Tags
| การทำงาน
23/12/2025
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 22 days ago
ส่อง 5 เทรนด์การทำงานมาแน่ ปี 2026
ปี 2025 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโลกการทำงาน ทั้งกระแสต่อต้านนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม วิกฤตเศรษฐกิจ พายุการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สะเทือนไปทั้งวงการเทคฯ ที่ทำให้หลายคนเริ่มสั่นคลอนและต้องกอดงานไว้ให้แน่น ตามรายงานจาก McKinsey ระบุว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทกว่า 92% เตรียมเพิ่มงบลงทุน AI เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 คำถามสำคัญคือ วัฒนธรรมองค์กรจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ? เตรียมรับมืออย่างไรได้บ้าง ? และนี่คือ 5 เทรนด์สำคัญที่คนทำงานต้องรู้ 1. เลิกกลัว AI แย่งงาน รู้จักใช้แต่ไม่ใช่ถูกกลืน ตลอดปีที่ผ่านมา เราเห็นพาดหัวข่าวอยู่เสมอว่า AI จะเข้ามาแย่งงาน ไม่ว่าจะสายงานผลิตหรือพนักงานออฟฟิศ แต่ผลวิจัยปี 2025 จาก Budget Lab ของมหาวิทยาลัย Yale ชี้ให้เห็นว่า หลังจาก ChatGPT เปิดตัว เมื่อราว ๆ 2-3 ปี ก่อน และมีการนำ AI มาใช้กับการทำงานจริง กลับส่งผลกระทบในเชิงลบน้อยกว่าที่คิดแต่สิ่งที่น่าจับตามองจริง…24/10/2025
ผู้เชี่ยวชาญชี้ ! ความจริงใจ และความเป็นตัวเอง อาจทำให้ดูไม่โปรในที่ทำงาน
ในโลกการทำงานยุคใหม่ คำแนะนำที่ว่า “จงเป็นตัวของตัวเอง” (Be Yourself) อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อ "ความเป็นตัวเอง" นั้นถูกแสดงออกมาอย่างไม่ผ่านการกลั่นกรอง แนวคิดนี้ไปเตะตาผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งเข้า โทมัส ชามอร์โร-พรีมูซิค (Dr. Tomas Chamorro-Premuzic) จนเขียนหนังสือออกมาในชื่อ "Don’t Be Yourself: Why Authenticity Is Overrated (and What to Do Instead)" Gen Z กับ "ความจริงใจ" ที่มากเกินไป ? หนังสือเล่มนี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่มักถูกวิจารณ์ว่า “ขาดทักษะทางสังคม” หรือ “จริงใจเกินไป” จนดูไม่เป็นมืออาชีพ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือการไม่สนใจการแต่งกายตามธรรมเนียมขององค์กร หรือพฤติกรรมที่กำลังเป็นไวรัลอย่าง “Gen Z Stare” (การจ้องหน้าคู่สนทนาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์) ทำให้ถูกมองว่าเป็นการแสดงตัวตนที่มากเกินไป จนขาดความเป็นมืออาชีพ แต่การแสดงสีหน้าเรียบเฉยของเหล่า Gen…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 82 days ago
Read More23/07/2024
DQ (Digital Intelligence Quotient) ทักษะใหม่ที่คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมี
“จากการศึกษาของธนาคารโลก พบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ” ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างก็รุดหน้าและก้าวไกล หลายอาชีพเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราทุกคนต่างต้องแข่งขันและไขว่คว้าหาโอกาสที่ดีกว่า ด้วยการพัฒนาทั้งความฉลาดทางด้านปัญญาและอารมณ์ หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ IQ และ EQ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญและจำเป็นมาก ๆ ในโลกดิจิทัล นั่นคือทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ ทักษะ DQ นี้เองที่จะพาเราไปสู่โอกาสใหม่ ๆ และหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ถามว่าตอนนี้คุณรู้จักทักษะดังกล่าวดีพอแล้วหรือยัง ? ถ้ายังไม่ดี หรือมีไม่พอ หรือบางคนอาจยังไม่รู้จักว่า DQ คืออะไร และจำเป็นต่อชีวิตเรามากมายแค่ไหน วันนี้เรามาเริ่มทำความรู้จักไปด้วยกัน จากการศึกษาของธนาคารโลกพบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ สาเหตุหลักมาจาก แล้วเราจะเอาตัวรอดอย่างไร ? DQ คือ คำตอบ ! ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 540 days ago
