ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| การดูแลสุขภาพ
Read More

6 เสาหลักป้องกันอัลไซเมอร์ | แนวทางสู่สุขภาพสมองที่ดี

โรคอัลไซเมอร์เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าเราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเล็กน้อย ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ 6 เสาหลักในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่คุณสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แม้ว่าจะไม่สามารถลดความเสี่ยงลงได้มากมายถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ตามที่มีการกล่าวอ้างกันในโลกออนไลน์ แต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพสมองอย่างแน่นอน คำแนะนำ 2. กระตุ้นสมองด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การใช้สมองอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง ซึ่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังช่วยสร้าง "กำลังสำรอง" ให้กับสมองอีกด้วย คำแนะนำ การฝึกฝนสมองตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับสุขภาพสมองในระยะยาว 3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสมอง อาหารที่เรารับประทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพสมอง การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ คำแนะนำ 4. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพสมอง การนอนน้อยหรือนอนไม่หลับอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองในระยะยาว คำแนะนำ สำหรับผู้สูงอายุ การงีบหลับสั้น ๆ ในช่วงกลางวัน (ไม่เกิน 1 ชั่วโมงและก่อนบ่าย 3 โมง) อาจเป็นประโยชน์ แต่ควรระวังไม่ให้กระทบต่อการนอนในเวลากลางคืน 5. จัดการความเครียด ความเครียดเรื้อรังและอาการซึมเศร้าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ การจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง คำแนะนำ แม้ว่าความเครียดจะไม่ได้ทำให้เซลล์สมองทำลายตัวเองโดยตรง…
23/07/2024

5 อาหารสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: เกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย

ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงถือเป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราด้วย บทความนี้ขอเสนอ “สุดยอด 5 อาหารสุขภาพ” ที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังหาง่าย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ดังนี้ 1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เริ่มต้นด้วยกลุ่มผักที่อาจฟังดูแปลกหู แต่รับรองว่าคุณต้องเคยกินแน่นอน นั่นก็คือ “ผักตระกูลครูซิเฟอรัส” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พืชตระกูลกะหล่ำ” อย่างบรอกโคลี ผักคะน้า เคล กวางตุ้ง แขนง ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผักกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นทหารเอกในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย วิธีการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ลองกินสด ๆ หรือนึ่งเบา ๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ชอบทานผักสดล้วน ๆ อาจลองเอามาผัดกับกระเทียมสักหน่อย นอกจากจะอร่อยแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกชั้นด้วย 2.…
09/07/2024

จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว

คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…
08/07/2024

อาหารเสริมไฟเบอร์เวิร์กไหม ? เหมือนกินจากผักผลไม้หรือเปล่า ?

ไฟเบอร์ (Fiber) หรือใยอาหารเป็นสารอาหารที่หลายคนได้รับไม่เพียงพอ ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าคนไทยควรได้รับไฟเบอร์ราว 25-35 กรัม/วัน หรือเทียบเท่าการกินผักผลไม้ราว 500 กรัม ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่คงไม่อยากกินผัก หรืออาจไม่มีเวลาในการหาผลไม้มากินได้มากมายขนาดนั้น ทุกวันนี้เราเลยเห็นอาหารเสริมไฟเบอร์แบบสำเร็จรูปขายอยู่ทั่วไป ทั้งแบบผงชงกับน้ำ แบบแคปซูลเพื่อชดเชยไฟเบอร์ที่ร่างกายขาดไป หรือบางคนก็กินเพื่อช่วยในการขับถ่าย แต่ไฟเบอร์ในรูปแบบอาหารเสริมมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนไฟเบอร์จากผักผลไม้ไหม ? จริง ๆ แล้วไฟเบอร์คือคาร์โบไฮเดรตรูปแบบหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยเองได้ ต่างจากคาร์บอย่างแป้งและน้ำตาล แต่ไฟเบอร์คืออาหารของสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่เรียกว่าจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในลำไส้ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพ ทั้งระบบย่อยอาหาร การขับถ่าย สมอง ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวม อาหารเสริมไฟเบอร์มีประโยชน์ และได้ผลไหม ? หลายคนที่ไม่มีเวลาในการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผักผลไม้มากิน ไปจนถึงคนที่ไม่ชอบกินอาหารกลุ่มนี้ อาจมีตัวเลือกอย่างอาหารเสริมไฟเบอร์มากินเพื่อทดแทนกัน แต่จะได้ผลเหมือนกับไฟเบอร์จากอาหารไหมนะ ? การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าอาหารเสริมไฟเบอร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเขาทดสอบให้คนที่เข้าร่วมงานวิจัยนี้ใช้อาหารเสริมไฟเบอร์ ร่วมกับการคุมแคลอรี (การจำกัดพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน) พบว่าสามารถช่วยลดค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายที่เป็นเกณฑ์การวัดความอ้วน ผอม หรือสมส่วน ลดมวลไขมันในร่างกาย ช่วยให้ระดับไขมันในเลือด และอัตราการอักเสบในคนที่มีโรคอ้วนลดลง งานวิจัยอีกชิ้นพบว่าการใช้อาหารเสริมไฟเบอร์ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะไฟเบอร์กลุ่มไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) แถมยังดีต่อภาวะเบาหวานในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ด้วย…
21/06/2023

