Tags
| อาหาร
16/05/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 241 days ago
วิกฤตโรคอ้วน เมื่อโรคอ้วน ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และเป็นประตูสู่ปัญหาสุขภาพ
กว่า 890 ล้านคนทั่วโลกมีปัญหาเรื่องโรคอ้วน (Obesity) และคนไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์อยู่เกณฑ์อ้วน ซึ่งโรคอ้วนเป็นวิกฤตสุขภาพที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น และไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องรูปร่าง หรือน้ำหนักตัว เพราะโรคอ้วนสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ มากกว่า 200 โรคที่เกี่ยวข้องกับร่างกายหลากหลายระบบ Novo Nordisk บริษัทด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก และผู้ผลิตยาโรคเบาหวาน GLP-1 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกได้จัดงานเสวนาเพื่อส่งต่อความตระหนักรู้ถึงผลกระทบโรคอ้วนในคนไทย โรคอ้วนสัมพันธ์กับโรคมากมาย ตั้งแต่โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้ออักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือแม้แต่โรคทางสมอง อย่างโรคอัลไซเมอร์ และในรายงานพบว่ากว่า 1 เปอร์เซ็นต์ GDP ของประเทศไทยในปี 2019 ถูกใช้ไปกับการรักษาปัญหาสุขภาพจากโรคอ้วน ซึ่งจำนวนตัวเลขและค่าใช้จ่ายนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ในปี 2603 หากคนไทยไม่เริ่มตระหนักรู้และดูแลตัวเองจากโรคอ้วนตั้งแต่วันนี้ การออกกำลังกายและคุมอาหารสำหรับคนทั่วไปอาจเพียงพอที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ปัจจุบันมีคนที่มีโรคอ้วนมากมายที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนด้วยตนเองแม้ดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งอาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมของร่างกาย ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่เอื้อต่อการลดน้ำหนัก ตลอดจนการตีตราการเป็น ‘คนอ้วน’ ของคนในสังคม หรือการดูแคลนที่คนที่มีน้ำหนักตัวมากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ทั้งที่คนเหล่านั้นลองลดด้วยตัวเองแล้วก็ตาม ภายในงานนี้ ทาง…10/01/2024
ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 733 days ago
Read More27/12/2023
นักวิจัยพบโปรตีนจากสาหร่ายสร้างกล้ามเนื้อได้ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ และอาจทดแทนกันได้
ช่วงนี้กระแสแพลนต์เบส หรืออาหารจากพืชกำลังมาสุด ๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะโปรตีน ทั้งจากกระแสวีแกน และการดูแลสุขภาพที่มองว่าโปรตีนจากสัตว์อาจส่งผลเสียระยะยาวได้ โปรตีนจากพืชที่เราเห็นกันส่วนใหญ่จะมาจากพวกถั่วเหลือง หรือไม่ก็ถั่วเปลือกแข็ง อย่างอัลมอนด์ แต่จริง ๆ แล้ว พืชอย่างสาหร่ายก็มีโปรตีนเหมือนกันนะ หน้าตาของสาหร่ายที่จะพูดถึงในบทความนี้ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนสาหร่ายแผ่นอย่างที่เราคุ้นตากันนะครับ แต่จะเป็นสาหร่ายเขียว ๆ ใย ๆ เอาจริงก็ดูคล้ายกับตะใคร่น้ำ แต่ว่าคนละชนิด และมีคุณค่าทางสารอาหารสูง และมีงานวิจัยรองรับ การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าสายพันธ์ของสาหร่ายที่มีขายอยู่ทั่วไป (ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบอาหารเสริม) อย่างสไปรูลินา (Spirulina) และคลอเรลลา (Chlorella) เป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูง และอาจใช้ทดแทนโปรตีนจากสัตว์ได้ แต่โปรตีนจากพืชจะมีข้อจำกัดที่มักจะถูกนำมาเป็นประเด็นอยู่เสมอ คือ โปรตีนจากพืชมักขาดกรดอะมิโน ซึ่งเป็นโมเลกุลโปรตีนขนาดเล็กที่มีส่วนสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ หลายคนจึงยังเลือกที่จะบริโภคโปรตีนจากสัตว์ แต่การศึกษาจาก University of Exeter พบความเป็นไปได้ว่าโปรตีนและสารอาหารอื่นจากสาหร่ายอาจช่วยชดเชยเรื่องกรดอะมิโนได้ โดยการศึกษาในทดสอบในคนสุขภาพดีจำนวน 36 คนครับ โดยให้คนที่เข้าร่วมการศึกษาออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance training) ด้วยขาเพียง 1 ข้างเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็ให้ผู้เข้าร่วมการศึกษาดื่มเครื่องดื่มที่มีโปรตีนสกัดจำนวน 25 กรัมจากสาหร่ายสไปรูลินา สาหร่ายคลอเรลลา และมัยโคโปรตีน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 747 days ago
Read More20/12/2023
ส่องเทรนด์สุขภาพปี 2024 สุขภาพดี ไม่มีตกเทรนด์