Read More27/05/2024
การบ่นเรื่องงานในเชิงอวดทำให้คุณดูน่าเบื่อ ไร้ความสามารถ และยังทำคนอื่นเครียดตามไปด้วย
ความเครียดในที่ทำงานเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ แต่คุณเคยเจอคนที่อวดเรื่องความเครียดเกี่ยวกับการทำงานบ่อย ๆ ไหม “งานนี้เครียดมากเลยนะ” “ได้งานเพิ่มอีกแล้ว แค่นี้ก็เยอะจะแย่” หรือ “แกลองมาเป็นฉันดูว่ามันเครียดขนาดไหน” ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนคนที่บ่นเรื่องงาน แต่คนจำนวนไม่น้อยเอาความเครียดจากภาระงานมาเป็นถ้วยรางวัลในการทำงาน แล้วเล่าให้คนอื่นฟังเพื่อแสดงถึงความทุ่มเทและการทำงานหนักมากกว่าคนอื่น มากกว่าการระบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ราวกับว่าความเครียด และภาระงานควรจะเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน การอวดเรื่องงานยาก หรืองานเยอะเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้รู้สึกว่าคุณทำงานเยอะ และมีความสามารถในการจัดการงาน แต่ในทางตรงกันข้าม การสำรวจ และการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย (University of Georgia) ที่นำโดยเจสสิกา โรเดลล์ (Jessica Rodell) พบว่าคนที่อวดเรื่องความเครียดในการทำงานจะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าคนที่อวดดูมีความสามารถน้อยลง และเป็นที่ชื่นชอบน้อยลงแทน ทีมของเจสสิกาได้ทำการสำรวจขึ้นในคน 360 คน เพื่อตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนร่วมงานสมมติ (Imaginary Co-worker) ที่ไปเข้าร่วมการประชุมในด้านความชื่นชอบ ความสามารถ และความรู้สึกอยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงาน โดยกำหนดให้เพื่อนร่วมงานสมมติที่ชอบอวดเรื่องความเครียดพูดถึงการประชุมสมมติว่า ซึ่งคนที่เข้าร่วมก็ให้คะแนนเพื่อนร่วมงานกลุ่มนี้ ทั้งในด้านความชื่นชอบ และด้านความสามารถในระดับต่ำ และผู้เข้าร่วมยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงานกับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ด้วย นอกจากนี้ทีมของเจสสิกายังได้เก็บข้อมูลจากคนอีก 218 คนที่เคยเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบอวดเรื่องความเครียดจากงานในชีวิตจริง ซึ่งพบว่าคนที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้มีระดับความเครียด และภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 597 days ago
Read More11/03/2024
เรียนรู้ที่ปล่อยวางเรื่องงาน เพราะคนอื่นทำงานไม่ได้ดั่งใจ
คุณเคยรู้สึกแบบนี้รึเปล่า? รู้สึกว่าสั่งงานอะไรคนอื่นไปก็ไม่ได้ดั่งใจเลยสักอย่าง หงุดหงิด อารมณ์เสีย ไปหมด ก่อนอื่น Hack for health ขอให้คุณลองพิจารณาดูก่อนว่า ความไม่ได้ดั่งใจที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะการทำงานของคนอื่นจริง ๆ หรือเป็นเพราะความ Perfectionist ของตัวคุณเอง? ลักษณะนิสัยของคนที่มีความเป็น Perfectionist ถ้าสิ่งที่คุณเป็นอยู่ในตอนนี้ มีมากกว่า 4 ข้อขึ้นไป ก็แสดงว่าตัวคุณเองนั้นเป็นคนที่มีความเป็น Perfectionist เอามาก ๆ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบในการทำงานร่วมกับผู้อื่นแล้ว ก็จะยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของตัวคุณเองอีกด้วย ดังนั้น เราจึงจะมาแนะนำวิธีปรับเปลี่ยนเรื่องนี้กัน วิธีรับมือกับความ Perfectionist