Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ขยับได้ด้วยแอป “Pixaloop”

Published

on

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นรูปถ่ายอนิเมชั่น ที่มีท้องฟ้าสวยๆ เคลื่อนไหวได้ของเหล่าเน็ตไอดอลในช่วงนี้ และอาจกำลังสงสัยว่าแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ให้เคลื่อนไหวอย่างนั้นได้อย่างไรกัน.. แบไต๋เลยอาสาไปหาวิธีแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านกัน

View this post on Instagram

สดใส🌤☀️🌥

A post shared by NATASCHA OFFICIAL (นาทัชชา) (@natascha_thai_germany) on

เครดิตจาก natascha_thai_germany

สำหรับแอปที่ใช้แต่งรูปท้องฟ้าและทำให้รูปเคลื่อนไหวได้ก็ใช้งานไม่ยากเลย นั่นก็คือแอป “Pixaloop” นั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง

หลังจากเปิดแอปมาแล้ว ให้เลือก “New Project” จากนั้นก็กดเลือกภาพที่เราต้องการแต่งท้องฟ้าได้เลย ซึ่งมีข้อแนะนำว่าเราควรเลือกรูปที่มีท้องฟ้า เพราะหากไม่มีท้องฟ้าในภาพเดิมจะไม่สามารถตกแต่งได้

จากนั้นจึงเลือกเมนู “Sky” และเลือกรูปท้องฟ้าที่เราต้องการได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบบที่เราสามารถเลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

เมื่อเลือกท้องฟ้ามาได้แล้ว ก็ได้เวลาตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีเมนูแตกย่อยต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ปรับความเข้ม-อ่อนของท้องฟ้า ปรับระดับเส้นขอบฟ้า เป็นต้น


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฉากท้องฟ้าสวยๆ ที่ขยับได้มาในภาพเราแล้ว และหากใครต้องการตกแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูป หรือการขยับรูปภาพไปยังทิศทางต่างๆ ก็สามารถทำได้

นอกจากแอป Pixaloop จะเสกภาพท้องฟ้าสวยๆ ให้กับรูปภาพเราแล้ว ยังสามารถทำภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจากการกดเมนู ”Animate” จากนั้นจัดการปักหมุด เพื่อสร้างขอบเขตว่าส่วนไหนที่เราต้องการให้ภาพอยู่นิ่งไม่ขยับ

จากนั้นก็ใช้ ”Path”ในการสร้างทิศทางการขยับของวัตถุนั้นๆโดยการใช้มือลากไปยังทิศทางที่เราต้องการให้ขยับ

หากต้องการปรับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้ไปที่ “speed”

หากภาพยังไม่เนียนหรือเรียบร้อยสบายตา สามารถเก็บรายละเอียดด้วย “Freeze” ได้อีกครั้ง โดยการจิ้มและลากทับบริเวณที่เราต้องการให้หยุดนิ่ง

หากต้องการบันทึกภาพ เพียงกดเครื่องหมายขวาบนของแอป จากนั้นสามารถกำหนดเวลาของภาพได้ ว่าเราต้องการกี่วินาทีด้วย “Duration” เสร็จแล้วภาพก็จะออกมามีมิติแบบนี้

ดาวน์โหลด

ใครจะรู้ว่าภาพสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมยังมีเวอร์ชั่น Pro ที่มีลูกเล่นอีกหลากหลายและใช้งานได้ดีอีกด้วย ใครสนใจก็ไปโหลดมาลองเล่นกันได้แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์ฟ้าสวย น้ำใสค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement

งมแอปในมหาสมุทร

มาเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวเอง ด้วยแอป “Grid Diary” กันเถอะ!

