Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

เทียบกันให้ชัด Joox / Apple Music / Spotify ตัวไหนน่าใช้สุด

Published

on

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า “มิวสิค สตรีมมิ่ง” กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการฟังเพลงของคนไทย จากบทความ “มิวสิค สตรีมมิ่ง” วิถีการฟังเพลงที่กำลังพลิกโฉมวงการดนตรีในไทย ทำให้เห็นว่า

ประเทศไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด…“สมาร์ทโฟน” คือ อุปกรณ์หลักที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 85.5% สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่วันนี้อยู่ในทุกอณูของไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของคนไทยพี่นัท

ทำให้การฟังเพลงผ่านแอปในสมาร์ทโฟนเป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้ แอปที่เป็น “มิวสิค สตรีมมิ่ง” ที่เปิดบริการในไทยที่เป็นที่รู้จักกันมากคือ Joox, Apple Music และ Spotify ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน ลองมาสำรวจกันว่าแต่ละแอปเป็นอย่างไรกันบ้าง

Joox

ค่าบริการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้คุณภาพของเสียงการฟังเพลงPlaylistคุณสมบัติอื่น ๆ

แบบฟรี ให้ทำตามเงื่อนไขต่างๆ มีดังนี้

  • ชวนเพื่อน รับ VIP ฟรี 45 วัน
  • ฟังเพลงผ่านเว็บไซด์สนุก บน PC รับฟรี 5 วัน
  • แชร์เพลง รับ VIP 12 ชม.

แบบ VIP

  • VIP ราย 1 สัปดาห์ 69 บาท
  • VIP ราย 1 เดือน 129 บาท
  • VIP ราย 3 เดือน 349 บาท
  • VIP ราย 6 เดือน (ครึ่งปี) 629 บาท
  • VIP ราย 12 เดือน (1 ปี) 1,100 บาท

สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต: สามารถใช้งานได้กับ iPhone/iPad (iOS) และ อุปกรณ์ที่ใช้ Android

คอมพิวเตอร์:  สามารถเข้าไปฟังได้ที่ Sanook! Music

คุณภาพของเสียง ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการเชื่อมต่อ ทั้งแบบใช้ข้อมูล (3G/4G) และใช้ Wi-Fi มีดังนี้

  • ต่ำ  มีขนาดไฟล์ 0.5MB – 1MB / เพลง (ใช้ได้เฉพาะการเชื่อมต่อแบบใช้ข้อมูล 3G/4G)
  • ปกติ มีขนาดไฟล์ 1MB – 2MB / เพลง
  • กลาง มีขนาดไฟล์ 3MB – 4MB / เพลง
  • สูง (HQ) มีขนาดไฟล์ 6MB – 10MB / เพลง (เฉพาะ VIP)
  • สูงสุด (Hi-Fi) มีขนาดไฟล์ 20MB – 30MB (เฉพาะ VIP)

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อลองค้นหาเพลงดู ส่วนใหญ่จะเน้นไปเพลงไทยหรือสากลที่อยู่ในกระแส โดยเฉพาะเพลงไทยจะมีมากเป็นพิเศษ ส่วนเพลงเก่า คลาสสิก แบบเฉพาะทางนั้น ยังไม่ค่อยเจอเท่าไหร่ (โดยเฉพาะเพลงอนิเมะญี่ปุ่นที่ผู้เขียนชอบ ขนาดหาเพลง Chala Head Chala จากเรื่อง Dragonball ยังไม่เจอเลย) บางเพลงเก่า เมื่อลองค้นหากลับไม่เจอ เช่น เพลง ฤดูที่แตกต่าง เมื่อพิมพ์ไปตรงๆ จะไม่ปรากฏตรงส่วนของเพลง แต่จะมีตรงคำว่า ศิลปิน อัลบั้ม หรือเพลย์ลิสต์ แต่ถ้าพิมพ์ต่อท้ายกับ บอย โกสิยพงษ์ ถึงจะขึ้นมา บางเพลงก็ถูกจำกัด ถ้าเป็นแบบฟรี จะไม่สามารถฟังเพลงในกลุ่ม VIP ได้ ทำให้หลายครั้งที่อยากฟังเพลง ต้องไปกด VIP ฟรีก่อนถึงจะมาฟังได้ อาจจะเสียเวลาไปนิดนึงในการทำตามเงื่อนไข

