Tags
| การทำงาน
27/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 100 days ago
ผลวิจัยชี้ Gen Z ไม่สน “งานไม่เลิศ ก็เชิดใส่” พร้อมลาออกทันทีแม้ไม่มีงานรองรับ
“อดทนไปก่อน เดี๋ยวอะไร ๆ ก็ดีขึ้นเอง” ประโยคสุดคลาสสิกที่คนทำงานวัยเก๋าต่างพากันบอกต่อเด็กรุ่นใหม่ในที่ทำงาน เราต่างถูกสอนมาให้เกาะเก้าอี้ไว้ให้แน่นที่สุดจนกว่าจะได้ที่ทำงานใหม่ เพราะความเสี่ยงด้านการเงินที่ตามมา น่ากลัวกว่าความเหนื่อยล้าทางใจซะอีก Gen Z : งานต้องดีต่อใจ ถ้าไม่ใช่ก็แค่ “แยกทาง” สำหรับ Gen Z งานไม่ใช่แค่ทำเพื่อได้เงิน และความสุขก็ไม่ใช่แค่โบนัสปลายปี แต่มันคือพื้นที่ที่ต้องตอบโจทย์ความหมายของชีวิตด้วย ผลสำรวจจาก Oliver Wyman ที่ถามความเห็น Gen Z (อายุ 18-25 ปี) กว่า 10,000 คนในประเทศสหรัฐฯ และอังกฤษ พบว่าพวกเขามีมุมมองกับการทำงานโดยเน้นความสุข สุขภาพจิต และชีวิตที่บาลานซ์เป็นที่ตั้ง พร้อมมูฟออนไปหาสิ่งที่ดีกว่าโดยไม่รู้สึกผิด เพราะสำหรับคนรุ่นนี้ การว่างงานไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือช่วงเวลา “Reset” ระบบชีวิต ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองถูกกัดกร่อนในที่ทำงานที่ไม่เคยมองเห็นคุณค่าของพวกเขาเลย เหตุผลที่ Gen Z กลายเป็นเจ้าแห่งการ “Job Hopping” จากข้อมูลของ Oliver Wyman บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก สรุปปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนรุ่นนี้เปลี่ยนงานบ่อย ดังนี้ …24/10/2025
ผู้เชี่ยวชาญชี้ ! ความจริงใจ และความเป็นตัวเอง อาจทำให้ดูไม่โปรในที่ทำงาน
ในโลกการทำงานยุคใหม่ คำแนะนำที่ว่า “จงเป็นตัวของตัวเอง” (Be Yourself) อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อ "ความเป็นตัวเอง" นั้นถูกแสดงออกมาอย่างไม่ผ่านการกลั่นกรอง แนวคิดนี้ไปเตะตาผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งเข้า โทมัส ชามอร์โร-พรีมูซิค (Dr. Tomas Chamorro-Premuzic) จนเขียนหนังสือออกมาในชื่อ "Don’t Be Yourself: Why Authenticity Is Overrated (and What to Do Instead)" Gen Z กับ "ความจริงใจ" ที่มากเกินไป ? หนังสือเล่มนี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่มักถูกวิจารณ์ว่า “ขาดทักษะทางสังคม” หรือ “จริงใจเกินไป” จนดูไม่เป็นมืออาชีพ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือการไม่สนใจการแต่งกายตามธรรมเนียมขององค์กร หรือพฤติกรรมที่กำลังเป็นไวรัลอย่าง “Gen Z Stare” (การจ้องหน้าคู่สนทนาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์) ทำให้ถูกมองว่าเป็นการแสดงตัวตนที่มากเกินไป จนขาดความเป็นมืออาชีพ แต่การแสดงสีหน้าเรียบเฉยของเหล่า Gen…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 195 days ago
Read More23/07/2024
DQ (Digital Intelligence Quotient) ทักษะใหม่ที่คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมี
“จากการศึกษาของธนาคารโลก พบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ” ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างก็รุดหน้าและก้าวไกล หลายอาชีพเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราทุกคนต่างต้องแข่งขันและไขว่คว้าหาโอกาสที่ดีกว่า ด้วยการพัฒนาทั้งความฉลาดทางด้านปัญญาและอารมณ์ หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ IQ และ EQ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญและจำเป็นมาก ๆ ในโลกดิจิทัล นั่นคือทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ ทักษะ DQ นี้เองที่จะพาเราไปสู่โอกาสใหม่ ๆ และหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ถามว่าตอนนี้คุณรู้จักทักษะดังกล่าวดีพอแล้วหรือยัง ? ถ้ายังไม่ดี หรือมีไม่พอ หรือบางคนอาจยังไม่รู้จักว่า DQ คืออะไร และจำเป็นต่อชีวิตเรามากมายแค่ไหน วันนี้เรามาเริ่มทำความรู้จักไปด้วยกัน จากการศึกษาของธนาคารโลกพบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ สาเหตุหลักมาจาก แล้วเราจะเอาตัวรอดอย่างไร ? DQ คือ คำตอบ ! ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 653 days ago
Read More27/05/2024
การบ่นเรื่องงานในเชิงอวดทำให้คุณดูน่าเบื่อ ไร้ความสามารถ และยังทำคนอื่นเครียดตามไปด้วย