Published

on

ใครที่เพิ่งดูซีรี่ย์เลือดข้นคนจางจบ อาจจะคิดในใจว่า การเขียนไดอารี่นี่มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความทรงจำจริงๆ เพราะมันช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต แถมพอคนอื่นได้อ่าน ก็ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย อืม.. ไอ้คนอินกับซี่รี่ย์อย่างเราๆ ชักอยากจะเขียนเรื่องต่างๆ เพื่อบันทึกความทรงจำในแต่ละวันขึ้นมาบ้างแล้วสิ

คงต้องดาวน์โหลดแอป “Grid Diary” แอปไดอารี่เก๋ๆ มาไว้ในเครื่องหน่อยแล้ว เพราะแอปตัวนี้เขียนบันทึกได้ง่ายมาก ใช้งานลื่นไหล และมีฟีเจอร์ดีๆ เพียบ

ไปดูกันเลยดีกว่า

ขึ้นชื่อว่า Grid ก็บอกอยู่แล้วว่าแอปนี้จะเป็นไดอารี่ที่มาในลักษณะช่องๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของแอปนี้เลยล่ะ

วิธีการใช้งานแอปนั้นแสนจะสะดวก เพราะ Grid Diary จะมีหัวข้อในแต่ละช่องมาให้เรา ซึ่งก็ถือเป็นไกด์ไลน์อย่างดี เมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะลงรายละเอียดอะไรบ้าง และหากเราต้องการเปลี่ยนหัวข้อ ก็สามารถลงแล้วเขียนขึ้นเองได้

ในแต่ละหน้าไดอารี่ จะมีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวัน เช่น อารมณ์ในวันนั้นๆ หรือภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเขียนไดอารี่ ก็ควรที่จะใส่ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เวลากลับมาอ่านไดอารี่จะได้จำได้ถึงสภาพแวดล้อมและความรู้สึกในวันเก่าๆ และเมื่อต้องการเขียน เพียงแค่กดในช่องที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถทำการเขียนไดอารี่ได้เลย

ไดอารี่มีลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการสามารถกดเพิ่ม Activity Data ลงไป ซึ่งก็จะเชื่อมกับ “Health” ในสมาร์ทโฟนเรานั่นเอง ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว ใช้แคลอรี่ไปเท่าไหร่บ้าง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รูปได้ 5 รูป ในแต่ละวันด้วย ซึ่งหากเราต้องการใส่รูปภาพลงไปมากขึ้น ก็สามารถอัพเป็นเวอร์ชั่นโปรเพื่อใส่ภาพได้แบบไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกดใส่รูป รูปจะปรากฏอยู่ทางขวามือของไดอารี่

เมื่ออยู่ในหน้าหลัก Grid ที่ใส่รูปลงไป จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนี้

เรายังสามารถย้ายช่องแต่ละช่อง โดยการลากช่องสลับไปมาได้ด้วย รวมถึงการเพิ่มและการลบช่องต่างๆ ออกได้

หากหัวข้อยังไม่ถูกใจ ก็สามารถกดเพิ่มได้ โดยมีตัวเลือกให้เลือกอย่างหลากหลาย หรือจะกดเครื่องหมายไม้กายสิทธิ์ก็ได้ เราก็จะได้หัวข้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมสลับตำแหน่งกันไปมา

หากต้องการดูไดอารี่ที่เราเขียนแบบภาพรวมในแต่ละวันก็สามารถทำได้ โดยกดไอคอนรองสุดท้าย แล้วแอปก็จะแสดงผลไดอารี่ออกมาอย่างเป็นระเบียบ และอ่านง่ายสบายตา และหากเราต้องการแชร์ก็สามารถทำได้ในรูปแบบไฟล์ PDF รูปภาพ หรืออีเมลล์ ฯลฯ


และหากต้องการดูข้อมูลสถิติการเขียนของเรา ก็ให้กดไอคอนแรกสุด ซึ่งแอปก็จะสรุปข้อมูลต่างๆ ของเราออกมา เช่น จำนวนตัวอักษรที่เราเขียน จำนวนช่องที่เราใช้ อากาศ และอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปไดอารี่ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบไดอารี่ที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใครสนใจอยากจะเริ่มเขียนไดอารี่ Grid Diary เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

มาเพิ่มคุณค่าให้ Hashtag ด้วยแอป “Top Tags” กันเถอะ!