เมื่อเวลาที่เราใช้งานแบบฟรี เมื่อเราฟังเพลงไปได้สักพัก เมื่อจบเพลงหนึ่ง ก็จะมีเสียงโฆษณาของแอปขึ้นมาเป็นระยะๆ อาจจะทำให้ใครรู้สึกสะดุดกับการฟังเพลงไปบ้าง แต่ถ้าเคยชินแล้วก็คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าใครไม่อยากให้มีโฆษณา คงต้อง VIP ละครับ

และยังมีการร่วมมือกับ DTS ผู้ให้บริการด้านระบบเสียง สามารถใช้งานได้ฟรี 3 เดือน

This slideshow requires JavaScript.

Playlist ในแอป: มีให้เลือกหลากหลายอารมณ์ดี ทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 9 เพลงฮิตในกระแส แนวเพลงที่เราชอบ (เช่น EDM Inter ลูกทุ่ง  K-Pop อินดี้ หมอลำ) หรือตาม Theme อารมณ์ของเรา (เช่น ผู้หญิงอกหัก เพลงฮิตฟีเจอร์ริ่ง เพลงชิลล์ชาวร็อค Throwback R&B และอื่นๆ) ก็มีให้เลือกฟัง

การสร้าง Playlist เพลงเอง: เนื่องด้วยการค้นหาเพลง ที่บางเพลงอยู่ในกลุ่ม VIP ทำให้เราไม่สามารถใส่ทุกเพลงที่ต้องการลงไปได้ เว้นแต่เราสมัคร VIP ไปตลอด ส่วนเวลาเราเลือกเพลงลงไปตามลำดับ เพลงที่ลงล่าสุดจะเป็นลำดับแรกที่เราเลือก ทำให้เราต้องมาจัดลำดับของเพลงเอง อาจจะยุ่งยากสำหรับใครที่ต้องการจัดเพลงใน Playlist ตามลำดับก่อนหลัง ที่ต้องมาจัดลำดับเพลงเองทุกเพลงที่เราเลือก

This slideshow requires JavaScript.

  • Lyric Card แชร์เนื้อเพลงท่อนที่ชอบ สามารถทำได้ด้วยการเลือก Lyric Card แล้วเลือกท่อนที่ชอบและสามารถแชร์ได้เลย
  • Sing เป็นการร้องเพลงคาราโอเกะ ลูกเล่นใหม่ของแอป ทำให้เราสามารถร้องเพลงที่เราชอบและสามารถเก็บบันทึกเสียงที่เราร้องได้ ซึ่งก็มีหลายเพลงที่เรารู้จัก สามารถร้องได้ แต่ก็ไม่สามารถร้องได้ทุกเพลง ต้องเป็นเพลงที่มีคำว่า Sing อยู่ในเพลง เมื่อเราเริ่มร้อง ก็จะต้องรอดาวน์โหลดสักครู่ ก็จะมีหน้าต่างเนื้อเพลงขึ้นมา เราสามารถปรับรูปแบบได้ ทั้งใส่เสียงร้องปกติเพื่อไกด์ให้เรา หรือจะตัดออกไปก็ได้ หรือจะปรับลดคีย์ของเพลงเพื่อให้เราร้องได้ง่ายขึ้นก็ได้ จะให้ตัด Intro ออก หรือจะให้จบตอนนั้น หรือเริ่มใหม่อีกครั้งก็ทำได้ เป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่น่าสนใจ ไว้สำหรับเราหัดร้องเพลงได้
  • คอลัมน์เพลง เป็นบทความ ความรู้ สิ่งที่น่าสนใจของเพลงมานำเสนอให้เราได้รู้
  • MV เราสามารถดูมิวสิควีดีโอเพลงที่เราชอบได้
  • Joox Live  รายการ การแสดง กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต ไลฟ์สไตล์ หรือรายการสนุกๆ ที่ดำเนินรายการโดยศิลปิน

Apple Music

ค่าบริการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้คุณภาพของเสียงการฟังเพลงPlaylistคุณสมบัติอื่น ๆ

