Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

เทียบกันให้ชัด Joox / Apple Music / Spotify ตัวไหนน่าใช้สุด

Published

on

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า “มิวสิค สตรีมมิ่ง” กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการฟังเพลงของคนไทย จากบทความ “มิวสิค สตรีมมิ่ง” วิถีการฟังเพลงที่กำลังพลิกโฉมวงการดนตรีในไทย ทำให้เห็นว่า

ประเทศไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด…“สมาร์ทโฟน” คือ อุปกรณ์หลักที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 85.5% สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่วันนี้อยู่ในทุกอณูของไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของคนไทยพี่นัท

ทำให้การฟังเพลงผ่านแอปในสมาร์ทโฟนเป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้ แอปที่เป็น “มิวสิค สตรีมมิ่ง” ที่เปิดบริการในไทยที่เป็นที่รู้จักกันมากคือ Joox, Apple Music และ Spotify ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน ลองมาสำรวจกันว่าแต่ละแอปเป็นอย่างไรกันบ้าง

Joox

ค่าบริการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้คุณภาพของเสียงการฟังเพลงPlaylistคุณสมบัติอื่น ๆ

แบบฟรี ให้ทำตามเงื่อนไขต่างๆ มีดังนี้

  • ชวนเพื่อน รับ VIP ฟรี 45 วัน
  • ฟังเพลงผ่านเว็บไซด์สนุก บน PC รับฟรี 5 วัน
  • แชร์เพลง รับ VIP 12 ชม.

แบบ VIP

  • VIP ราย 1 สัปดาห์ 69 บาท
  • VIP ราย 1 เดือน 129 บาท
  • VIP ราย 3 เดือน 349 บาท
  • VIP ราย 6 เดือน (ครึ่งปี) 629 บาท
  • VIP ราย 12 เดือน (1 ปี) 1,100 บาท

สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต: สามารถใช้งานได้กับ iPhone/iPad (iOS) และ อุปกรณ์ที่ใช้ Android

คอมพิวเตอร์:  สามารถเข้าไปฟังได้ที่ Sanook! Music

คุณภาพของเสียง ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการเชื่อมต่อ ทั้งแบบใช้ข้อมูล (3G/4G) และใช้ Wi-Fi มีดังนี้

  • ต่ำ  มีขนาดไฟล์ 0.5MB – 1MB / เพลง (ใช้ได้เฉพาะการเชื่อมต่อแบบใช้ข้อมูล 3G/4G)
  • ปกติ มีขนาดไฟล์ 1MB – 2MB / เพลง
  • กลาง มีขนาดไฟล์ 3MB – 4MB / เพลง
  • สูง (HQ) มีขนาดไฟล์ 6MB – 10MB / เพลง (เฉพาะ VIP)
  • สูงสุด (Hi-Fi) มีขนาดไฟล์ 20MB – 30MB (เฉพาะ VIP)

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อลองค้นหาเพลงดู ส่วนใหญ่จะเน้นไปเพลงไทยหรือสากลที่อยู่ในกระแส โดยเฉพาะเพลงไทยจะมีมากเป็นพิเศษ ส่วนเพลงเก่า คลาสสิก แบบเฉพาะทางนั้น ยังไม่ค่อยเจอเท่าไหร่ (โดยเฉพาะเพลงอนิเมะญี่ปุ่นที่ผู้เขียนชอบ ขนาดหาเพลง Chala Head Chala จากเรื่อง Dragonball ยังไม่เจอเลย) บางเพลงเก่า เมื่อลองค้นหากลับไม่เจอ เช่น เพลง ฤดูที่แตกต่าง เมื่อพิมพ์ไปตรงๆ จะไม่ปรากฏตรงส่วนของเพลง แต่จะมีตรงคำว่า ศิลปิน อัลบั้ม หรือเพลย์ลิสต์ แต่ถ้าพิมพ์ต่อท้ายกับ บอย โกสิยพงษ์ ถึงจะขึ้นมา บางเพลงก็ถูกจำกัด ถ้าเป็นแบบฟรี จะไม่สามารถฟังเพลงในกลุ่ม VIP ได้ ทำให้หลายครั้งที่อยากฟังเพลง ต้องไปกด VIP ฟรีก่อนถึงจะมาฟังได้ อาจจะเสียเวลาไปนิดนึงในการทำตามเงื่อนไข

