Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

UniChat คุยเฟื่องเรื่องอาหารกับดาวคณะเกษตร สาขาอาหารและโภชนาการ

ผู้ชม 1,741 ครั้ง!

“เกษตรกรรม” ยังถือเป็นอาชีพหลักของไทย และไทยเองก็ถือเป็นหนึ่งในผู้นำโลกในการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตร.. ด้วยเหตุนี้เองที่เราควรให้ความสำคัญและสนใจเกี่ยวกับเกษตรศาสตร์ และปัจจุบันก็มีคณะเกษตรศาสตร์เกิดขึ้นในหลายมหาวิทยาลัย วันนี้แบไต๋เลยจะมาล้วงลึกถึงหนุ่มสาวคณะนี้ ว่าเค้าเรียนอะไร ทำกิจกรรมอะไรกันมาบ้าง ไปพบกับ บีม – สิริมนต์ เกษมภิมุกต์โภคิน สาวคณะเกษตรศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กันเลยค่ะ

ทำไมบีมถึงเลือกเรียนคณะเกษตรศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการคะ

เพราะว่าบีมเคยลองทำอาหารอยู่ 2-3 เมนู แล้วรู้สึกชอบ เลยเลือกเรียนสาขานี้ จะได้ทำอาหารได้หลากหลายและทำให้ครอบครัวทานด้วย และมันมีคำว่าโภชนาการ เลยรู้สึกว่ามันน่าจะทำให้เราสามารถรู้ข้อดีข้อเสียของการกินแต่ละอย่างได้ เลยเลือกด้านนี้

คนชอบคิดว่าคณะเกษตร เรียนแต่พวกเกษตรกรรม แต่จริงๆ แล้ว เรียนอะไรบ้างคะ

ในฐานะคนที่เรียน บีมต้องบอกเลยก่อนว่า ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้ ก็มีคำถามแบบนี้อยู่ในความคิดเหมือนกัน แต่พอบีมได้มาสัมผัส บีมกลับเข้าใจตรรกะของธรรมชาติมากขึ้นกับคณะนี้ เพราะเราไม่สามารถเดินเข้าไปในป่าเพื่อที่จะเจอพันธุ์พืชใหม่ๆ เราคิดค้นและวิจัยสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา เรียนรู้ในทุกๆ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เรามีอาหารไว้บริโภค เริ่มจากปีแรกที่เน้นวิชาพื้นฐานในทุกๆ แขนง เพื่อต่อยอดในปีที่ 2 ที่แต่ละคนจะเริ่มชัดเจนกับแขนงวิชาที่ตนเองสนใจ เช่น พืชไร่ พืชสวน สัตวบาลหรือแม้กระทั่งอาหาร

ในปีที่ 3 เป็นการลงลึกถึงศาสตร์ที่เลือกนั้นๆ และปีที่ 4 เป็นการเรียนเพื่อมุ่งเน้นเพื่อการต่อยอด ควบคู่กับการฝึกงาน ในสายงานของตน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นความพิเศษที่น่าสนใจเกินกว่า คนภายนอกจะมองว่า เรียนเพื่อมาจับจอบ จับเสียม อย่างแน่นอนค่ะ

วิชาโปรดของบีมล่ะ

วิชา human nutrition ค่ะ เป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับ การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารแต่ละประเภท ก็มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน รวมถึงเกลือแร่และวิตามิน ถ้าทานในปริมาณที่พอดี มันก็จะเป็นประโยชน์แก่ร่างกาย แต่ถ้าทานมากเกินไป มันจะเป็นผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งก็จะมีเรียนเรื่องโรค ที่ถ้าขาดหรือได้รับมากเกินไป จะแสดงลักษณะออกมาเป็นยังไงบ้างค่ะ

อยากเรียนด้านอาหารและโภชนาการ ต้องสนใจหรือมีความถนัดด้านไหนบ้าง

มีความสนใจในเรื่องของอาหารค่ะ สนใจแบบควรกินไข่เจียวหรือไข่ต้ม อิ่มเหมือนกัน มีโปรตีนเหมือนกัน แต่จะเลือกอะไรที่ส่งผลดีต่อร่างกายเรามากที่สุด อะไรประมาณนี้ค่ะ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนการไดเอตแบบไม่อดอาหารค่ะ แต่แค่เลือกทานในสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า

