Tags
| การค้าระหว่างประเทศ
10/10/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 166 days ago
เวียดนามเศรษฐกิจพุ่ง ! ค้าเกินดุลแตะ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางอุปสรรคภาษีทรัมป์ เตรียมทยานเป็นยักษ์ใหญ่อาเซียน
สร้างเสียงฮือฮา ! หลังรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3 โตแบบก้าวกระโดด อีกทั้งมูลค่าการค้า 9 เดือนแรกของปีนี้พุ่งสูง เกินดุล 16.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอกย้ำการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทั้งสื่อไทยสื่อนอกต่างรายงานตรงกันว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในช่วงนี้ต้องยกให้กับเวียดนามทั้งด้านการนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว ต่างสะท้อนออกมาเป็นตัวเลข GDP มวลรวมว่าประเทศเวียดนามอยู่ในจุดที่เรียกว่ายักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในเวลานี้ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 โต 8.22% โดยตัวเลขนี้เกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรคทางเศรษฐกิจ แม้มีมรสุมลูกใหญ่ อย่างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จากนโยบายของภาษีทรัมป์ ซึ่งกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญมากของเวียดนาม และภาษีที่เวียดนามโดนเรียกเก็บสูงถึง 20% ถือว่าตัวเลขนี้สูงและเสียหายมาก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาความเสียหายจากพายุใต้ฝุ่นบัวลอย ซึ่งได้รับการประเมินความเสียหายสูงถึง 625.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) นี่เป็นความมูลค่าความเสียหายจากพายุเพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วในปีนี้ เวียดนามเผชิญกับพายุใหญ่อีกกว่า 8 ลูก ซึ่งหากจะประเมินความเสียหายทั้งหมดอาจจะสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนาม รายงานเมื่อวันที่ 6…13/12/2021
ไทยจะได้รับประโยชน์อะไรจาก ‘RCEP – อาร์เซ็ปต์’ ข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าระดับภูมิภาค
ข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าระดับภูมิภาคหรือ อาร์เซ็ป (RCEP - Regional Comprehensive Economic Partnership Agreement) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2565 ทันที ประเด็นที่ถามกันมากคือประโยชน์อะไรที่ไทยจะได้รับ ตอบได้เลยว่ามีมากมายจากข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผลบวกโดยตรงต่อการค้า การลงทุน รวมทั้งการเข้าถึงห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคและของโลกด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคหลังโรคระบาดโควิด-19 อย่างไรก็ดี ในการตักตวงผลประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้านี้ ขึ้นอยู่กับความเตรียมพร้อมของไทยในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐของไทยที่ต้องตอบรับสิ่งท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่จะอำนวยความสะดวกในการค้าการลงทุนและการเคลื่อนย้ายสินค้าและแรงงาน พร้อมกับเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งภาคธุรกิจและเกษตรกรรม อาร์เซ็ปมีข้อบังคับที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าข้อตกลงการค้าอื่น ๆ เช่น CPTPP (Comprehensive and Progressive Tran Pacific Partnership) หรือ NAFTA (North America Free Trade Area) ที่ถือว่าเป็นแม่บทของการค้าเสรี ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือข้อบังคับของถิ่นกำเนิดของวัตถุดิบสินค้าและชิ้นส่วน (Rule of Origins) ที่อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถช้อปเอาชิ้นส่วนประกอบสินค้าต่าง ๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถเลือกเอาสินค้าที่มีคุณภาพและราคาดีที่สุด โชคดีมาก ไทยตั้งอยู่ในภูมิประเทศตรงกลางของอินโดแปซิฟิก ทำให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางของอาร์เซ็ปโดยอัตโนมัติ…กวี จงกิจถาวร | 1563 days ago
Read More16/06/2021
อังกฤษและออสเตรเลียสร้างสัมพันธ์อันดี หลังบรรลุข้อตกลงทางการค้า