เทรนด์สุขภาพเป็นเทรนด์ที่คนให้ความสนใจกันมากขึ้นทุกปี อาจเพราะเหตุการณ์โรคระบาด ค่านิยมการใช้ชีวิต การศึกษา และความตระหนักรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ซึ่งในช่วงหลังมานี้เทรนด์สุขภาพมีความน่าสนใจ และเปลี่ยนไปตามโลกมากขึ้น ในบทความนี้เลยจะพาไปส่องเทรนด์สุขภาพที่จะมาในปี 2024 กัน Prevention Is Better Than Cure เทรนด์สุขภาพในภาพรวมของปี 2024 และปีต่อ ๆ ไป คือ การรักษาสุขภาพเพื่อให้ไม่ป่วย แทนปล่อยให้ป่วย แล้วค่อยรักษา โดยผลสำรวจพบว่าคนเจน Z (ผู้ที่เกิดหลังปี 2000) ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้ตัวเองป่วยมากกว่าคนช่วงวัยอื่น ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมาผู้คนเริ่มลงทุน และใช้จ่ายไปกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพจิต การใช้อาหารเสริม และวิตามิน การเลือกใช้สิ่งของที่เป็นมิตรกับร่างกายมากที่สุด อย่างสารสกัดจากธรรมชาติ แทนการใช้เคมีสังเคราะห์ รวมไปถึงการตรวจสุขภาพที่ถี่มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพให้ได้มากที่สุด สร้างสมดุลสารอาหาร อาจเพราะด้วยงานวิจัย และผลการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น เทรนด์เรื่องการกินอาหารเริ่มเปลี่ยนกลับมาที่การให้ความสำคัญกับปรับสมดุลอาหารแทนการตัดหรือเลือกกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การกินอาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) ที่ตัดแป้ง และน้ำตาล เน้นพลังงานจากไขมันอย่างเดียว โดยการปรับสมดุลของสารอาหาร คือ เราสามารถกินอาหารได้ทุกชนิดเพียงแค่เลือกสัดส่วนของสารอาหารแบบใส่ใจมากขึ้น เช่น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 754 days ago
Read More29/08/2023
เนื้อดรายเอจคืออะไร อร่อยแค่ไหน ทำไมต้องกิน และส่งผลต่อสุขภาพด้านไหนบ้าง?
คนทั่วไปน่าจะเคยได้ยินคำว่าเนื้อดรายเอจกันมาบ้าง โดยเฉพาะคนที่ชอบรับประทานเนื้อ ซึ่ง Beef Lover น่าจะเคยได้ลิ้มลองเนื้อที่ผ่านการบ่มนี้มาแล้ว แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่อาจยังไม่รู้ว่าเนื้อดรายเอจคืออะไร รสชาติแบบไหน แล้วมีเรื่องอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับเนื้อชนิดนี้บ้าง บทความนี้รวมมาให้แล้ว เนื้อดรายเอจคืออะไร? การดรายเอจ (Dry aging) เดิมทีเป็นขั้นตอนการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่งที่มีมาหลายพันปี ซึ่งคำว่า Dry หมายถึง แห้ง การดรายเนื้อจึงเป็นการลดน้ำหรือของเหลวในเนื้อ เหตุผลก็เพราะว่าน้ำเป็นตัวเร่งที่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เติบโต และเกิดการเน่าเสีย การเอาน้ำออกจากเซลล์ของเนื้อวัวจึงช่วยยืดระยะเวลาการเน่าเสียออกไปได้ แต่พอมายุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องถนอมอาหารอย่างเป็นจริงเป็นเหมือนสมัยก่อน การดรายเอจเนื้อจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนการแปรรูปเนื้อวัว ซึ่งเป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น และรสชาติที่แตกต่างไปจากเนื้อวัวปกติมากขึ้น การดรายเอจในยุคปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่เพื่อยืดอายุอาหาร แต่เป็นการบ่มเนื้อด้วยการนำเนื้อไปเก็บรักษาไว้ในตู้ที่มีอุณหภูมิ 0–4 องศาเซลเซียส และระดับความชื้นที่จำเพาะเป็นเวลา 30–45 วัน ในระหว่างนี้เซลล์ของเนื้อจะเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ เช่น การระเหยของน้ำออกจากเซลล์ เอนไซม์ที่ย่อยสลายเส้นใยเนื้อเยื่อ และไขมันบางส่วน ซึ่งทำให้รสชาติและสัมผัสของเนื้อเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น การเตรียมเนื้อเพื่อที่จะดรายเอจมักหั่นแบ่งชิ้นส่วนของวัวเป็นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แล้วนำไปบ่ม เมื่อบ่มจนครบเวลาแล้ว จะนำมาหั่นหรือแล่ออกมาในรูปแบบของสเต๊ก รสชาติและสัมผัสของเนื้อดรายเอจ เนื้อดรายเอจเป็นเนื้อที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะมีรสชาติที่เข้มข้น ซับซ้อนกว่าเนื้อธรรมดา แต่หากจะอธิบายง่าย ๆ คือเป็นเนื้อวัวที่มีกลิ่นเนื้อที่หอมและชัดเจนมากกว่าเนื้อปกติหลายเท่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 867 days ago
Read More24/08/2023
รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 872 days ago
Read More18/08/2023
การศึกษาพบว่าลำดับการกินผัก โปรตีน และแป้งส่งผลต่อลดน้ำหนักและอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้
ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเราอย่างมาก การรับประทานอาหารที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากเกิดภาวะนี้ขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการจัดการกับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มากเกินไปและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงของไขมันสะสมที่ทำให้น้ำหนักขึ้นด้วย การปรับวิธีการรับประทานอาหารจึงมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และสุขภาพของเราได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีงานวิจัยชิ้นที่พบว่าลำดับในการรับประทานอาหารนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคนเรา การศึกษาชิ้นนี้ศึกษาในคนที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) จำนวน 15 คน