เล่าประสบการณ์การเป็นดาวมหาวิทยาลัยให้ฟังหน่อยค่ะ 

ตอนประกวดก็สนุกดีค่ะ ได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ ไม่ว่าจะเดินแบบ ตอบคำถาม การโพสต์ท่า การยืน การเดินบนส้นสูงนานๆ การยิ้มจนเจ็บแก้ม (หัวเราะ) แต่ก็ทำให้บีมมีความมั่นใจมากขึ้น มีความกล้ามากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการฝึกซ้อมจากพี่ๆในคณะของบีม ที่จบไปแล้วและยังเรียนอยู่เข้ามาสอนสิ่งที่บีมขาด ทำให้ได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยมาค่ะ พอได้ตำแหน่ง ก็มีการเรียกใช้จากทางมหาวิทยาลัยให้เป็นตัวแทนนิสิตในการประกาศข่าวสารต่างๆ พูดเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัย

กิจกรรมอื่นๆ ที่บีมเคยทำที่มหาวิทยาลัย

มีเยอะมากเลยกิจกรรมที่ทำกับมหาวิทยาลัย มีทั้งถ่ายรูปเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม ถือป้ายคณะของงานกีฬาเฟรชชี่ แต่โดยส่วนตัวจะชอบกิจกรรมที่มีการถ่ายรูป เพราะชอบถ่ายรูป ชอบที่จะจิกกล้อง สู้กับกล้อง ยิ้มให้กล้อง (หัวเราะ)

กิจกรรมในคณะสุดมันส์ ที่บีมชอบ

กิจกรรมในคณะเกษตรมีค่อนข้างเยอะค่ะ ตั้งแต่รับน้อง กีฬา 4 ชั้นปี แต่ไฮไลท์ของกิจกรรมในคณะบีมคิดว่าคือ ปลูกและเกี่ยวข้าวค่ะ เพราะมีไม่บ่อยนักที่คนในกรุงเทพจะได้สัมผัสบรรยากาศการปลูกข้าว การดำนา ซึ่งตอนแรกบีมตื่นเต้นมาก และพอได้ทำก็รู้เลยว่า กว่าจะได้เม็ดข้าวแต่ละเม็ดให้ได้กิน มันยากมากๆ เลย

แรงบันดาลใจในการเรียน

แรงบันดาลใจคือครอบครัวค่ะ เพราะที่หอพักบีมจะมีโพสอิทแปะที่กำแพง และเขียนว่า “ต้องสู้เพื่อครอบครัว” ทุกครั้งที่บีมอ่านหนังสือและรู้สึกเบื่อหรือขี้เกียจอ่านแล้ว หรือรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน บีมก็จะมองที่โพสอิทนี้และฮึบ!! ต้องสู้เพื่อครอบครัว!! จะยอมแพ้ไม่ได้ ครอบครัวเราต้องสบายค่ะ

เคยทำรายการพากินด้วย 

วันที่ถ่ายบอกได้เลยว่า อิ่มเป็นอาทิตย์ (หัวเราะ) เพราะว่าในวันที่ถ่ายทำ คือบีมตระเวนกินรอบมหาวิทยาลัยจริงๆ ในวันเดียว และไปจบที่ร้านบอร์ดเกมส์ แต่บรรยากาศระหว่างถ่ายก็สนุกดีค่ะ ได้ลองอะไรที่แปลกใหม่ อย่างเป็นพิธีกร เพราะปกติก็พูดไม่ค่อยเก่งด้วย เลยได้พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นนึง

ถ้าแวะไปแถวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทานอะไรดีคะ

อันนี้ต้องบอกก่อนว่าบีมไม่ใช่สายกิน (หัวเราะ) เลยไม่ค่อยรู้เรื่องร้านอาหารแถวมหาวิทยาลัยสักเท่าไหร่ แต่ที่บีมจะชอบไปกินก็มีร้าน Sam Steak and More มีหลายสาขาเลยค่ะ ตรงข้ามประตูงาม1 เมนูแนะนำก็มันบดชีส สเต็กปลาแซลมอน และมีร้าน Dairy Queen ที่เพิ่งเปิดใหม่ ตรงประตูงาม1 บีมชอบกินวนิลาอัลมอนด์ค่ะ

แนะนำเมนูอาหารสำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพในระยะยาวหน่อยค่ะ