เมื่อคนรอบตัวไม่ได้ดั่งใจ 1. คิดในเชิง Positive บ้าง ปกติแล้วคนที่มีความ Perfectionist จะชอบคิดอะไรให้แง่ลบไปก่อน เพราะกลัวเกิดความผิดพลาด ทันทีที่ความคิดลบคืบคลานเข้ามาสู่สมอง ลองปรับความคิดให้เป็นบวกมากขึ้น 2. ฝึกความยืดหยุ่นให้มากขึ้น ถ้าคุณมีความตึงมากเกินไป มักนำความเพอร์เฟกต์ไปเป็นไม้บรรทัดวัดคนอื่น ก็จะทำให้บรรยากาศและประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลงแน่นอน ดังนั้นขอให้ฝึกความยืดหยุ่นให้กับการทำงานดูบ้าง Nobody Is Perfect ไม่มีใครเลยที่จะมีความสมบูรณ์แบบเพอร์เฟกต์อยู่ในตัว แม้แต่ตัวคุณเอง ดังนั้นเรียนรู้ที่จะมองจุดเด่นของคนอื่น และผลักดันให้เขานำข้อดีในตัวของเขาเหล่านั้นมาใช้กับการทำงานจะดีกว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 674 days ago
Read More27/02/2024
Imposter Syndrome ภาวะกังขาในความสามารถตัวเอง
อย่าละเลยความรู้สึกแย่ ๆ ที่มาจาก Imposter Syndrome เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า! Imposter Syndrome คือภาวะในแง่ลบที่เกิดขึ้นจากจิตใจ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ด้อยค่าในตัวเอง นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือต่อให้ทำงานสำเร็จก็พาลคิดไปว่าอาจเพราะโชคช่วย เพราะคนโน้นคนนี้ช่วย ไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งของตัวเองเลย เรากำลังเสี่ยงต่อการเป็น Imposter Syndrome รึเปล่านะ? ภาวะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเลย แต่ว่าจะพบได้มากในหมู่ First Jobber, คนที่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือคนที่ได้รับแรงกดดันจากการทำงานในระดับสูง อยู่ในสังคมการทำงานขนาดใหญ่ ที่มีคนเก่งรายล้อมรอบตัวมากมาย และมักจะมีนิสัยติดตัวแบบนี้ 1. วางเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่เหมาะสม วางแผนเป้าหมายชีวิตของคุณอย่างเป็นสเต็ป 1 ปี 5 ปี 10 ปีอย่ากดดันตัวเอง อย่าคิดว่าทุกอย่างจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือนเดียว เพราะบางเรื่องก็ต้องใช้เวลาจริง ๆ 2. เขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุก ๆ วัน เราจะไม่เอาชนะความคิดลบด้วยการไปต้านมัน แต่จะเปลี่ยนเป็นใส่พลังบวกเข้าไปในความคิดแทน ก่อนนอนทุกคืนให้คุณเขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุก ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 687 days ago
Read More27/02/2024
Productivity Shame รู้สึกผิดทุกทีที่ว่างจากงาน
เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของชมรมคนรักงานเลย ใครกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่บ้างมาดูวิธีแก้กันครับ Productivity Shame คือ ความรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่มากพอ แย่ไปกว่านั้นคือ รู้สึกละอายใจในตอนที่ตัวเองพักผ่อน เพราะคิดว่าถ้าเราไม่พักผ่อนเนี่ย เราก็จะเอาเวลานี้ไปทำงานได้อีกเพียบเลย! ซึ่งขอบอกเลยว่า “อันตราย” มากนะครับ เพราะชีวิตการทำงานที่ไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดภาวะ Burn Out และตามมาด้วยการเป็นโรคซึมเศร้า ทำไม ทำงานมากเท่าไหร่ก็รู้สึกว่ายังไม่พอ? อยากมีความสุขกับการทำงาน ต้องดำเนินชีวิตให้มีความสมดุล ความรักในการทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าอย่าลืมแบ่งความรักนั้นไปให้กับพาร์ทอื่น ๆ ของชีวิตด้วย อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ ***ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 687 days ago
Read More05/02/2024
เมื่อไหร่ที่คุณควรตัดสินใจเปลี่ยนงาน?
