Tags
| ความตาย
30/08/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 510 days ago
ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…19/06/2024
การสร้างความคุ้นเคยกับความตาย
วันนี้เราจะมาเปลี่ยนเรื่องความตายให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา ด้วยแนวคิดแบบ “มรณานุสติ” ซึ่งเป็นการ “ระลึก” ถึงความตาย เป็นแนวคิดที่ถ้าเมื่อบรรลุแล้ว เราทุกคนจะได้รับการพัฒนายกระดับจิต ให้เข้าใจกับความเป็นจริงของโลก เป็นการเตรียมตัว และเผื่อใจให้พร้อมสำหรับวันที่เราทุกคนจะต้องพบเจออย่างแน่นอน การคุยเรื่องความตาย ไม่ใช่เรื่องอัปมงคล ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การพูดคุยถึงเรื่องความตายอย่างเปิดอกตรงไปตรงมานั้นไม่ใช่เรื่องอัปมงคล แต่เป็นการเตรียมตัว เตรียมความพร้อมกับสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอ โดยอาจจะมีการพูดถึงในเรื่องของพินัยกรรม สิ่งที่อยากจะให้คนเป็นทำเมื่อตัวเองได้จากไปแล้ว ทำให้คนที่ยังอยู่สามารถจัดการธุระของคนที่ตายไปแล้วได้ง่ายขึ้น ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และพกสติติดตัวตลอดเวลา หลังจากที่เราทุกคนได้ยอมรับแล้วว่า ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน คราวนี้เราก็มาตั้งอกตั้งใจใช้ชีวิตกันเสียใหม่ ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และพกสติติดตัวตลอดเวลา ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า “วันพรุ่งนี้” หรือ “ชาติหน้า” วันไหนที่จะมาก่อนกัน ดังนั้นขอให้ทุกคนทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถ้าคุณมีความฝันที่อยากทำก็ขอให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลย หรือถ้าอยากบอกรัก หรือใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น ก็ลงมือทำได้ทันที อีกหนึ่งประโยชน์ ของการตระหนักรู้ถึงความตาย คือการที่เราจะได้หันมาใส่ใจกับการใช้ชีวิตของตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากเวลาของคนเรามีกำจัด เลือกเก็บเฉพาะสิ่งดี ๆ เอาไว้กับตัวดีกว่า จากที่เคยแค้นหรือโกรธใคร เราก็จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะเข้าใจดีแล้วว่า เอาเวลานั้นไปใส่ใจกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสุขจริง ๆ จะดีกว่า และเมื่อวันนั้นมาถึงเราก็จะได้จากไปอย่างสงบสมบูรณ์พร้อมนั่นเองภูษิต เรืองอุดมกิจ | 582 days ago
Read More15/09/2023
โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) วิตกกังวลจนไม่มีความสุข
โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) คือ อาการวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย โดยผู้ที่มีอาการนี้จะไม่ได้กลัวแค่ความตายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้น แต่จะกลัวความตายและการจากลาของบุคคลรอบข้างที่ตัวเองรักด้วย ซึ่งการรักษาโดยส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีการจิตบำบัดเข้าช่วย โรคกลัวความตายเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ? เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความตาย เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ คุณอาจคิดว่าความตายจะน่ากลัว เจ็บปวด หรือโดดเดี่ยว และหากคุณกำลังเผชิญกับโรคกลัวความตายมันอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน หรือทำให้การใช้ชีวิตในสังคมเป็นเรื่องยาก รวมถึงอาจพบอาการทางกาย เช่น อาการตื่นตระหนก เป็นต้น โรคกลัวความตายพบได้บ่อยแค่ไหน ? การวิจัยชี้ให้เห็นว่าความวิตกกังวลเรื่องการเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติ และการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คน 3-10 เปอร์เซ็นต์ มีความกังวลเรื่องนี้ โดยโรคกลัวความตายอาจส่งผลต่อผู้ใหญ่และเด็ก พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการดังนี้ นอกจากนี้ การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ลูก ๆ ของพ่อแม่สูงอายุมีระดับความวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนเป็นพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ สาเหตุของโรคกลัวความตาย เหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงจะกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น คุณอาจมีอาการวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตได้หากคุณมีประสบการณ์ ดังนี้ ความกลัวตายอาจเป็นต้นตอของอาการกลัวอื่น ๆ เช่น อาการของโรคกลัวความตาย หากคุณเป็นโรคกลัวความตาย การคิดถึงความตายอาจทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือซึมเศร้าอย่างรุนแรง คุณอาจหลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ที่ดูอันตราย และอาจหมกมุ่นอยู่กับสุขภาพของตัวเอง คอยตรวจสอบสัญญาณของการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เช่น ตรวจสอบความดันโลหิต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 860 days ago