เมื่อเวลาที่เราใช้งานแบบฟรี เมื่อเราฟังเพลงไปได้สักพัก เมื่อจบเพลงหนึ่ง ก็จะมีเสียงโฆษณาของแอปขึ้นมาเป็นระยะๆ อาจจะทำให้ใครรู้สึกสะดุดกับการฟังเพลงไปบ้าง แต่ถ้าเคยชินแล้วก็คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าใครไม่อยากให้มีโฆษณา คงต้อง VIP ละครับ

และยังมีการร่วมมือกับ DTS ผู้ให้บริการด้านระบบเสียง สามารถใช้งานได้ฟรี 3 เดือน

This slideshow requires JavaScript.

Playlist ในแอป: มีให้เลือกหลากหลายอารมณ์ดี ทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 9 เพลงฮิตในกระแส แนวเพลงที่เราชอบ (เช่น EDM Inter ลูกทุ่ง  K-Pop อินดี้ หมอลำ) หรือตาม Theme อารมณ์ของเรา (เช่น ผู้หญิงอกหัก เพลงฮิตฟีเจอร์ริ่ง เพลงชิลล์ชาวร็อค Throwback R&B และอื่นๆ) ก็มีให้เลือกฟัง

การสร้าง Playlist เพลงเอง: เนื่องด้วยการค้นหาเพลง ที่บางเพลงอยู่ในกลุ่ม VIP ทำให้เราไม่สามารถใส่ทุกเพลงที่ต้องการลงไปได้ เว้นแต่เราสมัคร VIP ไปตลอด ส่วนเวลาเราเลือกเพลงลงไปตามลำดับ เพลงที่ลงล่าสุดจะเป็นลำดับแรกที่เราเลือก ทำให้เราต้องมาจัดลำดับของเพลงเอง อาจจะยุ่งยากสำหรับใครที่ต้องการจัดเพลงใน Playlist ตามลำดับก่อนหลัง ที่ต้องมาจัดลำดับเพลงเองทุกเพลงที่เราเลือก

This slideshow requires JavaScript.

  • Lyric Card แชร์เนื้อเพลงท่อนที่ชอบ สามารถทำได้ด้วยการเลือก Lyric Card แล้วเลือกท่อนที่ชอบและสามารถแชร์ได้เลย
  • Sing เป็นการร้องเพลงคาราโอเกะ ลูกเล่นใหม่ของแอป ทำให้เราสามารถร้องเพลงที่เราชอบและสามารถเก็บบันทึกเสียงที่เราร้องได้ ซึ่งก็มีหลายเพลงที่เรารู้จัก สามารถร้องได้ แต่ก็ไม่สามารถร้องได้ทุกเพลง ต้องเป็นเพลงที่มีคำว่า Sing อยู่ในเพลง เมื่อเราเริ่มร้อง ก็จะต้องรอดาวน์โหลดสักครู่ ก็จะมีหน้าต่างเนื้อเพลงขึ้นมา เราสามารถปรับรูปแบบได้ ทั้งใส่เสียงร้องปกติเพื่อไกด์ให้เรา หรือจะตัดออกไปก็ได้ หรือจะปรับลดคีย์ของเพลงเพื่อให้เราร้องได้ง่ายขึ้นก็ได้ จะให้ตัด Intro ออก หรือจะให้จบตอนนั้น หรือเริ่มใหม่อีกครั้งก็ทำได้ เป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่น่าสนใจ ไว้สำหรับเราหัดร้องเพลงได้
  • คอลัมน์เพลง เป็นบทความ ความรู้ สิ่งที่น่าสนใจของเพลงมานำเสนอให้เราได้รู้
  • MV เราสามารถดูมิวสิควีดีโอเพลงที่เราชอบได้
  • Joox Live  รายการ การแสดง กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต ไลฟ์สไตล์ หรือรายการสนุกๆ ที่ดำเนินรายการโดยศิลปิน