ยิ่งถ้าคุณตัดสินใจไม่ได้สักทีก็ยิ่งต้องอ่าน เพราะเรามีคำแนะนำดี ๆ มาบอก! ลองทำเช็กลิสต์เหล่านี้ดู ถ้าคุณตอบ “Yes” มากกว่า 4 ข้อก็อาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” มากกว่า 4 ข้อแล้วละ ก็อาจจะถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้วก็ได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายมาดูข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนงานกันก่อน ข้อดีของการเปลี่ยนงานใหม่ ข้อเสียของการเปลี่ยนงานใหม่ ทั้งนี้เราก็คงตอบให้คุณไม่ได้ว่าการเปลี่ยนงานของคุณในครั้งนี้ จะเป็นเหมือนกับการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ แต่หลาย ๆ คนก็ยอมเลือกเพราะทนอยู่กับบริษัทเก่าหรือวัฒนธรรมองค์กรเก่า ๆ มาอย่างยาวนานแล้ว เราก็ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าให้คุณใช้ “สติ” ในการตัดสินใจให้ดี ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ลุยโลด! หางานใหม่ได้เลย อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 709 days ago
Read More30/01/2024
จิตวิทยาการทำงานที่จะช่วยให้คุณทำงานได้ง่าย และดีขึ้น
วิธีการทางจิตวิทยาที่มีประโยชน์ สามารถปรับใช้ในการทำงานได้ทั้งกับตัวเอง เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้า เป้าหมายหลักของการใช้วิธีการทางจิตวิทยานี้ก็คือ การทำให้สถานที่ทำงานเป็นสถานที่เชิงบวก และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่สบายใจกับทั้งตัวคุณเอง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าและทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลองมาดูกันซิว่าการเพาะปลูกพลังงานเชิงบวกในที่ทำงานนั้นสามารถทำอย่างไรได้บ้าง จัดการการทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด เริ่มจากการทำงานของตัวคุณเองก่อน จัดการระบบการทำงานของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ แบ่งงานใหญ่ ๆ ให้ออกเป็นงานย่อย ๆ เริ่มจากทำงานที่ยากก่อน หลังจากนั้นค่อยไล่ระดับไปสู่งานที่ง่าย จัดการงานให้ตรงกับช่วงเวลาที่ได้รับมอบหมาย และตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุด ฝึกการหายใจ เพื่อคลายความเครียด การทำงาน อาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียด เหนื่อย มีความล้าเกิดขึ้นได้บ้าง แต่คุณสามารถผ่อนคลายความเครียดหรือความเหนื่อยล้านี้ได้ ด้วยการลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าและออกลึก ๆ ผ่อนคลาย ชมนกชมไม้เดินไปชงกาแฟบ้าง จะช่วยปรับอารมณ์การทำงานได้ มีความเข้าอกเข้าใจต่อเพื่อนร่วมงาน ปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจ โดยทำความเข้าใจถึงมุมมองและอารมณ์ของผู้อื่น สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ มีความเข้าใจกันมากขึ้น และมีการซัปพอร์ตซึ่งกันและกัน มีการสื่อสารต่อกันด้วยความชัดเจน และตรงไปตรงมาด้วย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ซึ่งจะทำให้การทำงานสามารถดำเนินการต่อไปได้แบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรณีเกิดข้อสงสัยให้ถามเพื่อความเคลียร์ แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการรับฟัง เป็นเรื่องปกติที่สังคมการทำงานจะมีความขัดแย้งกันบ้าง เพราะว่าการทำงานเป็นสังคมขนาดใหญ่ และนำคนจากทุกเจนมารวมกัน แต่สิ่งสำคัญคือการหาวิธีก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดผิดใจกันในภายหลัง โดยจะต้องมีการรับฟังพูดคุยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 715 days ago
Read More30/01/2024
รู้จักกับ Empathy สุดยอดซอฟต์สกิลในการทำงาน
เพราะ Empathy คือ “ความเข้าอกเข้าใจ” ไม่มีอะไรที่ทำให้คนทำงานใจฟูไปมากกว่า “ความเข้าใจ” ที่ได้รับจากใครสักคน Empathy เป็นความเข้าใจที่มีต่อผู้อื่นในระดับลึก เข้าใจแบบเข้าไปในนั่งอยู่ในใจเขาจริง ๆ “ถ้าเราโดนเร่งงานแบบนั้น เราก็ต้องรู้สึกเครียดเหมือนกัน” “ถ้าเราโดนลูกค้าดุแบบโต๊ะข้าง ๆ เราก็ต้องเสียใจมากแน่ ๆ ” การมี Empathy ติดตัวเป็นหนึ่งในสุดยอดซอฟต์สกิลในการทำงานมาก ๆ เพราะอะไร? 1. ทำให้เข้าใจเพื่อนร่วมงานได้ดีขึ้น การมี Empathy จะทำให้เพื่อนร่วมงานกล้าแชร์ความรู้สึก เปิดอกกับคุณในทุก ๆ เรื่องของการทำงาน ทำให้คุณเข้าใจว่าเพื่อนร่วมงานต้องการอะไร และคุณจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ยังไง ก่อเกิดมิตรภาพในการทำงานที่ดีขึ้น 2. นำความเห็นของคนอื่น มาใช้ในการพัฒนาตัวเอง การเปิดใจรับฟังอย่างเข้าใจ จะทำให้คุณเป็นคนที่มีใจเปิดกว้างมากขึ้น และยินดีรับฟังคอมเมนต์ของคนอื่นที่มีต่อตัวคุณเอง ทำให้นำคำแนะนำที่มีประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาตัวเอง แล้วคุณจะแยกได้ว่าคอมเมนต์ไหนจริงใจ คอมเมนต์ไหนเต็มไปด้วยอคติ และไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ 3. แค่มี Empathy ก็ช่วยทำงานได้ดีขึ้น ! เพราะความช่างสังเกต ความเอาใจใส่ จะทำให้คุณคาดเดาความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น และนำไปปรับให้ผลงานของคุณถูกใจลูกค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย ผลงานดี แก้งานน้อยลง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 715 days ago