ความเครียดในที่ทำงานเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ แต่คุณเคยเจอคนที่อวดเรื่องความเครียดเกี่ยวกับการทำงานบ่อย ๆ ไหม “งานนี้เครียดมากเลยนะ” “ได้งานเพิ่มอีกแล้ว แค่นี้ก็เยอะจะแย่” หรือ “แกลองมาเป็นฉันดูว่ามันเครียดขนาดไหน” ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนคนที่บ่นเรื่องงาน แต่คนจำนวนไม่น้อยเอาความเครียดจากภาระงานมาเป็นถ้วยรางวัลในการทำงาน แล้วเล่าให้คนอื่นฟังเพื่อแสดงถึงความทุ่มเทและการทำงานหนักมากกว่าคนอื่น มากกว่าการระบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ราวกับว่าความเครียด และภาระงานควรจะเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน การอวดเรื่องงานยาก หรืองานเยอะเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้รู้สึกว่าคุณทำงานเยอะ และมีความสามารถในการจัดการงาน แต่ในทางตรงกันข้าม การสำรวจ และการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย (University of Georgia) ที่นำโดยเจสสิกา โรเดลล์ (Jessica Rodell) พบว่าคนที่อวดเรื่องความเครียดในการทำงานจะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าคนที่อวดดูมีความสามารถน้อยลง และเป็นที่ชื่นชอบน้อยลงแทน ทีมของเจสสิกาได้ทำการสำรวจขึ้นในคน 360 คน เพื่อตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนร่วมงานสมมติ (Imaginary Co-worker) ที่ไปเข้าร่วมการประชุมในด้านความชื่นชอบ ความสามารถ และความรู้สึกอยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงาน โดยกำหนดให้เพื่อนร่วมงานสมมติที่ชอบอวดเรื่องความเครียดพูดถึงการประชุมสมมติว่า ซึ่งคนที่เข้าร่วมก็ให้คะแนนเพื่อนร่วมงานกลุ่มนี้ ทั้งในด้านความชื่นชอบ และด้านความสามารถในระดับต่ำ และผู้เข้าร่วมยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงานกับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ด้วย นอกจากนี้ทีมของเจสสิกายังได้เก็บข้อมูลจากคนอีก 218 คนที่เคยเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบอวดเรื่องความเครียดจากงานในชีวิตจริง ซึ่งพบว่าคนที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้มีระดับความเครียด และภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 710 days ago
Read More29/08/2023
วิธีก้าวออกจาก Safe Zone เมื่อมองไม่เห็นความก้าวหน้าในที่ทำงาน
หลาย ๆ คนอาจจะมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทดี ๆ ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางด้านการเงิน จิตใจและสังคมที่ดีพร้อมอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจกำลังพบกับชีวิตการทำงานที่รู้สึกว่ายัง “ไม่ใช่” แต่ก็ยังคงติดอยู่กับสถานที่เดิม ๆ สังคมเดิม ๆ การทำงานแบบเดิม ๆ ยังไม่กล้าก้าวที่จะออกจาก “Safe Zone” แม้ในใจจะมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่า สถานที่ที่คุณอยู่นี้ยังไม่ใช่สถานที่ใช่สำหรับคุณ ในบางครั้งความกล้าก็มาจากแรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าในวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วย ที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณนั้นมีความเด็ดขาด เราขอยกมืออาสา และก็ได้นำความรู้ดี ๆ มาฝากคุณผู้อ่านกันอีกเช่นเคย มาปลดล็อกความกังวลและก้าวเท้าออกจาก Safe Zone ในบทความนี้กัน Safe Zone คืออะไร? สิ่งนี้ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยภายในใจของคุณ เป็นสถานการณ์ที่คุณคุ้นเคยและรับประกันว่าจะไม่มีความกังวลใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคถ้าคุณมองหาการพัฒนาในชีวิต เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเติบโต ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งใหม่ ๆ นั้นเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรค และอยู่ห่างไกลจากคำว่า Safe Zone แม้ว่าคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่โซนแห่งความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ แต่การท้าทายตัวเองจะทำให้คุณมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง หากคุณรู้สึกเบื่อกับการทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มองไม่เห็นทางเติบโต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 982 days ago
Read More12/07/2023
ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้ อย่าเพิ่งลาออก! อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1030 days ago
Read More11/07/2023
ผลสำรวจพบว่าอากาศในออฟฟิศที่หนาวเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
