Tags
| ธุรกิจ
13/03/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 316 days ago
หาดทิพย์ ครองตลาดน้ำอัดลมในภาคใต้ เสิร์ฟปันผล 6% พร้อมเปิดตัวขวดแก้วดีไซน์ใหม่
กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2568 – บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่า ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ประกาศแผนรุกธุรกิจปี 2568 ด้วยเป้าหมายยอดขายเติบโต 5–7% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 8,700 ล้านบาท มั่นใจสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่อเนื่อง ด้วยการจ่ายเงินปันผลรวมสำหรับปี 2567 ที่ 1.05 บาทต่อหุ้น สะท้อนอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงราว 6% โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าก้าวสู่รายได้ 15,000 ล้านบาทในปี 2575 ด้วยกลยุทธ์รักษาการเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมในภาคใต้ เร่งขยายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่อัดลม และเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ ร่วมกับโคคา-โคล่า พร้อมยกระดับธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในปี 2567…15/02/2024
BDMS คว้าที่ 1 ของโลก! ดัชนีความยั่งยืน DJSI ในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ เครือแรก และเครือเดียวในเอเชีย-แปซิฟิก
BDMS หรือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เครือโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คว้าดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) ประจำปี 2023 โดยติดอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มบริการทางการแพทย์จาก 161 กลุ่ม ยกระดับบริการทางการแพทย์ของไทยไปอีกขั้น DJSI เป็นดัชนีความยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อในระดับสากล โดยอิงดัชนีความยั่งยืนตามหลัก E-S-G “ก่อนหน้านี้ BDMS เคยได้รับมาตรฐานความยั่งยืน TSHI (Thailand Sustainability Investment) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาแล้ว แต่ DJSI เป็นก้าวใหม่ที่ทั้งสำคัญ และท้าทายสำหรับ BDMS” พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ หรือ ‘คุณหมอปุย’ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS กล่าว เพราะในช่วง 3 ปีก่อนหน้าที่จะได้รับดัชนี DJSI ทาง BDMS พบว่าในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ ทั้งในไทย และในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังไม่มีเครือบริษัทไหนเคยผ่านดัชนีนี้มาก่อน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ ศักยภาพ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 708 days ago
Read More12/05/2022
อีกแล้ว! กกร. เสนอเลื่อนใช้กฎหมาย PDPA รอเอกชนพร้อมหลังโควิดกระทบหนัก
ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) , สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย แถลงผลการหารือร่วมกันในกรณีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ Personal Data Protection Act B.E.2562 (PDPA) โดยเตรียมทำหนังสือเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขอเลื่อนการบังคับใช้ ออกไปอีก 2 ปี จากเดิมที่จะผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ เนื่องจากตัวกฎหมายยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดของกฎหมายรอง แต่มีโทษทางอาญาและมีผลถึงกรรมการบริษัท อาจทำให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อในอนาคตได้พงศ์ปณต สุรเชษฐพงษ์ | 1353 days ago
Read More26/10/2021
The Samwer Brothers สามพี่น้องเจ้าของธุรกิจพันล้านที่มาจากการ ‘ก๊อบปี้คนอื่น’