อังกฤษและออสเตรเลียประกาศข้อตกลงการค้าเสรีเมื่อวานนี้ (อังคาร 15 มิถุนายน) ส่งผลให้สินค้าของอังกฤษที่ส่งไปยังออสเตรเลียปลอดภาษีทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ยกย่องว่าเป็น ‘รุ่งอรุณใหม่’ ในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ รัฐบาลอังกฤษมองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การค้าและการทูตหลังเบร็กซิต (Brexit) เพื่อย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศออกจากยุโรปและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในประเทศอินโดแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูงขึ้นบ้าง แม้ว่าตอนนี้ รายละเอียดจะยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน แต่จากการประมาณการอย่างเป็นทางการกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวสามารถเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจของอังกฤษได้ราว 500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 21,975 ล้านบาท ขณะเดียวกัน จะทำให้ราคารถยนต์, สกอตช์วิสกี้ และของหวานของอังกฤษที่ส่งออกไปขายในออสเตรเลียมีราคาถูกลงด้วย แต่ว่ารัฐบาลอังกฤษยกย่องให้ข้อตกลงครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญทางเศรษฐกิจ ขณะที่อังกฤษก็เพิ่งพัฒนานโยบายการค้าของตนเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษหลังออกจากสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวอังกฤษโดยตรง ซึ่งเกรงว่าพวกเขาอาจต้องล้มเลิกธุรกิจที่ทำอยู่ หากข้อตกลงดังกล่าวยกเลิกภาษีนำเข้าเนื้อแกะและเนื้อวัวจากออสเตรเลีย แต่รัฐบาลกล่าวว่าเกษตรกรชาวอังกฤษจะได้รับการคุ้มครองโดยการนำเข้าสินค้าปลอดภาษีเป็นเวลา 15 ปี อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1743 days ago
Read More26/07/2018
กระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นนโยบายรัฐฯ ดึง “Big Data” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ
เศรษฐกิจฐานราก คือ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ที่เน้นพึ่งตนเองเป็นหลัก มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีคุณธรรมและเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ในพื้นทีชุมชนของตนเอง ทั้งผู้คน สังคมในชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติให้เข้มแข็งและยั่งยืน เลยทำให้เกิดเป็นนโยบายของภาครัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นไปในทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการค้าระหว่างประเทศ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยวิสัยทัศน์ของการดึง "Big Data" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทุกระดับให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า "เราเริ่มตั้งแต่การสร้างกำลังการซื้อให้กับประชาชนในระดับฐานราก พร้อมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทุกพื้นที่ มุ่งเน้นให้ประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของประชาชนผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจเพื่อให้รองรับเศรษฐกิจ 4.0 รวมไปถึงการยกระดับธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ "Big Data" ยังเข้ามาช่วยในเรื่องของการยกระดับการทำงานของกระทรวง ผ่านการเช่อมโยงข้อมูลที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เพื่อผลักดันการค้าของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกให้บรรลุเป้าหมาย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากการดึงเอา "Big Data" เข้ามาพัฒนาในทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลในด้านเศรษฐกิจ มุ่งหวังให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในยุคดิจิทัลให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยใช้ประโยชน์จากการใช้งาน "Big Data"เพื่อนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการนำข้อมูล "Big Data" มาประมวณผลเพื่อ "สร้าง" อาชีพ และ "สนับสนุน" ให้เกิดองค์ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs โดยจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศตามศักยภาพของรายบุคคล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการข้อมูลและหลักสูตรการฝึกอบรมของทุกหน่วยงานในกระทรวงให้เข้าใจง่ายสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านขั้นตอนการบูรณาการข้อมูลทั้งจากภายในกระทรวงฯ…salinee tintumrong | 2798 days ago
Read MorePR Partners
See All24/03/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
หมดห่วงเรื่องสภาพคล่อง ! บัตรกดเงินสด First Choice 2026 ‘แผนสำรองของชีวิต’