ซึ่งคนที่มีภาวะนี้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่คุมให้ดีอาจกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด ทีมนักวิจัยได้แบ่งรูปแบบการรับประทานอาหารออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ดังนี้ โดยคนที่เข้าทดสอบจะต้องรับประทานทีละอย่างให้หมด แล้วเว้น 10 นาทีก่อนรับประทานอาหารประเภทถัดไป เช่น รับประทานข้าวในปริมาณหนึ่งให้หมดจาน และอีก 10 นาทีค่อยรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วเว้นอีก 10 นาทีเพื่อรับประทานผัก ทีมนักวิจัยจะเก็บค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเป็นพลังงาน ใน 5 ช่วงเวลาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนเริ่มรับประทาน และหลังรับประทาน 30 / 60 / 90 / 120 / 150 และ 180 นาที พบว่ากลุ่มที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 878 days ago
Read More16/08/2023
สธ. สหราชอาณาจักรปัดตก ‘การแบนตัวการ์ตูนบนกล่องซีเรียล’ หลังถูกเรียกร้องว่าอาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินพอดี
หากพูดถึง ‘ซีเรียล’ (Cereal) เรามักนึกถึงอาหารเช้าแบบตะวันตกที่เห็นบ่อย ๆ ในหนังฝรั่ง ที่พอตื่นเช้ามาก็ต้องเทซีเรียลจากกล่องที่มีลายการ์ตูน พร้อมเทนมตาม เพียงเท่านี้ก็ได้มื้อเช้าที่แสนอร่อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงซีเรียลบางยี่ห้อไม่สามารถเรียกว่าเป็นอาหารเช้าได้อีกต่อไป แต่ต้องเรียกว่าเป็นขนมแทน เพราะน้ำตาลสูงมาก ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม ช่วงก่อนหน้านี้ ในสหราชอาณาจักรได้มีการเรียกร้องจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโรคอ้วนต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ออกกฎห้ามผู้จัดจำหน่ายซีเรียลที่มีน้ำตาลสูงใส่ตัวการ์ตูนน่ารักและสีสันสดใสลงบนกล่อง และเปลี่ยนมาเป็นกล่องธรรมดาแทน เพราะมันอาจดึงดูดเด็ก ๆ ให้ร้องไห้งอแงเพื่อให้พ่อแม่ซื้อให้ และอาจทำให้เด็ก ๆ ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของเด็กได้ แต่เมื่อ 15 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา วิล ควินซ์ (Will Quince) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการเรียกร้องข้อนี้ และยังบอกด้วยว่าข้อเรียกร้องนี้เป็นการแทรกแซงจาก Nanny-State รัฐพี่เลี้ยง ที่หมายถึงข้อเรียกร้องหรือการครอบงำที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ วิล ควินซ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่าประชาชนควรมีสิทธิที่จะเลือกสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง และการตัดสินใจเลือกอาหารและโภชนาการที่ดี พร้อมกับให้ความรู้กับลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เขาได้บอกด้วยว่าเขาให้ลูกของเขารับประทานซีเรียล แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกวัน ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพอดี โดยสิ่งที่ผู้จัดจำหน่ายซีเรียลต้องทำ คือ การให้ความรู้กับผู้ซื้ออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสารอาหารที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงประเภทของสินค้าว่าเป็นอาหารหรือขนมกันแน่ แต่เรื่องนี้อาจเป็นที่ถกเถียงต่อไป เนื่องจากว่าในสหราชอาณาจักรประสบปัญหากับประชากรที่เป็นโรคอ้วน เกรแฮม แมคเกรเกอร์ (Graham MacGregor) ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์หัวใจและหลอดเลือดที่มหาวิทยาควีนแมรีแห่งลอนดอน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 880 days ago
Read More09/08/2023
วิตามินซี ใครว่ากินเท่าไหร่ก็ได้ ได้รับเยอะเกินไปอาจเสี่ยงนิ่ว
วิตามินซีเป็นอาหารเสริมที่หลายคนน่าจะใช้เป็นประจำ เพราะวิตามินซีหรือกรดแอสเคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าดีต่อสุขภาพ วิตามินซีจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ และการอักเสบของเซลล์ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างคอลลาเจน การดูดซึมธาตุเหล็ก ทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่าวิตามินซีอาจมีส่วนช่วยโรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมใคร ๆ ก็ใช้วิตามินซี ซึ่งคนทั่วไปมักเข้าใจว่าวิตามินซีเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัย ได้รับปริมาณมากก็ไม่ส่งผลเสีย เพราะเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ หากได้รับเกินจะถูกขับออกผ่านทางปัสสาวะ แต่คุณอาจกำลังเข้าใจผิด เพราะวิตามินซีมีผลข้างเคียงเหมือนกัน แถมอาจทำให้เกิดนิ่วได้ด้วย ในบทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใช้วิตามินซีกันใหม่ นิ่ววิตามินซี และผลข้างเคียงจากวิตามินซีที่คนมองข้าม การที่จะบอกว่าวิตามินซีปลอดภัยอาจไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ แต่ควรบอกว่าปลอดภัยกว่าวิตามินชนิดอื่นน่าจะเหมาะกว่า