Tags
| ตรวจ
19/04/2020
ศิลา วงศ์เจริญ | 2100 days ago
ลดขั้นตอน! Amazon ใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิตรวจพนักงานเป็นไข้เสี่ยง COVID-19
Amazon กำลังใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิในสถานที่ปฏิบัติงานบางแห่งในการตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานเป็นไข้เพื่อลดขั้นตอนการคัดกรองพนักงานป่วย COVID-19 ซึ่งได้เพิ่มการปกป้องพนักงานในช่วงการระบาดของ COVID-19 หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำได้ไม่เพียงพอ Amazon ได้เริ่มตรวจสอบอุณหภูมิพนักงานเมื่อปลายเดือนมีนาคม โดยเมื่อตรวจพบพนักงานที่มีอุณภูมิสูงกว่า 100.4 ฟาเรนไฮต์ (38 เซลเซียส) ซึ่งแสดงว่ามีอาการไข้ก็จะถูกส่งกลับบ้านและจะกลับมาทำงานหลังจากนั้น 3 วันโดยที่ไม่มีไข้ ส่วนค่าอุณหภูมิที่กำหนดมาใช้วัดนั้นได้ดึงมาจากศูนย์แนวทางการควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (US CDC) เสาร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา Kristen Kish โฆษกของ Amazon เปิดเผยว่าบริษัทได้ตรวจสอบอุณภูมิของพนักงานในสถานที่ปฏิบัติงานทุกวัน ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานเพิ่มเติม และตอนนี้บริษัทกำลังใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิในสถานที่ปฏิบัติงานบางแห่งเพื่อทำให้ขั้นตอนคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นการทำงานส่วนใด ที่คลังสินค้า ศูนย์จัดส่งสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods การตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปกป้องพนักงานที่ Amazon กำหนดขึ้นท่ามกลางการวิจารณ์เกี่ยวกับการจัดการกับวิกฤต COVID-19 ซึ่งพนักงาน Amazon และซุปเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods หลายคนกลัวและท้อแท้ที่จะทำงานตลอดจนหมดวิกฤต ก่อนหน้านี้ได้มีพนักงานรวมตัวกันประท้วงเรียกร้องให้มีการป้องกันที่ดีขึ้น และสหภาพแรงงานซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของพนักงาน Amazon ในสหรัฐฯ พร้อมด้วยกลุ่มผู้สนับสนุนและนักการเมืองหลายคนได้เข้าร่วมผลักดันให้ Amazon ทำอะไรที่เป็นการป้องกันให้กับพนักงานเพิ่มมากขึ้น พนักงานคลังสินค้าของ Amazon จำนวนหนึ่งได้รับการทดสอบ…14/03/2020
Verily น้องร่วมค่าย Google กำลังสร้างเครื่องมือช่วยคนสหรัฐฯ ตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
ศุกร์ที่ 13 มีนาคม Google กล่าวว่า Verily บริษัทด้านชีววิทยาในเครือเดียวกับ Google ภายใต้ Alphabet กำลังร่วมมือกับรัฐบาลกลางสร้างเครื่องมือช่วยให้ประชาชนตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนา จะเปิดตัวครั้งแรกในพื้นที่ย่านอ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Google Google ได้ทวีตแถลงการณ์ของ Verily ว่าบริษัทกำลังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลต่าง ๆ ตรวจการติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งบริษัทกำลังเริ่มต้นพัฒนาและวางแผนที่จะทดสอบใช้งานในย่านอ่าวซานฟรานซิสโก และหวังว่าต่อไปจะขยายการใช้งานมากขึ้นในวงกว้าง จากนั้นกล่าวเพิ่มเติมว่าบริษัทขอขอบคุณการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและขอบคุณวิศวกรของ Google ที่ได้อาสาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้ https://twitter.com/Google_Comms/status/1238574670686928906 การเปิดตัวของภารกิจนี้เกิดขึ้นหนึ่งชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่า Google กำลังทำงานร่วมกับทำเนียบขาวและพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับการตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนาผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่ง