บีมว่ามันไม่มีเมนูตายตัวหรอกว่ากินเมนูนี้แล้วสุขภาพจะดี มันอยู่ที่วิถีชีวิต ดีที่สุดคือการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่แก้ไขในปลายเหตุ วิธีดูแลสุขภาพในระยะยาวเลย ง่ายที่สุดคือเรื่องการกิน กินอย่างพอดีกับสรีระของตัวเอง กินสารอาหารอย่างเพียงพอให้ครบทุกหมู่ ลดละเลิกพวกน้ำหวานปรุงแต่งสีกลิ่นรสต่างๆ หรือแอลกอฮอล์ หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด รวมทั้งออกห่างจากสารเสพติด และที่ไม่ทำไม่ได้คือ การทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจดี ทั้งการออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ คิดบวก และไม่เห็นแก่ตัว บีมว่าเพียงเท่านี้ ทุกคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็มีสุขภาพที่ดีได้แล้วค่ะ

แนะนำแอปที่บีมชอบใช้

แนะนำเป็นแอปทำอาหารแล้วกันนะคะ เผื่อใครมาอ่านเจอจะได้ลองโหลดมาใช้กัน บีมชอบ Cookpad ค่ะ มีเมนูอาหารดีๆ จากทั่วมุมโลกเลย ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกทานอะไรที่มีประโยชน์ และจะเลือกสรรวัตถุดิบดีๆ ยังไง

bristol-business.net

ดาวน์โหลด

วันนี้ก็เก็บเกี่ยวข้อมูลเกี่ยวกับสาขาอาหารและโภชนาการไปพอสมควร แถมยังได้ข้อคิดดีๆ ในการดูแลสุขภาพกลับไปอีก ส่วนคราวหน้าจะพาไปพบกับสาวๆ คณะอะไร ก็อย่าลืมติดตามอ่านกันนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

มาเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวเอง ด้วยแอป “Grid Diary” กันเถอะ!

Published

on

ใครที่เพิ่งดูซีรี่ย์เลือดข้นคนจางจบ อาจจะคิดในใจว่า การเขียนไดอารี่นี่มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความทรงจำจริงๆ เพราะมันช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต แถมพอคนอื่นได้อ่าน ก็ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย อืม.. ไอ้คนอินกับซี่รี่ย์อย่างเราๆ ชักอยากจะเขียนเรื่องต่างๆ เพื่อบันทึกความทรงจำในแต่ละวันขึ้นมาบ้างแล้วสิ

คงต้องดาวน์โหลดแอป “Grid Diary” แอปไดอารี่เก๋ๆ มาไว้ในเครื่องหน่อยแล้ว เพราะแอปตัวนี้เขียนบันทึกได้ง่ายมาก ใช้งานลื่นไหล และมีฟีเจอร์ดีๆ เพียบ

ไปดูกันเลยดีกว่า

ขึ้นชื่อว่า Grid ก็บอกอยู่แล้วว่าแอปนี้จะเป็นไดอารี่ที่มาในลักษณะช่องๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของแอปนี้เลยล่ะ

วิธีการใช้งานแอปนั้นแสนจะสะดวก เพราะ Grid Diary จะมีหัวข้อในแต่ละช่องมาให้เรา ซึ่งก็ถือเป็นไกด์ไลน์อย่างดี เมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะลงรายละเอียดอะไรบ้าง และหากเราต้องการเปลี่ยนหัวข้อ ก็สามารถลงแล้วเขียนขึ้นเองได้

ในแต่ละหน้าไดอารี่ จะมีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวัน เช่น อารมณ์ในวันนั้นๆ หรือภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเขียนไดอารี่ ก็ควรที่จะใส่ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เวลากลับมาอ่านไดอารี่จะได้จำได้ถึงสภาพแวดล้อมและความรู้สึกในวันเก่าๆ และเมื่อต้องการเขียน เพียงแค่กดในช่องที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถทำการเขียนไดอารี่ได้เลย

ไดอารี่มีลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการสามารถกดเพิ่ม Activity Data ลงไป ซึ่งก็จะเชื่อมกับ “Health” ในสมาร์ทโฟนเรานั่นเอง ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว ใช้แคลอรี่ไปเท่าไหร่บ้าง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รูปได้ 5 รูป ในแต่ละวันด้วย ซึ่งหากเราต้องการใส่รูปภาพลงไปมากขึ้น ก็สามารถอัพเป็นเวอร์ชั่นโปรเพื่อใส่ภาพได้แบบไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกดใส่รูป รูปจะปรากฏอยู่ทางขวามือของไดอารี่

เมื่ออยู่ในหน้าหลัก Grid ที่ใส่รูปลงไป จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนี้

เรายังสามารถย้ายช่องแต่ละช่อง โดยการลากช่องสลับไปมาได้ด้วย รวมถึงการเพิ่มและการลบช่องต่างๆ ออกได้

