Tags
| เชื้อโรค
23/07/2024
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 549 days ago
5 อาหารสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: เกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย
ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงถือเป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราด้วย บทความนี้ขอเสนอ “สุดยอด 5 อาหารสุขภาพ” ที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังหาง่าย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ดังนี้ 1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เริ่มต้นด้วยกลุ่มผักที่อาจฟังดูแปลกหู แต่รับรองว่าคุณต้องเคยกินแน่นอน นั่นก็คือ “ผักตระกูลครูซิเฟอรัส” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พืชตระกูลกะหล่ำ” อย่างบรอกโคลี ผักคะน้า เคล กวางตุ้ง แขนง ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผักกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นทหารเอกในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย วิธีการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ลองกินสด ๆ หรือนึ่งเบา ๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ชอบทานผักสดล้วน ๆ อาจลองเอามาผัดกับกระเทียมสักหน่อย นอกจากจะอร่อยแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกชั้นด้วย 2.…09/07/2024
จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว
คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 563 days ago
Read More22/02/2024
‘เชื้อดื้อยา’ การกลายพันธุ์แห่งหายนะที่อาจคร่า 10 ล้านชีวิตในปี 2050
เชื้อดื้อยาเป็นวิกฤตการณ์สุขภาพที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ท่ามกลางผู้คนทั่วโลก นิยามของเชื้อดื้อยาแบบง่าย ๆ คือ เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคอะไรก็ตามที่สามารถทนทานต่อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะที่ถูกคิดค้นมาเพื่อกำจัดเชื้อเหล่านั้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผล และเกิดผลกระทบตามมา ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคส บางคนอาจแค่เปลี่ยนยาตัวใหม่ บางคนอาจต้องเพิ่มปริมาณยา เผชิญกับการรักษาที่ยุ่งยาก และยาวนานขึ้น แต่เชื้อโรคบางอย่างไม่ได้มีตัวเลือกในการรักษามากขนาดนั้น และนั่นก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรง ความทุกข์ทรมานจากโรค และการเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรียบางชนิดสามารถต้านยาฆ่าเชื้อได้หลายชนิด แม้ว่าเราจะไม่ได้ยินเรื่องเชื้อดื้อยากันบ่อยนัก แต่ในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตด้วยเชื้อดื้อยาหลายเคส และมากขึ้นเรื่อย ๆ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสียธรรมดาอาจไม่ต่างจากระเบิดเวลาเมื่อคุณมีเชื้อดื้อยาอยู่ภายในร่างกาย เพราะเชื้อบางชนิดจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรักษา ร่างกายไม่สามารถหายเองได้ อย่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรควัณโรค และโรคปอดบวม ทำไมเชื้อโรคถึงดื้อยา? แม้ว่าเชื้อโรคจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว แต่ดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตถูกสร้างมาเพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงยาฆ่าเชื้อด้วย การใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างผิดวิธี และขาดความเข้าใจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคเหล่านี้กลายพันธุ์ หรือพัฒนาตัวเองให้รับมือกับยาฆ่าเชื้อที่ถูกส่งมาฆ่ามันมากขึ้น จนกระทั่งเชื้อโรคทนทานต่อยาเหล่านั้นในที่สุด โดยพฤติกรรมการใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงของเชื้อดื้อยา เช่น การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อย คือ คนที่เป็นไข้ เจ็บคอจากโรคหวัดที่เกิดจากไวรัส ซึ่งสามารถหายเองได้ แต่คิดว่าอาการแบบนี้ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่ปกติจะใช้ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย หรือการติดเชื้ออื่นที่จำเป็นเท่านั้น การได้รับยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นอยู่บ่อย ๆ อาจทำให้เชื้อโรคที่มีอยู่ตามธรรมชาติของลำไส้กลายพันธุ์จนเกิดเป็นเชื้อดื้อยา เมื่อร่างกายอ่อนแอ แล้วเกิดติดเชื้อขึ้นในร่างกาย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 701 days ago