Apple Music

ค่าบริการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้คุณภาพของเสียงการฟังเพลงPlaylistคุณสมบัติอื่น ๆ

แบบฟรี สามารถทดลองฟังได้สูงสุด 3 เดือน หลังจากนั้นต้องสมัครแบบเสียค่าบริการรายเดือน

แบบเสียค่าบริการรายเดือน ดังนี้

  • แบบนักศึกษา (ต้องมีการสมัครและยืนยันการลงทะเบียนโดย UNiDAYS ก่อน โดยใช้งานได้สูงสุด 48 เดือน หรือ 4 ปี) เดือนละ 69 บาท
  • แบบบุคคล เดือนละ 129 บาท
  • แบบครอบครัว (ฟังได้สูงสุด 6 คน และต้องใช้ “การแชร์กันในครอบครัว” ของ iCloud) เดือนละ 199 บาท

สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต: สามารถใช้งานได้กับ iPhone/iPad (มีติดตั้งให้กับระบบ iOS แล้ว) และ อุปกรณ์ที่ใช้ Android

คอมพิวเตอร์:  ต้องติดตั้งโปรแกรม iTunes เพื่อใช้งาน

อื่นๆ: สามารถใช้งานได้ใน Apple Watch Series 3 ขึ้นไป / อุปกรณ์สำหรับติดตั้งระบบ CarPlay บนรถ / ลำโพงไร้สาย Sonos

คุณภาพเสียงในการฟังสตรีม บิตเรทสูงสุดอยู่ที่ 256 kbps

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อลองค้นหาเพลงดู ก็มีหลายเพลงให้เราเลือก ทั้งเพลงในกระแส หรือเพลงเก่าก็สามารถค้นหาได้ เมื่อได้ลองค้นหาเพลง Chala Head Chala ก็มีอยู่หลายเวอร์ชั่น ทั้งเวอร์ชั่นต้นฉบับกับแบบ Live ของคุณ Hironobu Kageyama ที่มาร้องเอง กับเวอร์ชั่นที่วง Flow ร้องในอัลบั้ม Flow Anime Best Kiwami และยงมีอีกหลายเวอร์ชั่นที่มีการร้อง Cover ไว้ ซึ่งก็แล้วแต่เราจะเลือกฟังได้ ส่วนเพลงเก่า เมื่อลองหาเพลง ฤดูที่แตกต่าง ของคุณบอย โกสิยพงษ์ ก็มีให้เลือกทั้งจากอัลบั้มแรก Rhythm & Boyd อัลบั้ม Piano & I Part 2 ของคุณโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ หรือจากอัลบั้ม Nop from the Different Scene ก็มีเช่นกัน เราสามารถเลือกฟังกันได้สะดวกดี

เมื่อเราใช้งานกับ iTunes ที่คอมพิวเตอร์ของเรา เราสามารถนำเพลงของตัวเองใส่เข้าไปใน iCloud แล้วสามารถเพิ่มเพลงเข้าไปใน Playlist ของเราได้ ทำให้เราสามารถเอาเพลงอะไรก็ได้ของเรามาใส่ในระบบได้ ตราบเท่าที่เรามีพื้นที่ใน iCloud ตามที่เราสมัครฟรี (5 GB) หรือเสียเงินสมัครก็ได้ (50 GB: 35 บาท/เดือน, 200 GB: 99 บาท/เดือน, 2 TB: 349 บาท/เดือน)

ในเมนู Music Player เราสามารถเลือกได้ ทั้ง

  • Add to the Library เพิ่มเพลงไปในคลังของเรา
  • Add to a Playlist เพิ่มเพลงใน Playlist ของเราเอง
  • Create Station สร้างสถานีเพลงเป็นของเราเองได้
  • Share Song แชร์ลิงก์เพลงไปในสื่อสังคมออนไลน์ก็ได้

This slideshow requires JavaScript.