เพราะอะไรก็ตามที่มากเกินไปต่อให้มีประโยชน์แค่ไหนก็ส่งผลเสียได้เหมือนกัน แน่นอนว่ารวมถึงวิตามินซีเสริมที่เราใช้กันด้วย นิ่ววิตามินซีคืออะไร? นิ่ววิตามินซีก็คือนิ่วในไตทั่วไป โดยจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัดหรือเจ็บเวลาฉี่ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไม่สุด ปวดเอว ปวดหลัง ปวดบิด ปัสสาวะเป็นทราย ติดเชื้อ และอีกหลายอาการ หลายคนพอจะรู้ว่าวิตามินซีเป็นสารที่ละลายน้ำได้และถูกขับออกผ่านทางปัสสาวะ โดยหลังจากที่วิตามินซีถูกย่อยแล้วจะทำให้เกิดสารที่ชื่อ ‘ออกซาเลต’ (Oxalate) อยู่ภายในไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่กรองของเสียออกไปเป็นปัสสาวะ และเดิมทีในไตจะมีแร่ธาตุอย่างแคลเซียมอยู่แล้ว เมื่ออกซาเลตจากการได้รับวิตามินซีมาเจอกับแคลเซียม จะทำปฏิกิริยาและจับตัวกันกลายเป็นก้อนแร่ธาตุชื่อ ‘แคลเซียมออกซาเลต’ หรือก็นิ่วในไตชนิดหนึ่งนั่นเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 887 days ago
Read More08/08/2023
มหาวิทยาลัยเท็กซัสคิดค้นยาที่ทำให้ ‘กินอาหารขยะเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน’ และลดความเสี่ยงของโรคได้
โรคอ้วนและการมีน้ำหนักตัวมากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่อาหารอร่อยมักเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและทำให้อ้วน Junk food หรือ อาหารขยะ เป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้คนชื่นชอบและเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคเรื้อรังหลายโรค เพราะเต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเครื่องปรุงมากมาย แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้ไม่อั้น ไม่อ้วน แถมไม่เสี่ยงโรค ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้พัฒนายาที่จะทำให้ไม่อ้วนแม้จะรับประทานอาหารขยะปริมาณมาก โดยยาตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายด้วยการจำกัดแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอเดรีย (Mitocondria) ไมโทคอนเดรียเป็นส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิต หนึ่งในหน้าที่ของไมโทคอนเดรียในร่างกายมนุษย์คือการสร้างพลังงานให้กับเซลล์และเผาผลาญพลังงาน โดยเหตุผลที่นักวิจัยพยายามยับยั้งและจำกัดปริมาณแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอนเดรียก็เพราะว่าแมกนีเซียมมีคุณสมบัติชะลอการสร้างและเผาผลาญพลังงานของไมโทคอนเดรีย ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ช้าลงหรือเผาผลาญได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการยับยั้งแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปยังไมโทคอนเดรียอาจกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรียสร้างและเผาผลาญพลังงานได้มากและเร็วขึ้น การเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันและน้ำตาลปริมาณมากที่เรารับประทานเข้าไปจากอาหารมาใช้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่เหลือพลังงานที่เกินความต้องการ ลดการเกิดไขมันสะสมภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และโรคเรื้อรัง ทีมนักวิจัยได้ทดลองยาชนิดนี้ในหนูทดลอง โดยให้หนูรับประทานอาหารตะวันตก (Western food) หรืออาหารขยะที่ให้พลังงานสูงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งหนูทดลองถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับยา และกลุ่มที่ได้รับยา ภายหลังสัปดาห์ที่ 30 ของการทดลอง นักวิจัยพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับยาไม่มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเลย ในขณะที่หนูกลุ่มแรกกลายเป็นหนูที่เป็นโรคอ้วนไปแล้ว กลไกที่ยาตัวยานี้ทำกับร่างกายของหนูทดลอง คือ ยาจะเข้าไปกดหรือยับยั้งการทำงานของยีนที่ชื่อ MRS2 ซึ่งเป็นยีนที่กำหนดให้แมกนีเซียมเข้าไปที่ไมโทคอนเดรีย โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบการทำงานของตับของหนูที่ได้รับยาแล้วพบว่ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติ นอกจากการป้องกันน้ำหนักตัวเพิ่มและโรคอ้วนแล้ว หนึ่งในทีมนักวิจัยยังกล่าวด้วยว่า ยานี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งตับจากภาวะไขมันพอกตับที่เป็นผลมาจากอาหารไขมันสูงด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 888 days ago
Read More02/08/2023
อินฟลูเอนเซอร์วีแกนชาวรัสเซียเสียชีวิตหลังกินแค่ผลไม้และดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเป็นเวลาหลายปี