แบบฟรี สามารถทดลองฟังได้สูงสุด 3 เดือน หลังจากนั้นต้องสมัครแบบเสียค่าบริการรายเดือน

แบบเสียค่าบริการรายเดือน ดังนี้

  • แบบนักศึกษา (ต้องมีการสมัครและยืนยันการลงทะเบียนโดย UNiDAYS ก่อน โดยใช้งานได้สูงสุด 48 เดือน หรือ 4 ปี) เดือนละ 69 บาท
  • แบบบุคคล เดือนละ 129 บาท
  • แบบครอบครัว (ฟังได้สูงสุด 6 คน และต้องใช้ “การแชร์กันในครอบครัว” ของ iCloud) เดือนละ 199 บาท

สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต: สามารถใช้งานได้กับ iPhone/iPad (มีติดตั้งให้กับระบบ iOS แล้ว) และ อุปกรณ์ที่ใช้ Android

คอมพิวเตอร์:  ต้องติดตั้งโปรแกรม iTunes เพื่อใช้งาน

อื่นๆ: สามารถใช้งานได้ใน Apple Watch Series 3 ขึ้นไป / อุปกรณ์สำหรับติดตั้งระบบ CarPlay บนรถ / ลำโพงไร้สาย Sonos

คุณภาพเสียงในการฟังสตรีม บิตเรทสูงสุดอยู่ที่ 256 kbps

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อลองค้นหาเพลงดู ก็มีหลายเพลงให้เราเลือก ทั้งเพลงในกระแส หรือเพลงเก่าก็สามารถค้นหาได้ เมื่อได้ลองค้นหาเพลง Chala Head Chala ก็มีอยู่หลายเวอร์ชั่น ทั้งเวอร์ชั่นต้นฉบับกับแบบ Live ของคุณ Hironobu Kageyama ที่มาร้องเอง กับเวอร์ชั่นที่วง Flow ร้องในอัลบั้ม Flow Anime Best Kiwami และยงมีอีกหลายเวอร์ชั่นที่มีการร้อง Cover ไว้ ซึ่งก็แล้วแต่เราจะเลือกฟังได้ ส่วนเพลงเก่า เมื่อลองหาเพลง ฤดูที่แตกต่าง ของคุณบอย โกสิยพงษ์ ก็มีให้เลือกทั้งจากอัลบั้มแรก Rhythm & Boyd อัลบั้ม Piano & I Part 2 ของคุณโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ หรือจากอัลบั้ม Nop from the Different Scene ก็มีเช่นกัน เราสามารถเลือกฟังกันได้สะดวกดี

เมื่อเราใช้งานกับ iTunes ที่คอมพิวเตอร์ของเรา เราสามารถนำเพลงของตัวเองใส่เข้าไปใน iCloud แล้วสามารถเพิ่มเพลงเข้าไปใน Playlist ของเราได้ ทำให้เราสามารถเอาเพลงอะไรก็ได้ของเรามาใส่ในระบบได้ ตราบเท่าที่เรามีพื้นที่ใน iCloud ตามที่เราสมัครฟรี (5 GB) หรือเสียเงินสมัครก็ได้ (50 GB: 35 บาท/เดือน, 200 GB: 99 บาท/เดือน, 2 TB: 349 บาท/เดือน)

ในเมนู Music Player เราสามารถเลือกได้ ทั้ง

  • Add to the Library เพิ่มเพลงไปในคลังของเรา
  • Add to a Playlist เพิ่มเพลงใน Playlist ของเราเอง
  • Create Station สร้างสถานีเพลงเป็นของเราเองได้
  • Share Song แชร์ลิงก์เพลงไปในสื่อสังคมออนไลน์ก็ได้

This slideshow requires JavaScript.

Playlist ในแอป: เมื่อเข้าไปที่ For You ก็จะพบกับ Playlist เพลง โดยจะจัดโดยเพลงที่เราชอบเปิดฟังบ่อยๆ หรือเพลง New Release ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ก็จะเอามาลงให้เราได้เห็นด้วย

การสร้าง Playlist เพลงเอง: การสร้าง Playlist นั้น สามารถทำได้ง่าย ด้วยการไปที่ Library เลือก New Playlist ใส่ชื่อ Playlist ใส่รายละเอียด ตั้งค่าว่าจะให้เห็นชื่อผู้สร้าง กับตั้งเป็นสาธารณะหรือไม่ ใส่เพลงที่เราชอบ จากนั้นกด Done โดยเราสามารถเลือกได้จาก Browse 

This slideshow requires JavaScript.