อุณหภูมิในออฟฟิศที่หนาวเกินไปเป็นปัญหาที่พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่พบเจอ จึงไม่แปลกที่พนักงานหลายคนจะมีเสื้อคลุม เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หรือแม้แต่ผ้าห่มประจำตัวติดไว้ที่โต๊ะ ซึ่งเวลาที่ร่างกายเผชิญกับความหนาวในออฟฟิศ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน นอกจากการถูกรบกวนในด้านความรู้สึกแล้ว ผลสำรวจยังพบว่าอากาศที่เย็นเกินไปส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและเพิ่มอัตราของความผิดพลาดในการทำงานด้วย อลัน เฮดจ์ (Alan Hedge) ศาสตราจารย์ด้านการออกแบบและการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการปัจจัยมนุษย์และการยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell university) ได้นำการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิในที่ทำงานกับประสิทธิภาพการทำงานเป็นเวลากว่า 1 เดือนในสำนักงานประกันแห่งสหรัฐอเมริกา ทีมนักวิจัยได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมตามจุดต่าง ๆ รวมกับการเก็บข้อมูลอุณหภูมิทุก 15 นาที และนำไปประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งการศึกษานี้พบว่าอุณหภูมิในออฟฟิศส่งผลต่อการทำงานได้จริง จากการศึกษานี้ได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพและข้อผิดพลาดในการพิมพ์งานของพนักงานในช่วงที่อุณหภูมิอยู่ 20 องศาเซลเซียสและ 25 องศาเซลเซียส แล้วพบว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่อุ่นกว่าช่วยลดข้อผิดพลาดในการพิมพ์ได้ราว 44 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มคุณภาพของงานถึง 150 เปอร์เซ็นต์ และขณะที่อุณหภูมิในออฟฟิศอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส พนักงานมีอัตราการพิมพ์งานอยู่ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการพิมพ์ผิดอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่พออุณหภูมิลดลงไปที่ 20 เปอร์เซ็นต์ อัตราการพิมพ์ลดไปที่ 54 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการพิมพ์ผิดเพิ่มขึ้นไปที่ 25…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1031 days ago
Read More21/06/2023
รับมือกับความเครียดจากการทำงาน ที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ
ความเครียดจากการทำงาน คือ เมื่อความกดดันจากการทำงานมีมากเกินกว่าที่คุณจะรับมือได้ อาจทำให้ไม่สบายทั้งกายและใจ การตระหนักถึงสัญญาณของความเครียดที่เกี่ยวข้องกับงาน และจัดการกับมันอย่างรวดเร็ว อาจช่วยให้ผลกระทบจากความเครียดลดน้อยลงได้ ความเครียดจากการทำงาน ความกดดันในที่ทำงานสามารถกระตุ้นความรู้สึกเครียดของคุณได้ นำไปสู่ปฏิกิริยาด้านลบต่อร่างกายและจิตใจ และถ้าความกดดันมีมากเกินไปไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเท่านั้น อาจทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพน้อยลงด้วย นอกจากนี้ยังทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ผู้คนมากมายได้รับผลกระทบจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าในแต่ละปีพนักงานที่มีความเครียดจากการทำงาน มักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ สาเหตุของความเครียดจากการทำงาน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถนำไปสู่ความเครียดจากการทำงานได้ เช่น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกเครียดกับสิ่งเหล่านี้ ต่างคนต่างรับมือกับความกดดันได้ต่างกันแล้วแต่ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ ประสบการณ์ และความสามารถส่วนตัว อาการเครียดจากการทำงาน ความเครียดจากการทำงานอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณ สัญญาณของความเครียดจากการทำงานอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละคนและการตอบสนองต่อแรงกดดัน โดยอาการทางอารมณ์หรือจิตใจที่พบบ่อยจากความเครียดจากการทำงาน ได้แก่ คุณอาจได้รับผลกระทบทางกายภาพ ดังนี้ โดยความเครียดจากการทำงานก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมของคุณได้เช่นกัน ดังนี้ เมื่องานทำให้คุณเครียด ยิ่งคุณสังเกตเห็นสัญญาณได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งสามารถดำเนินการเพื่อทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นได้เร็วเท่านั้น ทุกคนมีวันที่รู้สึกเครียด แต่ถ้ามันส่งผลต่อสุขภาพจิตหรือร่างกายของคุณ ก็ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขมัน จัดการกับความเครียดจากการทำงาน แม้คุณอาจกังวลว่านายจ้างหรือเพื่อนร่วมงานจะมองคุณอย่างไร แต่ความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อทุกคน และไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ นายจ้างที่ดีจะตระหนักถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และควรมีนโยบายเพื่อช่วยในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1051 days ago
Read More16/06/2023
ที่วางโน้ตบุ๊ก แกดเจ็ตทำงานสุดเบสิกลดอาการปวดคอ ประโยชน์และวิธีเลือกให้เหมาะสม
