Tags
| ตรวจ
19/04/2020
ศิลา วงศ์เจริญ | 2288 days ago
ลดขั้นตอน! Amazon ใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิตรวจพนักงานเป็นไข้เสี่ยง COVID-19
Amazon กำลังใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิในสถานที่ปฏิบัติงานบางแห่งในการตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานเป็นไข้เพื่อลดขั้นตอนการคัดกรองพนักงานป่วย COVID-19 ซึ่งได้เพิ่มการปกป้องพนักงานในช่วงการระบาดของ COVID-19 หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำได้ไม่เพียงพอ Amazon ได้เริ่มตรวจสอบอุณหภูมิพนักงานเมื่อปลายเดือนมีนาคม โดยเมื่อตรวจพบพนักงานที่มีอุณภูมิสูงกว่า 100.4 ฟาเรนไฮต์ (38 เซลเซียส) ซึ่งแสดงว่ามีอาการไข้ก็จะถูกส่งกลับบ้านและจะกลับมาทำงานหลังจากนั้น 3 วันโดยที่ไม่มีไข้ ส่วนค่าอุณหภูมิที่กำหนดมาใช้วัดนั้นได้ดึงมาจากศูนย์แนวทางการควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (US CDC) เสาร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา Kristen Kish โฆษกของ Amazon เปิดเผยว่าบริษัทได้ตรวจสอบอุณภูมิของพนักงานในสถานที่ปฏิบัติงานทุกวัน ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานเพิ่มเติม และตอนนี้บริษัทกำลังใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิในสถานที่ปฏิบัติงานบางแห่งเพื่อทำให้ขั้นตอนคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นการทำงานส่วนใด ที่คลังสินค้า ศูนย์จัดส่งสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods การตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปกป้องพนักงานที่ Amazon กำหนดขึ้นท่ามกลางการวิจารณ์เกี่ยวกับการจัดการกับวิกฤต COVID-19 ซึ่งพนักงาน Amazon และซุปเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods หลายคนกลัวและท้อแท้ที่จะทำงานตลอดจนหมดวิกฤต ก่อนหน้านี้ได้มีพนักงานรวมตัวกันประท้วงเรียกร้องให้มีการป้องกันที่ดีขึ้น และสหภาพแรงงานซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของพนักงาน Amazon ในสหรัฐฯ พร้อมด้วยกลุ่มผู้สนับสนุนและนักการเมืองหลายคนได้เข้าร่วมผลักดันให้ Amazon ทำอะไรที่เป็นการป้องกันให้กับพนักงานเพิ่มมากขึ้น พนักงานคลังสินค้าของ Amazon จำนวนหนึ่งได้รับการทดสอบ…14/03/2020
Verily น้องร่วมค่าย Google กำลังสร้างเครื่องมือช่วยคนสหรัฐฯ ตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
ศุกร์ที่ 13 มีนาคม Google กล่าวว่า Verily บริษัทด้านชีววิทยาในเครือเดียวกับ Google ภายใต้ Alphabet กำลังร่วมมือกับรัฐบาลกลางสร้างเครื่องมือช่วยให้ประชาชนตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนา จะเปิดตัวครั้งแรกในพื้นที่ย่านอ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Google Google ได้ทวีตแถลงการณ์ของ Verily ว่าบริษัทกำลังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลต่าง ๆ ตรวจการติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งบริษัทกำลังเริ่มต้นพัฒนาและวางแผนที่จะทดสอบใช้งานในย่านอ่าวซานฟรานซิสโก และหวังว่าต่อไปจะขยายการใช้งานมากขึ้นในวงกว้าง จากนั้นกล่าวเพิ่มเติมว่าบริษัทขอขอบคุณการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและขอบคุณวิศวกรของ Google ที่ได้อาสาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้ https://twitter.com/Google_Comms/status/1238574670686928906 การเปิดตัวของภารกิจนี้เกิดขึ้นหนึ่งชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่า Google กำลังทำงานร่วมกับทำเนียบขาวและพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับการตรวจการติดเชื้อไวรัสโคโรนาผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่ง