Playlist ในแอป: เมื่อเข้าไปที่ For You ก็จะพบกับ Playlist เพลง โดยจะจัดโดยเพลงที่เราชอบเปิดฟังบ่อยๆ หรือเพลง New Release ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ก็จะเอามาลงให้เราได้เห็นด้วย

การสร้าง Playlist เพลงเอง: การสร้าง Playlist นั้น สามารถทำได้ง่าย ด้วยการไปที่ Library เลือก New Playlist ใส่ชื่อ Playlist ใส่รายละเอียด ตั้งค่าว่าจะให้เห็นชื่อผู้สร้าง กับตั้งเป็นสาธารณะหรือไม่ ใส่เพลงที่เราชอบ จากนั้นกด Done โดยเราสามารถเลือกได้จาก Browse 

This slideshow requires JavaScript.

  • Connect Posts ข่าวสารของศิลปิน เราสามารถติดตามข่าวสารของศิลปินที่เราชื่นชอบ ด้วยการกด Follow โดยเราสามารถอ่านข่าว หรือ Comment ลงไปก็ได้
  • Radio สถานีเพลง ถ้าเราขี้เกียจแอดเพลงเอง ก็เลือกจากส่วนนี้ได้ ก็จะมีสถานีเพลงให้เราได้เลือกฟังได้หลากหลายดี

Spotify

ค่าบริการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้คุณภาพของเสียงการฟังเพลงPlaylistคุณสมบัติอื่นๆ

แบบฟรี ไม่สามารถเลือกเล่นเพลงได้เอง จะเล่นได้เฉพาะแบบสุ่มเท่านั้น

แบบเสียค่าบริการรายเดือน สามารถเลือกเพลงเล่นได้ มีดังนี้

  • Premium เดือนละ 129 บาท
  • Family (ใช้งานได้สูงสุด 6 คน รวมตััวเราเอง) เดือนละ 199 บาท

Desktop

  • แบบฟรี ได้คุณภาพเสียง Ogg Vorbis 160 kbps
  • แบบ Premium ได้คุณภาพเสียง 320 kbps

Web Player

  • แบบฟรี ได้คุณภาพเสียง AAC  128 kbps
  • แบบ Premium ได้คุณภาพเสียง 256 kbps

iPhone / iPad / Android

  • Normal – ได้คุณภาพเสียง 96kbit/s.
  • High – ได้คุณภาพเสียง 160kbit/s.
  • Extreme – ได้คุณภาพเสียง 320kbit/s.
  • Automatic – ขึ้นอยู่กับคุณภาพการเชื่อมต่อ

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อลองค้นหาเพลงดู ส่วนใหญ่จะเน้นไปเพลงไทยหรือสากลที่อยู่ในกระแส รวมไปถึงเพลง cover เมื่อลองค้นหาเพลง Chala Head Chala ดู ไม่พบเวอร์ชั่นต้นฉบับ เจอเป็นเวอร์ชั่น cover เป็นภาษาอื่น เช่น สเปน ฝรั่งเศส ด้วย แปลกดี ทำให้เราได้ฟังเพลงนี้ในภาษาอื่นด้วย ส่วนเพลงไทย เมื่อลองหาเพลง ฤดูที่แตกต่าง หรือ Season Change ก็พบเวอร์ชั่นต้นฉบับของ Rhythm & Boyd ต้นฉบับด้วย ส่วนผลการค้นหา ใกล้เคียงกับของ Apple Music ในการฟังเพลงปกติ ถ้าเป็นแบบฟรี เราสามารถเลือกเพลงฟังเองได้ ต้องกด Shuffle อย่างเดียว แต่ถ้าเราสมัครแบบเสียเงิน เราสามารถเลือกฟังเพลงใดก็ได้ ไม่ต้องกด Shuffle และเราสามารถดาวน์โหลดเพลงที่ด้านบนสุดของ Playlist ตรง Download กดสวิทช์ให้เป็นสีเขียว จากนั้นก็จะดาวน์โหลดเพลงลงเครื่องของเราได้

This slideshow requires JavaScript.