ปวดคอ ปวดหลัง ปวดตามร่างกายเป็นปัญหาที่คนยุคนี้เจอกันประจำ สาเหตุที่พบบ่อยคือออฟฟิศซินโดรมที่เป็นผลมาจากลักษณะท่าทางในการนั่งทำงานที่ไม่ถูกหลักสรีรศาสตร์ พูดง่าย ๆ คือ การทำงานในท่าทางที่ไม่ได้เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้าง หรือก้มหน้าเพื่อมองจอ ที่วางโน้ตบุ๊กหรือแท่นวางโน้ตบุ๊กเป็นแกดเจ็ตเสริมที่คนใช้โน้ตบุ๊กไม่ควรพลาด เพราะสิ่งนี้จะช่วยปรับสรีระร่างกายในระหว่างนั่งทำงานให้เหมาะสมมากขึ้น และอาจช่วยให้คุณห่างไกลจากการปวดคอ ปวดหลัง ปวดตา หรือปวดหัวจากอาการออฟฟิศซินโดรมที่เป็นผลมาจากการนั่งก้มหน้าเพื่อมองจอ หลายคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาที่วางโน้ตบุ๊กตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรืออาจจะเห็นเพื่อนในออฟฟิศใช้ ซึ่ง Hack for Health ขอแนะนำให้คุณซื้อมาลองใช้บ้าง มาดูประโยชน์ ข้อจำกัด และวิธีเลือกที่วางโน้ตบุ๊กกัน ประโยชน์ของที่วางโน้ตบุ๊กเพื่อการนั่งทำงาน แม้ที่วางโน้ตบุ๊กจะดูเหมือนเป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้พิมพ์งานได้ถนัดขึ้น แต่แกดเจ็ตที่ดูธรรมดานี้กลับส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณได้มากกว่าที่คิด ลดปวดคอ ปวดตา ปวดหัว การมองเห็นที่เหมาะสมกับสรีระของมนุษย์คืออยู่ในระดับสายตา เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องก้มหรือเงยคอมากเกินไป ซึ่งที่วางโน้ตบุ๊กช่วยได้ หากคุณลองมองไปรอบ ๆ ตัวแล้วเห็นคนที่ใช้โน้ตบุ๊ก โดยส่วนมากมักต้องก้มหน้า ยกไหล่ และงอหลังเพื่อจ้องจอ หากอยู่ท่านี้นาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลังตึงจากการเกร็งแบบไม่รู้ตัว อาจทำให้รู้สึกเมื่อยตามมาได้ หากทำบ่อย ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อคออักเสบและเกิดอาการปวดเรื้อรังตามมาทำให้ปวดเรื้อรังได้ ตำแหน่งของหน้าจอที่เหมาะสมกับสรีระร่างกาย คือ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1056 days ago
Read More09/06/2023
Shift Work การทำงานเป็นกะ ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด
ปัจจุบันมีหลากหลายอาชีพที่มีความจำเป็นต้องทำงานเป็นกะ (Shift Work) ทั้งทำงานเปลี่ยนช่วงเวลาไปเรื่อย ๆ หรือต้องทำงานตอนกลางคืนถาวร เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง พยาบาล แพทย์ นักบิน พนักงานเสิร์ฟ คนขับรถบรรทุก และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ อีกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าการทำงานกะกลางคืนถือเป็นอุปสรรคต่อความตื่นตัวและประสิทธิภาพของร่างกายหลายด้าน ดังนั้น ผู้ที่กำลังทำงานในช่วงเวลาเช่นนี้จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองมากเป็นพิเศษ ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะสั้นของคนทำงานเป็นกะ การทำงานเป็นกะ หรือการต้องทำงานในตอนกลางคืนทั้งที่เป็นเวลาที่คนทั่วไปนอน และต้องมานอนหลับในตอนเช้าขณะที่คนหมู่มากออกไปทำงาน สามารถส่งผลเสียให้คุณหลายด้าน ยิ่งคนที่ทำงานเป็นกะติดต่อกันหลายปี แน่นอนว่าประสิทธิภาพของร่างกายคุณก็อาจลดลงได้เช่นกัน โดยผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น ได้แก่ อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก และแสบร้อนกลางอก เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอุบัติเหตุ คุณภาพชีวิตลดลง รู้สึกไม่สบาย เป็นต้น นอกจากนี้ ที่เห็นได้ชัดคือ ผลกระทบด้านการนอนหลับ เนื่องจากการนอนในตอนกลางวัน คุณอาจจะต้องเจอกับแสงสว่าง และเสียงรบกวนที่สามารถรบกวนการนอนหลับ ทำให้นอนหลับได้อย่างยากลำบากมากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานกะกลางคืนจะได้นอนน้อยลง 2-4 ชั่วโมง ซึ่งจะถูกขัดจังหวะก่อนเวลาอันควร กลายเป็นพักผ่อนน้อย มีโอกาสที่จะประสบปัญหาการนอนหลับไม่เพียงพอระหว่างการทำงานกะกลางคืนในภายหลัง ทำให้มีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดและอุบัติเหตุมากขึ้น ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาวของคนทำงานเป็นกะ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1063 days ago
Read More06/06/2023
เทคนิคสำหรับการดูแลสุขภาพจิตเมื่อต้อง WFH
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Work From Home ไม่เวิร์กอย่างที่คิด ช่วงเริ่ม WFH ใหม่ ๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้ทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะตื่นทำงานไม่ทัน รถจะติดไหม จะมีเวลาพักผ่อนหรือเปล่า? เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่ทำไมล่ะพอนานวันเข้า WFH ที่ว่าเวิร์คกับไม่เวิร์คอย่างที่คิด บางคนจากที่คิดว่าตนเองมีอิสระก็กลายเป็น “โดดเดี่ยว” จากที่คิดว่ามีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมก็เริ่มเข้าสู่ “สภาวะหมดไฟในการทำงาน” แน่นอนว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีวิธีการรับมืออย่างไร หรือมีเทคนิคดูแลสุขภาพจิตยังไงไปดูกัน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการ WFH แม้การแพร่ระบาดของโควิด – 19 อยู่ภายใต้มาตรการการควบคุม แต่การ Work From Home มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงปฏิเสธว่าปัญหาสุขภาพจิตในการทำงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ส่วนผลกระทบหลัก ๆ มีดังนี้ 1. ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม (Social Isolation) โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การต้องทำงานอยู่กับบ้านภายใต้บรรยากาศแบบเดียวกันทุกวัน ทำกิจวัตรเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะขัดกับพฤติกรรมทางธรรมชาติ ยิ่งถูกตัดขาดจากสังคมมากเท่าไหร่ผลกระทบยิ่งรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การตัดขาดทางกายไม่สามารถถูกทดแทนด้วยการพบปะผ่านทางออนไลน์ เช่น ปาร์ตี้หรือการประชุม ทำให้ถึงแม้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการหมั่นพบปะพูดคุยหรือจัดสรรพื้นที่ให้สามารถพูดคุยปรึกษาหารือกันได้แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1066 days ago
Read More11/05/2023
ศิลปะการพูดคุย เรื่องเลือกตั้งในที่ทำงาน
เหตุผลที่หลาย ๆ คนมองว่า การพูดคุยเรื่องการเมืองหรือการเลือกตั้งในสถานที่ทำงาน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะเราทุกคนล้วนมีความเชื่อที่แตกต่างกัน เพื่อนร่วมงานของคุณ อาจมีความเชื่อและค่านิยมทางการเมืองในบางแง่มุมที่ลึกซึ้ง และการพูดคุยเรื่องการเมืองในที่ทำงานอาจนำไปสู่ความไม่ลงรอยกัน และเกิดความตึงเครียดระหว่างเพื่อนร่วมงาน สิ่งนี้จะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ชวนอึดอัด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมากเลยทีเดียว แต่เมื่อถึงงานอิเวนต์ใหญ่ อย่างการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ หรือการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเลือกตัวแทนประชาชนครั้งสำคัญ ก็อาจมีประเด็นพูดคุยในเรื่องนี้บ้างในที่ทำงาน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ในกรณีที่คุณหลีกเลี่ยงการคุยไม่ได้จริง ๆ หรือคุณอยากจะนำเสนอทัศนคติ มุมมองของตัวเองต่อการเลือกตั้ง จะมีวิธีการพูดอย่างไร ที่จะทำให้บรรยากาศในการสนทนานั้นเป็นไปอย่างราบรื่น เกิดการแลกเปลี่ยนการพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ไม่ทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจตามมา วันนี้เราก็ได้หยิบจับนำประเด็นนี้แหละมานำเสนอคุณผู้อ่านกัน หวังว่าจะมีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย วิธีพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการเมือง ในที่ทำงาน ขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงหัวข้อหนึ่งในการสนทนาเท่านั้น ไม่ทำให้เกิดการลุกลามบานปลายไปจนกระทั่งทำให้เกิดความไม่พอใจส่วนตัว หรือก่อให้เกิดการโกรธเคืองกันแบบรุนแรง เราขอแนะนำวิธีการพูดคุยเรื่องการเมืองในที่ทำงาน แบบมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ การรับมือกับความเห็นต่างทางการเมืองในที่ทำงาน แบบดีต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญของการรับมือความเห็นต่างทางการเมืองในที่ทำงาน คือ จะต้องเป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ และคุณต้องทำความเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิที่จะเชื่อ และมีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเห็นทางการเมืองเป็นของตนเอง แม้ว่าความคิดเห็นเหล่านั้นจะแตกต่างจากความคิดเห็นของคุณก็ตาม หลักจิตวิทยาลดความบาดหมางระหว่างเพื่อนร่วมงาน ในช่วงสถานการณ์ปกติหลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้มีประเด็นที่จะต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเมือง กับเพื่อนร่วมงานมากนัก แต่ในยามที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ หรือการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1092 days ago
Read More11/04/2023
ซีอีโอคนใหม่ของ Starbucks ผุดไอเดียให้พนักงานระดับสูงลงไปทำงานที่ร้าน เพื่อให้เข้าใจธุรกิจยิ่งขึ้น
แล็กซ์แมน นาราซิมฮาน (Laxman Narasimhan) ซีอีโอคนใหม่ของ Starbucks ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึงปี เปิดเผยแนวคิดให้พนักงานระดับสูงลงไปทำงานที่หน้าร้านจริง ๆ เพื่อศึกษาและเข้าใจ Pain Point ของธุรกิจตัวเอง นอกจากนี้ ยังช่วยให้เหล่าผู้บริหารได้ใกล้ชิดกับพนักงานและลูกค้ามากยิ่งขึ้นด้วยสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1122 days ago
Read More29/03/2023
Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟ อาการแบบไหน ใครเสี่ยงบ้าง เช็กเลย?
Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงานถูกมากถึงมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจด้วยการแข่งขันของธุรกิจที่ดุเดือดขึ้นทุกปี พนักงานจำนวนไม่น้อยถูกกดดันให้รับผิดชอบงานมากขึ้น หรือบางครั้งปัญหาด้านความสัมพันธ์ของคนในที่ทำงานมีส่วนไม่น้อย หากดูจากชื่อภาวะหมดไฟ หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นอาการที่คนเรารู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจในทำงานหรือรู้สึกห่อเหี่ยวกับงาน แต่ในความเป็นจริง Burnout Syndrome ครอบคลุมถึงอาการและพฤติกรรมอื่นที่มากกว่านั้น และการปล่อยภาวะนี้ไว้โดยไม่ได้วางแผนรับมืออาจนำไปสู่โรคทางอารมณ์และส่งผลต่อสุขภาพทางร่างกายได้เลยทีเดียว ในบทความนี้ Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักอาการ สัญญาณ และพฤติกรรมของ Burnout Syndrome รวมถึงคนกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะนี้ได้มากกว่าคนอื่น Burn-out is a syndrome conceptualized as resulting from chronic workplace stress that has not been successfully managed หมดไฟ: กลุ่มอาการที่เป็นผลจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงาน ซึ่งไม่สามารถจัดการหรือควบคุมได้ World Health Organization เช็กอาการ สัญญาณ และพฤติกรรมของ Burnout Syndrome ลักษณะของอาการ สัญญาณ และพฤติกรรมภาวะหมดไฟสามารถแบ่งออกได้ 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1135 days ago
Read More17/03/2023
Weekend Effect จันทร์เศร้า เสาร์-อาทิตย์ร่าเริง กับเบื้องหลังจากปัญหาในที่ทำงาน
Weekend Effect เป็นภาวะที่เรารู้สึกร่าเริงในช่วงสุดสัปดาห์และรู้สึกแย่ในเช้าวันจันทร์หรือตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่คนทำงานส่วนใหญ่ถวิลหา แต่บางคนอาจเฝ้ารอวันหยุดอย่างกระวนกระวายมากกว่าคนอื่น พร้อมกับเกลียดวันที่ต้องทำงานแบบเข้าไส้ โดยเฉพาะวันจันทร์ ซึ่งก็มีเหตุผลเบื้องหลังว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกแบบนั้น Weekend Effect กับความสุขในการทำงานที่น้อยลง แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานจะอยากให้ถึงวันหยุดเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้พักผ่อนหรือใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชื่นชอบได้อย่างเต็มที่ แต่บางคนที่รู้สึกเศร้า ผิดหวัง หงุดหงิด หรือท้อแท้อย่างมากทุกเช้าวันจันทร์ และใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในช่วงสุดสัปดาห์อาจเป็นผลกระทบของ Weekend Effect ที่เป็นสัญญาณของปัญหาในการทำงานและอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟหรือ Burnout Syndrome และปัญหาสุขภาพอื่นได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ศึกษาเรื่องราวของบริบททางสังคมภายใต้ Weekend Effect และภาวะอารมณ์ในกลุ่มคนทำงาน ซึ่งได้สัมภาษณ์คนทำงานชาวอเมริกันกว่า 1,000 คนเป็นเวลากว่า 4 ปี โดยคนกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีสภาพแวดล้อมและสังคมที่ทำงานดี ทั้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน ที่มีความเปิดกว้างและไว้วางใจกันได้รับผลกระทบจาก Weekend Effect น้อยจนถึงแทบไม่รู้สึก ส่วนคนกลุ่มที่ 2 ที่มีสภาพแวดล้อมและสังคมที่ทำงานในขั้วตรงข้ามกลับกลุ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายที่จู้จี้และชอบใช้อำนาจ รวมทั้งความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน คนในกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจาก Weekend Effect มากกว่ากลุ่มแรกถึง 3 เท่า โดยคนกลุ่มนี้มักมีความสุขในช่วงวันหยุดมากกว่าคนอื่น แต่ในวันทำงานก็ทุกข์มากกว่าด้วยเช่นเดียวกัน แล้ว Weekend…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1147 days ago
Read More21/02/2023
โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) โรคลับ ๆ กับอาการยอดฮิตของคนเมือง
ปัจจุบัน คนไทยจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตอยู่บนตึกสูงมากขึ้น ทั้งในแง่ของการพักอาศัยและการทำงาน โดยเฉพาะคนเมือง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการกระจุกตัวกันของความเจริญภายในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องความหนาแน่นของผู้คนและค่าครองชีพที่สูงแล้ว การใช้ชีวิตอยู่กับตึกสูงอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อสุขภาพของคุณได้ด้วย ‘โรคตึกเป็นพิษ’ คือหนึ่งในนั้น โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) เป็นชื่อการเจ็บป่วยที่ฟังดูแปลก ไม่คุ้นหู แต่มีอยู่จริงและคนจำนวนไม่น้อยเผชิญกับโรคนี้แบบไม่รู้ตัว