  • Connect Posts ข่าวสารของศิลปิน เราสามารถติดตามข่าวสารของศิลปินที่เราชื่นชอบ ด้วยการกด Follow โดยเราสามารถอ่านข่าว หรือ Comment ลงไปก็ได้
  • Radio สถานีเพลง ถ้าเราขี้เกียจแอดเพลงเอง ก็เลือกจากส่วนนี้ได้ ก็จะมีสถานีเพลงให้เราได้เลือกฟังได้หลากหลายดี

Spotify

ค่าบริการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้คุณภาพของเสียงการฟังเพลงPlaylistคุณสมบัติอื่นๆ

แบบฟรี ไม่สามารถเลือกเล่นเพลงได้เอง จะเล่นได้เฉพาะแบบสุ่มเท่านั้น

แบบเสียค่าบริการรายเดือน สามารถเลือกเพลงเล่นได้ มีดังนี้

  • Premium เดือนละ 129 บาท
  • Family (ใช้งานได้สูงสุด 6 คน รวมตััวเราเอง) เดือนละ 199 บาท

Desktop

  • แบบฟรี ได้คุณภาพเสียง Ogg Vorbis 160 kbps
  • แบบ Premium ได้คุณภาพเสียง 320 kbps

Web Player

  • แบบฟรี ได้คุณภาพเสียง AAC  128 kbps
  • แบบ Premium ได้คุณภาพเสียง 256 kbps

iPhone / iPad / Android

  • Normal – ได้คุณภาพเสียง 96kbit/s.
  • High – ได้คุณภาพเสียง 160kbit/s.
  • Extreme – ได้คุณภาพเสียง 320kbit/s.
  • Automatic – ขึ้นอยู่กับคุณภาพการเชื่อมต่อ

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อลองค้นหาเพลงดู ส่วนใหญ่จะเน้นไปเพลงไทยหรือสากลที่อยู่ในกระแส รวมไปถึงเพลง cover เมื่อลองค้นหาเพลง Chala Head Chala ดู ไม่พบเวอร์ชั่นต้นฉบับ เจอเป็นเวอร์ชั่น cover เป็นภาษาอื่น เช่น สเปน ฝรั่งเศส ด้วย แปลกดี ทำให้เราได้ฟังเพลงนี้ในภาษาอื่นด้วย ส่วนเพลงไทย เมื่อลองหาเพลง ฤดูที่แตกต่าง หรือ Season Change ก็พบเวอร์ชั่นต้นฉบับของ Rhythm & Boyd ต้นฉบับด้วย ส่วนผลการค้นหา ใกล้เคียงกับของ Apple Music ในการฟังเพลงปกติ ถ้าเป็นแบบฟรี เราสามารถเลือกเพลงฟังเองได้ ต้องกด Shuffle อย่างเดียว แต่ถ้าเราสมัครแบบเสียเงิน เราสามารถเลือกฟังเพลงใดก็ได้ ไม่ต้องกด Shuffle และเราสามารถดาวน์โหลดเพลงที่ด้านบนสุดของ Playlist ตรง Download กดสวิทช์ให้เป็นสีเขียว จากนั้นก็จะดาวน์โหลดเพลงลงเครื่องของเราได้

This slideshow requires JavaScript.

ในส่วนของ Browse ก็มีให้เราได้เลือกเพลงที่อยากค้นหา มีดังนี้

  • Charts เลือกเพลงจากชาร์ทเพลงที่น่าสนใจ
  • New Releases เลือกจากเพลงออกใหม่
  • Podcast รายการวิทยุที่น่าสนใจ
  • Concert เลือกจากงานคอนเสิร์ตที่ใกล้เราที่สุด

ส่วนของการเลือกเพลงตามอารมณ์ สามารถเลือกจากหน้า Browse นี้ก็ได้เช่นกัน

ในส่วนการฟังเพลงในคอมพิวเตอร์ เราสามารถเอาเพลงของเราลากใส่เข้าไปใน Playlist ได้ แต่ไม่สามารถแอดมาฟังในแอปของมือถือได้ ต้องฟังในคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

This slideshow requires JavaScript.