ในส่วนของ Browse ก็มีให้เราได้เลือกเพลงที่อยากค้นหา มีดังนี้

  • Charts เลือกเพลงจากชาร์ทเพลงที่น่าสนใจ
  • New Releases เลือกจากเพลงออกใหม่
  • Podcast รายการวิทยุที่น่าสนใจ
  • Concert เลือกจากงานคอนเสิร์ตที่ใกล้เราที่สุด

ส่วนของการเลือกเพลงตามอารมณ์ สามารถเลือกจากหน้า Browse นี้ก็ได้เช่นกัน

ในส่วนการฟังเพลงในคอมพิวเตอร์ เราสามารถเอาเพลงของเราลากใส่เข้าไปใน Playlist ได้ แต่ไม่สามารถแอดมาฟังในแอปของมือถือได้ ต้องฟังในคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

This slideshow requires JavaScript.

Playlist ในแอป: ในส่วนนี้ถือว่าทำได้ดี เพราะมีให้เราเลือกเยอะ และยังมีความฉลาดที่เลือกเพลง หรือแนวเพลงที่เราชอบไว้ในลำดับต้นๆ เพื่อให้เราสามารถเลือกฟังเพลงที่เราถูกใจ นอกเหนือจากเพลงที่เราชอบ ยังมีเพลงตามอารมณ์ของเรา ในกรณีที่เราขี้เกียจเลือกเพลงเอง ในแอปก็จะมีให้เราเลือก Playlist ตามอารมณ์ หรือช่วงเวลาที่เราอยากฟัง เช่น ฟังคลอระหว่างทำงาน หรือตอนเราอกหัก ก็มีให้เลือกเช่นกัน

การสร้าง Playlist เพลงเอง: การสร้าง Playlist นั้น สามารถทำได้ด้วยการไปที่ Your Library ก็จะมีปุ่ม Create Playlist สีเขียวใหญ่ๆ  เราก็กดสร้างได้เลย ซึ่งเราสามารถแชร์ หรือส่งลิงก์ให้คนอื่นได้ หรือจะให้เป็นส่วนตัวเฉพาะเราเองที่เห็นก็ได้เช่นกัน

This slideshow requires JavaScript.

  • เชื่อมกับ Runkeeper ในการฟังเพลงโดยเลือก Running โดยเราสามารถเลือกไปที่ Browse เลื่อนลงมาที่ Running จากนั้นก็เลือกรูปแบบการวิ่งของเรา มีให้เลือกหลากหลาย เช่น Gym Beats, Fun Run, Morning Run หรือ Evening Run ก็มีให้เลือก โดยตัวแอปสามารถเลือกเพลงตามจังหวะหัวใจของเราอย่างเหมาะสมได้ ในส่วนนี้ใช้ได้ในกรณีที่เราใช้แอปนี้ในการวิ่ง แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้แอปนี้ในการวิ่ง เราก็จะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะเคยลองใช้ แต่มันไม่ทำงานแบบอัตโนมัติในการเลือกเพลง เราต้องกด manual เลือกระดับการเต้นของหัวใจ แล้วก็จะได้เพลงที่เหมาะกับการวิ่งในตอนนั้นได้

ตารางเปรียบเทียบ มิวสิค สตรีมมิ่ง ทั้ง 3 แอป

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

มาเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวเอง ด้วยแอป “Grid Diary” กันเถอะ!