ผลไม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะไขมันต่ำ ใยอาหารสูง แถมมีวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี เคสล่าสุด Zhanna D'Art หรือ แจนนา แซมโซโนวา (Zhanna Samsonova) อินฟลูเอนเซอร์สายวีแกนชาวรัสเซียถูกคาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอาหารภายหลังการรับประทานเฉพาะผลไม้เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยข้อมูลเปิดเผยว่า แจนนา แซมโซโนวา เริ่มรับประทานอาหารแนว Fruit diet หรือรับประทานเฉพาะผลไม้ น้ำผลไม้ และต้นอ่อนทานตะวันเท่านั้นเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งสุดโต่งขนาดที่ว่าเธอดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า ก่อนหน้าที่เธอจะเริ่มรับประทาน Fruit Diet เธอเป็นวีแกนหรือมังสวิรัติมาก่อน รวม ๆ แล้วเป็นเวลากว่า 15 ปี เธอเคยบอกว่า ‘เธอชอบที่จะสร้างสูตรอาหารและแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น’ เพื่อนของแจนนาได้ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงที่แจนนาย้ายไปที่ประเทศศรีลังกา เพราะแจนนา ต้องการเปลี่ยนมารับประทานผลไม้เมืองร้อนแทน ซึ่งเพื่อนเธอได้ทักท้วงให้เธอเข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพราะเธอดูอ่อนเพลียอย่างมาก แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำ โดยเพื่อนบ้านที่เห็นร่างกายที่ซูบผอมของแจนนารู้สึกเป็นกังวลว่าจะพบแจนนาในร่างที่ไร้ลมหายใจในตอนเช้าของทุกวัน นอกจากนี้ แจนนาป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเสียชีวิตแจนนาแทบจะเดินไม่ได้ โดยใช้เวลาหลายนาทีเพื่อที่จะก้าวเท้าขึ้นบันไดเพียงก้าวเดียว มีรายงานจากการเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกว่าเธอได้รับเชื้ออหิวาต์ แจนนายังมีวิธีรับมือกับความเจ็บป่วยที่ค่อนข้างประหลาด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 894 days ago
Read More24/07/2023
โจ๊กหมึกซึม ไม่ใช่เคสแรก! ข้อสรุปปากกาเขียนบนถุงอันตรายไหม ควรเป็นถุงแบบไหน หรือใช้ปากกาอะไรดี?
ช่วงก่อนหน้านี้หลายคนคงเห็นข่าวที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเตือน หลังจากไปซื้อโจ๊กที่ร้านค้าเขียนรายละเอียดบนถุงโจ๊ก ซึ่งผู้ซื้อเห็นว่าหมึกจากตัวหนังสือบนถุงร้อนซึมเข้าไปด้านใน เมื่อเทออกมาปรากฏว่าหมึกก็ซึมเข้าไปในเนื้อโจ๊กจริง ๆ เคสที่หมึกซึมเข้าไปในโจ๊กหรืออาหารอื่น ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หากลองไปค้นดูจะพบว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้ว โดยในเคสล่าสุดที่ตัวหนังสือ ‘หมูล้วน’ ซึมเข้าไป อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากเพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้ออกมาเตือนและให้ความรู้ว่าหมึกที่เขียนและซึมผ่านถุงร้อนเข้าไปในเนื้อโจ๊กนั้นเป็นอันตรายและอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ ซึ่งในเคสนี้ อ.เจษฎา คาดว่าทางร้านใช้ปากกาเมจิกเขียน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 เพจเฟซบุ๊กหมอแล็บแพนด้าได้ทดสอบด้วยการซื้อโจ๊กมา แล้วลองใช้ปากกาเขียนคำว่า ‘ซึมมั้ย’ ลงไป’ แถมลองเอาไปเข้าไมโครเวฟเผื่อความร้อนจะช่วยเร่งการแผ่ของสีให้ซึมผ่านถุงเข้าไปในเนื้อโจ๊ก แต่หมึกก็ไม่ซึม อย่างไรก็ตาม หมอแล็บก็ได้ออกตัวว่าไม่กล้ารับประทาน เพราะไม่รู้ว่าสารเคมีจากหมึกในส่วนที่ไม่ใช่เม็ดสีจะซึมเข้าไปรึเปล่า หลังจากนั้น อ.เจษฎาก็ได้แชร์ความคิดเห็นว่าสาเหตุที่หมึกบนถุงจากในกรณีที่หมอแล็บทดสอบอาจเกิดจากปัจจัยที่ต่างกัน โดยอาจเป็นถุงคนละชนิดและปากกาคนแบบ โดยจากข้อความนี้จึงพอสรุปได้ว่าการเลือกถุงใส่อาหารและปากกาที่เขียนมีผลต่อการซึมของหมึกผ่านถุง ในเคสที่หมึกซึมเข้าไป อ.เจษฎาคาดว่าหากเป็นถุงร้อนชนิดขุ่นและปากกาเมจิก ในขณะที่ของหมอแล็บเป็นถุงร้อนชนิดใสและปากกาเพอร์มาเนน (Permanent marker) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะซึมหรือไม่ซึม ถุงใส่อาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเขียนอะไรลงไป ดังนั้น ผู้ขายอาจจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นในการระบุรายละเอียดของอาหาร เช่น การมัดหนังยางคนละสี การเขียนใส่กระดาษแล้วใส่หรือติดไปกับถุงแทน ถุงร้อน ถุงเย็น เลือกอย่างไรให้เหมาะสม? ถุงสำหรับใส่อาหารที่คนคุ้นหูกันแบ่งออกได้ 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 903 days ago
Read More19/07/2023
อันตรายจากไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายชนิดอื่นที่หลายคนมองข้าม