Playlist ในแอป: ในส่วนนี้ถือว่าทำได้ดี เพราะมีให้เราเลือกเยอะ และยังมีความฉลาดที่เลือกเพลง หรือแนวเพลงที่เราชอบไว้ในลำดับต้นๆ เพื่อให้เราสามารถเลือกฟังเพลงที่เราถูกใจ นอกเหนือจากเพลงที่เราชอบ ยังมีเพลงตามอารมณ์ของเรา ในกรณีที่เราขี้เกียจเลือกเพลงเอง ในแอปก็จะมีให้เราเลือก Playlist ตามอารมณ์ หรือช่วงเวลาที่เราอยากฟัง เช่น ฟังคลอระหว่างทำงาน หรือตอนเราอกหัก ก็มีให้เลือกเช่นกัน

การสร้าง Playlist เพลงเอง: การสร้าง Playlist นั้น สามารถทำได้ด้วยการไปที่ Your Library ก็จะมีปุ่ม Create Playlist สีเขียวใหญ่ๆ  เราก็กดสร้างได้เลย ซึ่งเราสามารถแชร์ หรือส่งลิงก์ให้คนอื่นได้ หรือจะให้เป็นส่วนตัวเฉพาะเราเองที่เห็นก็ได้เช่นกัน

This slideshow requires JavaScript.

  • เชื่อมกับ Runkeeper ในการฟังเพลงโดยเลือก Running โดยเราสามารถเลือกไปที่ Browse เลื่อนลงมาที่ Running จากนั้นก็เลือกรูปแบบการวิ่งของเรา มีให้เลือกหลากหลาย เช่น Gym Beats, Fun Run, Morning Run หรือ Evening Run ก็มีให้เลือก โดยตัวแอปสามารถเลือกเพลงตามจังหวะหัวใจของเราอย่างเหมาะสมได้ ในส่วนนี้ใช้ได้ในกรณีที่เราใช้แอปนี้ในการวิ่ง แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้แอปนี้ในการวิ่ง เราก็จะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะเคยลองใช้ แต่มันไม่ทำงานแบบอัตโนมัติในการเลือกเพลง เราต้องกด manual เลือกระดับการเต้นของหัวใจ แล้วก็จะได้เพลงที่เหมาะกับการวิ่งในตอนนั้นได้

ตารางเปรียบเทียบ มิวสิค สตรีมมิ่ง ทั้ง 3 แอป

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

ตื่นถูกเวลา ตื่นมาแล้วไม่งัวเงีย ด้วยแอป “Sleep cycle”

Published

on

เพราะการนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญ!

มาจัดเวลาการนอนหลับให้ถูกต้องกันเถอะ

หลายครั้งที่เราตื่นมาแล้วพบว่าเรายังงัวเงียและอยากนอนต่อ แม้ว่าเราจะนอนมา 8 ชั่วโมงเต็มๆ แล้วก็ตาม ซึ่งนั่นก็ทำให้การตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและทำกิจวัตรประจำวันได้เต็มที่เป็นเรื่องยากมากขึ้น ซึ่งหลายครั้งเราก็ได้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมกันนะ? ทำไมฉันยังรู้สึกง่วงอีก ขนาดนอนทั้งวันทั้งคืนแบบนี้แล้ว! แท้จริงแล้วในทางวิทยาศาสตร์ได้มีคำอธิบายไว้ว่า การนอนของคนเราแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือช่วง REM (Rapid Eye Movement) และช่วง NON REM (Non Rapid Eye Movement)

NON REM

เป็นช่วงของการนอนตั้งแต่เริ่มหลับ โดยทั่วไปจะไม่ค่อยฝัน หรือหากฝันมักจะเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ลำดับขั้น คือ