Published

on

ใครที่เพิ่งดูซีรี่ย์เลือดข้นคนจางจบ อาจจะคิดในใจว่า การเขียนไดอารี่นี่มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความทรงจำจริงๆ เพราะมันช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต แถมพอคนอื่นได้อ่าน ก็ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย อืม.. ไอ้คนอินกับซี่รี่ย์อย่างเราๆ ชักอยากจะเขียนเรื่องต่างๆ เพื่อบันทึกความทรงจำในแต่ละวันขึ้นมาบ้างแล้วสิ

คงต้องดาวน์โหลดแอป “Grid Diary” แอปไดอารี่เก๋ๆ มาไว้ในเครื่องหน่อยแล้ว เพราะแอปตัวนี้เขียนบันทึกได้ง่ายมาก ใช้งานลื่นไหล และมีฟีเจอร์ดีๆ เพียบ

ไปดูกันเลยดีกว่า

ขึ้นชื่อว่า Grid ก็บอกอยู่แล้วว่าแอปนี้จะเป็นไดอารี่ที่มาในลักษณะช่องๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของแอปนี้เลยล่ะ

วิธีการใช้งานแอปนั้นแสนจะสะดวก เพราะ Grid Diary จะมีหัวข้อในแต่ละช่องมาให้เรา ซึ่งก็ถือเป็นไกด์ไลน์อย่างดี เมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะลงรายละเอียดอะไรบ้าง และหากเราต้องการเปลี่ยนหัวข้อ ก็สามารถลงแล้วเขียนขึ้นเองได้

ในแต่ละหน้าไดอารี่ จะมีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวัน เช่น อารมณ์ในวันนั้นๆ หรือภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเขียนไดอารี่ ก็ควรที่จะใส่ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เวลากลับมาอ่านไดอารี่จะได้จำได้ถึงสภาพแวดล้อมและความรู้สึกในวันเก่าๆ และเมื่อต้องการเขียน เพียงแค่กดในช่องที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถทำการเขียนไดอารี่ได้เลย

ไดอารี่มีลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการสามารถกดเพิ่ม Activity Data ลงไป ซึ่งก็จะเชื่อมกับ “Health” ในสมาร์ทโฟนเรานั่นเอง ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว ใช้แคลอรี่ไปเท่าไหร่บ้าง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รูปได้ 5 รูป ในแต่ละวันด้วย ซึ่งหากเราต้องการใส่รูปภาพลงไปมากขึ้น ก็สามารถอัพเป็นเวอร์ชั่นโปรเพื่อใส่ภาพได้แบบไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกดใส่รูป รูปจะปรากฏอยู่ทางขวามือของไดอารี่

เมื่ออยู่ในหน้าหลัก Grid ที่ใส่รูปลงไป จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนี้

เรายังสามารถย้ายช่องแต่ละช่อง โดยการลากช่องสลับไปมาได้ด้วย รวมถึงการเพิ่มและการลบช่องต่างๆ ออกได้

หากหัวข้อยังไม่ถูกใจ ก็สามารถกดเพิ่มได้ โดยมีตัวเลือกให้เลือกอย่างหลากหลาย หรือจะกดเครื่องหมายไม้กายสิทธิ์ก็ได้ เราก็จะได้หัวข้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมสลับตำแหน่งกันไปมา

หากต้องการดูไดอารี่ที่เราเขียนแบบภาพรวมในแต่ละวันก็สามารถทำได้ โดยกดไอคอนรองสุดท้าย แล้วแอปก็จะแสดงผลไดอารี่ออกมาอย่างเป็นระเบียบ และอ่านง่ายสบายตา และหากเราต้องการแชร์ก็สามารถทำได้ในรูปแบบไฟล์ PDF รูปภาพ หรืออีเมลล์ ฯลฯ


และหากต้องการดูข้อมูลสถิติการเขียนของเรา ก็ให้กดไอคอนแรกสุด ซึ่งแอปก็จะสรุปข้อมูลต่างๆ ของเราออกมา เช่น จำนวนตัวอักษรที่เราเขียน จำนวนช่องที่เราใช้ อากาศ และอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปไดอารี่ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบไดอารี่ที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใครสนใจอยากจะเริ่มเขียนไดอารี่ Grid Diary เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

มาเพิ่มคุณค่าให้ Hashtag ด้วยแอป “Top Tags” กันเถอะ!

