเวอร์ชั่น X ที่ต้องเสียเงินราวๆ 600 กว่าบาท คุ้มค่ามั้ย? แล้ว VSCO X ทำอะไรได้บ้าง จะคุ้มไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปมั้ย.. วันนี้เรายอมจ่ายเงิน 689 บาท เพื่อมาปลดล็อก VSCO X ให้คุณผู้อ่านชาวแบไต๋ดูกัน ว่าเจ้า VSCO X มีดีอะไรบ้าง แล้วน่าลงทุนมั้ย!

ฟิลเตอร์เยอะมาก!

ข้อดีของ VSCO X คือการปลดล็อกทุกฟิลเตอร์ใน VSCO ดังนั้น คุณจะได้เลือกฟิลเตอร์แบบจุใจและหลากหลายเหมือนนั่งกินบุฟเฟต์อยู่ในร้านอาหารเลย

นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่ามีหลายฟีเจอร์ ที่ไม่ได้ปล่อยขายใน VSCO ธรรมดาด้วย เช่น

ฟิลเตอร์ FP4

ฟิลเตอร์ KG2

ฟิลเตอร์ KX4

ฟิลเตอร์ KP4

มีฟีเจอร์ปรับแต่งเพิ่มกว่าปกติ

สำหรับ VSCO X เราจะพบเมนูปรับแต่งที่มากกว่าเวอร์ชั่นปกติ เช่น มีการปรับแต่งสี HSL เพิ่มขึ้นมา หรือการใส่กรอบรูป เป็นต้น

ฟีเจอร์ปรับสี HSL ที่เพิ่มเข้ามา

ฟีเจอร์ใส่กรอบรูป

มี Recipe สำหรับบันทึกฟิลเตอร์ที่เราปรับแต่ง

ฟีเจอร์ Recipe ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน VSCO X น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน ที่ต้องการคุมโทนภาพหลายๆ ภาพ เพราะเราสามารถบันทึกฟิลเตอร์ที่เราปรับแต่งได้ ซึ่งก็ช่วยในเรื่องของความสะดวกอย่างมาก

แต่งวิดีโอได้

เป็นความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ แล้วทำให้หัวใจตุ้มๆ ต่อมๆ เลยทีเดียว เพราะ VSCO X สามารถแต่งโทนสีวิดีโอได้แล้ว และปรับแต่งได้เต็มที่เหมือนรูปภาพเลย ดีงามสุดๆ! และจากการทดลองใช้บอกได้เลยว่า ทำงานได้ดีมาก ปรับแต่งสีวิดีโอได้แบบรวดเร็ว ไม่มีการค้าง ไม่มีการสะดุดใดๆ เกิดขึ้นเลย แถมยังบันทึกวิดีโอได้อย่างรวดเร็วด้วย

689 บาทต่อปี คุ้มมั้ย ?

หากมองที่ราคา คือปีละ 689 บาท จะตกวันละประมาณ 1 บาทกว่าๆ เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าถูกมาก คิดว่าเงินหล่นหายวันละบาท ก็ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไร แต่พอมองภาพรวมอาจจะดูเยอะหน่อยเท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นหากใครเป็นสายแต่งรูป ชอบถ่ายรูปบันทึกความทรงจำไว้ เขียนไดอารี่ ลง Instagram บ่อยๆ ชอบสร้างอัลบั้มรูปใน Facebook ก็จะถือว่าคุ้มมาก เพราะมีฟิลเตอร์ให้เราเลือกใช้ได้แบบถึงพริกถึงขิงจริงๆ แต่ถ้าใครเน้นลงแต่ Instagram แล้วใช้ฟิลเตอร์เดิมๆ ไม่เกิน 2-3 ฟิลเตอร์ ก็แนะนำว่าซื้อฟิลเตอร์นั้นๆ แบบแยกชิ้นมาเลยดีกว่า เพราะฟิลเตอร์นั้นจะได้เป็นของเราไปเลยตลอด เหมือนซื้อขาดไปเลย แต่ก็มีข้อพิเศษอีกว่าถ้าซื้อแบบ VSCO X จะแต่งวิดีโอได้ด้วย อันนี้ก็ต้องชั่งใจดู ว่าจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เราเป็นสายวิดีโอรึเปล่า

VSCO X เหมาะกับใครกันแน่..

คงต้องบอกว่าเหมาะกับคนที่ทำคอนเทนท์ หรือช่างภาพต่างๆ รวมถึงคนที่ชอบถ่ายภาพสะสมด้วย ความที่มีฟิลเตอร์เยอะมาก และมีคนแชร์วิธีปรับฟิลเตอร์สวยๆ เยอะมากเช่นกัน ทำให้การแต่งรูปแบบมือโปรทำได้ง่ายขึ้น และยังตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบปรับโทนสีวิดีโอด้วย เพราะหากพูดกันตามจริง ในปัจจุบันยังมีแอปที่ปรับโทนสีวิดีโอสวยๆ และหลากหลายน้อยมาก

ดาวน์โหลด

ที่สุดแล้ว การจะบอกว่า VSCO X คุ้มหรือไม่คุ้ม ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานและความพึงพอใจของแต่ละบุคคล แต่ก็สามารถสรุปได้คร่าวๆ ว่า VSCO X เป็นเวอร์ชั่นคุณภาพที่แต่งภาพและวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพ ในขณะที่ใช้งานง่ายแบบมือสมัครเล่น