ในโลกของเทคโนโลยี การสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จสักอย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วเราจะนึกถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘นวัตกรรม’ เปลี่ยนโลกอย่างเช่น หลอดไฟ, รถยนต์, คอมพิวเตอร์ส่วนตัว, แล็บท็อป, กล้องดิจิทัล, อินเทอร์เน็ต, อี-คอมเมอร์ซ หรือไอโฟน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีเหล่านี้จะ Disrupt ธุรกิจที่เคยมีมาอยู่ก่อนหน้านี้ให้เปลี่ยนแปลงและปรับตัว การเป็น 'First Mover' หรือคนแรกของวงการถือเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เรานำหน้าคู่แข่งในตลาดไปได้ก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเป็นคนแรกนั้นอาจจะนำชื่อเสียงมาให้ในเชิงของคนที่กล้าและท้าทายสิ่งที่เคยมีอยู่ แต่มันไม่ได้การันตีความสำเร็จหรือผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีสักเท่าไหร่ (เรารู้ดีว่าการทำสตาร์ตอัปหรือธุรกิจนั้นมีโอกาสล้มสูงมาก) แต่การรอดูว่าตลาดจะตอบสนองต่อธุรกิจหรือไอเดียใหม่ ๆ เหล่านั้นยังไง แล้วค่อยขยับตัวเพื่อลงทุนตามผู้นำไปยังพื้นที่ตลาดอื่น ๆ นั้นเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลวร้ายนัก บางบริษัทอาจจะเอาไอเดียพื้นฐานแล้วไปปรับเพิ่มเติมและขยายต่อไป แต่สำหรับ The Samwer Brothers สามพี่น้องตระกูลแซมเวอร์ที่คิดต่างออกไป ไม่เห็นต้องปรับอะไร เอาง่าย ๆ ก๊อบปี้ไปเลยทั้งดุ้น ใส่ในตลาดใหม่ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ขยายต่อหรือไม่ก็รอให้คนมาซื้อ ถือว่าสำเร็จแล้ว พวกเขาไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว หรือสองครั้ง แต่หลายต่อหลายครั้งที่พวกเขาก็อบโมเดลธุรกิจไป สร้างเป็นแบรนด์ใหม่ ในพื้นที่ตลาดใหม่ รอขยายและรอขาย ซึ่งกลายเป็นเทคนิคประจำตัวที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถสร้างรายได้หลายพันล้าน ก่อตั้ง Startup Incubator ชื่อ…โสภณ ศุภมั่งมี | 1550 days ago
Read More30/09/2021
3 เคล็ดลับทำงานให้โปรดักทีฟแบบ อีลอน มัสก์
อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นซีอีโอของบริษัทสตาร์ตอัปใหญ่ระดับโลกอย่าง SpaceX และ Tesla จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาเพื่อพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ให้สามารถเดินหน้าไปอย่างราบรื่น แต่การทำงานหนักของมัสก์นั้นบางทีก็หนักมากถึงขั้นที่ว่าเขาต้องนอนที่ทำงาน หรือมีบางอาทิตย์ที่ต้องลากยาวกว่า 120 ชั่วโมง / สัปดาห์ ซึ่งภายหลังมัสก์ก็ออกมาบอกว่าที่จริงแล้วทุกวันนี้เขาก็ทำงานตามปกติคือ 80-90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อยู่แล้ว แน่นอนว่าการจะทำตามแบบเขาได้คงไม่ใช่เรื่องง่าย และเราทุกคนก็คงไม่ต้องบ้าระห่ำถึงขนาดนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากการทำงานของเขาได้คือการสร้างระบบให้งานนั้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มัสก์เป็นคนหนึ่งที่ย่อยตารางเวลาของตัวเองในแต่ละวันให้เป็นบล็อกเล็ก ๆ เพื่อจะสามารถเคลียร์งานต่าง ๆ ได้ในเวลาที่จำกัด มันแสดงให้เห็นว่าเวลาในแต่ละวันของเขานั้นมีค่ามากขนาดไหน และเขาใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อให้แต่ละวันนั้นโปรดักทีฟมากที่สุด หลีกเลี่ยงประชุมที่ไม่จำเป็น เชื่อว่าทุกคนที่ทำงานบริษัทน่าจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี มัสก์มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ประชุมกับฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อยู่ตลอด แต่เราทุกคนทราบดีว่าไม่มีอะไรเสียเวลามากกว่าการประชุมที่ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ในบางสถานการณ์นั้นการประชุมยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ โดยเฉพาะในบริษัทสตาร์ตอัปขนาดเล็ก แต่ว่าในหลาย ๆ สถานการณ์มันก็เกิดขึ้นมากเกินไป