Read More11/01/2024
งานนั้นก็ไม่ดี งานนี้ก็เฉย ๆ รู้จักและรับมือกับความรู้สึก ‘ฉันไม่เก่ง’ ซึ่งอาจเป็น Impostor Syndrome ได้
เคยเป็นมั้ย? ต่อให้ได้รับคำชมก็รู้สึกเหมือนถูกชมเป็นมารยาท รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น ไม่ควรค่าแก่การได้รับคำชม รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ได้มีดีขนาดนั้น” ความรู้สึกนี้ถ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและท่วมท้นอาจเข้าข่าย กลุ่มอาการ Impostor Syndrome ตามหลักจิตวิทยาอธิบายว่าผู้ที่มีกลุ่มอาการนี้จะเกิดความรู้สึกสงสัยในตัวเองอยู่เสมอ และรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่คู่ควรกับความสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานยืนยันความสามารถแบบเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานที่แสดงให้ถึงความสามารถ แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการ Impostor Syndrome ก็จะคิดว่าอาจจะเป็นเพราะโชคช่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวเอง ทำไมบางคนถึงเป็น Impostor Syndrome? เพราะการเลี้ยงดู ถ้าเด็กมีการเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ทำอะไรจะต้องได้ที่ 1 เสมอ จะต้องดีที่สุดเสมอ อาจจะทำให้เด็กพัฒนาโตมากลายเป็น Impostor Syndrom เพราะความคาดหวังทางสังคม โดยอาจจะเป็นเพราะสังคมรอบข้างกดดัน หรือเสพความสำเร็จของผู้อื่นในสื่อโซเชียลมีเดียบ่อย ๆ จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นยังไม่ดีพอ หรือ “ไม่ดีเท่าคนอื่น” มาทิ้งความรู้สึกในแง่ลบนี้ และหันมาโอบกอดตัวเองให้แน่น ๆ กันดีกว่า ก่อนอื่นคุณต้องท้าทายความคิดเชิงลบ ให้คุณทำการจดบันทึกความสำเร็จของคุณ โดยที่ความสำเร็จนั้นจะเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ขนาดไหนก็ได้ เช่น วันนี้คุณเดินออกกำลังกาย 5 กิโลได้สำเร็จ วันนี้คุณทำงานเสร็จตรงตามกำหนดภายในระยะเวลา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 734 days ago
Read More21/11/2023
กรอกอะไรในช่อง “ทักษะความสามารถพิเศษ” ในใบสมัครงานดี?
คุณทราบหรือไม่ว่า? ในบริบทขององค์กรหรือสถานที่ทำงานแห่งใดแห่งหนึ่ง แนวคิดเรื่อง “ความสามารถพิเศษ” ของผู้สมัครงาน ที่ทางองค์กรต้องการทราบก่อนรับคุณเข้าทำงานนั้น เป็นมากกว่าความต้องการทราบทักษะ หรือความเชี่ยวชาญที่คุณมี โดยทางองค์กรต้องการทราบถึงความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของผู้สมัคร และเพื่อที่จะทำให้การสมัครงานของคุณมีโอกาสได้ลุ้นมากขึ้น ในบทความนี้ Hack for Health จะชวนคุณมาทำความรู้จักกันว่าความสามารถพิเศษ ที่คุณควรกรอกในใบสมัครงานนี้คืออะไรกันแน่ และสิ่งนี้จะเผยให้เห็นอะไรเกี่ยวกับตัวคุณกันบ้าง มาทำความรู้จักกันเลย “ทักษะความสามารถพิเศษ” ในใบสมัครงาน มีความเกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจ และความฉลาดทางอารมณ์ ทักษะความสามารถพิเศษในที่ทำงาน ต้องมีมากกว่าความสามารถในการทำงาน โดยองค์กรมองว่าพนักงานที่ดีควรมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น และมีความฉลาดทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง เพราะคุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้ผู้สมัครงาน มีความเข้าใจเพื่อนร่วมงานมากขึ้น รวมทั้งมีความเข้าใจในตัวผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาในระดับที่ลึกซึ้ง โดยบุคคลที่มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น จะเข้าใจถึงความต้องการ ความกังวล ของคนรอบข้าง ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน และทำให้เกิดการสนับสนุนในการทำงานที่ดีขึ้น จากมุมมองทางจิตวิทยา การมีความสามารถพิเศษเหล่านี้ บ่งบอกถึงความสามารถของคุณในการทำความเข้าใจในตัวผู้อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ จัดเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดี และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเชิงบวก และสิ่งนี้จะดีต่อองค์กรและการทำงานอย่างแน่นอน “ทักษะความสามารถพิเศษ” ในใบสมัครงาน กรอกอะไรดี? ถ้าคุณยังไม่รู้หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกรอกข้อมูลอะไรในส่วนนี้ดี ทาง Hack for Health ขอแนะนำทักษะที่น่าสนใจเหล่านี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 785 days ago