ท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคปัจจุบันที่เรามักเรียกกันว่า BANI World (Brittle, Anxious, Non-linear, Incomprehensible) สิ่งเดียวที่แน่นอนที่สุดคือ "ความไม่แน่นอน" หลายครั้งที่เราวางแผนการเงินมาอย่างดิบดี จัดสรรงบประมาณรายเดือนไว้อย่างลงตัว แต่จู่ ๆ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็มักจะกระโดดเข้ามาขวางทางเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมแซมบ้าน ที่จู่ ๆ ก็พังลงในวันที่พายุเข้า อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตามมาด้วยค่ารักษาพยาบาลก้อนโต หรือแม้แต่โอกาสสำคัญในชีวิตที่ต้องใช้เงินก้อนเพื่อต่อยอดอนาคตแต่ดันมาผิดที่ผิดเวลา นี่คือ Pain Point สำคัญที่คนทำงานและคนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ คือสภาวะ "ขาดสภาพคล่องชั่วคราว"20/03/2026
Shopee เคียงข้างขาช้อปยุคประหยัด ! ส่งแคมเปญ “ช่วยเปย์ค่าครองชีพ” จัดหนักดีล 50% และส่วนลดสูงสุด 80%
ในยุคที่การวางแผนการเงินเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง Shopee (ช้อปปี้) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ครองใจชาวไทย ขอทำหน้าที่เป็นมากกว่าแค่ที่ซื้อขายสินค้า แต่เป็น "อีโคซิสเต็ม" ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้ผู้บริโภค ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การเข้าถึงสินค้าจำเป็นเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้อง "คุ้มค่าที่สุด" ปักหมุดวันช้อป: 24 - 27 มีนาคม 2026 เตรียมพบกับแคมเปญพิเศษ “Shopee Payday ช่วยเปย์ค่าครองชีพ ดีลเพียบคนละครึ่ง” ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะ Highlights: ดีลเด็ดช่วยเซฟงบครัวเรือน ช้อปปี้คัดสรรสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมาจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้บริโภคชาวไทย: จ่ายบิลก็คุ้ม ! สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้งานใหม่ นอกจากการช้อปสินค้า ช้อปปี้ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยให้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสะดวกขึ้นผ่านการชำระบิลบนแพลตฟอร์ม: ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และปลอดภัย โดยพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อลดภาระค่าครองชีพและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน ให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าในทุก ๆ วันภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More18/03/2026
COMMART GAMEFORCE 2026 กระแสแรง กวาดยอดขายตามเป้า
บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART GAMEFORCE ” มหกรรมสินค้าไอทีต้นปี 2569 ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นักช้อปเนืองแน่น ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และสินค้าที่ขายดีประกอบด้วย Laptop / โน้ตบุ๊ก และ คอมพิวเตอร์ประกอบ (ComSet / DIY) ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจงานคอมมาร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าจัดงานคอมมาร์ต กลางปีต่อไป วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่เดิม นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า งาน “COMMART GAMEFORCE” ไม่เพียงเป็นมหกรรมแสดงสินค้าไอทีเท่านั้น แต่ยังเป็น “ดัชนีชี้วัด” สำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI PC อย่างเต็มรูปแบบ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More18/03/2026
เปิดโผรายชื่อวิทยากรและเซสชันที่น่าสนใจในงานสัมมนา “กรุงเทพธุรกิจ AI Revolution SHIFT 2026”
เปิดโผรายชื่อวิทยากรและเซสชันที่น่าสนใจในงานสัมมนา “กรุงเทพธุรกิจ AI Revolution SHIFT 2026” Shaking the Global Economy เขย่าโลก พลิกเกมธุรกิจ ในงานคือ Exclusive Content ที่จะเปลี่ยน Mindset การทำธุรกิจของคุณไปตลอด 25+ Speakers รวม Big Tech Leaders & Global Organizations เข้มข้นทั้งวัน 12+ Session งานนี้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย Exclusive Workshop สำหรับคนที่อยาก “นำเกม” ยกระดับธุรกิจและอัปสกิลคนทำงานให้สามารถใช้ AI ได้จริง เวลา 10.30-11.30 น. Workshop | AI for Marketing Part I: Innovate Faster with AI: ปลดล็อกศักยภาพองค์กรด้วย AWS…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More