บางปัญหาอาจจะแก้ได้โดยการเดินไปถามใครสักคนหนึ่ง หรือบางครั้งก็ใช้อีเมลก็ได้ ประชุมก็ต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ และเป้าหมายของการประชุมต้องชัดเจน มีเวลากำหนดและหัวข้อชัดเจนด้วย (อย่างการขอทุน หรือ เปลี่ยนเป้าหมายตลาด พวกนี้จำเป็น แต่ประชุมเรื่องว่าจะใช้กระดาษแบบไหนกับเครื่องพรินเตอร์ ฯลฯ พวกนี้ควรจะจบแค่อีเมล) ประชุมไหนที่คิดว่าไม่สำคัญ และไม่จำเป็นต้องเข้า ก็ไม่ควรเข้า ถ้าอยู่ในสถานะลูกน้องให้ถามหัวหน้าว่าประชุมนี้ต้องเข้าไหม…โสภณ ศุภมั่งมี | 1576 days ago
Read More07/09/2021
ถึงเวลาไทยเร่งเครื่องผลักดัน ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ปลดล็อกข้อจำกัดก่อนจะสายเกินไป
วันนี้ใคร ๆ ก็พูดถึงแต่รถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี (Electric Vehicle: EV) กันทั้งนั้น ไม่เพียงแต่เป็นแนวทางการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนที่ถูกกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญของหลายประเทศที่ปักหลักเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนมานานรวมถึงประเทศไทย ถ้าปรับกระบวนธุรกิจช้าไปก็เป็นไปได้ที่จะตกม้าตายกลายเป็นเสียเปรียบประเทศอื่นในภูมิภาคทันที ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยจะเติบโตได้มากกว่า 70% ในปี 2564 และไม่เกินหนึ่งทศวรรษยอดขายของอีวีจะขยับมาเป็น 50% ของยอดขายรถทั้งหมด ซึ่งในที่นี้นับรวมทั้งรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วน ๆ ถือเป็นแนวโน้มสำคัญที่ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ยังเห็นโอกาสและเร่งเครื่องการผลิตอีวีให้มากขึ้น แม้กระทั่งรถหรูตลาดบนอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังประกาศเป้าหมายสำคัญโดยจะเปลี่ยนเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบเพื่อออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ส่วนในปีหน้านี้จะมีรถเบนซ์ที่เป็นรถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าหรือ BEV ครบทุกเซกเมนต์ด้วย ตอกย้ำว่าอีวีคือเค้กชิ้นสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ระดับไหนต่างก็ให้ความสนใจ ปัจจัยกดดันคงหนีไม่พ้นความตกลงปารีสและอีกหลายเวทีที่เรียกร้องให้ประชาคมโลกลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลลงเหลือครึ่งเดียวภายในทศวรรษข้างหน้า แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมองว่าเป็นไปได้ยาก แต่อย่างน้อยก็เป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าแบบก้าวกระโดด เพราะนี่คือวาระสำคัญของโลกที่แม้แต่ประเทศไทยก็ประกาศเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายใน 50 ปีนับจากนี้ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญคือการก้าวข้ามจากเครื่องยนต์สันดาปภายในหรือ ICE มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั่นเอง เรื่องที่ท้าทายของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าคือราคาของรถยังอยู่ในระดับสูง ส่วนมากจะเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทเป็นต้นไป สาเหตุสำคัญคือต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมที่ยังไม่สามารถเดินหน้าผลิตได้จนถึงระดับประหยัดต่อขนาด ต้นทุนแบตเตอรี่คิดเป็น 30% ต้นทุนทีวีทั้งคัน จึงเป็นเรื่องท้าทายที่ผู้ผลิตรถทั่วโลกรวมทั่วบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆจะเร่งวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ออกมาให้ราคาต่ำที่สุด ผลิตได้มากที่สุด และมีประสิทธิภาพชาร์จไวที่สุดด้วย นอกจากนี้สถานีบริการชาร์จไฟที่ครอบคลุมก็ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคกล้าตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้อีวี ซึ่งขณะนี้บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของชาติอย่าง…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1599 days ago