Read More02/11/2023
รู้จัก End of Year Burnout หมดปี หมดใจ ภาวะหมดไฟช่วงสิ้นปี
ในช่วงสิ้นปี ผู้คนมักสัมผัสได้ถึงความสงบนิ่ง แสงแดดที่อ่อนลง เมฆหม่นบนท้องฟ้า และอากาศที่เย็นลงเล็กน้อย ร่วมกับการรับรู้ถึงกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความรู้เฉื่อยชา ไม่อยากทำอะไรแบบแปลก ๆ โดยเฉพาะงาน ซึ่งความรู้สึกนี้อาจเป็นสัญญาณของ End of Year Burnout ภาวะหมดไฟช่วงสิ้นปีก็ได้นะ คุณน่าจะรู้จักกับเบิร์นเอาต์ (Burnout Syndrome) หรือภาวะหมดไฟในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่มักใช้กับการทำงาน ภาวะนี้ทำให้คุณไม่อยากทำงาน หมดแพสชันในการคิด การลงมือทำ การทำงานกลืนกินพลังงานทั้งกาย และใจของคุณมากเป็นพิเศษ และทำให้เครียดมากขึ้นด้วย โดยอาการนี้เกิดจากภาวะความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน ร่วมกับปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ การสำรวจพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเกิดภาวะหมดไฟในช่วงสิ้นปีอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบทความนี้จะพาไปรู้จักกับภาวะนี้กัน ทำไมหมดปี แล้วหมดไฟ? แม้ว่าช่วงเวลาสิ้นปีเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน วันหยุด และการเฉลิมฉลองให้กับเรื่องราวที่ผ่านมา และเรื่องราวใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไป แต่ผลสำรวจจากสมาคมจิตแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) พบว่าคนกว่า 31 เปอร์เซ็นต์มีภาวะความเครียด และวิตกกังวลที่สูงขึ้นในช่วงใกล้สิ้นปี เหตุผลที่ 1: เพราะวันหยุดกำลังมาถึง แม้จะเป็นเรื่องดีที่คุณได้หยุดบ่อยขึ้น หรือนานขึ้นในช่วงสิ้นปี แต่การทำงานนั้นไม่ได้หยุดลง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 804 days ago
Read More09/10/2023
ทำงานก็ดี นิสัยก็ไม่แย่ แต่ทำไมยังแพ้คนอื่น
วันนี้เราจะมาชวนคุณทำความรู้จักกับ จิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน ความน้อยใจในหลาย ๆ เรื่อง ที่คุณอาจจะเก็บมาคิดจนเกิดความทุกข์ และถูกบ่มเพาะจนกลายเป็นความเครียด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน ที่คุณมั่นใจว่าตัวเองก็ทำงานได้ดีและสามารถเข้ากับคนอื่นได้ แต่กลับไม่ได้รับคำชื่นชม หรือไม่ได้รับกำลังใจกลับมา จะหาทางแก้ปัญหาความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไรดี วันนี้เราจะมาให้คำแนะนำดี ๆ และสิ่งนี้อาจมีประโยชน์กับคุณได้บ้าง อารมณ์น้อยใจจากการทำงาน ทุ่มเทแต่ไม่มีใครเห็นค่า เพราะอารมณ์เป็นสิ่งที่มีกันทุกคน หลาย ๆ คนอาจจะมีความอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงาน ที่คุณมั่นใจว่าตัวเองทำงานได้ดีแล้ว เห็นผลประจักษ์ชัดจริงว่าผลงานที่คุณทำนั้นออกมาดี สร้างประโยชน์ให้กับองค์กรหรือบริษัท แต่ก็ยังไม่ได้รับคำชื่นชม ยังไม่ได้รับกำลังใจจากการทำงานที่คุณทุ่มเททำลงไปอย่างหนัก เราขอแนะนำวิธีแก้ เริ่มจากการปรับ Mindset กันก่อน เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ก่อนอื่นเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก่อนเลย เพราะแต่ละคนล้วนมีข้อดีต่างกัน มีประสบการณ์ มีความชำนาญต่างกัน ดังนั้นการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จะไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่คุณเลย มิหนำซ้ำยังให้ความรู้สึกที่แย่ซ้ำเติมตัวเองมากขึ้นเข้าไปอีก และจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณ ดังนี้ การถอนตัวออกจากความคิดเชิงลบ และถอนตัวออกจากการนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องฝึกฝนและใช้เวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้ว่าจิตของตัวเองเริ่มที่จะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วให้ตั้งสติ และปล่อยให้ความคิดนั้นไหลไปอย่านำอารมณ์ไปจับ และพุ่งสมาธิพุ่งของคุณไปที่การพัฒนาตัวเองดีกว่า และการพัฒนาตัวเองนี้ก็จะต้องตั้งหลักชัยให้ถูกด้วย พัฒนาตัวเองเพื่อทำให้ตัวเองดีขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่พัฒนาตัวเองเพราะอยากจะแข่งขันกับคนอื่น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 828 days ago
Read More26/09/2023
Work life harmony ผสานชีวิตและการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว แฮปปี้ทุกด้าน!