หากหัวข้อยังไม่ถูกใจ ก็สามารถกดเพิ่มได้ โดยมีตัวเลือกให้เลือกอย่างหลากหลาย หรือจะกดเครื่องหมายไม้กายสิทธิ์ก็ได้ เราก็จะได้หัวข้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมสลับตำแหน่งกันไปมา

หากต้องการดูไดอารี่ที่เราเขียนแบบภาพรวมในแต่ละวันก็สามารถทำได้ โดยกดไอคอนรองสุดท้าย แล้วแอปก็จะแสดงผลไดอารี่ออกมาอย่างเป็นระเบียบ และอ่านง่ายสบายตา และหากเราต้องการแชร์ก็สามารถทำได้ในรูปแบบไฟล์ PDF รูปภาพ หรืออีเมลล์ ฯลฯ


และหากต้องการดูข้อมูลสถิติการเขียนของเรา ก็ให้กดไอคอนแรกสุด ซึ่งแอปก็จะสรุปข้อมูลต่างๆ ของเราออกมา เช่น จำนวนตัวอักษรที่เราเขียน จำนวนช่องที่เราใช้ อากาศ และอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปไดอารี่ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบไดอารี่ที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใครสนใจอยากจะเริ่มเขียนไดอารี่ Grid Diary เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

มาเพิ่มคุณค่าให้ Hashtag ด้วยแอป “Top Tags” กันเถอะ!

Published

on

ถ้าใครเล่น Instagram หรือ Twitter คงรู้กันดีว่า Hashtag นั้นสำคัญมากแค่ไหน เพราะเจ้า Hashtag ไม่ได้มีไว้ประดับบารมีให้แคปชั่นดูเก๋ไก๋อย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ในการเชื่อมให้คนอื่นๆ สามารถเห็นบัญชี Instagram และ Twitter ของเราได้ และยังเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในเรื่องราวที่ใกล้เคียงกันกับโพสต์ของเราด้วย ซึ่งก็ถือว่า Hashtag นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายบนโลกออนไลน์ทั้งหลาย คงตระหนักถึงประโยชน์ของ Hashtag กันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ คน อาจไม่ถนัดกับการใช้ Hashtag กันเท่าไหร่ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปดีๆ ที่ช่วยให้การใช้ Hashtag ของคุณทรงคุณค่ามากขึ้น! และแอปที่เราจะรีวิวในวันนี้ก็คือ “Top Tags

เจ้าแอป Top Tags เป็นแอปสร้าง Hashtag สำหรับบรรยายลงในรูปหรือโพสต์ของเรา ซึ่งจะเลือก Hashtag ที่ได้รับความนิยมหรือมีผู้ใช้จำนวนมากมาใช้ ซึ่งข้อดีของการใช้ Hashtag ที่ได้รับความนิยมก็คือคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ Hashtag เหล่านั้น และเมื่อต้องการสืบค้นเรื่องใดๆ ก็มักจะใช้ Hashtag ที่เป็นคีย์เวิร์ดที่คุ้นเคย ซึ่งก็หมายความว่า หากเราใช้ Hashtag ที่เป็นที่นิยม ย่อมส่งผลให้โพสต์ของเราถูกผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าถึงได้มากขึ้นนั่นเอง 


สำหรับวิธีการใช้งาน Top Tags ก็ไม่ยากเลย หากเราเลือกใช้แบบ “Top Tags” เราก็จะพบหมวดหมู่ของ Hashtag ต่างๆ ที่แอปจัดหมวดหมู่ไว้ให้ เช่น หมวดอาหาร หมวดท่องเทียว หมวดแฟชั่น เป็นต้น เมื่อเข้ามาในหมวดที่เราเลือกแล้ว เราก็สามารถกดเลือก Hashtag และปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดตามที่เราต้องการได้เลย

สำหรับใครที่อยากเลือก Hashtag ให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “custom tags” ได้ ซึ่งเราสามารถสร้าง Hashtag ขึ้นมา โดยอาจนำ Hashtag ที่จัดหมวดหมู่โดย Top tags มาดัดแปลง และเมื่อต้องการใช้ก็เพียงไปคัดลอกแล้วนำมาวางในโพสต์ของเราได้เลย แถมเรายังสามารถเข้าไปแก้ไขได้เรื่อยๆ ด้วย

ฟีเจอร์ถัดมา ที่มีประโยชน์สุดๆ ก็คือ “Tag Mixer” เป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถผสม Hashtag จากคีย์เวิร์ดหลายๆ อัน เช่น เราอยากใส่ Hashtag เกี่ยวกับเพื่อน เราก็ก็เลือก Friend และเราอยากใส่ Hashtag ที่เกี่ยวกับทะเลลงไปด้วย เราก็กดบวก beach ทีนี้แอปก็จะรวม Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เราต้องการลงไปแบบอัติโนมัติ