Published

on

ถ้าใครเล่น Instagram หรือ Twitter คงรู้กันดีว่า Hashtag นั้นสำคัญมากแค่ไหน เพราะเจ้า Hashtag ไม่ได้มีไว้ประดับบารมีให้แคปชั่นดูเก๋ไก๋อย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ในการเชื่อมให้คนอื่นๆ สามารถเห็นบัญชี Instagram และ Twitter ของเราได้ และยังเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในเรื่องราวที่ใกล้เคียงกันกับโพสต์ของเราด้วย ซึ่งก็ถือว่า Hashtag นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายบนโลกออนไลน์ทั้งหลาย คงตระหนักถึงประโยชน์ของ Hashtag กันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ คน อาจไม่ถนัดกับการใช้ Hashtag กันเท่าไหร่ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปดีๆ ที่ช่วยให้การใช้ Hashtag ของคุณทรงคุณค่ามากขึ้น! และแอปที่เราจะรีวิวในวันนี้ก็คือ “Top Tags

เจ้าแอป Top Tags เป็นแอปสร้าง Hashtag สำหรับบรรยายลงในรูปหรือโพสต์ของเรา ซึ่งจะเลือก Hashtag ที่ได้รับความนิยมหรือมีผู้ใช้จำนวนมากมาใช้ ซึ่งข้อดีของการใช้ Hashtag ที่ได้รับความนิยมก็คือคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ Hashtag เหล่านั้น และเมื่อต้องการสืบค้นเรื่องใดๆ ก็มักจะใช้ Hashtag ที่เป็นคีย์เวิร์ดที่คุ้นเคย ซึ่งก็หมายความว่า หากเราใช้ Hashtag ที่เป็นที่นิยม ย่อมส่งผลให้โพสต์ของเราถูกผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าถึงได้มากขึ้นนั่นเอง 


สำหรับวิธีการใช้งาน Top Tags ก็ไม่ยากเลย หากเราเลือกใช้แบบ “Top Tags” เราก็จะพบหมวดหมู่ของ Hashtag ต่างๆ ที่แอปจัดหมวดหมู่ไว้ให้ เช่น หมวดอาหาร หมวดท่องเทียว หมวดแฟชั่น เป็นต้น เมื่อเข้ามาในหมวดที่เราเลือกแล้ว เราก็สามารถกดเลือก Hashtag และปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดตามที่เราต้องการได้เลย

สำหรับใครที่อยากเลือก Hashtag ให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “custom tags” ได้ ซึ่งเราสามารถสร้าง Hashtag ขึ้นมา โดยอาจนำ Hashtag ที่จัดหมวดหมู่โดย Top tags มาดัดแปลง และเมื่อต้องการใช้ก็เพียงไปคัดลอกแล้วนำมาวางในโพสต์ของเราได้เลย แถมเรายังสามารถเข้าไปแก้ไขได้เรื่อยๆ ด้วย

ฟีเจอร์ถัดมา ที่มีประโยชน์สุดๆ ก็คือ “Tag Mixer” เป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถผสม Hashtag จากคีย์เวิร์ดหลายๆ อัน เช่น เราอยากใส่ Hashtag เกี่ยวกับเพื่อน เราก็ก็เลือก Friend และเราอยากใส่ Hashtag ที่เกี่ยวกับทะเลลงไปด้วย เราก็กดบวก beach ทีนี้แอปก็จะรวม Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เราต้องการลงไปแบบอัติโนมัติ

สำหรับฟีเจอร์สุดท้ายที่แอปนี้ทำได้ก็คือ การทำ bio ด้วยตัวอักษรเก๋ๆ ที่เค้าฮิตกันนั่นเอง วิธีใช้เจ้าฟีเจอร์ “Bio Editor” ก็ง่ายมาก เพียงแค่กด Add font แล้วเลือกแบบอักษรที่เราต้องการได้เลย และสามารถใส่ Hashtag ลงไปได้ด้วย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง แบไต๋ก็หวังว่าแอป Top Tags จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่หลงใหลการใช้ Instagram และ Twitter นะคะ ส่วนใครลองใช้แล้วได้ผลเป็นยังไง อย่าลืมเล่าฟีดแบคให้ฟังบ้างล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