Read More28/08/2023
ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly
คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 878 days ago
Read More19/06/2023
พวงหรีดผ้าห่อศพจากแบรนด์ “นิรันดร์” ลดขยะ ลดโลกร้อน ส่งผู้ล่วงลับอย่างรักษ์โลกมากขึ้น
ในทุกวันนี้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างการไม่รับหลอดหรือไม่รับถุงพลาสติกก็สามารถชะลอปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถลดขยะได้อีกนิดในวันที่คุณตาย กับ "นิรันดร์" พวงหรีดผ้าห่อศพ ในปัจจุบันผู้คนพูดคุยกันเรื่องความตายและวาระสุดท้ายของชีวิตมากขึ้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้วางแผนก่อนถึงช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตไว้หลายรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกใบนี้อยู่ได้นานขึ้น คุณอาจเห็นไอเดียเรื่องการฝังแทนการเผาเพื่อลดมลพิษทางอากาศหรือการนำร่างไร้วิญญาณไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ ซึ่งพวงหรีดผ้าห่อศพจากแบรนด์นิรันดร์ก็เป็นหนึ่งในการปรับตัวที่เรียบง่ายที่น่าทึ่งสำหรับสังคมศาสนาพุทธอย่างไทยเรา เจ้าของแบรนด์ Niran นิรันดร์ พวงหรีดรักษ์โลก เอิร์น - อรนภัส บุญอนันตพัฒน์ ทายาทโรงงานทอผ้าที่มีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้ไอเดียมาจากการเห็นพวงหรีดในงานศพ แล้วนำไปคิดต่อยอดว่าจะนำไปทำอะไรได้บ้าง โดยปกติพวงหรีดตามงานศพที่ผู้คนเห็นกันมักจะประดับประดาไปด้วยดอกไม้ที่สวยงามและชื่อผู้ส่งเพื่อเป็นตัวแทนของการความเสียใจ แม้จะมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่สุดท้ายปลายทางของดอกไม้เหล่านั้นกลายไปเป็นขยะที่หมดสิ้นซึ่งความสวยงาม และอาจสร้างก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเน่าเสียของขยะอินทรีย์ที่เป็นผลมาจากการคัดแยกขยะที่ไม่เหมาะสมได้ด้วย แบรนด์ Niran นิรันดร์เลยได้มีไอเดียที่จะทำพวงหรีดจากผ้าดิบที่สามารถนำไปส่งต่อและบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือมูลนิธิที่จะนำไปใช้กับผู้เสียชีวิตต่อไป ซึ่งผู้ส่งพวงหรีดรักษ์โลกนี้สามารถแสดงความเสียใจกับผู้ที่ล่วงลับไปและพวงหรีดนี้ก็ยังเกิดประโยชน์ต่อคนอื่น ไม่เหลือทิ้งเป็นขยะให้กับโลกใบนี้โดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งสามารถเข้าไปชมหรือสั่งพวงหรีดรักษ์โลกได้ที่ https://www.facebook.com/niran.officialth พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 948 days ago
Read More12/08/2017
เรื่องราวของ Death นางพญาผู้รักษาสมดุลแห่งความตาย !! (MARVEL COMIC)
วันนี้เราจะมาพูดถึงตัวละครที่น้อยคนนักจะรู้จักถ้าไม่ได้อ่าน คอมิกส์ ของมาร์เวล นั่นก็คือ นางพญาผู้รักษาสมดุลแห่งความตาย หรือก็คือ เดธ(DEATH) นั่นเอง เป็นอีก 1 ตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในหลายๆ เหตุการณ์เช่น Infinity War เป็นต้น เอาล่ะเธอจะเป็นใคร และสำคัญยังไงเพื่อนๆ ก็จะได้รู้กันในบทความนี้นั่นแหละครับผม !! เดธ คือ 1 ใน คอสมิคบีอิ้ง คอสมิค บีอิ้ง หรือก็คือเทพผู้รักษาความสมดุลของ จักรวาลมาร์เวล ซึ่งแต่ละคนจัดว่ามีพลังมหาศาลขนาดที่ว่าสามารถทำลายความสมดุลของจักรวาลได้เลย โดยแต่ละคนจะมีพลังและหน้าที่แตกต่างกันไปเช่น คนนึงต้องทำลายดวงดาวเพื่อไม่ให้ดวงดาวในจักรวาลมีมากเกินไป บางคนก็ควบคุมเวลาไม่ให้มันผิดเพี้ยนไป หรือแม้แต่คอยควบคุมความว่างเปล่าเพื่อไม่ให้จักรวาลแน่นเกินไป เป็นตัน เดธ ผู้รักษาความเป็นตายของทุกสรรพสิ่ง มาถึงหน้าที่ของ เดธ นั่นก็คือการควบคุมความเป็นตายของสิ่งมีชีวิตในจักรวาลมาร์เวลกันบ้าง นั่นก็คือการทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตมีเยอะเกินไป โดยเค้าจะต้องคอยฆ่าคนอยู่ตลอดเวลาเพื่อเป็นการรักษาสมดุลของจักรวาล แต่ทว่าต่อให้เค้าจะมีพลังมากขนาดไหนส่วนใหญ่เค้าจะไม่เป็นคนลงมือฆ่าด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ แต่จะคอยหาตัวแทนเพื่อให้มาทำหน้าที่นี้แทนเค้าอยู่เสมอ ธานอส จำเลยรักของ เดธ อย่างที่กล่าวไปข้างบน ใช่แล้วครับ คนที่ เดธ หามาทำหน้าที่แทนเค้านั่นก็คือวายร้ายระดับจักรวาลที่พวกเรารู้จักกันดีนั่นก็คือ ธานอส บอกได้เลยว่าถ้าไม่มี เดธ ธานอสก็คงเป็นเด็กน้อยใสๆ คนนึงนี่เอง โดยการล่อลวงของเดธนั่นก็คือทำให้คนๆ…นัทธพงศ์ มีแต้ม | 3085 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 7 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 9 days ago
Read More

