โดยโรคตึกเป็นพิษอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้หลายอาการและอาจเป็นคำตอบของการเจ็บป่วยบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณแบบไม่มีที่มาที่ไป ทำไมตึกถึงเป็นพิษ? หากได้ยินเพียงชื่ออย่างเดียวก็ฟังดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่และอาจสงสัยว่าทำไมตึกถึงเป็นพิษ ซึ่งชื่อนี้มีที่มา โดยตึกรามบ้านช่องที่เราอาศัยหรือทำงานอยู่ต่างถูกสร้างขึ้นด้วยองค์ประกอบทางเคมีสารพัด อย่างแร่ใยหินจากปูน สารเคมีจากสีทาภายใน สารเคมีจากกาวใต้แผ่นวอลล์เปเปอร์ติดผนัง หรือสารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด แม้ว่าสารเคมีเหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่การสัมผัสกับสารเคมีที่ระเหยและลอยอยู่ในอากาศอาจส่งผลให้เกิดอาการได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าคุณใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการจากโรคตึกเป็นพิษจะมากขึ้นและรุนแรงขึ้น การไหลเวียนของอากาศภายในพื้นที่ที่ไม่ดีเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้ได้ เพราะมลพิษ ทั้งจากภายในตึกและภายนอกตึก (สารเคมีจากเครื่องมือสำนักงาน ฝุ่นควัน เกสรดอกไม้ เชื้อโรค) ลอยอยู่ในอากาศได้นานมากขึ้น รวมถึงพวกเชื้อราที่เกิดจากความชื้นสะสมด้วย ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่มากกว่าอาการของโรคนี้ โรคตึกเป็นพิษยังมีปัจจัยอื่น ๆ อย่างเสียงรบกวน ความสว่างภายในห้อง อุณหภูมิที่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความเครียดจากงาน และการนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลกระทบจากโรคนี้ได้มากยิ่งขึ้นด้วย ผลกระทบโรคตึกเป็นพิษต่อสุขภาพ แม้จะเรียกว่าโรคตึกเป็นพิษ แต่คุณอาจเผชิญกับโรคนี้ได้ในทุกที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้ อาการจะต่างกันออกไปในแต่ละคน แม้ว่าอาการของโรคตึกเป็นพิษจะไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของคุณได้ ในระยะยาวโรคนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอื่น ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1171 days ago
Read More16/02/2023
ฟีเจอร์ตรวจจับคนล้ม Google Pixel Watch Fall Detection นั้นทำงานอย่างไร?
Google อธิบายว่า Fall Detection ทำงานโดยใช้เซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว (Motion sensors) บน Pixel Watch ที่สามารถตรวจจับความเร่งได้สูงถึง 32 g-force โดย 1 G เทียบได้กับความรู้สึกของเราที่เกิดขึ้นเนื่องจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งหากเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวพบว่า จู่ ๆ เราก็มีความเร่ง (จากการล้มหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ) มากผิดปกติ ก็จะเกิดการแจ้งเตือนขึ้นมาภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1175 days ago
Read More07/02/2023
ทำไมการทำงานหนักถึงฆ่าคุณได้?
‘งานหนักไม่เคยฆ่าใคร’ จากคำคมให้กำลังใจสู่คำเสียดสี เมื่อข่าวคนเสียชีวิตจากการทำงานหนักพบได้มากขึ้นทุกปี ทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำความเท็จของความเชื่อดังกล่าวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในยุคสมัยที่ผู้คนแข่งขันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่อาจต้องแลกมาด้วยสุขภาพและชีวิต โดยที่ไม่ทันได้เห็นความสำเร็จภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1185 days ago
Read MorePR Partners
See All07/05/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 7 hours ago
พลิกโฉมวงการเกม ! Radian Arc, Blacknut และ TrueID เปิดตัว Android Cloud Gaming ในไทย ภายใต้แบรนด์ “TrueID Game hub”
Radian Arc บริษัทในเครือ Submer Group ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ TrueID ภายใต้ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย และ Blacknut แพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิงชั้นนำระดับโลก เพื่อเปิดตัวบริการคลาวด์เกมมิงบนระบบปฏิบัติการ Android ทั่วประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ TrueID Game hub บริการดังกล่าวจะช่วยให้สมาชิก TrueID หลายล้านรายสามารถสตรีมและเล่นเกม Android ระดับพรีเมียมที่หลากหลายได้ทันทีผ่านสมาร์ตโฟนและกล่องรับสัญญาณ (Set-Top-Boxes) โดยไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์เกมราคาแพงหรือเสียเวลาดาวน์โหลด ด้วยประสิทธิภาพจากแพลตฟอร์ม06/05/2026