Trump ได้เปิดเผยถึงโครงการนี้ในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับประเทศเกี่ยวกับการระบาดแพร่ไปทั่วของ COVID-19 ที่ทำเนียบขาว Deborah Birx ผู้ประสานงานของทำเนียบขาวได้ให้รายละเอียดว่าเว็บไซต์จะช่วยให้ผู้คนกรอกแบบสอบถามที่อธิบายอาการของผู้ป่วย และรับข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจเชื้อแบบไดรฟ์ทรู (Drive-through) คือ การขับรถเข้าไปยังจุดบริการเพื่อเก็บตัวอย่างเชื้อแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องลงจากรถเพียงแค่เปิดกระจกรถ และบอกวิธีการรับผลของการตรวจ นอกจากนี้ Trump ได้กล่าวว่าคาดว่าจะมีการทดสอบเพิ่มเติมอีกกว่าครึ่งล้านคนในต้นสัปดาห์หน้าและศูนย์ทดสอบแบบไดรฟ์ทรูจะเปิดให้บริการในสถานที่สำคัญต่าง ๆ การตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญทั้งในด้านการรักษาและด้านการป้องกันการแพร่ระบาด ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการตรวจที่รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย ซึ่งการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาแบบไดรฟ์ทรูได้เริ่มต้นใช้ที่เกาหลีใต้โดยรับแรงบันดาลใจมาจากเคาน์เตอร์สั่งอาหารจานด่วนที่…ศิลา วงศ์เจริญ | 2136 days ago
Read More10/02/2020
สุดเจ๋ง! หุ่นยนต์เจาะเลือดเพื่อสุ่มตัวอย่างไปให้แพทย์ตรวจได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ปัจจุบันได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ไปใช้ในงานด้านต่าง ๆ เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำงานในโรงแรม ดูแลผู้สูงอายุ นำทัวร์ในพิพิธภัณฑ์ ด้านอุตสาหกรรมการผลิต งานสำรวจทั้งในโลกและอวกาศ รวมทั้งทำงานในโรงพยาบาล และคลินิกทางการแพทย์ 5 กุมภาพันธ์ มหาวิทยาลัย Rutgers แถลงการณ์เปิดตัวหุ่นยนต์ใหม่ทางการแพทย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการเจาะตัวอย่างเลือดอัตโนมัติ ซึ่งพบว่าหุ่นยนต์นี้ทำงานให้ผลที่ดีหรือในบางกรณีดีกว่ามนุษย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพที่ทำงานอย่างเดียวกัน เมื่อนำหุ่นยนต์เจาะเลือดมาทดลองทางคลินิกกับมนุษย์ครั้งแรกได้แสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มเวลาให้กับพยาบาลและแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยได้นานขึ้น แทนเจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องใช้เข็มเจาะเลือดเอง การทำงานหุ่นยนต์จะนำภาพอัลตราซาวด์มาใช้นำทางในการค้นหาหลอดเลือดดำ แล้วเจาะด้วยเข็มและดูดเลือดเก็บตัวอย่าง รวมทั้งมีเครื่องมือวิเคราะห์เลือดแบบหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) อีกด้วย วารสารเทคโนโลยีได้ตีพิมพ์ผลการทดลองของหุ่นยนต์เจาะเลือด ซึ่งแสดงว่าหุ่นยนต์มีอัตราความสำเร็จโดยรวม 87% ในผู้เข้าร่วม 31 คนที่ถูกเจาะเลือด และมี 25 คนที่สามารถเจาะเข้าถึงเส้นเลือดดำได้ง่ายโดยอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 97% แต่เมื่อเทียบกับมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจะมีอัตราความสำเร็จเพียง 73% ในผู้ป่วยที่มองไม่เห็นเส้นเลือดดำ, 60% ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถคลำพบเส้นเลือดดำได้ชัดเจน และ 40% ในผู้ป่วยที่ผอมแห้ง นอกจากนี้หุ่นยนต์สามารถช่วยให้แพทย์ได้รับตัวอย่างเลือดอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้ แถมยังป้องกันโรคแทรกซ้อนที่ไม่จำเป็นและความเจ็บปวดในผู้ป่วยจากการพยายามใช้เข็มเจาะหลายครั้ง มหาวิทยาลัยกล่าวเพิ่มเติมว่าในอนาคตหุ่นยนต์นี้ยังสามารถใช้สำหรับกระบวนการทางการแพทย์ทั่วไปอื่น ๆ เช่น การใส่สายสวนหลอดเลือดดำและการฟอกไต เชื่อว่าอนาคตมนุษย์จะสามารถผลิตหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยในการดูแลและรักษาผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดเวลาการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อเกิดโรคระบาดบุคลากรทางการแพทย์จะปลอดภัยและช่วยผู้ป่วยจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว…ศิลา วงศ์เจริญ | 2169 days ago