Read More25/08/2021
สมรภูมิร้อนของธุรกิจจัดส่งสินค้าและอาหาร เส้นทางทำเงิน (แต่แข่งขันสูง) ในยุคโควิด-19
ในวันที่ห้างร้านปิดจนเงียบเหงาจากคำสั่งล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบบนี้ ใคร ๆ ก็บ่นเรื่องผลกระทบที่มีกับกิจการของตัวเองทั้งนั้น เมื่อมองไปข้างหน้า ถึงกลับมาเปิดเมืองแต่การบริหารจัดการเรื่องวัคซีนยังทำได้ไม่ตรงเป้าพอให้ประชาชนมั่นใจ คนก็ไม่ค่อยออกจากบ้านอยู่ดี แล้วแบบนี้จะมีธุรกิจอะไรที่ยังมีแนวโน้มดีเหลืออยู่อีก คำตอบคือ: มี เดาไม่ยากเลยว่าธุรกิจที่เติบโตในยุคที่คนอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านกันแบบนี้คือ ธุรกิจจัดส่งสินค้า พัสดุและอาหารที่มาแรงต่อเนื่องมาหลายปีเนื่องจากการทำตลาดอย่างเข้มข้นของทุกแพลตฟอร์มที่กระโดดจากโลกออนไลน์มาสู่ออฟไลน์เชื่อมโยงร้านค้าและผู้ใช้งาน (User) ซึ่งเปลี่ยนให้เป็นลูกค้า(User) ที่ติดใจบริการเหล่านี้จนถอนตัวไม่ได้อีกต่อไป กระทั่งสถาบันการเงินบางแห่งยังปั้นหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อขอแบ่งเค้กก้อนใหญ่ที่ขยายตัวแบบก้าวกระโดดนี้ด้วยคน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าตลาดของอีคอมเมิร์ซจะเติบโตมากถึง 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2021 นี้และจะขยายตัวแตะ 6.4 ล้านล้านเหรียญใน 2024 หรือเพิ่มขึ้นถึง 30% ในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น ซึ่งคนหนุ่มสาวทั้งหลายครอบคลุมทั้งเจนเอ็กซ์ วาย และแซด ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างรวดเร็ว คุ้นชินกับโลกออนไลน์จนแยกออกจากชีวิตออฟไลน์ไม่ได้อีกแล้ว และยิ่งเกิดธุรกรรมมากเท่าไหร่ ปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดการโดยปัญญาประดิษฐ์ก็มีมากขึ้นและยิ่งนำเสนอสินค้า บริการที่เรามองหาได้แม่นยำมากขึ้น หยิบมือถือขึ้นมาเล่นทีไรก็เจอแต่ของที่อยากได้ ขายของออนไลน์ได้มาก สินค้าที่ต้องจัดส่งก็มากตาม จึงไม่แปลงที่ธุรกิจจัดส่งจะโตแล้วโตอีก ถ้ามองเฉพาะธุรกิจจัดส่งอาหารทั่วโลกปี 2020 พบว่ามีขนาดถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และน่าจะขยายตัว อีก 50% เป็น 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1612 days ago
Read More16/08/2021
5+1 ผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลว (จากบริษัทดัง) และบทเรียนธุรกิจจากความผิดพลาด
ศาสตราจารย์ เคลย์ตัน คริสเตนเซ่น จากโรงเรียนธุรกิจมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดบอกว่า ทุกปีจะมีสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดราว 30,000 ชนิดและประมาณ 95% ของมันจะล้มเหลวและไปต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นสำหรับใครก็ตามที่กำลังทำธุรกิจและกำลังจะปล่อยตัวสินค้าตัวใหม่ออกสู่ตลาด ลองอ่านเคสที่ล้มเหลวมาก่อนหน้าและเรียนรู้จากประสบการณ์อันเจ็บปวดของบริษัทอื่น ๆ กันดีกว่าโสภณ ศุภมั่งมี | 1621 days ago
Read More02/08/2021
บทเรียนชีวิตอันโลดโผนของ Jack Dorsey ซีอีโอหมื่นล้านของ Twitter และ Square
ช่วงปลายของยุค 90’s เด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ แจ็ก ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) แฮกเข้าไปในระบบหลังบ้านของบริษัทชื่อ Dispatch Management Services ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับการเรียกเมสเซนเจอร์ ส่งพัสดุ เอกสาร ฯลฯ จากเมืองนิวยอร์ก แต่การแฮกครั้งนี้มีเป้าหมายที่ไม่ใช่การทำเพื่อความสนุก แต่ดอร์ซีย์ต้องการสมัครงาน เขาแฮกระบบเพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่และก็ส่งอีเมลไปบอกผู้จัดการบริษัทชื่อ เกรก คิดด์ ว่าต้องทำยังไงบ้างถึงจะอุดรอยรั่วเหล่านี้ได้ ถ้าเป็นบริษัทอื่นแทนที่ดอร์ซีย์จะได้งาน อาจจะได้เอกสารเรียกตัวไปขึ้นศาลก็ได้ แต่คิดด์เห็นอะไรบางอย่างในตัวของดอร์ซีย์ ตัดสินใจให้โอกาสเขามาทำงานในบริษัท ดอร์ซีย์ตอบรับงานย้ายจากมิสซูรีบ้านเกิดไปนิวยอร์กเพื่อทำงานและสมัครเรียนที่ New York University เอาไว้เผื่อด้วยเป็นแผนสำรองด้วย (ซึ่งก่อนหน้านี้คือเขาก็ดรอปจากมหาวิทยาลัยออกมา หลังจากที่เรียนได้ 2 ปีเพราะรู้สึกว่าการทำงานจริง ๆ น่าจะได้เรียนรู้อะไรที่มากกว่าในห้องเรียน) เขาทำงานอยู่ที่นั่นหลายปี จนกระทั่งบริษัทประสบกับปัญหาเรื่องการเงิน จนต้องมีการปลดพนักงานออกมา มาถึงช่วงปี 1999 เขาดรอปจาก NYU แล้วบินไปเริ่มบริษัทสตาร์ตอัปสำหรับเรียกแท็กซี่และคนส่งของของตัวเองที่แคลิฟอร์เนีย แต่ไม่นานก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งจากบริษัทของตัวเองในปี 2002 เพราะไปงัดข้อกับบอร์ดบริหาร (แต่บริษัทก็ไปไม่รอดเพราะเจอฟองสบู่ดอตคอม) เขาก็ย้ายกลับไปที่มิสซูรีสักพักหนึ่ง และกลับมาซานฟรานซิสโกอีกครั้งในปี 2005 โดยไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคิดด์ อาสาดูแลลูก ๆ…โสภณ ศุภมั่งมี | 1635 days ago
Read More05/07/2021
ทำไมเรายังดีใจไม่ได้ ในเมื่อการส่งออกของไทยโตที่สุดในรอบ 11 ปี
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของประเทศไทยเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บอกว่าอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 11 ปี หรือนับจากปี 2553 โดยปกติแล้วเราควรจะดีใจกับเรื่องนี้ แต่ทำไมประชาชนถึงรู้สึกเฉย ๆ และไม่ได้สัมผัสว่าชีวิตดีขึ้นสักเท่าไหร่? คำตอบง่าย ๆ ก็คือ รายได้จากการส่งออกที่เติบโตเป็นของบริษัทผู้ส่งออกขนาดใหญ่ กว่าจะส่งผ่านมาถึงมือประชาชนผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง ลงทุนหรือจ้างงานมันต้องใช้เวลา และยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ภาคธุรกิจจะควักเงิน ขยายกำลังการผลิตหรือทำอะไรที่มีความเสี่ยงสูง อีกปัจจัยที่ตัวเลขการส่งออกพุ่งพรวดไม่ได้ทำให้เราตื่นเต้นนัก ก็เพราะปีฐานที่นำมาคำนวณคือปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเศรษฐกิจไทยหดตัวถึง 6.1% ดังนั้นเเมื่อหยิบตัวเลขปีนี้เทียบกับปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นมุมไหนก็ตามที อย่างไรก็ดูเติบโตขึ้นกว่าปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนถึงป่านนี้ก็ยังสะบักสะบอมกับวิถีชีวิตใหม่ที่รายได้ผู้บริโภคลดลง กำลังซื้อต่ำ กิจกรรมทางเศรษฐกิจติด ๆ ขัด ๆ เราคงหวังกลับมาพึ่งภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวในปีนี้ได้ยาก คงต้องเอาใจช่วยภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวที่ทำงานอยู่ให้นำพาประเทศไปข้างหน้าต่อ มูลค่าการส่งออกเดือนพฤษภาคม 2564 เติบโตขึ้น 41.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนและเมื่อรวมมูลค่าการส่งออกทั้ง 5 เดือนของปีนี้ พบว่าเติบโต 10.78% ปัจจัยหลักคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นั่นคือลูกค้าต่างประเทศของเราเริ่มกลับมาสั่งซื้อสินค้าเพราะบ้านเมืองของเขาเศรษฐกิจเริ่มเดินหน้าต่อได้จากการควบคุมโรคโควิด-19 และการเร่งกระจายวัคซีนเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน เขาก็เดิน (หรือ Zoom) กลับมาสั่งซื้อของจากเราได้มากกว่าปีก่อนที่มีแต่ความไม่แน่นอน การส่งออกของเราก็เติบโตกลับขึ้นมา…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1663 days ago
Read More23/06/2021
เตรียมตัวต้อนรับสู่อนาคต กับ ‘ทศพล พิชญโยธิน’ ทาเลนต์ข่าวเช้า beartai BRIEF
'ทศพล พิชญโยธิน' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพ อาร์ไอเอ แล็บ จำกัด (กลุ่มบริษัท BRIA) ผู้คร่ำหวอดด้านไบโอเทคในประเทศไทย หรือ 'คุณนท' หนึ่งในทาเลนต์เล่าข่าวเช้า beartai BRIEFประภาส อยู่เย็น | 1675 days ago