Published

on

ถ้าใครเล่น Instagram หรือ Twitter คงรู้กันดีว่า Hashtag นั้นสำคัญมากแค่ไหน เพราะเจ้า Hashtag ไม่ได้มีไว้ประดับบารมีให้แคปชั่นดูเก๋ไก๋อย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ในการเชื่อมให้คนอื่นๆ สามารถเห็นบัญชี Instagram และ Twitter ของเราได้ และยังเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในเรื่องราวที่ใกล้เคียงกันกับโพสต์ของเราด้วย ซึ่งก็ถือว่า Hashtag นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายบนโลกออนไลน์ทั้งหลาย คงตระหนักถึงประโยชน์ของ Hashtag กันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ คน อาจไม่ถนัดกับการใช้ Hashtag กันเท่าไหร่ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปดีๆ ที่ช่วยให้การใช้ Hashtag ของคุณทรงคุณค่ามากขึ้น! และแอปที่เราจะรีวิวในวันนี้ก็คือ “Top Tags

เจ้าแอป Top Tags เป็นแอปสร้าง Hashtag สำหรับบรรยายลงในรูปหรือโพสต์ของเรา ซึ่งจะเลือก Hashtag ที่ได้รับความนิยมหรือมีผู้ใช้จำนวนมากมาใช้ ซึ่งข้อดีของการใช้ Hashtag ที่ได้รับความนิยมก็คือคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ Hashtag เหล่านั้น และเมื่อต้องการสืบค้นเรื่องใดๆ ก็มักจะใช้ Hashtag ที่เป็นคีย์เวิร์ดที่คุ้นเคย ซึ่งก็หมายความว่า หากเราใช้ Hashtag ที่เป็นที่นิยม ย่อมส่งผลให้โพสต์ของเราถูกผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าถึงได้มากขึ้นนั่นเอง 


สำหรับวิธีการใช้งาน Top Tags ก็ไม่ยากเลย หากเราเลือกใช้แบบ “Top Tags” เราก็จะพบหมวดหมู่ของ Hashtag ต่างๆ ที่แอปจัดหมวดหมู่ไว้ให้ เช่น หมวดอาหาร หมวดท่องเทียว หมวดแฟชั่น เป็นต้น เมื่อเข้ามาในหมวดที่เราเลือกแล้ว เราก็สามารถกดเลือก Hashtag และปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดตามที่เราต้องการได้เลย

สำหรับใครที่อยากเลือก Hashtag ให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “custom tags” ได้ ซึ่งเราสามารถสร้าง Hashtag ขึ้นมา โดยอาจนำ Hashtag ที่จัดหมวดหมู่โดย Top tags มาดัดแปลง และเมื่อต้องการใช้ก็เพียงไปคัดลอกแล้วนำมาวางในโพสต์ของเราได้เลย แถมเรายังสามารถเข้าไปแก้ไขได้เรื่อยๆ ด้วย

ฟีเจอร์ถัดมา ที่มีประโยชน์สุดๆ ก็คือ “Tag Mixer” เป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถผสม Hashtag จากคีย์เวิร์ดหลายๆ อัน เช่น เราอยากใส่ Hashtag เกี่ยวกับเพื่อน เราก็ก็เลือก Friend และเราอยากใส่ Hashtag ที่เกี่ยวกับทะเลลงไปด้วย เราก็กดบวก beach ทีนี้แอปก็จะรวม Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เราต้องการลงไปแบบอัติโนมัติ