Read More07/02/2020
ความต้องการตรวจ DNA ลดลงจนบริษัท Ancestry ต้องปลดพนักงาน 100 คน
5 กุมภาพันธ์ บล็อกของบริษัท Ancestry ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานของบริษัท 6% ราว 100 คน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในสินค้าหมวดการตรวจดีเอ็นเอทั้งหมดลดลงในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และผ่านมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก็มีข่าวบริษัท 23andMe บริการตรวจดีเอ็นเอก็ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 14% ประมาณ 100 คนเช่นกัน Margo Georgiadis ประธานบริษัท Ancestry ได้เปิดเผยเหตุผลที่ยอดขายของสินค้าตรวจดีเอ็นเอลดลง เนื่องจากเป็นไปได้ว่าผู้คนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลจากการตรวจดีเอ็นเอและการแบ่งปันข้อมูลทางพันธุกรรมของพวกเขา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เริ่มใช้บริการตรวจดีเอ็นเอเพื่อสืบหาหลักฐานในการสอบสวนคดีอาชญากรรมและความสนใจในวิธีการดีเอ็นเอก็เพิ่มมากขึ้นหลังจากนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ แต่สังเกตได้ว่าเมื่อปีที่แล้วบริษัท Ancestry พยายามต่อสู้กับการค้นหาฐานข้อมูล DNA ของตำรวจเพื่อจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและบริษัทก็ชนะ ดังนั้นไม่ว่าบริษัทจะยอดขายลดลงด้วยเหตุผลใด Ancestry จะต้องคิดถึงวิธีการใหม่ในการทำธุรกิจ ซึ่งประธานบริษัทกล่าวว่าอนาคตบริษัทจะเติบขึ้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนำเสนอนวัตกรรมที่มีคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้คน รวมทั้งจะนำนวัตกรรมไปสู่การค้นพบความสัมพันธ์ทางสายเลือดและข้อมูลเกี่ยวกับโรคในครอบครัว สรุปว่าการตรวจดีเอ็นเอนอกจากจะช่วยตรวจพบความสัมพันธ์ทางสายเลือดแล้วยังสามารถช่วยตรวจหาพาหะโรคทางพันธุกรรมของพ่อแม่ก่อนตัดสินใจมีบุตร วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอันเกี่ยวเนื่องกับลักษณะทางพันธุกรรม และตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาตัวผู้ร้ายที่ก่อคดีอาชญากรรมได้อีกด้วย ก็ขอเอาใจช่วยให้ธุรกิจนี้คงอยู่เป็นประโยชน์ต่อไป ที่มา : engadget พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสศิลา วงศ์เจริญ | 2172 days ago
Read More05/02/2020
เผยข้อมูลการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ปี 2562 และแนวทางในปี 2563
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ บก.ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ.) และ BSA (กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์) เพื่อรณรงค์ส่งเสริมคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เร่งลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ ย้ำผู้บริหารองค์กรมีหน้าที่ต้องกำกับดูแลการใช้งานซอฟต์แวร์ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง หวังเห็นอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยลดลงเร็วสุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ซึ่งเป้าหมายสูงสุดในอีก 20 ปีข้างหน้าคือ อยากให้ประเทศไทยมุ่งเป้าไปในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยการใช้ปัญญา