คอสเพลย์ ศาสตร์การก้าวข้ามตัวตนที่มากกว่างานอดิเรกและพัฒนาสุขภาพจิตของคุณได้

คอสเพลย์ (Cosplay) หนึ่งใน Soft Power อันทรงพลังจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก ไล่ตามติดไปกับการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมังงะหรือแอนิเมชัน โดยทั่วไปการคอสเพลย์หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตนให้กลายไปเป็นตัวละครต่าง ๆ ทั้งการแต่งหน้า แต่งตัว หรือแม้แต่การสวมคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้น แต่แค่ความชื่นชอบอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะการแต่งคอสเพลย์ต้องมีแพสชัน คนแต่งคอสเพลย์หรือคอสเพลเยอร์นั้นต้องใช้ทักษะทางด้านศิลปะและงานฝีมือมากมายเพื่อที่จะเข้าถึงการเป็นตัวละครนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและสมอง ซึ่งการแต่งคอสเพลย์ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณได้ด้วย สุขภาพจิตที่ดีขึ้นผ่านการก้าวข้ามตัวตนด้วยการคอสเพลย์ บรรเทาความเครียด โดยปกติแล้ว เวลาที่คนเราได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบสามารถช่วยลดระดับความเครียดได้ ซึ่งการแต่งตัวเป็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบนั้นไม่ต่างกับการแต่งตัวดี ๆ ออกไปนอกบ้านที่ช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง หรือจะเป็นการออกไปช้อปปิ้งเพื่อซื้อพรอป (พรอปเพอร์ตี: Property) หรืออุปกรณ์ประกอบในการแต่งตัวก็จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศจากสถานที่เดิม ๆ นอกจากนี้ การสวมบทบาทตัวของตัวละครเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยคุณสลัดความเครียดที่ติดอยู่กับตัวตนเดิมของคุณออกและไปโฟกัสกับคาแรกเตอร์ของตัวละครที่คุณคอสเพลย์แทน ซึ่งอาจทำให้คุณได้ทำอะไรสนุก ๆ ที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผ่อนคลายและมีเวลาคิดเพื่อที่จัดการกับความเครียดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น ฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การคอสเพลย์ไม่ใช่แค่การแต่งตัวด้วยชุดสำเร็จรูปเท่านั้น คอสเพลเยอร์หลายคนใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการแต่งหน้าเพื่อให้เหมือนกับตัวละครมากที่สุด โดยต้องอาศัยสมาธิและทักษะในการแต่งหน้าอย่างมหาศาล เพราะตัวละครส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะจากฝั่งญี่ปุ่นหรือฝั่งตะวันตกมีความแฟนซีและรายละเอียดมากกว่าการแต่งหน้าทั่วไปจึงต้องใช้เวลาในการแต่งและการฝึกฝนในระยะยาว ชุดในการคอสเพลย์ก็ไม่ใช่ว่าใส่แล้วจะเหมือนเลย คอสเพลเยอร์หลายคนทำชุดด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ เลือกสี เลือกลาย การใส่รายละเอียดในแต่ละจุด รวมถึงการตัดเย็บ การจะทำชุดให้เหมือนกับตัวละครที่อยู่แอนิเมชันนั้นต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการคิดพลิกแพลงอย่างมากเพื่อที่จะหาวัสดุที่เหมือนมาใช้ทำชุด คอสเพลเยอร์ไม่ได้คอสเพลย์เป็นตัวละครที่เป็นคนเพียงอย่างเดียว บางคนคอสเป็นหุ่นยนต์ก็ต้องมีการประกอบหรือสร้างพร็อพขึ้นมาใหม่ต้องใช้ทักษะในการประดิษฐ์ บางคนอาจต้องต่อวงจรไฟเพื่อให้ชุดเรืองแสงได้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสวมชุดก็ต้องเคลื่อนไหวได้คล่องตัวด้วย การแต่งคอสเพลย์จึงต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในหลายด้านควบคู่กัน…
16/06/2023

การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย

ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…
15/06/2023

การกินวิตามินซีไม่ได้ป้องกันหวัดแบบที่หลายคนเชื่อ

เรามักจะพูดกันเสมอว่าให้กินวิตามินซีเยอะ ๆ และบ่อย ๆ เพราะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าการได้รับวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้ Hack for Health จะมาแฮกเรื่องนี้ให้คุณเข้าใจกันมากขึ้น ประโยชน์ของวิตามินซี วิตามินซีหรือกรดแอสเคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายควรได้รับเป็นประจำทุกวัน ซึ่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมอาจส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ สรรพคุณที่แท้จริงของวิตามินซีต่อโรคหวัด อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ชื่อเรื่องว่าการกินวิตามินซีไม่ได้ช่วยป้องกันหวัด แต่นั่นไม่ได้ไม่ความว่าการวิตามินซีไม่มีประโยชน์ และหากได้รับเยอะไปอาจทำให้ปวดท้องและท้องเสียได้ ก่อนเลยอื่นเราไปดูกันก่อนว่าทำไมคนถึงเข้าใจว่ากินวิตามินซีนั้นป้องกันโรคหวัดได้ วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่าการได้รับวิตามินซีอย่างเหมาะสมช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรคและบรรเทาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้จริง อย่างโรคภูมิแพ้ แต่ข้อสรุปของการศึกษาจำนวนหลายชิ้นไม่พบว่าการได้รับวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้แต่อย่างใด รวมถึงการลดความเสี่ยงด้วย แต่สรรพคุณที่พบ คือ คนที่ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลาระยะหนึ่งมีอาการของโรคหวัดที่รุนแรงน้อยกว่าและหายจากโรคหวัดได้เร็วกว่า  แต่ถึงอย่างนั้นก็เคยมีการศึกษาอีกชิ้นที่ให้คนที่กำลังจะต้องใช้แรงในการฝึกหรืออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างการวิ่งมาราธอนหรือการฝึกทหารในพื้นที่ที่หนาวจัด ได้รับวิตามินซีล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ ซึ่งพบว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหวัดในคนเหล่านั้นได้ครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป เลยสามารถสรุปได้ว่า การได้รับวิตามินซีไม่สามารถป้องกันโรคหวัดได้ แต่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับโรคหวัดได้ดีขึ้น การได้รับวิตามินซีจากอาหารและอาหารเสริมจึงเป็นเรื่องทึ่คุณไม่ควรละเลย เพราะไม่ใช่แค่ช่วยในเรื่องของโรคหวัด แต่ยังดีต่อสุขภาพได้ในอีกหลายด้าน วิตามินซี กินเท่าไหร่ถึงจะดี? โดยปกติผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามิน 90 มิลลิกรัม/วัน และผู้หญิงในวัยเดียวกันควรได้รับ 75 มิลลิกรัม/วัน แต่วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ละลายน้ำได้ง่าย…
15/06/2023

