Tags
| การค้าระหว่างประเทศ
10/10/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 108 days ago
เวียดนามเศรษฐกิจพุ่ง ! ค้าเกินดุลแตะ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางอุปสรรคภาษีทรัมป์ เตรียมทยานเป็นยักษ์ใหญ่อาเซียน
สร้างเสียงฮือฮา ! หลังรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3 โตแบบก้าวกระโดด อีกทั้งมูลค่าการค้า 9 เดือนแรกของปีนี้พุ่งสูง เกินดุล 16.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอกย้ำการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทั้งสื่อไทยสื่อนอกต่างรายงานตรงกันว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในช่วงนี้ต้องยกให้กับเวียดนามทั้งด้านการนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว ต่างสะท้อนออกมาเป็นตัวเลข GDP มวลรวมว่าประเทศเวียดนามอยู่ในจุดที่เรียกว่ายักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในเวลานี้ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 โต 8.22% โดยตัวเลขนี้เกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรคทางเศรษฐกิจ แม้มีมรสุมลูกใหญ่ อย่างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จากนโยบายของภาษีทรัมป์ ซึ่งกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญมากของเวียดนาม และภาษีที่เวียดนามโดนเรียกเก็บสูงถึง 20% ถือว่าตัวเลขนี้สูงและเสียหายมาก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาความเสียหายจากพายุใต้ฝุ่นบัวลอย ซึ่งได้รับการประเมินความเสียหายสูงถึง 625.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) นี่เป็นความมูลค่าความเสียหายจากพายุเพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วในปีนี้ เวียดนามเผชิญกับพายุใหญ่อีกกว่า 8 ลูก ซึ่งหากจะประเมินความเสียหายทั้งหมดอาจจะสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนาม รายงานเมื่อวันที่ 6…13/12/2021
ไทยจะได้รับประโยชน์อะไรจาก ‘RCEP – อาร์เซ็ปต์’ ข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าระดับภูมิภาค
ข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าระดับภูมิภาคหรือ อาร์เซ็ป (RCEP - Regional Comprehensive Economic Partnership Agreement) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2565 ทันที ประเด็นที่ถามกันมากคือประโยชน์อะไรที่ไทยจะได้รับ ตอบได้เลยว่ามีมากมายจากข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผลบวกโดยตรงต่อการค้า การลงทุน รวมทั้งการเข้าถึงห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคและของโลกด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคหลังโรคระบาดโควิด-19 อย่างไรก็ดี ในการตักตวงผลประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้านี้ ขึ้นอยู่กับความเตรียมพร้อมของไทยในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐของไทยที่ต้องตอบรับสิ่งท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่จะอำนวยความสะดวกในการค้าการลงทุนและการเคลื่อนย้ายสินค้าและแรงงาน พร้อมกับเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งภาคธุรกิจและเกษตรกรรม อาร์เซ็ปมีข้อบังคับที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าข้อตกลงการค้าอื่น ๆ เช่น CPTPP (Comprehensive and Progressive Tran Pacific Partnership) หรือ NAFTA (North America Free Trade Area) ที่ถือว่าเป็นแม่บทของการค้าเสรี ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือข้อบังคับของถิ่นกำเนิดของวัตถุดิบสินค้าและชิ้นส่วน (Rule of Origins) ที่อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถช้อปเอาชิ้นส่วนประกอบสินค้าต่าง ๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถเลือกเอาสินค้าที่มีคุณภาพและราคาดีที่สุด โชคดีมาก ไทยตั้งอยู่ในภูมิประเทศตรงกลางของอินโดแปซิฟิก ทำให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางของอาร์เซ็ปโดยอัตโนมัติ…กวี จงกิจถาวร | 1505 days ago
Read More16/06/2021
อังกฤษและออสเตรเลียสร้างสัมพันธ์อันดี หลังบรรลุข้อตกลงทางการค้า
อังกฤษและออสเตรเลียประกาศข้อตกลงการค้าเสรีเมื่อวานนี้ (อังคาร 15 มิถุนายน) ส่งผลให้สินค้าของอังกฤษที่ส่งไปยังออสเตรเลียปลอดภาษีทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ยกย่องว่าเป็น ‘รุ่งอรุณใหม่’ ในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ รัฐบาลอังกฤษมองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การค้าและการทูตหลังเบร็กซิต (Brexit) เพื่อย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศออกจากยุโรปและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในประเทศอินโดแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูงขึ้นบ้าง แม้ว่าตอนนี้ รายละเอียดจะยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน แต่จากการประมาณการอย่างเป็นทางการกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวสามารถเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจของอังกฤษได้ราว 500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 21,975 ล้านบาท ขณะเดียวกัน จะทำให้ราคารถยนต์, สกอตช์วิสกี้ และของหวานของอังกฤษที่ส่งออกไปขายในออสเตรเลียมีราคาถูกลงด้วย แต่ว่ารัฐบาลอังกฤษยกย่องให้ข้อตกลงครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญทางเศรษฐกิจ ขณะที่อังกฤษก็เพิ่งพัฒนานโยบายการค้าของตนเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษหลังออกจากสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวอังกฤษโดยตรง ซึ่งเกรงว่าพวกเขาอาจต้องล้มเลิกธุรกิจที่ทำอยู่ หากข้อตกลงดังกล่าวยกเลิกภาษีนำเข้าเนื้อแกะและเนื้อวัวจากออสเตรเลีย แต่รัฐบาลกล่าวว่าเกษตรกรชาวอังกฤษจะได้รับการคุ้มครองโดยการนำเข้าสินค้าปลอดภาษีเป็นเวลา 15 ปี อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1685 days ago
Read More26/07/2018
กระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นนโยบายรัฐฯ ดึง “Big Data” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ
เศรษฐกิจฐานราก คือ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ที่เน้นพึ่งตนเองเป็นหลัก มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีคุณธรรมและเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ในพื้นทีชุมชนของตนเอง ทั้งผู้คน สังคมในชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติให้เข้มแข็งและยั่งยืน เลยทำให้เกิดเป็นนโยบายของภาครัฐบาลที่ต้องการมุ่งเน้นไปในทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการค้าระหว่างประเทศ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยวิสัยทัศน์ของการดึง "Big Data" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทุกระดับให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า "เราเริ่มตั้งแต่การสร้างกำลังการซื้อให้กับประชาชนในระดับฐานราก พร้อมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทุกพื้นที่ มุ่งเน้นให้ประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของประชาชนผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจเพื่อให้รองรับเศรษฐกิจ 4.0 รวมไปถึงการยกระดับธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ "Big Data" ยังเข้ามาช่วยในเรื่องของการยกระดับการทำงานของกระทรวง ผ่านการเช่อมโยงข้อมูลที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เพื่อผลักดันการค้าของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกให้บรรลุเป้าหมาย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากการดึงเอา "Big Data" เข้ามาพัฒนาในทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลในด้านเศรษฐกิจ มุ่งหวังให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในยุคดิจิทัลให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยใช้ประโยชน์จากการใช้งาน "Big Data"เพื่อนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการนำข้อมูล "Big Data" มาประมวณผลเพื่อ "สร้าง" อาชีพ และ "สนับสนุน" ให้เกิดองค์ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs โดยจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศตามศักยภาพของรายบุคคล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการข้อมูลและหลักสูตรการฝึกอบรมของทุกหน่วยงานในกระทรวงให้เข้าใจง่ายสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านขั้นตอนการบูรณาการข้อมูลทั้งจากภายในกระทรวงฯ…salinee tintumrong | 2741 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 9 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 11 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 11 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 13 days ago
Read More















