ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| การค้าระหว่างประเทศ
Read More

เวียดนามเศรษฐกิจพุ่ง ! ค้าเกินดุลแตะ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางอุปสรรคภาษีทรัมป์ เตรียมทยานเป็นยักษ์ใหญ่อาเซียน

สร้างเสียงฮือฮา ! หลังรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3 โตแบบก้าวกระโดด อีกทั้งมูลค่าการค้า 9 เดือนแรกของปีนี้พุ่งสูง เกินดุล 16.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอกย้ำการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทั้งสื่อไทยสื่อนอกต่างรายงานตรงกันว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในช่วงนี้ต้องยกให้กับเวียดนามทั้งด้านการนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว ต่างสะท้อนออกมาเป็นตัวเลข GDP มวลรวมว่าประเทศเวียดนามอยู่ในจุดที่เรียกว่ายักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในเวลานี้  เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 โต 8.22% โดยตัวเลขนี้เกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรคทางเศรษฐกิจ แม้มีมรสุมลูกใหญ่ อย่างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จากนโยบายของภาษีทรัมป์ ซึ่งกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญมากของเวียดนาม และภาษีที่เวียดนามโดนเรียกเก็บสูงถึง 20% ถือว่าตัวเลขนี้สูงและเสียหายมาก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาความเสียหายจากพายุใต้ฝุ่นบัวลอย ซึ่งได้รับการประเมินความเสียหายสูงถึง 625.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) นี่เป็นความมูลค่าความเสียหายจากพายุเพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วในปีนี้ เวียดนามเผชิญกับพายุใหญ่อีกกว่า 8 ลูก ซึ่งหากจะประเมินความเสียหายทั้งหมดอาจจะสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนาม รายงานเมื่อวันที่ 6…
13/12/2021

ไทยจะได้รับประโยชน์อะไรจาก ‘RCEP – อาร์เซ็ปต์’ ข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าระดับภูมิภาค

ข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าระดับภูมิภาคหรือ อาร์เซ็ป (RCEP - Regional Comprehensive Economic Partnership Agreement) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2565 ทันที ประเด็นที่ถามกันมากคือประโยชน์อะไรที่ไทยจะได้รับ ตอบได้เลยว่ามีมากมายจากข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผลบวกโดยตรงต่อการค้า การลงทุน รวมทั้งการเข้าถึงห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคและของโลกด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคหลังโรคระบาดโควิด-19 อย่างไรก็ดี ในการตักตวงผลประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้านี้ ขึ้นอยู่กับความเตรียมพร้อมของไทยในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐของไทยที่ต้องตอบรับสิ่งท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่จะอำนวยความสะดวกในการค้าการลงทุนและการเคลื่อนย้ายสินค้าและแรงงาน พร้อมกับเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งภาคธุรกิจและเกษตรกรรม อาร์เซ็ปมีข้อบังคับที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าข้อตกลงการค้าอื่น ๆ เช่น CPTPP (Comprehensive and Progressive Tran Pacific Partnership) หรือ NAFTA (North America Free Trade Area) ที่ถือว่าเป็นแม่บทของการค้าเสรี ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือข้อบังคับของถิ่นกำเนิดของวัตถุดิบสินค้าและชิ้นส่วน (Rule of Origins) ที่อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถช้อปเอาชิ้นส่วนประกอบสินค้าต่าง ๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถเลือกเอาสินค้าที่มีคุณภาพและราคาดีที่สุด โชคดีมาก ไทยตั้งอยู่ในภูมิประเทศตรงกลางของอินโดแปซิฟิก ทำให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางของอาร์เซ็ปโดยอัตโนมัติ…
16/06/2021

อังกฤษและออสเตรเลียสร้างสัมพันธ์อันดี หลังบรรลุข้อตกลงทางการค้า

อังกฤษและออสเตรเลียประกาศข้อตกลงการค้าเสรีเมื่อวานนี้ (อังคาร 15 มิถุนายน) ส่งผลให้สินค้าของอังกฤษที่ส่งไปยังออสเตรเลียปลอดภาษีทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ยกย่องว่าเป็น ‘รุ่งอรุณใหม่’ ในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ รัฐบาลอังกฤษมองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การค้าและการทูตหลังเบร็กซิต (Brexit) เพื่อย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศออกจากยุโรปและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในประเทศอินโดแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูงขึ้นบ้าง แม้ว่าตอนนี้ รายละเอียดจะยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน แต่จากการประมาณการอย่างเป็นทางการกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวสามารถเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจของอังกฤษได้ราว 500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 21,975 ล้านบาท ขณะเดียวกัน จะทำให้ราคารถยนต์, สกอตช์วิสกี้ และของหวานของอังกฤษที่ส่งออกไปขายในออสเตรเลียมีราคาถูกลงด้วย แต่ว่ารัฐบาลอังกฤษยกย่องให้ข้อตกลงครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญทางเศรษฐกิจ ขณะที่อังกฤษก็เพิ่งพัฒนานโยบายการค้าของตนเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษหลังออกจากสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวอังกฤษโดยตรง ซึ่งเกรงว่าพวกเขาอาจต้องล้มเลิกธุรกิจที่ทำอยู่ หากข้อตกลงดังกล่าวยกเลิกภาษีนำเข้าเนื้อแกะและเนื้อวัวจากออสเตรเลีย แต่รัฐบาลกล่าวว่าเกษตรกรชาวอังกฤษจะได้รับการคุ้มครองโดยการนำเข้าสินค้าปลอดภาษีเป็นเวลา 15 ปี อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
26/07/2018

กระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นนโยบายรัฐฯ ดึง “Big Data” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

เศรษฐกิจฐานราก คือ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ที่เน้นพึ่งตนเองเป็นหลัก มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีคุณธรรมและเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ในพื้นทีชุมชนของตนเอง ทั้งผู้คน สังคมในชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติให้เข้มแข็งและยั่งยืน เลยทำให้เกิดเป็นนโยบายของภาครัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นไปในทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการค้าระหว่างประเทศ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยวิสัยทัศน์ของการดึง "Big Data" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทุกระดับให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า "เราเริ่มตั้งแต่การสร้างกำลังการซื้อให้กับประชาชนในระดับฐานราก พร้อมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทุกพื้นที่ มุ่งเน้นให้ประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของประชาชนผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจเพื่อให้รองรับเศรษฐกิจ 4.0 รวมไปถึงการยกระดับธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ "Big Data" ยังเข้ามาช่วยในเรื่องของการยกระดับการทำงานของกระทรวง ผ่านการเช่อมโยงข้อมูลที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เพื่อผลักดันการค้าของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกให้บรรลุเป้าหมาย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากการดึงเอา "Big Data" เข้ามาพัฒนาในทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลในด้านเศรษฐกิจ มุ่งหวังให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในยุคดิจิทัลให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยใช้ประโยชน์จากการใช้งาน "Big Data"เพื่อนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการนำข้อมูล "Big Data" มาประมวณผลเพื่อ "สร้าง" อาชีพ และ "สนับสนุน" ให้เกิดองค์ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs โดยจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศตามศักยภาพของรายบุคคล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการข้อมูลและหลักสูตรการฝึกอบรมของทุกหน่วยงานในกระทรวงให้เข้าใจง่ายสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านขั้นตอนการบูรณาการข้อมูลทั้งจากภายในกระทรวงฯ…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)