คิดค้นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง และให้ความคุ้มครองกับทรัพย์สินทางปัญญา นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพานิชย์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ทาง DIP ได้สร้างศูนย์ให้คำปรึกษาด้านลิขสิทธิ์ในชื่อ IPIDE Center เป็นหน่วยงานให้คำปรึกษาแนะนำด้านนวัตกรรมสิทธิบัตร โดยให้คำปรึกษาว่า ปัจจุบันสิทธิบัตรไหนมีใครทำมาแล้วบ้าง เพื่อให้เราสามารถคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และจดทะเบียนสิทธิบัตรของตัวเองได้ พร้อมช่วยแก้ไขการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีการแบ่งคณะการทำงานออกเป็น 3 ส่วนคือ คณะทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คณะทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในสื่อสังคมออนไลน์ คณะทำงานทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในกรณีที่คดีสิ้นสุดแล้ว ซึ่งการละเมิดซอฟต์แวร์นั้นไม่เพียงแค่เกิดความเสียหายกับผู้ผลิตโดยตรงแล้ว แต่ยังมีโอกาสเกิดปัญหากับผู้ดาวน์โหลดของเถื่อนอีกด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของ Malware หรือ Virus ที่เกิดจากไฟล์ที่โหลดมา จนอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลออกไป ซึ่งหมายถึงอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้โหลดโปรแกรมเถื่อนอีกด้วย อันดับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศในสมาชิกอาเซียนประจำปี 2018 สิงคโปร์ 27% มาเลเซีย 51% บรูไนและฟิลิปปินส์ 64% ประเทศไทย…Totsapon Kritsadangphorn | 2174 days ago
Read More11/11/2019
Microsoft พัฒนา AI ช่วยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในอินเดียให้เร็วขึ้น
มะเร็งปากมดลูกได้พรากชีวิตของสตรีในอินเดียราว 67,000 คนในทุกปีนับว่ามากกว่า 25% ของผู้เสียชีวิต 260,000 คนทั่วโลก ซึ่งโรคนี้หากมีการตรวจภายในอยู่สม่ำเสมอและพบอาการผิดปกติก่อนขั้นวิกฤตก็จะทำการรักษาได้ทัน แต่เนื่องจากมีผู้เข้าตรวจจำนวนมากและแพทย์ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการตรวจคัดกรองเซลล์มะเร็ง ก็จะทำให้ผู้ป่วยทราบผลว่าเป็นมะเร็งและเข้ารับการรักษาช้าตามไปด้วย โอกาสในการหายก็จะน้อยลง ดังนั้นหากมีเครื่องมือช่วยตรวจคัดกรองที่เร็วขึ้นก็จะมีโอกาสช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น การตรวจภายใน (Cervical smear) ใช้เพื่อตรวจหามะเร็งหรือร่องรอยก่อนเป็นมะเร็งในปากมดลูกส่วนนอก ทำให้สามารถรักษาความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้แต่เนิ่น ๆ เป็นการป้องกันมะเร็งปากมดลูก Microsoft และ SRL Diagnostics (บริษัทตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาและรังสีวิทยาในอินเดีย) ได้พัฒนาเครื่องมือ AI ช่วยในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยทีมงานได้ฝึกให้ AI ตรวจจับจุดนับพันจากภาพการตรวจภายในเพื่อหาสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งจะช่วยตรวจจับความผิดปกติและตัวอย่างก่อนเกิดมะเร็ง และเพื่อความมั่นใจจะมีทีมแพทย์ช่วยตรวจดูสไลด์ภาพที่มีพบความผิดปกติเหล่านั้นอย่างถูกต้อง ทุกปี SRL จะได้รับตัวอย่างของการตรวจคัดกรองมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งมี 98% ที่ปกติ ดังนั้น AI จะมีส่วนช่วยแพทย์ในการตรวจจับ 2% ของตัวอย่างที่มีปัญหาและช่วยให้สตรีที่พบความผิดปกติก่อนเกิดมะเร็งได้เริ่มเข้ารับการักษาที่เร็วขึ้น อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสศิลา วงศ์เจริญ | 2260 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 5 days ago
Read More

