Read More08/05/2021
‘โรงแรมภาพยนตร์’ ธุรกิจเกิดใหม่หลังซบเซาเพราะโควิด
ในวิกฤตย่อมมีโอกาส การแพร่ระบาดของโควิดก็เช่นกัน แม้มีธุรกิจมากมายหลายอย่างต้องปิดกิจการลง หรืออยู่ในช่วงซบเซาจนน่าใจหาย แต่ก็มีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบบางอย่างเมื่อประสานพลังกันแล้วกลับรุ่งขึ้นมาอย่างเชื่อเหลือและธุรกิจที่ว่านั่นก็คือ ‘โรงแรมและภาพยนตร์’ นั่นเอง งานบริการและท่องเที่ยวอย่างโรงแรมนั้นได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการณ์โควิด เมื่อคนเดินทางน้อยลงจนถึงขั้นปิดประเทศ โรงแรมก็ย่อมไม่มีผู้พักอาศัย ครั้นจะอาศัยนักท่องเที่ยวในประเทศเองก็มีอยู่น้อยนิด เพราะผู้คนก็ต้องระมัดระวังเรื่องการเดินทางเป็นพิเศษ ในขณะโรงภาพยนตร์เองก็เป็นแหล่งให้ความบันเทิงที่รองรับการใช้บริการของคนจำนวนมาก สุ่มเสี่ยงเป็นแหล่งที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังผู้อื่น จึงได้รับผลกระทบไปด้วย แม้ไม่มีมาตรการควบคุมจากรัฐแต่คนเข้าใช้บริการก็ลดลงอย่างน่าใจหายเช่นกัน มองดูผิวเผิน ทั้งสองธุรกิจล้วนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตครั้งนี้ทั้งคู่ แต่เมื่อมีนักธุรกิจหัวใสจับจุดแข็งของสองธุรกิจมารวมกัน กลับกลายเป็นว่าได้รับความนิยมจนเกินคาด หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ของทางการจีน รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า ‘โรงแรมธีมโรงภาพยนตร์’ บริการที่พักรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ภาพและเสียงระดับกลางถึงระดับไฮเอนด์เทียบเท่าโรงภาพยนตร์ กำลังได้รับความนิยมในจีน ม่ายเตี่ยนหว่าง (Meadin) บริษัทให้บริการข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของจีน เผยว่า ปัจจุบันกลุ่มโรงแรมรูปแบบดังกล่าวมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของภาคธุรกิจโรงแรมในจีน และครองส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ 4.27 “ตลาดภาพยนตร์ช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้อุตสาหกรรมโรงแรม” เกาม่านเสี่ย นักวิจัยของบริษัทฯ กล่าว เกาอธิบายว่า การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบริการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมการซื้อตามมา โดยลูกค้าคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยมากขึ้น และนั่นก็ดึงดูดให้ลูกค้าหันมาสนใจโรงแรมธีมโรงภาพยนตร์ ที่มอบให้ได้ทั้งความบันเทิงและความปลอดภัยด้านสุขภาพ นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยตอบสนองทั้งความต้องการของลูกค้า และเพิ่มความร่วมมือกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากขึ้นด้วย …วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1721 days ago
Read More05/05/2021
“ไม่ปรับตัวก็ตาย” เรียนรู้การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ‘ทำของใหม่ที่ไม่เคยทำ’ เพื่อความอยู่รอด
การทำธุรกิจนั้นไม่เคยง่ายเลย ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตามที ตำราการตลาดและการบริหารจัดการธุรกิจก็ตกรุ่นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ หลักการที่ดีก็ยังนำมาปรับใช้ได้ แต่หลักปฏิบัติหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ นั้นแทบจะเอามาใช้ซ้ำไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอัตราเร่งที่สูงลิบแบบนี้ อำนาจของแพลตฟอร์มที่เข้าถึงทุกชีวิตในโลกออนไลน์เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เช่นเดียวกับห่วงโซ่อุปทานของโลกที่ปรับรูปโฉมไปพอสมควรทั้งจากความปั่นป่วนทางดิจิทัลและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไล่ต้อนมวลมนุษย์ให้เข้าไปยอมจำนนต่อการพลังของธรรมชาติและต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ใส่ใจทั้งประโยชน์ของคน