เคล็ดลับสุขภาพจากชินจังจอมแก่น แค่กลั้วคอก็ป้องกันโรคหวัดได้

หากคุณเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นสุดคลาสสิก อย่างชินจังจอมแก่น อาจเห็นฉากที่ชินโนสุเกะกลั้วคอหลังกลับจากโรงเรียนอยู่บ่อย ๆ หรือแอนิเมชันญี่ปุ่นบางเรื่องก็มีฉากแนวนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ญี่ปุ่นการกลั้วคอหลังกลับถึงบ้านเป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นหลายครอบครัวทำกันเป็นเรื่องปกติเพื่อป้องกันโรคหวัด ในบทความนี้ Hack for Health เลยจะเอาเคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ และข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกลั้วคอเพื่อป้องกันโรคหวัดของคุณญี่ปุ่นมาฝากกัน โรคหวัด (Common cold) เป็นการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ทำให้เป็นไข้ ตัวร้อน อ่อนเพลีย ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ และเจ็บคอได้ ซึ่งประเทศไทยพบได้ตลอดทั้งปี แต่พบบ่อยขึ้นในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เพราะอุณหภูมิต่ำทำให้เชื้อเติบโตได้ดีและลมแรงทำให้เชื้อแพร่กระจายได้มากขึ้น โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรงและหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ทำไมการกลั้วคอถึงช่วยป้องกันโรคหวัดได้? โรคหวัดนั้นเกิดจากไวรัส ซึ่งไวรัสนั้นมีขนาดเล็กสามารถยึดเกาะกับละอองฝอยสารคัดหลั่งและสามารถปลิวไปตามลมได้ เวลาที่เราหายใจเข้าหรืออ้าปากเพื่อพูดคุย ไวรัสพวกนี้สามารถเข้าไปเกาะที่ด้านหลังคอหรือด้านในโพรงจมูก และทำให้คุณเป็นหวัด ซึ่งการกลั้วคอจะช่วยล้างเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดและอาจรวมถึงเชื้อโรคอื่น ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณด้านในคอออกมา ทำให้ปริมาณของเชื้อลดลงและป้องกันการเกิดโรคหวัดได้ การกลั้วคอป้องกันโรคหวัดได้จริงไหม? หากมองในแง่ของเหตุผล การกลั้วคอเพื่อนำเอาเชื้อโรคที่เกาะอยู่ที่คอออกมาก็ดูสมเหตุสมผลที่การกลั้วคอจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้จริง แต่ในแง่ของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็มีการยืนยันถึงเรื่องนี้ด้วย การศึกษาชิ้นหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่นได้ศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีที่มีอายุระหว่าง 18–65 ปี จำนวน 387 คนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งทีมวิจัยได้แบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ไม่ได้กลั้วคอ 2)…
11/04/2023

พฤติกรรมคนวัยทำงานและชาวออฟฟิศที่เสี่ยงโรคไตไม่รู้ตัว

ประเทศไทยติด Top 5 ของประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไตสูงที่สุด ซึ่งปัจจัยและสาเหตุของโรคไตมีหลายอย่างมาก ขอบอกเลยว่าไม่ใช่สิ่งไกลตัวเราอย่างแน่นอน โดยบทความนี้ Hack for Health ได้นำพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไตให้กับคุณโดยไม่รู้ตัวมาให้ได้อ่านกัน โดยเฉพาะบรรดาคนวัยทำงานและพนักงานออฟฟิศ ผู้ใหญ่ไม่ควรได้รับโซเดียมมากกว่า 2,000 มิลลิกรัม/วัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีปริมาณโซเดียมราว 1,300 มิลลิกรัม/ซอง รู้จัก ‘โรคไต’ ให้ดีขึ้น แม้เราจะได้ยินคำว่าโรคไตผ่านหูอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการแซวกันเวลามีคนใกล้ตัวกินของเค็มจัด แต่คนส่วนใหญ่รู้จักความร้ายกาจของโรคนี้น้อยมาก โดยโรคไตแล้วจริง ๆ เป็นกลุ่มโรคที่ส่งผลให้ไตเกิดความเสียหายและไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ‘ไตเสื่อม’ อย่างไตวาย ไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ และนิ่วในไต หน้าที่ของไตคือการขับของเสีย สารพิษ สารเคมี และสารอาหารส่วนเกินออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ และมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารอาหารบางชนิดด้วย โดยเมื่อไตเกิดความเสียหาย ประสิทธิภาพในการกรองหรือกำจัดของเสียของไตลดลง ส่งผลให้เกิดสารอาหารและสารต่าง ๆ ตกค้างไปภายในร่างกาย หลอดเลือด และอวัยวะ เมื่อเกิดการคั่งค้างของสารและของเสียเหล่านี้ย่อมส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติตามมา เช่น นิ่วในไต ไตอักเสบ ติดเชื้อตามระบบต่าง ๆ และน้ำท่วมปอด ถ้าคุณเป็นโรคไตแล้ว บอกเลยว่าชีวิตในทุกวันจะไม่สดใสเหมือนเคย…

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)