Read More01/02/2024
น้ำมะเขือเทศสามารถต้านเชื้อโรคบางชนิดที่มากับอาหารได้
ไหนใครชอบกินน้ำมะเขือเทศบ้าง? น้ำมะเขือเทศน่าจะเป็นหนึ่งของกินที่ถ้าคนชอบก็ชอบเลย แต่ถ้าเกลียดก็เกลียดเลย แต่น้ำมะเขือหรือตัวมะเขือเทศเองเป็นผลไม้ (ไม่ใช่ผักนะ) ที่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่ง เพราะเต็มไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ไลโคปีน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารอาหารบางชนิดก็ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดการอักเสบของเซลล์ แถมการศึกษาบางชิ้นก็พบว่ามะเขือเทศช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดได้ ซึ่งล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาคอร์เนลได้ค้นพบอีกหนึ่งความลับจากประโยชน์ของน้ำมะเขือ คือ คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคที่ชื่อซัลโมเนลไทฟี (Salmonella Typhi) ที่เป็นแบคทีเรียก็โรคที่ทำให้เกิดโรคไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย โรคนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย คล้ายกับเวลาเป็นอาหารเป็นพิษ ส่วนมากหายเองได้ แต่บางรายอาจรุนแรง และต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร และน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งสกปรก โดยในช่วงแรกของการศึกษา ทีมนักวิจัยได้ทดสอบคุณสมบัติการต้านเชื้อโรคซัลโมเนลาชนิดนี้ของมะเขือเทศ ซึ่งพบว่าน้ำมะเขือเทศมีคุณสมบัตินี้จริง ๆ ในขั้นต่อมาเขาเลยหาว่าสารอะไรในมะเขือเทศที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นี้ ทีมนักวิจัยพบว่าเปปไทด์ (หน่วยย่อยของโปรตีนที่เรียงต่อกัน) 2 ชนิดในนำ้มะเขือเทศสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อโรคชนิดนี้ และทำให้เชื้อโรคตายในที่สุด ซึ่งอาจช่วยความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้ไทฟอยด์ในลำไส้ได้ ทีมนักวิจัยเลยคาดหวังว่าเมื่อคนได้เห็นข้อมูลงานวิจัยชิ้นจะช่วยให้คนเหล่านั้นเปิดใจกับน้ำมะเขือเทศ มะเขือเทศ รวมไปถึงผักผลไม้อื่น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ และก็มีสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการเชื้อโรคตามธรรมชาติมากขึ้น ใครที่ไม่ชอบกินน้ำมะเขือเทศ หรือมะเขือเทศอาจจะต้องคิดใหม่แล้ว แต่ถ้าข้อมูลในบทความนี้ไม่พอที่จะโน้มน้าวให้คุณดื่มน้ำมะเขือเทศ ลองไปอ่านประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศเพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.beartai.com/hackforhealth/1255729 ที่มา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 722 days ago
Read More10/01/2024
ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 744 days ago
Read More04/10/2023
Botulism คืออะไร อันตรายไหม พบได้ที่ไหนบ้าง?
Botulism หรือ โรคโบทูลิซึม เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ ‘คอสตริเดียมโบทูลินัม’ (Clostridium Botulinum) เป็นโรคหายาก โดยเมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อโรค สารพิษนี้จะเข้าไปทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เล่นภาพซ้อน หายใจติดขัด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจทำให้หมดสติ และเสียชีวิตได้ สารพิษชนิดนี้ชื่อว่า ‘โบทูลินัม ท็อกซิน’ (Botulinum Toxin) ซึ่งคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันในชื่อ ‘โบท็อกซ์’ สารเคมีที่นำมาใช้ในทางการแพทย์และความงามที่ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัว และกระชับขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นโบท็อกซ์ที่ร่างกายได้รับจากฉีดกับที่มาจากการได้รับเชื้อโรคนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Botulism เกิดจากอะไรได้บ้าง