สำหรับฟีเจอร์สุดท้ายที่แอปนี้ทำได้ก็คือ การทำ bio ด้วยตัวอักษรเก๋ๆ ที่เค้าฮิตกันนั่นเอง วิธีใช้เจ้าฟีเจอร์ “Bio Editor” ก็ง่ายมาก เพียงแค่กด Add font แล้วเลือกแบบอักษรที่เราต้องการได้เลย และสามารถใส่ Hashtag ลงไปได้ด้วย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง แบไต๋ก็หวังว่าแอป Top Tags จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่หลงใหลการใช้ Instagram และ Twitter นะคะ ส่วนใครลองใช้แล้วได้ผลเป็นยังไง อย่าลืมเล่าฟีดแบคให้ฟังบ้างล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ขยับได้ด้วยแอป “Pixaloop”

Published

on

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นรูปถ่ายอนิเมชั่น ที่มีท้องฟ้าสวยๆ เคลื่อนไหวได้ของเหล่าเน็ตไอดอลในช่วงนี้ และอาจกำลังสงสัยว่าแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ให้เคลื่อนไหวอย่างนั้นได้อย่างไรกัน.. แบไต๋เลยอาสาไปหาวิธีแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านกัน

View this post on Instagram

สดใส🌤☀️🌥

A post shared by NATASCHA OFFICIAL (นาทัชชา) (@natascha_thai_germany) on

เครดิตจาก natascha_thai_germany

สำหรับแอปที่ใช้แต่งรูปท้องฟ้าและทำให้รูปเคลื่อนไหวได้ก็ใช้งานไม่ยากเลย นั่นก็คือแอป “Pixaloop” นั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง

หลังจากเปิดแอปมาแล้ว ให้เลือก “New Project” จากนั้นก็กดเลือกภาพที่เราต้องการแต่งท้องฟ้าได้เลย ซึ่งมีข้อแนะนำว่าเราควรเลือกรูปที่มีท้องฟ้า เพราะหากไม่มีท้องฟ้าในภาพเดิมจะไม่สามารถตกแต่งได้

จากนั้นจึงเลือกเมนู “Sky” และเลือกรูปท้องฟ้าที่เราต้องการได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบบที่เราสามารถเลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

เมื่อเลือกท้องฟ้ามาได้แล้ว ก็ได้เวลาตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีเมนูแตกย่อยต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ปรับความเข้ม-อ่อนของท้องฟ้า ปรับระดับเส้นขอบฟ้า เป็นต้น


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฉากท้องฟ้าสวยๆ ที่ขยับได้มาในภาพเราแล้ว และหากใครต้องการตกแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูป หรือการขยับรูปภาพไปยังทิศทางต่างๆ ก็สามารถทำได้

นอกจากแอป Pixaloop จะเสกภาพท้องฟ้าสวยๆ ให้กับรูปภาพเราแล้ว ยังสามารถทำภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจากการกดเมนู ”Animate” จากนั้นจัดการปักหมุด เพื่อสร้างขอบเขตว่าส่วนไหนที่เราต้องการให้ภาพอยู่นิ่งไม่ขยับ

จากนั้นก็ใช้ ”Path”ในการสร้างทิศทางการขยับของวัตถุนั้นๆโดยการใช้มือลากไปยังทิศทางที่เราต้องการให้ขยับ

หากต้องการปรับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้ไปที่ “speed”

หากภาพยังไม่เนียนหรือเรียบร้อยสบายตา สามารถเก็บรายละเอียดด้วย “Freeze” ได้อีกครั้ง โดยการจิ้มและลากทับบริเวณที่เราต้องการให้หยุดนิ่ง

หากต้องการบันทึกภาพ เพียงกดเครื่องหมายขวาบนของแอป จากนั้นสามารถกำหนดเวลาของภาพได้ ว่าเราต้องการกี่วินาทีด้วย “Duration” เสร็จแล้วภาพก็จะออกมามีมิติแบบนี้

ดาวน์โหลด

ใครจะรู้ว่าภาพสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมยังมีเวอร์ชั่น Pro ที่มีลูกเล่นอีกหลากหลายและใช้งานได้ดีอีกด้วย ใครสนใจก็ไปโหลดมาลองเล่นกันได้แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์ฟ้าสวย น้ำใสค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!