ไขมันทรานส์ (Trans fat) เป็นชนิดของไขมันที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังเป็นอันตรายด้วย กฎหมายไทยได้สั่งแบนไขมันทรานส์ หรือห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2562 สินค้าและอาหารที่เคยมีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบจึงต้องปรับสูตรใหม่ให้ไร้ไขมันทรานส์ แต่ถึงอย่างนั้นไขมันทรานส์ก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา Hack for Health เลยจะพามาย้อนรอยอันตรายของไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายอีกชนิดที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ไขมันทรานส์คืออะไร อันตรายแค่ไหน? คนมักจะรู้ว่าไขมันทรานส์ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อาจยังไม่รู้ว่าไขมันทรานส์คืออะไรกันแน่ และอันตรายอย่างไร ไขมันทรานส์ คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในอาหาร แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1) ไขมันทรานส์จากธรรมชาติ ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์และผลิตจากสัตว์ และ 2) ไขมันทรานส์สังเคราะห์ที่มาจากกระบวนการผลิตอาหารด้วยการเติมก๊าซไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืชเพียงบางส่วนเพื่อเปลี่ยนสถานะของเหลวให้กลายเป็นก้อนไขมันเพื่อนำไปใช้ปรุงอาหาร จากข้อมูล การได้รับไขมันทรานส์ที่มาจากธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสมนั้นปลอดภัย แต่สำหรับไขมันทรานส์สังเคราะห์เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้นแม้ในปริมาณเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นไขมันจึงทำให้ไขมันทรานส์ให้พลังงานสูง ซึ่งร่างกายต้องการไขมันในแต่ละวันเพียงน้อยนิดเท่านั้น การได้รับไขมันทรานส์จึงสัมพันธ์กับพลังงานและระดับไขมันในร่างกาย การได้รับไขมันทรานส์ส่งผลให้ระดับไขมันชนิดที่ไม่ดีในร่างกายหรือ LDL (Low-Density Lipoprotein) สูงขึ้น และลดระดับของไขมันในเลือดที่ดีต่อร่างกายหรือ HDL (High-Density Lipoprotein) โดยระดับ LDL ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวและโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น การได้รับไขมันทรานส์มากเกินไปจะทำให้ไขมันชนิดที่ไม่ดีในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 908 days ago
Read More12/07/2023
อย่าหาทำ! คนใน TikTok โชว์ทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะ เสี่ยงทำคนอื่นนอนโรงพยาบาล
เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้เห็นคลิปใน TikTok ที่ผู้ใช้รายหนึ่งได้โชว์ฝีมือการเป็นเชฟแบบบ้าน ๆ บวกกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยการนำเอาไข่ไก่ใส่ลงไปในถังไอติมหรือถังไอศกรีม ซึ่งหากคนนี้ลองทำกินเองที่บ้านก็ไม่น่าจะมีประเด็นอะไร แต่เจ้าของคลิปนี้เอาไข่ไก่ดิบใส่เข้าไปในถังไอติมร้านหมูกระทะ ทำให้คนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและความสะอาด รวมถึงประเด็นทางสุขภาพด้านอื่นมากมาย ซึ่งไข่ไก่ดิบมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง หลายคนอาจเถียงในใจหรือไปถกกับเพื่อนว่าไข่ดาวที่บางคนกินก็ไม่สุกเหมือนกัน แล้วการทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะมันผิดอย่างไร? ซึ่งผู้เขียนคิดว่าผิดแน่ ๆ เพราะการทำแบบนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อไปนี้กับตัวคนทำเองและคนอื่น ๆ ที่มากินต่อได้แบบไม่รู้ตัว การติดเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา (Salmonella spp.) แบคทีเรียซาลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่พบได้ในไข่ไก่ดิบ การได้รับเชื้อชนิดนี้ส่งผลให้ลำไส้เล็กติดเชื้อ จนเกิดอาการต่อไปนี้ แม้ว่าในเคสส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงที่อาการอาจรุนแรงและเป็นอันตรายถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต ในแต่ละปีประเทศไทยมีรายงานคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อซาลโมเนลลาทุกปี อย่างที่เรารู้กันดีว่าร้านหมูกระทะเป็นร้านอาหารที่ทุกคนกลุ่มทุกวัยมารวมกัน การทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะจึงมีความเสี่ยงที่อาจทำให้คนอื่นท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้ อาการแพ้ไข่ไก่ คุณอาจเห็นคนที่แพ้นม แพ้ถั่ว หรือแพ้กุ้ง แต่อาการแพ้ไข่ไก่คนอาจไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ อาการไข่ไก่เป็นผลจากพันธุกรรมของแต่ละคนที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในไข่ไก่มากกว่าปกติจนเกิดอาการแพ้ขึ้น ระดับการแพ้มีตั้งแต่ไม่รุนแรง เช่น ผื่นแดง คันตามผิวหนัง คันตา น้ำตาไหล ตาบวม คัดจมูก น้ำมูกไหล คล้าย ๆ กับคนที่แพ้อากาศหรือแพ้อาหารชนิดอื่น ในคนที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะการได้รับโปรตีนจากไข่ไก่เพียงนิดเดียวหรือแม้แต่ไม่รู้สึกถึงกลิ่นหรือรสชาติเลยก็ตามอาจทำให้เกิดแอนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis) หรือปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงที่ทำให้เกิดผื่นแดงคันทั่วร่างกาย ผิวหนังบวมและอุ่น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 915 days ago
Read More28/06/2023