อาการเป็นแบบไหน? เชื้อคอสตริเดียมโบทูลินัมสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 วิธีด้วยกัน ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่ม เชื้อคอสตริเดียมโบทูลินัมจัดเป็นเชื้อแบคทีเรียอีกประเภทที่สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการอาหารเป็นพิษได้ โดยเชื้อนี้อาจปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่มได้ โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง หน่อไม้ปี๊บ และผักกระป๋องต่าง ๆ อาการ Botulism จากอาหาร เข้าสู่ร่างกายผ่านแผล เช่นเดียวกับเชื้อโรคอื่น ๆ คอสตริเดียวโบทูลินัมที่ทำให้เกิด Botulism สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ โดยเชื้อนี้พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 842 days ago
Read More28/06/2023
ท้องเสีย การเจ็บป่วยสุดเบสิกกับวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ท้องเสียหรือท้องร่วง คือ อาการรู้สึกปวดท้องขับถ่ายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักจะลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ และถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง อาการมักดีขึ้นและหายภายในไม่กี่วัน โดยอาจเกิดแค่อาการถ่ายเหลวเพียงอย่างเดียวหรือจะมีอาการอื่น ๆ อย่างปวดหัว เวียนหัว เป็นไข้ร่วมด้วยก็ได้ อาการท้องเสียเป็นการเจ็บป่วยที่คนไทยพบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจไม่รู้จักกับอาการนี้ดีพอ Hack for Health เลยขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการท้องเสีย อาการหลักคืออาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้องเฉียบพลัน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการท้องเสียเมื่อมีการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 วัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น โดยปกติมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าท้องเสียติดกันเกิน 2 วันโดยอาการไม่ดีขึ้น เป็นไข้สูง ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย เป็นตะคริว บ้านหมุน หรือมีขับถ่ายออกมาเป็น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที การปล่อยอาการท้องเสียที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุล ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กลไกและสาเหตุของอาการท้องเสีย อาการท้องเสียเป็นผลจากการที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติทำให้อาหารที่เพิ่งกินหรือเพิ่งย่อยไปถูกนำไปขับถ่ายออกเร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่เป็นน้ำเพราะว่าปกติแล้วกว่าอุจจาระจะถูกขับออกมาจะต้องใช้เวลาในการสะสมของมวลกากใยอาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วจนจับตัวเป็นก้อนและค่อยถูกขับออกมา แต่ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วหรือเกิดอาการท้องเสีย น้ำหรือของเหลวสามารถเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่าและขับได้ง่ายจึงออกมาก่อนเสมอ โดยอาการท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 940 days ago
Read More27/06/2023
แน่ใจไหมว่าถูกไซส์? วิธีวัดไซส์ถุงยางอนามัยและสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณใช้ถุงยางผิดไซส์อยู่
ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ เช่น เชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส เอชพีวี เริม และหนองใน เป็นต้น ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยที่ไซส์พอดีกับอวัยวะเพศชายจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุด แต่เรื่องไซส์ของอวัยวะเพศหรือขนาดน้องชายนั้นผูกติดมากับความเป็นชายในเชิงสังคม พูดง่าย ๆ คือผู้ชายคิดว่าขนาดอวัยวะเป็นเหมือนศักดิ์ศรีของความเป็นชาย ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ทำให้บทสนทนาก่อนเริ่มความสัมพันธ์ทางเพศผู้ชายจำนวนไม่น้อยบอกว่าเจ้าหนูของเขาใหญ่กว่าความเป็นจริง ซึ่งการสำรวจในต่างประเทศก็พบว่าผู้ชายส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น การพูดอวดก่อนเริ่มเกมอาจเป็นเรื่องที่พอรับได้เมื่อมาเจอขนาดจริงที่หน้างาน