ทรู ตัดวงจรสแกมเมอร์ คุมสัญญาณชายแดนไทย-ลาว พร้อมอัปเน็ตในพื้นที่ริมโขง เตรียมรับ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ในโลกที่การสื่อสารกลายเป็นดาบสองคม “สัญญาณโทรศัพท์” ตามตะเข็บชายแดนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความแรงเท่านั้น แต่คือเรื่องของ “ความแม่นยำ” ด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเดินหน้าภารกิจที่ต้องรักษาสมดุลอย่างสุดฝีมือเด็ดปีกสแกมเมอร์ข้ามชาติ แต่ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโลกดิจิทัล ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยช่องโหว่จากสัญญาณข้ามพรมแดนเป็นโจทย์ใหญ่ที่เรื้อรังมานาน ล่าสุด ทรูฯ ภายใต้การนำของทีมผู้บริหารด้านเครือข่ายและรัฐกิจสัมพันธ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ทรูเลือกใช้เทคนิค Cell Radius ร่วมกับการปรับจูนพารามิเตอร์เครือข่ายขนานใหญ่ ทั้งการควบคุมทิศทางเสาสัญญาณและกำลังส่ง เพื่อให้สัญญาณดิจิทัลหยุดอยู่แค่ขอบเขตประเทศไทยอย่างแม่นยำ ไม่ล้นทะลักไปยังพื้นที่เสี่ยงที่เป็นฐานปฏิบัติการของมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังของ AI ผ่านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้ซิมบ็อกซ์ (Sim Box) ระบบจะเข้าจัดการทันที นี่คือการยกระดับความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีนำหน้าอาชญากรรม ความท้าทายที่ยากกว่าการตัดสัญญาณสแกมเมอร์ คือการทำอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบ ? เมื่อมาตรการของ กสทช. เข้มงวดขึ้น สัญญาณหลักอาจเข้าถึงได้ยากในบางจุด ทรูจึงแก้เกมด้วยโซลูชัน Small Cell และ Femtocell หรือสถานีฐานขนาดเล็กกว่า 100 จุด กระจายตัวตามชุมชนใน 5 จังหวัดภาคอีสาน (เลย,…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
Read More05/05/2026
AI for All Thais เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนประเทศไทย
ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความร่วมมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศในโครงการ “AI for All Thais” ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI ในไทยที่สูงถึง 80,000 คน และความท้าทายจากสังคมสูงวัยที่เริ่มส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของ GDP อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงมิติต่าง ๆ ของความร่วมมือนี้ ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุค AI-First อย่างเป็นรูปธรรม สูตร 50/50 การปฏิรูปโครงสร้างแรงงานไทยแห่งอนาคต คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอวิชันที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างแรงงานในยุค AI โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 จะต้องเสริมเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ของคนไทยให้ได้ถึง 12 ล้านคน โดยยึดโมเดลการแบ่งสัดส่วนพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มต้นจากการอัปสกิลพนักงานในองค์กรทรูเอง ก่อนจะขยายผลสู่ระดับประเทศผ่านระบบนิเวศของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More29/04/2026
‘หงา คาราวาน’ เปิดตัวอัลบั้มใหม่ “ไม่สำคัญ” ในรอบ 20 ปี ดึงศิลปินระดับโลกร่วมส่งผลงานสุดพิเศษ
บริษัท Zonic Records จัดงานเปิดตัวอัลบั้ม “ไม่สำคัญ (Nothing Matters)” ผลงานเพลงชุดใหม่ล่าสุดของ สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” ศิลปินแห่งชาติ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและทรงคุณค่า ณ โรงภาพยนตร์ IMAX Siam Paragon โดยมีแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน แฟนเพลง และบุคคลในแวดวงดนตรีเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการเพลงไทย เพราะเป็นอัลบั้มใหม่ในรอบกว่า 20 ปี ของศิลปินผู้เป็นตำนานแห่งบทเพลงเพื่อชีวิต ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของสังคม ชีวิต และความจริง ผ่านถ้อยคำที่ลึกซึ้งกินใจมาตลอดหลายทศวรรษ อัลบั้ม “ไม่สำคัญ” คือผลงานที่ผ่านการขัดเกลาอย่างพิถีพิถัน ทั้งในด้านบทเพลง การเรียบเรียง และคุณภาพเสียง โดยได้ทีมงานระดับโลกมาร่วมสร้างสรรค์ ได้แก่ Michael C. Ross ซาวนด์เอนจิเนียร์ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินระดับสากลหลายราย รับหน้าที่บันทึกเสียง และ บอล อพาร์ตเมนต์คุณป้า รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ถ่ายทอดความร่วมสมัยควบคู่จิตวิญญาณดั้งเดิมของเพลงเพื่อชีวิตได้อย่างลงตัว ภายในงานมีการเสวนาพิเศษเกี่ยวกับที่มาและแรงบันดาลใจของอัลบั้ม พร้อมการพูดคุยอย่างเป็นกันเองระหว่างหงา คาราวาน และแขกรับเชิญพิเศษ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 8 days ago
Read More






