“งานและชีวิต” เป็น 2 ส่วนสำคัญในชีวิตที่เกี่ยวพันกันตลอดเวลา การค้นหาสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างงานและชีวิตได้กลายเป็นความท้าทาย สำหรับหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสมาชิกชมรมคนรักงานในยุคปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าจะถูกงานกลืนกินชีวิตไปมาเหลือเกิน แต่คำแนะนำที่เราจะมาแนะนำ คือ แทนที่คุณจะมุ่งเน้นไปที่ความสมดุล เราอยากให้คุณลองมองว่า งานและชีวิตไม่ใช่สิ่งที่แยกจากกัน แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้วงกลมที่หล่อหลอมซึ่งกันและกัน ดังที่ Jeff Bezos เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า “หากคุณมีความสุขที่บ้าน คุณจะมีพลังมหาศาลในการทำงาน และหากคุณมีความสุขในการทำงาน คุณจะกลับบ้านด้วยพลังงานมหาศาล” ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจว่าทั้งงานและชีวิตมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และเราควรพยายามหาทางจับทั้ง 2 ฝั่งมาอยู่ภายใต้วงกลมแห่งความสุขเดียวกันให้ได้แบบพอดี Work life harmony งาน+ชีวิต รวมเป็น 1! ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลที่ดีระหว่างระยะเวลาและความพยายามที่ใช้ไปกับงาน สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงาน กับระยะเวลาและพลังงานที่คุณอุทิศให้กับชีวิตส่วนตัว ครอบครัว เพื่อน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ทำไมคุณถึงต้องใส่ใจความสมดุลระหว่างงาน และชีวิตส่วนตัว? เพราะการบรรลุความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานเชิงบวกจะให้ประโยชน์แก่คุณหลายประการ ได้แก่ 1. ช่วยลดระดับความเครียด เมื่อคุณมีความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว คุณจะสามารถจัดการกับความเครียดและรักษาความเป็นอยู่โดยรวมได้ดีขึ้น 2. ช่วยปรับปรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณ ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานในเชิงบวก สามารถช่วยป้องกันความเหนื่อยหน่าย ความเหนื่อยล้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 841 days ago
Read More04/09/2023
รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย แม้ไม่ชอบแต่ก็ต้องทำใจ!
ในที่ทำงาน คุณมักจะเจอเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัย และมีทั้งบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้ว่าเพื่อนร่วมงานที่คุณเจอจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัย แต่สำหรับบางคนพฤติกรรมของพวกเขา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาตีแผ่กับลักษณะนิสัย toxic ของเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะพบเจอกัน และจะมาแนะนำวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย คุณเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถหาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม ในสังคมการทำงานทุกที่ ย่อมมีคนที่หลากหลายถ้าคุณไม่พอใจใครจะให้เปลี่ยนงานเป็นทุกครั้งก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นมาศึกษาความเป็นพิษของเพื่อนร่วมงานในแต่ละรูปแบบกันดีกว่า และคุณจะได้หาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้คุณต้องทำใจเอาไว้เลยว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติและความสนใจของคุณเองในการจัดการกับพวกเขาได้ และสิ่งนี้จะไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของคุณใด ๆ ทั้งสิ้น 1. บ่นไม่หยุด โลกรอบตัวไม่มีอะไรดีเลย ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่เอาแต่บ่น จดจ่ออยู่กับด้านลบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ ไม่เคยมีอะไรดีเลย วิธีจัดการ: ให้คุณนำเสนอวิธีแก้ปัญหา และพยายามเปลี่ยนเส้นทางการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวกมากขึ้น หากความคิดเชิงลบยังคงมีอยู่ หรือเพื่อนร่วมงานของคุณยังไงก็ไม่หยุดบ่น ให้คุณนำตัวเองเฟดออกมา จากการมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลบนั้น 2. ผู้คุมวิญญาณ ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่มักจะเฝ้าติดตามและควบคุมงานมากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีความเป็นอิสระในการทำงาน วิธีจัดการ: พยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณกำลังทำงานในส่วนไหนอยู่ ทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว พยายามนำเสนอรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่เขาจะได้หมดคำถาม และอาจจะเกิดความไว้วางใจในตัวคุณมากขึ้น 3. Gossip…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 863 days ago