  1. ช่วงที่เราเพิ่งเริ่มหลับหรือประมาณ 5-10 นาทีแรกหลังหลับตาลง ช่วงนี้สมองจะเริ่มทำงานช้าลง แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้ จะไม่ค่อยงัวเงีย
  2. ช่วงรอยต่อระหว่างการเริ่มหลับไปยังหลับลึก ช่วงนี้หัวใจจะเริ่มเต้นช้าลง อุณหภูมิในร่างกายจะเริ่มลดลงเล็กน้อย โดยช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 20 นาที การนอนมาถึงช่วงนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความจำระยะสั้นและการเพิ่มสมาธิ การตื่นในช่วงนี้ยังทำให้เราไม่รู้สึกงัวเงียด้วย นั่นหมายความว่าหากเรานอน 30-40 นาที สมองในส่วนของการเก็บข้อมูลก็จะได้รับการกระตุ้นการทำงานแล้ว
  3. มาถึงช่วงที่หลับลึกแล้ว ช่วงนี้หากเราถูกปลุกขึ้นมาจะทำให้เรารู้สึกงัวเงียได้ ช่วงนี้ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ มีการหลั่ง Growth Hormone ออกมา ทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซม การนอนมาถึงช่วงนี้จึงเป็นการชาร์จแบตร่างกายแบบเต็มพลัง

RTBF.be

REM

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สมองจะทำงานใกล้เคียงกับตอนที่เราตื่น ช่วงนี้ร่างกายจะสามารถเปลี่ยนจากช่วงหลับ ไปยังช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่นได้ การนอนหลับช่วง REM จะช่วยเรื่องการเรียนรู้ถาวร และการสร้างจินตนาการ

เหตุผลที่เรานอนมาหลายชั่วโมง แต่ตื่นมายังรู้สึกงัวเงีย

เรื่องนี้ได้ถูกอธิบายไว้ว่า เกิดจากการที่เราถูกปลุกอยู่เรื่อยๆ ในการนอนระดับตื้นๆ หรือถูกปลุกให้ตื่นในช่วง Non REM ช่วง 3 นั่นเอง

ดังนั้นเราจึงจะเห็นว่าการตื่นให้ถูกช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ จนมีเรื่องของกฎ 90 นาทีเกิดขึ้น นั่นคือ NON REM ประมาณ 80 นาที และ REM อีก 10 นาที และเข้าสู่ระยะ REM โดยจะวนในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ หากเราตื่นในช่วงหลับลึกก็จะทำให้เรารู้สึกงัวเงียเมื่อเราตื่นขึ้น ตรงกันข้ามหากเราตื่นในช่วงหลับตื้น (ช่วงที่จบวงจรพอดี) เราก็จะตื่นมาแบบสดใสสุดๆ

ซึ่งก็มีโปรแกรมที่ช่วยคำนวณเวลาในการนอนหลับ-ตื่นนอนให้เราอยู่ นั่นคือ https://sleepyti.me ซึ่งมีวิธีการใช้งานง่ายๆ คือ กรอกเวลาที่เราต้องการตื่นนอนลงไป แล้วโปรแกรมจะบอกเวลาที่เราควรเข้านอน ซึ่งเราก็ควรแพลนดีๆ เนื่องจากต้องเผื่อเวลาสำหรับการง่วงนอนและหลับไปในที่สุด (โดยมีค่าเฉลี่ยการเริ่มง่วงจนถึงนอนหลับประมาณ 14 นาที)

หรือกดเลือกฟีเจอร์นอนตอนนี้ ตัวโปรแกรมก็จะบอกเวลาที่เราควรตื่นนอน

นอกจากนี้หากเราต้องการความแม่นยำมากอีกขั้น ก็สามารถใช้แอปที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการนอนหลับ เช่น “Sleep cycle” ได้
โดยหลังจากที่เราได้เวลาการตื่นนอนจาก https://sleepyti.me แล้ว ก็นำมาตั้งต่อที่ sleep cycle โดยวิธีใช้งานก็คือให้เรานำโทรศัพท์มาไว้ใกล้ตัวเราตอนนอน (อย่าลืมชาร์จแบตไปด้วย) จากนั้นแอปจะทำการจับการเคลื่อนไหวเรา แล้วประมวลผลว่าช่วงที่เราหลับตื้น สมควรโดนปลุกคือช่วงไหน ซึ่งเวลาที่เราตั้งไว้ ก็อาจไม่ตรงกับที่เราโดนปลุก แต่จะเป็นเวลาประมาณ เช่น เราตั้งไว้ 11.30 แอปอาจจะปลุกเราได้ตั้งแต่ 11.00-11.30 เป็นต้น

ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ว่าอยากให้ปลุกเร็วที่สุดได้กี่นาที

เลือกเสียง เลือกการตั้งสั่น และระยะเวลาในการปลุกได้ด้วย

ตั้งค่าได้ว่าเราต้องการให้ปลุกในวันใดบ้าง

ดาวน์โหลด

จากผลการทดสอบก็พบว่าตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดใส ตื่นง่าย ไม่งัวเงียจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดจากความรู้สึกส่วนตัวที่คิดไปเองหรือเปล่า คุณผู้อ่านท่านไหนใช้แล้วรู้สึกว่ามันช่วยในเรื่องการตื่นนอนจริงๆ มาบอกฟีดแบคให้ฟังด้วยนะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ที่น่าสนใจสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ bangkokhealth.com

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

สร้าง Intro ให้คลิปวิดีโอง่ายๆ ด้วยแอป “Vlogit” แอปที่ YouTuber ต้องมี!

Published

on

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็น YouTuber ทำ Intro เจ๋งๆ ก่อนคลิปวิดีโอกันมามาก และก็คงอยากจะทำตามบ้าง แต่มันช่างไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะ YouTuber มือใหม่ ที่เพิ่งเปิดช่องได้ไม่นาน ครั้นจะลงทุนจ้างทำ ก็ดูเหมือนว่าราคาจะสูงลิ่วเกินไป! แบไต๋เข้าใจดี วันนี้เลยไปสรรหาแอปฟรีที่ใช้งานได้ดีมาฝากกัน นั่นคือแอป “Vlogit” นั่นเอง

Vlogit เป็นแอปตัดวิดีโอคุณภาพอีกแอปหนึ่ง ที่ใช้งานง่าย มีลูกเล่นเยอะ และที่สำคัญคือฟรี!

เดี๋ยวเรามาสร้าง Intro

ด้วย Vlogit กันเลยดีกว่า

เมื่อเปิดแอปแล้ว เราสามารถเลือกได้ว่าจะสร้างวิดีโอจากรูปภาพหรือคลิปวิดีโอที่เรามีอยู่แล้ว หรือจะเลือกจาก Title สำเร็จรูปที่มีมาให้แล้วดัดแปลงเอาก็ได้ แต่ถ้าใครอยากให้มันเก๋ไก๋ด้วยฝีมือตัวเองล้วนๆ ก็เลือก color ได้เลย

Title สำเร็จรูป

สามารถดัดแปลง Title ได้เลย

เลือก Color เพื่อสร้างพื้นหลังของตนเอง

หลังจากเลือกสีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาสร้างตัวอักษร เราอาจเลือกจากแพทเทิร์นพื้นฐานที่มีมาให้เลย หรือจะดัดแปลง หรือสร้างใหม่ทั้งหมดก็ได้ ซึ่งแม้ว่าฟ้อนท์จะค่อนข้างมีจำนวนน้อย และเฉดสีจำกัด แต่ถ้าใช้ฝีมือศิลป์ๆ หน่อย ก็ทำออกมาได้สวยงามอย่างมืออาชีพได้

แพทเทิร์นสำเร็จรูป

ฟ้อนท์ตัวอักษร

ข้อดีคือมีตัวอักษรแบบ Animation ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะทำให้ Intro ขอเราสวยงามอย่างกับจ้างทำเลยทีเดียว

เมื่อจัดการสร้างตัวอักษรเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาในการตกแต่งเพิ่ม ซึ่งตัวแอปก็มีลูกเล่นให้เยอะพอสมควรเลย

Sticker ตัวนี้ใช้ตกแต่ง Intro ให้น่าสนใจได้ขึ้นเยอะเลย และถ้าเราเข้า GIF เราจะสามารถโหลด GIF สวยๆ มาตกแต่งได้แบบไม่จำกัดเลย อยากได้อะไรก็กด search ได้เลย

เมื่อเลือก sticker ได้แล้ว เราก็สามารถตั้งเวลาได้ว่าจะให้แต่ละอันออกมาตอนไหน และหายไปตอนไหน