สำหรับฟีเจอร์สุดท้ายที่แอปนี้ทำได้ก็คือ การทำ bio ด้วยตัวอักษรเก๋ๆ ที่เค้าฮิตกันนั่นเอง วิธีใช้เจ้าฟีเจอร์ “Bio Editor” ก็ง่ายมาก เพียงแค่กด Add font แล้วเลือกแบบอักษรที่เราต้องการได้เลย และสามารถใส่ Hashtag ลงไปได้ด้วย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง แบไต๋ก็หวังว่าแอป Top Tags จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่หลงใหลการใช้ Instagram และ Twitter นะคะ ส่วนใครลองใช้แล้วได้ผลเป็นยังไง อย่าลืมเล่าฟีดแบคให้ฟังบ้างล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ขยับได้ด้วยแอป “Pixaloop”

Published

on

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นรูปถ่ายอนิเมชั่น ที่มีท้องฟ้าสวยๆ เคลื่อนไหวได้ของเหล่าเน็ตไอดอลในช่วงนี้ และอาจกำลังสงสัยว่าแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ให้เคลื่อนไหวอย่างนั้นได้อย่างไรกัน.. แบไต๋เลยอาสาไปหาวิธีแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านกัน

View this post on Instagram

สดใส🌤☀️🌥

A post shared by NATASCHA OFFICIAL (นาทัชชา) (@natascha_thai_germany) on

เครดิตจาก natascha_thai_germany

สำหรับแอปที่ใช้แต่งรูปท้องฟ้าและทำให้รูปเคลื่อนไหวได้ก็ใช้งานไม่ยากเลย นั่นก็คือแอป “Pixaloop” นั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง

หลังจากเปิดแอปมาแล้ว ให้เลือก “New Project” จากนั้นก็กดเลือกภาพที่เราต้องการแต่งท้องฟ้าได้เลย ซึ่งมีข้อแนะนำว่าเราควรเลือกรูปที่มีท้องฟ้า เพราะหากไม่มีท้องฟ้าในภาพเดิมจะไม่สามารถตกแต่งได้

จากนั้นจึงเลือกเมนู “Sky” และเลือกรูปท้องฟ้าที่เราต้องการได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบบที่เราสามารถเลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

เมื่อเลือกท้องฟ้ามาได้แล้ว ก็ได้เวลาตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีเมนูแตกย่อยต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ปรับความเข้ม-อ่อนของท้องฟ้า ปรับระดับเส้นขอบฟ้า เป็นต้น


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฉากท้องฟ้าสวยๆ ที่ขยับได้มาในภาพเราแล้ว และหากใครต้องการตกแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูป หรือการขยับรูปภาพไปยังทิศทางต่างๆ ก็สามารถทำได้

นอกจากแอป Pixaloop จะเสกภาพท้องฟ้าสวยๆ ให้กับรูปภาพเราแล้ว ยังสามารถทำภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจากการกดเมนู ”Animate” จากนั้นจัดการปักหมุด เพื่อสร้างขอบเขตว่าส่วนไหนที่เราต้องการให้ภาพอยู่นิ่งไม่ขยับ

จากนั้นก็ใช้ ”Path”ในการสร้างทิศทางการขยับของวัตถุนั้นๆโดยการใช้มือลากไปยังทิศทางที่เราต้องการให้ขยับ

หากต้องการปรับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้ไปที่ “speed”

หากภาพยังไม่เนียนหรือเรียบร้อยสบายตา สามารถเก็บรายละเอียดด้วย “Freeze” ได้อีกครั้ง โดยการจิ้มและลากทับบริเวณที่เราต้องการให้หยุดนิ่ง

หากต้องการบันทึกภาพ เพียงกดเครื่องหมายขวาบนของแอป จากนั้นสามารถกำหนดเวลาของภาพได้ ว่าเราต้องการกี่วินาทีด้วย “Duration” เสร็จแล้วภาพก็จะออกมามีมิติแบบนี้

ดาวน์โหลด

ใครจะรู้ว่าภาพสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมยังมีเวอร์ชั่น Pro ที่มีลูกเล่นอีกหลากหลายและใช้งานได้ดีอีกด้วย ใครสนใจก็ไปโหลดมาลองเล่นกันได้แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์ฟ้าสวย น้ำใสค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!