Trump ได้เปิดเผยถึงโครงการนี้ในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับประเทศเกี่ยวกับการระบาดแพร่ไปทั่วของ COVID-19 ที่ทำเนียบขาว Deborah Birx ผู้ประสานงานของทำเนียบขาวได้ให้รายละเอียดว่าเว็บไซต์จะช่วยให้ผู้คนกรอกแบบสอบถามที่อธิบายอาการของผู้ป่วย และรับข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจเชื้อแบบไดรฟ์ทรู (Drive-through) คือ การขับรถเข้าไปยังจุดบริการเพื่อเก็บตัวอย่างเชื้อแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องลงจากรถเพียงแค่เปิดกระจกรถ และบอกวิธีการรับผลของการตรวจ นอกจากนี้ Trump ได้กล่าวว่าคาดว่าจะมีการทดสอบเพิ่มเติมอีกกว่าครึ่งล้านคนในต้นสัปดาห์หน้าและศูนย์ทดสอบแบบไดรฟ์ทรูจะเปิดให้บริการในสถานที่สำคัญต่าง ๆ การตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญทั้งในด้านการรักษาและด้านการป้องกันการแพร่ระบาด ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการตรวจที่รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย ซึ่งการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาแบบไดรฟ์ทรูได้เริ่มต้นใช้ที่เกาหลีใต้โดยรับแรงบันดาลใจมาจากเคาน์เตอร์สั่งอาหารจานด่วนที่…ศิลา วงศ์เจริญ | 2324 days ago
Read More10/02/2020
สุดเจ๋ง! หุ่นยนต์เจาะเลือดเพื่อสุ่มตัวอย่างไปให้แพทย์ตรวจได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ปัจจุบันได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ไปใช้ในงานด้านต่าง ๆ เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำงานในโรงแรม ดูแลผู้สูงอายุ นำทัวร์ในพิพิธภัณฑ์ ด้านอุตสาหกรรมการผลิต งานสำรวจทั้งในโลกและอวกาศ รวมทั้งทำงานในโรงพยาบาล และคลินิกทางการแพทย์ 5 กุมภาพันธ์ มหาวิทยาลัย Rutgers แถลงการณ์เปิดตัวหุ่นยนต์ใหม่ทางการแพทย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการเจาะตัวอย่างเลือดอัตโนมัติ ซึ่งพบว่าหุ่นยนต์นี้ทำงานให้ผลที่ดีหรือในบางกรณีดีกว่ามนุษย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพที่ทำงานอย่างเดียวกัน เมื่อนำหุ่นยนต์เจาะเลือดมาทดลองทางคลินิกกับมนุษย์ครั้งแรกได้แสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มเวลาให้กับพยาบาลและแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยได้นานขึ้น แทนเจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องใช้เข็มเจาะเลือดเอง การทำงานหุ่นยนต์จะนำภาพอัลตราซาวด์มาใช้นำทางในการค้นหาหลอดเลือดดำ แล้วเจาะด้วยเข็มและดูดเลือดเก็บตัวอย่าง รวมทั้งมีเครื่องมือวิเคราะห์เลือดแบบหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) อีกด้วย วารสารเทคโนโลยีได้ตีพิมพ์ผลการทดลองของหุ่นยนต์เจาะเลือด ซึ่งแสดงว่าหุ่นยนต์มีอัตราความสำเร็จโดยรวม 87% ในผู้เข้าร่วม 31 คนที่ถูกเจาะเลือด และมี 25 คนที่สามารถเจาะเข้าถึงเส้นเลือดดำได้ง่ายโดยอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 97% แต่เมื่อเทียบกับมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจะมีอัตราความสำเร็จเพียง 73% ในผู้ป่วยที่มองไม่เห็นเส้นเลือดดำ, 60% ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถคลำพบเส้นเลือดดำได้ชัดเจน และ 40% ในผู้ป่วยที่ผอมแห้ง นอกจากนี้หุ่นยนต์สามารถช่วยให้แพทย์ได้รับตัวอย่างเลือดอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้ แถมยังป้องกันโรคแทรกซ้อนที่ไม่จำเป็นและความเจ็บปวดในผู้ป่วยจากการพยายามใช้เข็มเจาะหลายครั้ง มหาวิทยาลัยกล่าวเพิ่มเติมว่าในอนาคตหุ่นยนต์นี้ยังสามารถใช้สำหรับกระบวนการทางการแพทย์ทั่วไปอื่น ๆ เช่น การใส่สายสวนหลอดเลือดดำและการฟอกไต เชื่อว่าอนาคตมนุษย์จะสามารถผลิตหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยในการดูแลและรักษาผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดเวลาการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อเกิดโรคระบาดบุคลากรทางการแพทย์จะปลอดภัยและช่วยผู้ป่วยจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว…ศิลา วงศ์เจริญ | 2357 days ago