องค์กร และโลกไปด้วยกัน การพัฒนาสินค้าใหม่และขยายตลาดกลุ่มใหม่ของโลกธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง สร้างโอกาสเพิ่มเติมจากช่องว่างที่อาจมองข้ามไปเป็นเรื่องที่ต้องทำในปัจจุบัน จะเห็นได้จากองค์กรระดับโลกทั้งหลายที่พยายามทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือทำสิ่งที่แตกต่างจากสินค้าเดิมแทบจะสิ้นเชิงโดยที่ยังมีส่วนที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการดั้งเดิมของตน ตัวอย่างที่ดีคือ ‘กูเกิล’ (Google) ที่เริ่มต้นธุรกิจดั้งเดิมจากการเป็นฐานข้อมูลในการค้นคว้า พอธุรกิจใหญ่มากขึ้นจนถึงปัจจุบันก็มีสินค้าเต็มไปหมดทั้งอีเมล การโฆษณา แพลตฟอร์มมือถือขนาดใหญ่ สมาร์ตโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะ และล่าสุดก็ประกาศลงทุนในสตาร์ตอัปชื่อ 'Transphorm' เพื่อพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ อีวี ที่จะมีแผนที่กูเกิลช่วยขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ด้วย นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพ โดรนขนส่งและอีกหลายองค์กรที่เข้าไปกว้านซื้อทั่วโลก กระทั่งแบรนด์อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่จากยุโรปอย่าง ‘มิชลิน’ ก็ประกาศวิสัยทัศน์ 'Michelin in Motion' เพื่อต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมการสัญจรทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน ใครจะเชื่อว่าวันนี้มิชลินซึ่งมีภาพของธุรกิจที่ชัดเจนอย่างยางล้อ จะผลักดันธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับยางล้อให้เติบโตได้ 20-30% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งธุรกิจใหม่ที่มิชลินจะขยายตลาดนั้นมีทั้งบริการและโซลูชันสำหรับการขนส่ง วัสดุคอมโพสิตชนิดยืดหยุ่น เครื่องมือแพทย์ การพิมพ์โลหะสามมิติเพื่อผู้ผลิตเฉพาะรายและการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการพลังงานในอนาคตรองรับการขยายตัวของยานยนต์รูปแบบใหม่ ๆ โดยตั้งเป้าขยายรายได้ปีละ 5% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2593 ด้วย…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1724 days ago
Read More08/04/2021
บทเรียนจาก Fenty แบรนด์พันล้านของ Rihanna ที่ปฏิวัติธุรกิจความงามของผู้หญิงทุกผิวสี
รอบิน รีฮันนา เฟนตี (Robyn Rihanna Fenty) หรือที่ส่วนใหญ่รู้จักกัน 'รีฮันนา' (Rihanna) นักร้องหญิงที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ได้เริ่มเดินเข้าสู่วงการดนตรีด้วยวัยเพียง 15 ปี ตอนที่เธอพบกับโปรดิวเซอร์ อีวาน โรเจอร์ส (Evan Rogers) ระหว่างที่เขากำลังพักผ่อนอยู่ที่ บาร์เบโดส (Barbados) โดยโรเจอร์สแนะนำให้เธอไปอเมริกาเพื่อทำผลงานเพลงต่อ 2 ปีต่อมาเธอได้เซ็นสัญญากับ Def Jam Recordings ค่ายเพลงของศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างเจย์-ซี (Jay-Z) และเพลง "Umbrealla" ของเธอในตอนนั้นก็ดังเป็นพลุแตก ไม่ใช่แค่ในอเมริกาเท่านั้น แต่ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งของหลายประเทศ นานติดต่อกันหลายสัปดาห์ เป็นปรากฎการณ์ “เอลล่า เอลล่า เอ เอ” กันอยู่นานเลยทีเดียว จากจุดนั้นถึงตรงนี้ ความสำเร็จในวงการเพลงหรือวงการบันเทิง (เธอแสดงภาพยนต์หลายเรื่องด้วย) ของ รีฮันนา เรียกได้ว่าคงภาพติดตาของเราทุกคนไปแล้ว มีเพลงขึ้นชาร์ตติดอันดับต้น ๆ ได้รางวัลแกรมมี่ไป 9 ครั้ง กลายเป็นนักร้องหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลกที่มีทรัพย์สินสูงถึง…โสภณ ศุภมั่งมี | 1751 days ago
Read More30/03/2021
‘เมืองไทยขายรถ’ VS ‘เวียดนามขายมือถือ’ เข้าใจความต่างในการส่งออกสองประเทศ