รวมแอปดี ที่นักเรียน นักศึกษา ต้องมีติดเครื่อง

Published

on

น้องๆ นักเรียน นักศึกษาจ๋า.. อย่าไปเรียนตัวเปล่าเลย เพราะเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชั่นดีๆ คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเรียนเพียบ! โดยเฉพาะแอปที่แบไต๋รวบรวมมาให้ในวันนี้ ที่เด็ดสุดๆ ชนิดที่มีติดสมาร์ทโฟนไว้ แล้วชีวิตจะสดใสแน่นอน

Classup

เริ่มจากแอปทำตารางเรียนดีๆ กันดีกว่า กับแอป Classup แอปที่ช่วยทำตารางเรียนง่ายๆ และสวยงามในแบบของเราได้ ซึ่งเราสามารถเลือกรูปพื้นหลัง และเพิ่มวิชาเรียนต่างๆ ลงไป และยังตั้งค่าให้แจ้งเตือนเวลาเรียนได้ด้วย

ยังสามารถบันทึกข้อความต่างๆ ลงไปในฟีเจอร์ “Notes” ได้ด้วย ใช้จดการบ้านหรือกิจกรรมต่างๆ ได้สบายเลย

Photomath

ถึงจะไม่สนับสนุนให้น้องๆ โหลดแอปนี้มาใช้กันเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวจะขี้เกียจกันไปก่อน แต่แอปช่วยอธิบายวิธีการคิดเลขแบบแอป Photomath ก็อำนวยความสะดวกได้เยอะมากๆ โดยเฉพาะโจทย์เลขมหาโหดที่คิดเท่าไหร่ก็แก้โจทย์ไม่ได้สักที


ซึ่งวิธีการใช้งานก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ถ่ายรูปโจทย์เลขดังกล่าว จากนั้นก็ดูว่าแอปได้ประมวลผลภาพถ่ายถูกต้องรึเปล่า ตัวเลขไหนผิดไป ก็แก้ใหม่ให้ถูก จากนั้นแอปก็จะให้คำตอบ พร้อมกับอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดเลย

Office Lens

เชื่อว่าเดี๋ยวนี้ร้อยละ 80 ของคลาสเรียนมหาวิทยาลัย นักศึกษาส่วนใหญ่ต้องควักโทรศัพท์มาถ่ายเลกเชอร์กันแน่ๆ เพราะทั้งสะดวก รวดเร็ว แถมเก็บเนื้อหาได้หมด ได้ใช้เวลาฟังอาจารย์สอนอย่างถ่องแท้ด้วย ซึ่งอาจารย์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ติดขัดวิธีการนี้แต่อย่างใด แต่บางทีถ่ายภาพจากหน้าจอสไลด์ก็อาจจะเบลอบ้าง อ่านยากบ้าง วันนี้แบไต๋เลยขอแนะนำแอป Office Lens แอปดีๆ ที่สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายเป็นงานเอกสารได้ทันที โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นภาพที่แปลงเป็นกระดานไวท์บอร์ด เอกสาร นามบัตร และภาพที่ออกมาก็ยังละเอียดและคมชัดด้วย

Evernote

ใครถนัดจดโน้ตด้วยการใช้สมาร์ทโฟน น่าจะถูกใจแอปนี้เป็นพิเศษ เพราะใช้งานง่าย สามารถเพิ่มรูปภาพ วาดรูปและอัดเสียงใส่ลงไปได้ด้วย รวมถึงสามารถทำไฮไลต์ข้อความ และที่เก๋สุดเห็นจะเป็นการทำ to do list ในแอปได้ด้วย เรียกได้ว่าครบครัน เพราะสามารถจดเลกเชอร์และจดการบ้านไปได้ในตัว

 

อดอิจฉาเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ ที่ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ก็เพราะมีเทคโนโลยีดีๆ มากมายคอยอำนวยความสะดวก ชนิดที่ว่า “โลกทั้งใบอยู่ในกำมือ” แต่มีเทคโนโลยีคอยอำนวยความสะดวกแบบนี้ ก็อย่าลืมตั้งใจเรียนกันด้วยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!