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

[รีวิวแอป] “Thai Food Terms” ฝรั่งอยากซื้อ แม่ค้าอยากขาย แอปนี้แปลภาษาง่ายๆ

Published

on

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์หลากหลายเมนู แน่นอนว่า เมื่อชาวต่างชาติมาเยือนเมืองไทยแล้ว ต่างก็อยากลองลิ้มชิมรสชาติอาหารในบ้านเรากันทั้งนั้น

แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แม่ค้าโดยส่วนใหญ่ ต่างไม่มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่าจะมีติดตัวมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถูกหลักทางภาษามากสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องของชื่อเมนูอาหารต่างๆ ที่เขียนลงป้ายแล้วแปะตามเสาตามหน้าจาน บางครั้งก็ถูก บางครั้งก็ผิด บางครั้งชาวต่างชาติอยากจะซื้อ อยากจะลองชิม ก็สื่อสารไม่ค่อยได้ หวังจะพึ่งพาแอปแปลภาษาในบางครั้งก็แปลแบบถูกๆ ผิดๆ

แล้วจะทำอย่างไรดีเพื่อคุยกับชาวต่างชาติในเรื่องของอาหารได้…???

วันนี้ทีมงานขอแนะนำแอปแปลภาษา ที่แปลเฉพาะเมนูอาหารเท่านั้น อย่าง Thai Food Terms

แอปพลิเคชั่น Thai Food Terms เป็นผลงานการจัดทำแอปของศูนย์การแปลและการล่ามเฉลิมพระเกียรติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์มโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) โดยในแอปนี้ ได้รวบรวมเมนูอาหารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารไทย ทั้งของคาว ของหวาน ผลไม้ เครื่องดื่ม รวมไปถึงชื่อของวัตถุดิบต่างๆ พร้อมรูปภาพ ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย พร้อมทั้งแปลภาษาได้ถึง 7 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี และสเปน ซึ่งหากต้องการแปลให้เป็นภาษาใด จะต้องโหลดแอปของภาษานั้น

การใช้งานของแอปก็ง่ายดาย แค่เปิดเข้ามาในแอป แล้วเลือกแถบเมนูด้านข้าง

ในการค้นหาเมนูอาหาร สามารถเลือกการค้นหาได้หลายแบบ เช่น ค้นหาตามหมวดหมู่ของชนิดอาหาร, ค้นหาจากคำ โดยพิมพ์ชื่อเมนูหรือวัตถุดิบลงไป หรือไล่ค้นหาจากชื่ออาหาร, ค้นหาจากดัชนี โดยเรียงตามลำดับตัวอักษร จาก ก ไปถึง ฮ (เรียงตามลำดับตามรูปแบบของราชบัณฑิตยสภา) หรือจะค้นหาจากภาพก็ย่อมได้

แบ่งหมวดหมู่เป็น 14 หมวด ครอบคลุมทั้งของคาว, ของหวาน, เครื่องดื่ม และเครื่องใช้ในครัว

ค้าหาจากคำ จะพิมพ์ชื่อ หรือเลื่อนค้นหาก็ได้

ค้นหาจากดัชนี เรียงตามลำดับอักษร

ค้นหาด้วยรูปภาพยิ่งง่ายดาย มีภาพประกอบพร้อมชื่อเมนู

ทีมงานได้ลองเลือกมาหนึ่งเมนู เพื่อสาธิตการใช้งานของแอปนี้ เมื่อเลือกเข้าไปที่เมนูที่เราต้องการ ในรายละเอียดจะปรากฎภาพของเมนูที่เลือกไว้ พร้อมชื่อเมนูทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

การจัดวางหน้าตาดูคล้ายๆ วิกิพีเดียหน่อยนะ…

ส่วนเรื่องของการแปลภาษาแบบออกเสียงนั้น มีให้กดเลือกฟังทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของแอปนี้ ทั้งฝั่งแม่ค้า และฝั่งนักท่องเที่ยว

น้ำเสียงที่ปรากฎในแอปถือว่าฟังได้ชัดเจน และเป็นสำเนียงมาจากเจ้าของภาษาโดยตรง ทำให้สามารถฟังได้ง่ายขึ้น

ถ้าถามว่า ถ้าเราไม่ได้เป็นพ่อค้า หรือแม่ค้า สามารถใช้แอปนี้ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ แอปนี้เปิดกว้างให้กับคนทั่วไปได้ใช้งาน จะเป็นประชาชนคนทั่วไป พ่อครัว หรือนักเรียน นักศึกษา ก็สามารถใช้งานแอปนี้ได้ ถึงแม้จะโหลดมาไว้แล้วแต่ไม่เจอชาวต่างชาติเลย คุณก็สามารถใช้แอปนี้เพื่อฝึกทักษะทางด้านภาษาได้อีกด้วย (นี่เป็นประโยชน์ทางอ้อมเลยนะเนี่ย…)

สำหรับท่านใดที่สนใจจะติดตั้งแอปพลิเคชั่นนี้ลงในสมาร์ทโฟนของคุณ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่ App Store และ Play Store โดยมีแอปให้ดาวน์โหลดในสองรูปแบบ คือ แบบดาวน์โหลดฟรี และแบบตัวเต็ม (ราคาประมาณ 90 บาท)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!