ความจริงที่ต้องยอมรับกันได้แล้ว คือเศรษฐกิจของเวียดนามจะมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยในอีก 15 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 2578 หากจังหวะในการวิ่ง (หรือเดิน) ของเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศยังเป็นแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ (CEBR) ที่รายงานว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะยังเติบโตได้อย่างร้อนแรง 7% ต่อปีต่อเนื่องไปในทศวรรษนี้และจะค่อยปรับลดเป็นโตเฉลี่ยปีละ 6.6% ในทศวรรษถัดไป ซึ่งมูลค่าของขนาดเศรษฐกิจที่เราวัดกันด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP นั้นจะแซงหน้าประเทศอย่างไทยและไต้หวันในไม่ช้า คาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจของเวียดนามจะแตะ 1.59 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่ 3.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นั่นคือเติบโตอีก 5 เท่าจากปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะภาคการส่งออกของเวียดนามกับประเทศไทย จากข้อมูลเว็บไซต์ World Top Exports พบว่าสินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้แก่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, ยานพาหนะ, อัญมณี และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่สินค้าขายดีของเวียดนามคือ สินค้าอิเล็ทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, รองเท้า, เสื้อผ้าและเครื่องประดับ, คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, และสินค้าไหมพรมถัก หากมองง่าย ๆ…มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล | 1760 days ago
Read More28/01/2021
ธุรกิจเล็กต้องรอด! เกาหลีใต้เตรียมออกกฏหมายช่วยหลังถูกปิดเพราะโควิด
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงโซล เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมาว่า รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมออกกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งขาดรายได้ เนื่องจากถูกสั่งให้ระงับการประกอบธุรกิจ ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อโควิด-19 ชุง เซ คยุน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ แถลงข่าวว่า การออกกฏหมายเพื่อชดเชยให้กับธุรกิจขนาดเล็กเป็นเรื่องที่จำเป็น และยอมรับว่า ความช่วยเหลือทางการเงินที่รัฐบาลจะมอบให้ อาจไม่เพียงพอกับความทุกข์ที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กต้องพบเจอ แต่ก็จะพยายามชดเชยให้ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง รัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 5 ระดับ ไว้ที่ระดับสูงสุดอันดับสองมาเป็นเวลาราว 2 เดือนแล้ว และมีคำสั่งให้ธุรกิจที่มีหน้าร้าน ระงับการดำเนินธุรกิจ ในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ที่มาของการกฏหมายดังกล่าวเกิดจากรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ระบุให้รัฐบาลต้องออกร่างกฎหมาย ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น หากสิทธิในทรัพย์สินของประชาชนถูกจำกัด เพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะ ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มจัดส่งเช็คบรรเทาทุกข์รอบที่ 3 ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 1-3 ล้านวอน (ราว 27,000-81,000 บาท) ให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบอาชีพอิสระราว 2.8 ล้านคน อ้างอิง Xinhuathai พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1821 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 7 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 10 days ago
Read More