แต่ถ้าหากผู้ชายคนนั้นยังฝืนสวมถุงยางอนามัยที่ไม่ตรงไซส์ของตัวเองอาจเพิ่มความเสี่ยงของการตั้งครรภ์และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ Hack for Health เลยจะมาบอกวิธีวัดขนาดถุงยางอนามัยแบบแม่น ๆ และสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณกำลังใช้ถุงยางอนามัยผิดไซส์อยู่ วิธีวัดถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง 49, 52, 54, และ 56 (มิลลิเมตร) เป็นเลขมงคลที่คนไทยมักใช้เพื่อพูดถึงขนาดของอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นไซส์มาตรฐานของถุงยางอนามัยที่จำหน่ายในประเทศไทยและหาได้ง่ายที่สุด โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นขนาดความยาวของเส้นรอบวงไม่ใช่ความยาว ดังนั้น วิธีวัดถุงยางอนามัยจึงเป็นการวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศหรือเรียกง่าย ๆ ว่าความใหญ่ ไม่ใช่ความยาว โดยวิธีวัดถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง แค่ใช้สายวัดวัดรอบอวัยวะเพศขณะแข็งตัวแล้วเปลี่ยนเซนติเมตรเป็นมิลลิเมตรแค่นั้นเอง เช่น หากคุณวัดได้ 105 มิลลิเมตร เอาไปหารด้วย 2 จะเท่ากับ 105/2 = 52.2 มิลลิเมตร แต่ด้วยถุงยางอนามัยมีไซส์มาตรฐาน บางคนอาจวัดได้ 50…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 941 days ago
Read More15/06/2023
เคล็ดลับสุขภาพจากชินจังจอมแก่น แค่กลั้วคอก็ป้องกันโรคหวัดได้
หากคุณเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นสุดคลาสสิก อย่างชินจังจอมแก่น อาจเห็นฉากที่ชินโนสุเกะกลั้วคอหลังกลับจากโรงเรียนอยู่บ่อย ๆ หรือแอนิเมชันญี่ปุ่นบางเรื่องก็มีฉากแนวนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ญี่ปุ่นการกลั้วคอหลังกลับถึงบ้านเป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นหลายครอบครัวทำกันเป็นเรื่องปกติเพื่อป้องกันโรคหวัด ในบทความนี้ Hack for Health เลยจะเอาเคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ และข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกลั้วคอเพื่อป้องกันโรคหวัดของคุณญี่ปุ่นมาฝากกัน โรคหวัด (Common cold) เป็นการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ทำให้เป็นไข้ ตัวร้อน อ่อนเพลีย ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ และเจ็บคอได้ ซึ่งประเทศไทยพบได้ตลอดทั้งปี แต่พบบ่อยขึ้นในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เพราะอุณหภูมิต่ำทำให้เชื้อเติบโตได้ดีและลมแรงทำให้เชื้อแพร่กระจายได้มากขึ้น โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรงและหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ทำไมการกลั้วคอถึงช่วยป้องกันโรคหวัดได้? โรคหวัดนั้นเกิดจากไวรัส ซึ่งไวรัสนั้นมีขนาดเล็กสามารถยึดเกาะกับละอองฝอยสารคัดหลั่งและสามารถปลิวไปตามลมได้ เวลาที่เราหายใจเข้าหรืออ้าปากเพื่อพูดคุย ไวรัสพวกนี้สามารถเข้าไปเกาะที่ด้านหลังคอหรือด้านในโพรงจมูก และทำให้คุณเป็นหวัด ซึ่งการกลั้วคอจะช่วยล้างเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดและอาจรวมถึงเชื้อโรคอื่น ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณด้านในคอออกมา ทำให้ปริมาณของเชื้อลดลงและป้องกันการเกิดโรคหวัดได้ การกลั้วคอป้องกันโรคหวัดได้จริงไหม? หากมองในแง่ของเหตุผล การกลั้วคอเพื่อนำเอาเชื้อโรคที่เกาะอยู่ที่คอออกมาก็ดูสมเหตุสมผลที่การกลั้วคอจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้จริง แต่ในแง่ของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็มีการยืนยันถึงเรื่องนี้ด้วย การศึกษาชิ้นหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่นได้ศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีที่มีอายุระหว่าง 18–65 ปี จำนวน 387 คนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งทีมวิจัยได้แบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ไม่ได้กลั้วคอ 2)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 953 days ago
Read More26/05/2023
“ยาฆ่าเชื้อ” ไม่ใช่ “ยาแก้อักเสบ” ใช้ผิดชนิด ผิดโรค ไม่หาย ดื้อยา แถมเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น
คนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาฆ่าเชื้อกับยาแก้อักเสบ โดยเข้าใจว่าทั้ง 2 ชนิดนี้คือยาชนิดเดียวกันทำให้ใช้ยาผิดประเภทและผิดวิธี ซึ่งการใช้ยาโดยขาดความเข้าใจไม่ได้แค่ทำให้คุณใช้ยาอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนถึงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว Hack for Health เลยอยากเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของยา 2 ชนิดนี้และผลกระทบมาให้ได้อ่านกัน ยาฆ่าเชื้อ ≠ ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อ “แบคทีเรีย” และ “เชื้อรา” เท่านั้น เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปจากร่างกายได้ โดยโรคที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่พบได้บ่อย คือ โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาฆ่าเชื้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เพนนิซิลิน (Penicillin) และอะม็อกซีซิลิน (Amoxicillin) ส่วนยาแก้อักเสบมักหมายถึงยาแก้อักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) และไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยต้านอักเสบ ลดไข้ และแก้อาการปวดได้ ไม่ได้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค กรณีที่คนมักใช้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบสลับกัน การใช้ผิดเกิดได้ในหลายกรณีด้วยกัน แต่ที่พบบ่อย ได้แก่ 1. เป็นหวัดจากไวรัส แต่กินยาฆ่าเชื้อ โรคหวัด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 973 days ago
Read More23/05/2023
รักษ์โลกแล้ว รักตัวเองด้วย ฝาแก้วเก็บอุณหภูมิและฝาขวดน้ำแบบใช้ซ้ำแหล่งรวมเชื้อโรคที่คนมองข้าม
แก้วเก็บอุณหภูมิดูจะเป็นไอเทมจำเป็นสำหรับหลายคน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คุณได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นท่ามกลางอากาศร้อนของประเทศไทยแล้ว ยังช่วยลดขยะพลาสติกด้วย อ่านดูก็เหมือนจะมีแต่เรื่องดี ๆ แต่แก้วเก็บอุณหภูมิที่แสนจะสะดวกสบายและขวดน้ำแบบใช้ซ้ำที่แสนจะรักษ์โลกก็ยังมีอันตรายบางอย่างที่คุณอาจไม่รู้และควรจะรู้ไว้ด้วย ยางขอบแก้วเก็บอุณหภูมิเป็นเรื่องที่คนใช้แก้วเก็บอุณหภูมิทุกคนควรจะรู้ เพราะมันอาจทำให้คุณป่วยได้ ปกติแล้วเวลาคนส่วนใหญ่ล้างแก้วก็มักจะล้างด้านใน ด้านนอก และใต้ฝา โดยเข้าใจว่าขอบยางเป็นส่วนหนึ่งกับฝาเลยคิดว่าแค่ใช้น้ำยาล้างจานล้างก็จบ แต่ไม่ใช่แบบนั้น ขอบยางแก้วเก็บอุณหภูมิมีหน้าที่ช่วยให้ฝากับแก้วปิดสนิทมากขึ้นเพื่อป้องกันน้ำหก ซึ่งขอบยางมักจะมีร่องขนาดเล็กตรงกลาง การทำความสะอาดทั่วไปจึงไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดการสะสมของเชื้อโรค คุณสามารถสังเกตได้จากคราบสีดำเป็นจุด ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณขอบยางที่เป็นร่องรอยของเชื้อรา นอกจากเชื้อราแล้วฝาแก้วน้ำยังเป็นแหล่งรวมของเชื้อแบคทีเรียด้วยเหมือนกัน การศึกษาชิ้นหนึ่งได้เก็บตัวอย่างเชื้อจากพื้นผิวของฝาแก้วน้ำแบบใช้ซ้ำ ทั้งฝาแบบยกดื่ม ฝาแบบหลอดที่เปิดปิดได้ และฝาแบบบีบ ซึ่งพบว่ามีปริมาณเชื้อแบคทีเรียมากกว่าอ่างล้างจาน 2 เท่าและมากกว่าเมาส์คอมพิวเตอร์ 4 เท่าเลยทีเดียว โดยพบแบคทีเรียแกรมลบ (Gram-negative bacteria) ที่สัมพันธ์กับการดื้อยา และเชื้อตระกูลบาซิลลัส (Bacillus) ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญก็ชี้ว่าชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่เป็นชนิดเดียวกับที่อยู่ในปากของเรา จึงอาจไม่ได้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณใส่เครื่องดื่มชนิดอื่น อย่างนมก็อาจมีเชื้อโรคชนิดอื่นปนมาด้วย ยิ่งใครที่ไม่ค่อยล้างหรือล้างไม่สะอาดอาจทำให้ปริมาณเชื้อโรคที่ได้รับสูงขึ้นจนติดเชื้อได้ การได้รับเชื้อโรคอาจทำให้ติดเชื้อในทางเดินอาหารจนเกิดกลุ่มอาการอาหารเป็นพิษ อย่างท้องร่วง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และอ่อนเพลียได้ นอกจากยางที่ขอบฝาแล้ว ร่องของฝา ช่องหลอดที่เปิดปิดได้ หรือขอบของก้นแก้วด้านในก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมของเชื้อโรคได้เหมือนกัน วิธีลดความเสี่ยงการสะสมของเชื้อโรคในแก้วเก็บอุณหภูมิ การทำความสะอาดอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอสามารถลดการสะสมของเชื้อโรคได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 976 days ago