ท้องเสีย การเจ็บป่วยสุดเบสิกกับวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ท้องเสียหรือท้องร่วง คือ อาการรู้สึกปวดท้องขับถ่ายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักจะลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ และถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง อาการมักดีขึ้นและหายภายในไม่กี่วัน โดยอาจเกิดแค่อาการถ่ายเหลวเพียงอย่างเดียวหรือจะมีอาการอื่น ๆ อย่างปวดหัว เวียนหัว เป็นไข้ร่วมด้วยก็ได้ อาการท้องเสียเป็นการเจ็บป่วยที่คนไทยพบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจไม่รู้จักกับอาการนี้ดีพอ Hack for Health เลยขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการท้องเสีย อาการหลักคืออาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้องเฉียบพลัน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการท้องเสียเมื่อมีการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 วัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น โดยปกติมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าท้องเสียติดกันเกิน 2 วันโดยอาการไม่ดีขึ้น เป็นไข้สูง ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย เป็นตะคริว บ้านหมุน หรือมีขับถ่ายออกมาเป็น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที การปล่อยอาการท้องเสียที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุล ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กลไกและสาเหตุของอาการท้องเสีย อาการท้องเสียเป็นผลจากการที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติทำให้อาหารที่เพิ่งกินหรือเพิ่งย่อยไปถูกนำไปขับถ่ายออกเร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่เป็นน้ำเพราะว่าปกติแล้วกว่าอุจจาระจะถูกขับออกมาจะต้องใช้เวลาในการสะสมของมวลกากใยอาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วจนจับตัวเป็นก้อนและค่อยถูกขับออกมา แต่ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วหรือเกิดอาการท้องเสีย น้ำหรือของเหลวสามารถเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่าและขับได้ง่ายจึงออกมาก่อนเสมอ โดยอาการท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 929 days ago
Read More20/06/2023
The Pizza Company โตตามเป้า พร้อมสานต่อกลยุทธ์ดึงฐานคนรุ่นใหม่ ย้ำภาพความแข็งแกร่งของแบรนด์ไปอีกขั้น
เดอะ พิซซ่า คอมปะนี (The Pizza Company) โชว์ความสำเร็จหลังสร้างปรากฎการณ์รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 22 ปีเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุด เผยภาพรวมผลประกอบการล่าสุดเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2566 โตแกร่งทะลุเป้า พร้อมเดินหน้าสานต่อการเติบโตด้วยกลยุทธ์ ‘The Game Changer’ ผู้พลิกโฉมวงการพิซซ่าในไทยสู่ผู้นำร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ย้ำภาพความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำเกมแห่งวงการพิซซ่าในไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อผู้บริโภคทุกคนสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 937 days ago
Read More16/06/2023
การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย
ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 941 days ago
Read More15/06/2023
การกินวิตามินซีไม่ได้ป้องกันหวัดแบบที่หลายคนเชื่อ
เรามักจะพูดกันเสมอว่าให้กินวิตามินซีเยอะ ๆ และบ่อย ๆ เพราะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าการได้รับวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้ Hack for Health จะมาแฮกเรื่องนี้ให้คุณเข้าใจกันมากขึ้น ประโยชน์ของวิตามินซี วิตามินซีหรือกรดแอสเคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายควรได้รับเป็นประจำทุกวัน ซึ่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมอาจส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ สรรพคุณที่แท้จริงของวิตามินซีต่อโรคหวัด อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ชื่อเรื่องว่าการกินวิตามินซีไม่ได้ช่วยป้องกันหวัด แต่นั่นไม่ได้ไม่ความว่าการวิตามินซีไม่มีประโยชน์ และหากได้รับเยอะไปอาจทำให้ปวดท้องและท้องเสียได้ ก่อนเลยอื่นเราไปดูกันก่อนว่าทำไมคนถึงเข้าใจว่ากินวิตามินซีนั้นป้องกันโรคหวัดได้ วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่าการได้รับวิตามินซีอย่างเหมาะสมช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรคและบรรเทาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้จริง อย่างโรคภูมิแพ้ แต่ข้อสรุปของการศึกษาจำนวนหลายชิ้นไม่พบว่าการได้รับวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้แต่อย่างใด รวมถึงการลดความเสี่ยงด้วย แต่สรรพคุณที่พบ คือ คนที่ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลาระยะหนึ่งมีอาการของโรคหวัดที่รุนแรงน้อยกว่าและหายจากโรคหวัดได้เร็วกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็เคยมีการศึกษาอีกชิ้นที่ให้คนที่กำลังจะต้องใช้แรงในการฝึกหรืออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างการวิ่งมาราธอนหรือการฝึกทหารในพื้นที่ที่หนาวจัด