มาต่อกันที่ Audio หรือการใส่เสียงให้กับ Intro ของเรา ซึ่งเราก็สามารถเลือกได้ทั้งจากเพลงหรือ Effects ที่ตัวแอปมีมาให้ ซึ่งก็ถือว่ามีตัวเลือกเยอะพอสมควรหรือจะโหลดจาก iTunes ก็ได้

สามารถใส่ voiceover ได้ด้วย

หรือจะเพิ่มคลิปวิดีโอหรือรูปภาพมาใส่ก็ด้วย และหากเป็นวิดีโอสามารถเร่งความเร็วและกลับด้านได้ด้วย และสามารถใส่ Filter และตกแต่งสีได้ด้วย ซึ่ง Filter ก็มีให้เลือกเยอะพอสมควรแถมยังโหลดเพิ่มได้ด้วย

เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็ให้กดเครื่องหมาย Export ด้านบนขวา เป็นอันเสร็จสิ้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายและทำออกมาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ใครที่อยากมี Intro ที่ดูมืออาชีพต้องห้ามพลาดแอปนี้เด็ดขาด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

ฝึกภาษาอังกฤษแบบเอนจอยกับเสียงเพลงด้วยแอป “LyricsTraining”

Published

on

การฝึกภาษาอังกฤษแต่ในตำราอาจทำให้เรารู้สึกเบื่อได้ง่ายๆ อ่านหนังสือไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็พาลให้เบื่อแล้ว แต่หากมีวิธีฝึกภาษาอังกฤษเสริมวิธีอื่นๆ ที่สนุกสนานเพลิดเพลินไปด้วย ก็จะทำให้คุณสนุกไปกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปฝึกภาษาอังกฤษดีๆ ที่จะทำให้คุณได้ฝึกทักษะการฟังอย่างแอป “LyricsTraining” หรือแอปฝึกภาษาอังกฤษจากการเติมเนื้อเพลงนั่นเอง

 มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

หลังจากกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ประเทศ และภาษาที่ต้องการฝึกแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าจอของการเลือกเนื้อเพลงที่เราต้องการเล่นเกม

ตัวแอปก็มี MV ให้เราเลือกเล่นอย่างหลากหลายเลยทีเดียว ทั้งเพลงเก่า เพลงใหม่ รวมถึง Trailer หนังด้วย

จะเลือกตามชนิดของเพลงก็ได้ ใครอยากเล่นแบบฮาร์ดคอร์สุดๆ แนะนำเป็นเพลง Hip-Hop เลย

หลังจากเลือกเพลงที่เราอยากเล่นได้แล้ว เราก็สามารถเข้า Karaoke เพื่อฟังและดูเนื้อเพลงก่อนได้ อย่าลืมฟังไป ร้องไปสัก 2-3 รอบ จะได้พัฒนาหลายๆ ทักษะไปพร้อมๆ กันค่ะ

หลังจากนั้นก็กดเข้าเล่นเกม ด้วย Multiple choice ได้เลย

ซึ่งก็จะมีระดับความยากง่ายให้เราเลือก แนะนำว่าเพิ่งหัดเล่นก็เริ่มจาก Beginner ไปก่อน จากนั้นค่อยไปที่ Intermediate และเพิ่มความยากไปเรื่อยๆ ตามลำดับ

แอปจะให้เราเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องของคำที่หายไป เราก็เล่นไปเรื่อยๆ

ระดับ Beginner

ระดับ Expert

เมื่อจบเกมก็จะสรุปคะแนน พร้อมลำดับคะแนนของผู้เล่นคนอื่นๆ

ดาวน์โหลด

ใครที่อยากฝึกทักษะการฟัง รวมถึงเรียนรู้คำศัพท์แบบเอนจอยชีวิต ก็ลองโหลดเกมนี้มาเล่นดู เล่นทุกวัน วันละเพลง สองเพลง.. ไม่นานเกินรอ ภาษาอังกฤษของคุณต้องพัฒนาขึ้นแน่ๆ และถ้าจะให้ดีอย่าลืมดูซีรีส์ภาษาอังกฤษบ่อยๆ ด้วยล่ะ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!