ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Trends

ผลวิจัยชี้ Gen Z ไม่สน “งานไม่เลิศ ก็เชิดใส่” พร้อมลาออกทันทีแม้ไม่มีงานรองรับ

Table of Content

“อดทนไปก่อน เดี๋ยวอะไร ๆ ก็ดีขึ้นเอง” ประโยคสุดคลาสสิกที่คนทำงานวัยเก๋าต่างพากันบอกต่อเด็กรุ่นใหม่ในที่ทำงาน เราต่างถูกสอนมาให้เกาะเก้าอี้ไว้ให้แน่นที่สุดจนกว่าจะได้ที่ทำงานใหม่ เพราะความเสี่ยงด้านการเงินที่ตามมา น่ากลัวกว่าความเหนื่อยล้าทางใจซะอีก

Gen Z : งานต้องดีต่อใจ ถ้าไม่ใช่ก็แค่ “แยกทาง”

สำหรับ Gen Z งานไม่ใช่แค่ทำเพื่อได้เงิน และความสุขก็ไม่ใช่แค่โบนัสปลายปี แต่มันคือพื้นที่ที่ต้องตอบโจทย์ความหมายของชีวิตด้วย 

ผลสำรวจจาก Oliver Wyman ที่ถามความเห็น Gen Z (อายุ 18-25 ปี) กว่า 10,000 คนในประเทศสหรัฐฯ และอังกฤษ พบว่าพวกเขามีมุมมองกับการทำงานโดยเน้นความสุข สุขภาพจิต และชีวิตที่บาลานซ์เป็นที่ตั้ง พร้อมมูฟออนไปหาสิ่งที่ดีกว่าโดยไม่รู้สึกผิด

เพราะสำหรับคนรุ่นนี้ การว่างงานไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือช่วงเวลา “Reset” ระบบชีวิต ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองถูกกัดกร่อนในที่ทำงานที่ไม่เคยมองเห็นคุณค่าของพวกเขาเลย

เหตุผลที่ Gen Z กลายเป็นเจ้าแห่งการ “Job Hopping”

จากข้อมูลของ Oliver Wyman บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก สรุปปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนรุ่นนี้เปลี่ยนงานบ่อย ดังนี้ 

  1. Work-Life Balance คือสิ่งที่ตามหา : Gen Z เติบโตมาในช่วงโควิด-19 ทำให้เห็นว่าการทำงานว่าไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงแค่ในออฟฟิศ หากบริษัทไหนยังคาดหวังให้พนักงานสแตนด์บายตอบไลน์ 24 ชั่วโมง หรือทำงานล่วงเวลาโดยไม่มีสวัสดิการรองรับ Gen Z พร้อมจะโบกมือลาทันที 
  2. ความก้าวหน้าต้องชัดเจน : การทำงานแบบ “อยู่นาน ๆ เดี๋ยวก็ได้ดีเอง” ใช้ไม่ได้กับคนรุ่นนี้ หากองค์กรไม่มีแผนการเติบโตที่ชัดเจน หรือไม่มีพื้นที่ให้แสดงศักยภาพ Gen Z จะรู้สึกว่ากำลังเสียเวลาชีวิต และพร้อมจะไปแสวงหาโอกาสใหม่ที่ให้ค่าความสามารถของเขามากกว่า
  3. เบื่อง่าย ชอบความท้าทายใหม่ ๆ : เมื่อไหร่ที่เนื้องานเริ่มเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไม่ได้ใช้ทักษะอย่างเต็มที่ หรือขาดความท้าทายใหม่ ๆ คนรุ่นนี้จะเกิดอาการอิ่มตัวได้ง่าย การ Job Hopping จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่ทำงาน แต่คือการ แสวงหาความตื่นเต้นและทักษะใหม่ด้วย

ไม่ใช่แค่ Gen Z แต่ Millennials ก็เริ่มเปลี่ยนไป

แม้ภาพลักษณ์ของ Millennials หรือ Gen Y จะดูมีความมั่นคงมากกว่า แต่เทรนด์การเปลี่ยนงานบ่อย ก็กำลังระบาดในกลุ่มนี้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการอัปฐานเงินเดือนให้ทันสภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งการเปลี่ยนงานกลายเป็นวิธีที่เพิ่มรายได้ได้รวดเร็วกว่าการรอโบนัสหรือการปรับเงินเดือนประจำปี

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรยุคใหม่ไม่สามารถใช้ไม้ตายเรื่องความมั่นคง มาดึงตัวคนรุ่นใหม่ไว้ได้อีกต่อไป

หากบริษัทต้องการรักษา Talent กลุ่มนี้ไว้ สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่การเพิ่มเงินเดือน แต่คือการสร้าง “Work Culture” ที่ดี มีความโปร่งใส ให้อิสระในการทำงาน และทำให้พวกเขารู้สึกว่างานที่ทำมีคุณค่าจริง ๆ 

สุดท้ายแล้ว มุมมองต่อการทำงานจะยังคงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย ไม่ว่าคุณจะเลือกความมั่นคงในระยะยาว หรือเลือกความสบายใจในปัจจุบัน  สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การหาคำตอบว่าใครถูกหรือผิด แต่คือการถามตัวเองว่า “งานที่เราทำอยู่ตอนนี้ ให้ชีวิตแบบที่เราต้องการจริง ๆ ไหม ?”

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

จาก AI ผู้ช่วยสู่ AI ที่ทำงานเอง Claude เปิด Auto Mode เป็นค่าเริ่มต้น

10/08/2026
Read More

เก่าไปใหม่มา ! Google Assistant เตรียมหยุดให้บริการ 4 ก.ย. นี้ คาดเตรียมใช้ Gemini แทน

10/08/2026
Read More

ไหนใครได้ลองแล้ว ? ปุ่ม “Ask Maps” ฟีเจอร์ใหม่ที่ Google Maps ใส่ Gemini AI แชตบอตที่คุยกับแผนที่ได้แล้ว

10/08/2026
Read More

กันตนาล้ำ ไม่ง้อดารา เดบิวต์คู่พระ-นาง AI ครั้งแรกในวงการบันเทิงไทย ! 

10/08/2026
Read More

ลาด้วยรอยยิ้ม ! เพื่อนนักล่าฝันคืนสเตจส่งกำลังใจ “V11 นะโม” ยุติฝันสัปดาห์ที่ 9 ท่ามกลางความรักแน่นฮอลล์

10/08/2026
Read More

ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้

10/08/2026
Read More

Related Content