Read More21/04/2023
รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ
ปกติแล้วหากไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย คนเรามักจะไม่ค่อยซื้อของใหม่ ๆ มากนัก เพราะเข้าใจว่าของใช้ต่าง ๆ ควรเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพังหรือสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้โดยเฉพาะของใช้ในบ้านต่างมีอายุการใช้งานของมัน หากคุณไม่เปลี่ยนหรือใช้ของเก่าเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ 10 ของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ของใช้ในบ้านถือว่าเป็นสิ่งของที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะบ้านถือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้สุขภาพของคุณพัง โดยของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ มีดังนี้ 1.ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องล้างจานบ่อย ๆ ยิ่งต้องเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน โดยให้พยายามเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 2-8 สัปดาห์ หรือตามความถี่ในการใช้งาน 2.เครื่องสำอาง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ เช่น เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอย่าง มาสคาร่า อายไลเนอร์ ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรอบดวงตาได้ ในส่วนของอายแชโดว์ รองพื้น บลัชออน และบรอนเซอร์ ควรจะเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ใช้อันเดิมผ่านมาแล้ว 2 ปี ส่วนเครื่องสำอางชนิดน้ำหรือครีมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1008 days ago
Read More23/03/2023
ทำไมเราควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ?
ชักโครกเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อยามขับถ่าย แต่วิธีการกดชักโครกที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะมีความเสี่ยงบางอย่างที่คุณคิดไม่ถึงซ่อนเอาไว้อยู่ ซึ่ง Hack for Health จะมาบอกถึงสาเหตุชวนขนลุกว่าทำไมคุณถึงควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ ทำไมต้องปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ? หากพูดถึงสิ่งที่สกปรกที่บนโลกนี้ ห้องน้ำและชักโครกน่าจะเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง จากค่าเฉลี่ยโถชักโครกมีแบคทีเรียราว 3,200,000 ตัว/ตารางนิ้ว ซึ่งหากเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดภายในโถชักโครก ในนั้นก็น่าจะมีแบคทีเรียหลายสิบถึงหลายร้อยล้านตัวอาศัยอยู่ ไม่นับรวมถึงเชื้อไวรัสและเชื้อรา โดยการกดน้ำ 1 ครั้งสร้างแรงลมที่มีความเร็วมากกว่า 6.6 ฟุต/วินาที ซึ่งพาละอองน้ำและอนุภาคขนาดเล็กที่ปนเปื้อนเชื้อลอยสูงขึ้น 1.5 เมตรภายใน 8 วินาที การสัมผัสกับอนุภาคที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ปัจจุบันยังไม่การรายงานที่แน่ชัดถึงการติดเชื้อจากการกดชักโครก หากคุณไม่ได้เจ็บป่วยหรือมีโรคติดเชื้อ เชื้อโรคที่ขับถ่ายออกมาส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องปิดฝาชักโครก เพราะเชื้อเหล่านี้อาจลอยไปติดตามส่วนอื่น ๆ ของห้องน้ำ อย่างผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าขนลุกไม่น้อย ดังนั้น แม้จะเป็นห้องน้ำที่บ้านก็ควรปิดฝาชักโครก แต่ในห้องน้ำยังมีจุดสัมผัสอื่น ๆ อย่างฝารองนั่ง ฝาชักโครก ที่กดน้ำ ก๊อกน้ำ และลูกบิดประตู ซึ่งมีเชื้อโรคเกาะติดอยู่บนพื้นผิวและอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการสัมผัส แล้วนำไปหยิบอาหารเข้าปากโดยที่ไม่ได้ล้างมือ โดยเชื้อโรคในห้องน้ำที่พบว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เช่น โนโรไวรัสและเชื้ออีโคไลที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้ตามมา ยิ่งห้องน้ำสาธารณะที่คนใช้งานเยอะก็มีความเสี่ยงมากกว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1037 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 10 days ago
Read More
