Read More29/08/2023
วิธีก้าวออกจาก Safe Zone เมื่อมองไม่เห็นความก้าวหน้าในที่ทำงาน
หลาย ๆ คนอาจจะมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทดี ๆ ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางด้านการเงิน จิตใจและสังคมที่ดีพร้อมอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจกำลังพบกับชีวิตการทำงานที่รู้สึกว่ายัง “ไม่ใช่” แต่ก็ยังคงติดอยู่กับสถานที่เดิม ๆ สังคมเดิม ๆ การทำงานแบบเดิม ๆ ยังไม่กล้าก้าวที่จะออกจาก “Safe Zone” แม้ในใจจะมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่า สถานที่ที่คุณอยู่นี้ยังไม่ใช่สถานที่ใช่สำหรับคุณ ในบางครั้งความกล้าก็มาจากแรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าในวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วย ที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณนั้นมีความเด็ดขาด เราขอยกมืออาสา และก็ได้นำความรู้ดี ๆ มาฝากคุณผู้อ่านกันอีกเช่นเคย มาปลดล็อกความกังวลและก้าวเท้าออกจาก Safe Zone ในบทความนี้กัน Safe Zone คืออะไร? สิ่งนี้ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยภายในใจของคุณ เป็นสถานการณ์ที่คุณคุ้นเคยและรับประกันว่าจะไม่มีความกังวลใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคถ้าคุณมองหาการพัฒนาในชีวิต เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเติบโต ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งใหม่ ๆ นั้นเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรค และอยู่ห่างไกลจากคำว่า Safe Zone แม้ว่าคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่โซนแห่งความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ แต่การท้าทายตัวเองจะทำให้คุณมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง หากคุณรู้สึกเบื่อกับการทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มองไม่เห็นทางเติบโต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 869 days ago
Read More12/07/2023
ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้ อย่าเพิ่งลาออก! อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 917 days ago
Read More11/07/2023
ผลสำรวจพบว่าอากาศในออฟฟิศที่หนาวเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
อุณหภูมิในออฟฟิศที่หนาวเกินไปเป็นปัญหาที่พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่พบเจอ จึงไม่แปลกที่พนักงานหลายคนจะมีเสื้อคลุม เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หรือแม้แต่ผ้าห่มประจำตัวติดไว้ที่โต๊ะ ซึ่งเวลาที่ร่างกายเผชิญกับความหนาวในออฟฟิศ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน นอกจากการถูกรบกวนในด้านความรู้สึกแล้ว ผลสำรวจยังพบว่าอากาศที่เย็นเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและเพิ่มอัตราของความผิดพลาดในการทำงานด้วย อลัน เฮดจ์ (Alan Hedge) ศาสตราจารย์ด้านการออกแบบและการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการปัจจัยมนุษย์และการยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell university) ได้นำการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิในที่ทำงานกับประสิทธิภาพการทำงานเป็นเวลากว่า 1 เดือนในสำนักงานประกันแห่งสหรัฐอเมริกา ทีมนักวิจัยได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมตามจุดต่าง ๆ รวมกับการเก็บข้อมูลอุณหภูมิทุก 15 นาที และนำไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งการศึกษานี้พบว่าอุณหภูมิในออฟฟิศส่งผลต่อการทำงานได้จริง จากการศึกษานี้ได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพและข้อผิดพลาดในการพิมพ์งานของพนักงานในช่วงที่อุณหภูมิอยู่ 20 องศาเซลเซียสและ 25 องศาเซลเซียส แล้วพบว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่อุ่นกว่าช่วยลดข้อผิดพลาดในการพิมพ์ได้ราว 44 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มคุณภาพของงานถึง 150 เปอร์เซ็นต์ และขณะที่อุณหภูมิในออฟฟิศอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส พนักงานมีอัตราการพิมพ์งานอยู่ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการพิมพ์ผิดอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่พออุณหภูมิลดลงไปที่ 20 เปอร์เซ็นต์ อัตราการพิมพ์ลดไปที่ 54 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการพิมพ์ผิดเพิ่มขึ้นไปที่ 25…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 918 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More



