Read More07/02/2020
ความต้องการตรวจ DNA ลดลงจนบริษัท Ancestry ต้องปลดพนักงาน 100 คน
5 กุมภาพันธ์ บล็อกของบริษัท Ancestry ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานของบริษัท 6% ราว 100 คน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในสินค้าหมวดการตรวจดีเอ็นเอทั้งหมดลดลงในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และผ่านมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก็มีข่าวบริษัท 23andMe บริการตรวจดีเอ็นเอก็ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 14% ประมาณ 100 คนเช่นกัน Margo Georgiadis ประธานบริษัท Ancestry ได้เปิดเผยเหตุผลที่ยอดขายของสินค้าตรวจดีเอ็นเอลดลง เนื่องจากเป็นไปได้ว่าผู้คนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลจากการตรวจดีเอ็นเอและการแบ่งปันข้อมูลทางพันธุกรรมของพวกเขา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เริ่มใช้บริการตรวจดีเอ็นเอเพื่อสืบหาหลักฐานในการสอบสวนคดีอาชญากรรมและความสนใจในวิธีการดีเอ็นเอก็เพิ่มมากขึ้นหลังจากนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ แต่สังเกตได้ว่าเมื่อปีที่แล้วบริษัท Ancestry พยายามต่อสู้กับการค้นหาฐานข้อมูล DNA ของตำรวจเพื่อจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและบริษัทก็ชนะ ดังนั้นไม่ว่าบริษัทจะยอดขายลดลงด้วยเหตุผลใด Ancestry จะต้องคิดถึงวิธีการใหม่ในการทำธุรกิจ ซึ่งประธานบริษัทกล่าวว่าอนาคตบริษัทจะเติบขึ้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนำเสนอนวัตกรรมที่มีคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้คน รวมทั้งจะนำนวัตกรรมไปสู่การค้นพบความสัมพันธ์ทางสายเลือดและข้อมูลเกี่ยวกับโรคในครอบครัว สรุปว่าการตรวจดีเอ็นเอนอกจากจะช่วยตรวจพบความสัมพันธ์ทางสายเลือดแล้วยังสามารถช่วยตรวจหาพาหะโรคทางพันธุกรรมของพ่อแม่ก่อนตัดสินใจมีบุตร วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอันเกี่ยวเนื่องกับลักษณะทางพันธุกรรม และตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาตัวผู้ร้ายที่ก่อคดีอาชญากรรมได้อีกด้วย ก็ขอเอาใจช่วยให้ธุรกิจนี้คงอยู่เป็นประโยชน์ต่อไป ที่มา : engadget พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสศิลา วงศ์เจริญ | 2360 days ago
Read More05/02/2020
เผยข้อมูลการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ปี 2562 และแนวทางในปี 2563
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ บก.ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ.) และ BSA (กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์) เพื่อรณรงค์ส่งเสริมคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เร่งลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ ย้ำผู้บริหารองค์กรมีหน้าที่ต้องกำกับดูแลการใช้งานซอฟต์แวร์ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง หวังเห็นอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยลดลงเร็วสุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ซึ่งเป้าหมายสูงสุดในอีก 20 ปีข้างหน้าคือ อยากให้ประเทศไทยมุ่งเป้าไปในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยการใช้ปัญญา คิดค้นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง และให้ความคุ้มครองกับทรัพย์สินทางปัญญา นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพานิชย์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ทาง DIP ได้สร้างศูนย์ให้คำปรึกษาด้านลิขสิทธิ์ในชื่อ IPIDE Center เป็นหน่วยงานให้คำปรึกษาแนะนำด้านนวัตกรรมสิทธิบัตร โดยให้คำปรึกษาว่า ปัจจุบันสิทธิบัตรไหนมีใครทำมาแล้วบ้าง เพื่อให้เราสามารถคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และจดทะเบียนสิทธิบัตรของตัวเองได้ พร้อมช่วยแก้ไขการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีการแบ่งคณะการทำงานออกเป็น 3 ส่วนคือ คณะทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คณะทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในสื่อสังคมออนไลน์ คณะทำงานทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในกรณีที่คดีสิ้นสุดแล้ว ซึ่งการละเมิดซอฟต์แวร์นั้นไม่เพียงแค่เกิดความเสียหายกับผู้ผลิตโดยตรงแล้ว แต่ยังมีโอกาสเกิดปัญหากับผู้ดาวน์โหลดของเถื่อนอีกด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของ Malware หรือ Virus ที่เกิดจากไฟล์ที่โหลดมา จนอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลออกไป ซึ่งหมายถึงอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้โหลดโปรแกรมเถื่อนอีกด้วย อันดับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศในสมาชิกอาเซียนประจำปี 2018 สิงคโปร์ 27% มาเลเซีย 51% บรูไนและฟิลิปปินส์ 64% ประเทศไทย…Totsapon Kritsadangphorn | 2362 days ago
Read More11/11/2019
Microsoft พัฒนา AI ช่วยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในอินเดียให้เร็วขึ้น
มะเร็งปากมดลูกได้พรากชีวิตของสตรีในอินเดียราว 67,000 คนในทุกปีนับว่ามากกว่า 25% ของผู้เสียชีวิต 260,000 คนทั่วโลก ซึ่งโรคนี้หากมีการตรวจภายในอยู่สม่ำเสมอและพบอาการผิดปกติก่อนขั้นวิกฤตก็จะทำการรักษาได้ทัน แต่เนื่องจากมีผู้เข้าตรวจจำนวนมากและแพทย์ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการตรวจคัดกรองเซลล์มะเร็ง ก็จะทำให้ผู้ป่วยทราบผลว่าเป็นมะเร็งและเข้ารับการรักษาช้าตามไปด้วย โอกาสในการหายก็จะน้อยลง ดังนั้นหากมีเครื่องมือช่วยตรวจคัดกรองที่เร็วขึ้นก็จะมีโอกาสช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น การตรวจภายใน (Cervical smear) ใช้เพื่อตรวจหามะเร็งหรือร่องรอยก่อนเป็นมะเร็งในปากมดลูกส่วนนอก ทำให้สามารถรักษาความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้แต่เนิ่น ๆ เป็นการป้องกันมะเร็งปากมดลูก Microsoft และ SRL Diagnostics (บริษัทตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาและรังสีวิทยาในอินเดีย) ได้พัฒนาเครื่องมือ AI ช่วยในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยทีมงานได้ฝึกให้ AI ตรวจจับจุดนับพันจากภาพการตรวจภายในเพื่อหาสัญญาณของโรคมะเร็ง ซึ่งจะช่วยตรวจจับความผิดปกติและตัวอย่างก่อนเกิดมะเร็ง และเพื่อความมั่นใจจะมีทีมแพทย์ช่วยตรวจดูสไลด์ภาพที่มีพบความผิดปกติเหล่านั้นอย่างถูกต้อง ทุกปี SRL จะได้รับตัวอย่างของการตรวจคัดกรองมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งมี 98% ที่ปกติ ดังนั้น AI จะมีส่วนช่วยแพทย์ในการตรวจจับ 2% ของตัวอย่างที่มีปัญหาและช่วยให้สตรีที่พบความผิดปกติก่อนเกิดมะเร็งได้เริ่มเข้ารับการักษาที่เร็วขึ้น อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสศิลา วงศ์เจริญ | 2448 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 1 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 12 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 days ago
Read More

