ได้รับวิตามินซีล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ ซึ่งพบว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหวัดในคนเหล่านั้นได้ครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป เลยสามารถสรุปได้ว่า การได้รับวิตามินซีไม่สามารถป้องกันโรคหวัดได้ แต่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับโรคหวัดได้ดีขึ้น การได้รับวิตามินซีจากอาหารและอาหารเสริมจึงเป็นเรื่องทึ่คุณไม่ควรละเลย เพราะไม่ใช่แค่ช่วยในเรื่องของโรคหวัด แต่ยังดีต่อสุขภาพได้ในอีกหลายด้าน วิตามินซี กินเท่าไหร่ถึงจะดี? โดยปกติผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามิน 90 มิลลิกรัม/วัน และผู้หญิงในวัยเดียวกันควรได้รับ 75 มิลลิกรัม/วัน แต่วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ละลายน้ำได้ง่าย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 942 days ago
Read More12/06/2023
BMI เรื่องต้องรู้ของคนอยากสุขภาพดี พร้อมวิธีเช็กว่าคุณอยู่ในเกณฑ์อ้วนรึเปล่า
ทุกคนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับค่า BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกายกันมาบ้าง โดยค่า BMI เป็นค่าชี้วัดระดับความอ้วน ผอม และสมส่วน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรู้ถึงสถานะร่างกายและสุขภาพได้ Hack for Health เลยจะมาเล่าเรื่องที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับ BMI ที่จะช่วยให้การดูแลสุขภาพและรูปร่างของคุณดีขึ้น การรู้ค่า BMI ของตัวเองดีอย่างไร? BMI สามารถบอกถึงสถานะสุขภาพเบื้องต้นของคุณได้ โดยใช้เพียงน้ำหนักและส่วนสูงไปคำนวณด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ไม่ซับซ้อน แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ การรู้ค่า BMI จึงเป็นประโยชน์ต่อคุณในด้านต่อไปนี้ วิธีหาค่า BMI และเกณฑ์การวัด มาดูวิธีคำนวณและเกณฑ์การวัดค่า BMI กัน BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย [ความสูง (เมตร) ยกกำลัง 2] ตัวอย่าง: คนที่สูง 168 เซนติเมตร = 1.68 เมตร, น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม จากนั้นเอาค่า BMI…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 945 days ago
Read More08/06/2023
‘อาหารแช่แข็ง’ เก็บได้นาน สะดวก รวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด!
ในยุคสมัยที่อะไรก็เร่งรีบไปหมด แม้แต่จะหากับข้าวรับประทานแต่ละมื้อยังแทบไม่มีเวลา แน่นอนว่า ‘อาหารแช่แข็ง’ และ 'อาหารแปรรูปแช่แข็ง' คือทางเลือกสำหรับคนที่นาน ๆ ทีจะออกจากบ้านไปซื้อวัตถุดิบมาทำกิน หรือคนที่ไม่ทำกับข้าวก็อาจจะหันไปเลือกซื้ออาหารแช่แข็งแบบปรุงสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมเก็บได้นาน แต่รู้หรือไม่ว่าการรับประทานอาหารแช่แข็งจนกลายเป็นกิจวัตรเช่นนี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ อาหารแช่แข็งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร ? อาหารแช่แข็ง เป็นอาหารที่หลากหลายอาจรวมถึง ผักดิบ อาหารจานหลักพร้อมรับประทาน ของว่างขนาดพอดีคำ เนื้อสัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในวิธีการผลิต การเก็บรักษา รวมไปถึงการบริโภคด้วยเหตุผลต่างกัน เช่น ความพร้อมในการใช้งาน ความสะดวก รสชาติ เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนรู้คืออาหารแช่แข็งไม่สามารถดีไปกว่าอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงสดใหม่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรรับประทานอาหารแช่แข็งเป็นประจำ 1.อาจทำให้ความดันโลหิตสูง โซเดียมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเกลือ เป็นที่รู้กันว่าทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น การศึกษาอ้างว่าอาหารแช่แข็งมีปริมาณโซเดียมสูงจึงสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ การรับประทานโซเดียมมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด 2.ไม่ดีต่อหัวใจ ไขมันทรานส์เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และยังเชื่อมโยงกับหลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งไขมันทรานส์นั้นสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง ไขมันนี้จะไปลดคอเลสเตอรอลที่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ทั้งหมดนี้จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงได้ 3.ลดคุณค่าทางโภชนาการ คุณค่าทางโภชนาการของอาหารในขณะที่แช่แข็งจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารนั้นดีต่อสุขภาพหรือเป็นอันตราย โดยการแช่แข็งอาหารเป็นเวลานานอาจทำลายวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญบางชนิดในอาหารได้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 949 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 17 days ago


























