Tags
| เชื้อโรค
23/07/2024
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 623 days ago
5 อาหารสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: เกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย
ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงถือเป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราด้วย บทความนี้ขอเสนอ “สุดยอด 5 อาหารสุขภาพ” ที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังหาง่าย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ดังนี้ 1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เริ่มต้นด้วยกลุ่มผักที่อาจฟังดูแปลกหู แต่รับรองว่าคุณต้องเคยกินแน่นอน นั่นก็คือ “ผักตระกูลครูซิเฟอรัส” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พืชตระกูลกะหล่ำ” อย่างบรอกโคลี ผักคะน้า เคล กวางตุ้ง แขนง ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผักกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นทหารเอกในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย วิธีการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ลองกินสด ๆ หรือนึ่งเบา ๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ชอบทานผักสดล้วน ๆ อาจลองเอามาผัดกับกระเทียมสักหน่อย นอกจากจะอร่อยแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกชั้นด้วย 2.…09/07/2024
จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว
คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 637 days ago
Read More22/02/2024
‘เชื้อดื้อยา’ การกลายพันธุ์แห่งหายนะที่อาจคร่า 10 ล้านชีวิตในปี 2050
เชื้อดื้อยาเป็นวิกฤตการณ์สุขภาพที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ท่ามกลางผู้คนทั่วโลก นิยามของเชื้อดื้อยาแบบง่าย ๆ คือ เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคอะไรก็ตามที่สามารถทนทานต่อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะที่ถูกคิดค้นมาเพื่อกำจัดเชื้อเหล่านั้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผล และเกิดผลกระทบตามมา ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคส บางคนอาจแค่เปลี่ยนยาตัวใหม่ บางคนอาจต้องเพิ่มปริมาณยา เผชิญกับการรักษาที่ยุ่งยาก และยาวนานขึ้น แต่เชื้อโรคบางอย่างไม่ได้มีตัวเลือกในการรักษามากขนาดนั้น และนั่นก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรง ความทุกข์ทรมานจากโรค และการเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรียบางชนิดสามารถต้านยาฆ่าเชื้อได้หลายชนิด แม้ว่าเราจะไม่ได้ยินเรื่องเชื้อดื้อยากันบ่อยนัก แต่ในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตด้วยเชื้อดื้อยาหลายเคส และมากขึ้นเรื่อย ๆ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสียธรรมดาอาจไม่ต่างจากระเบิดเวลาเมื่อคุณมีเชื้อดื้อยาอยู่ภายในร่างกาย เพราะเชื้อบางชนิดจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรักษา ร่างกายไม่สามารถหายเองได้ อย่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรควัณโรค และโรคปอดบวม ทำไมเชื้อโรคถึงดื้อยา? แม้ว่าเชื้อโรคจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว แต่ดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตถูกสร้างมาเพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงยาฆ่าเชื้อด้วย การใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างผิดวิธี และขาดความเข้าใจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคเหล่านี้กลายพันธุ์ หรือพัฒนาตัวเองให้รับมือกับยาฆ่าเชื้อที่ถูกส่งมาฆ่ามันมากขึ้น จนกระทั่งเชื้อโรคทนทานต่อยาเหล่านั้นในที่สุด โดยพฤติกรรมการใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงของเชื้อดื้อยา เช่น การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อย คือ คนที่เป็นไข้ เจ็บคอจากโรคหวัดที่เกิดจากไวรัส ซึ่งสามารถหายเองได้ แต่คิดว่าอาการแบบนี้ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่ปกติจะใช้ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย หรือการติดเชื้ออื่นที่จำเป็นเท่านั้น การได้รับยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นอยู่บ่อย ๆ อาจทำให้เชื้อโรคที่มีอยู่ตามธรรมชาติของลำไส้กลายพันธุ์จนเกิดเป็นเชื้อดื้อยา เมื่อร่างกายอ่อนแอ แล้วเกิดติดเชื้อขึ้นในร่างกาย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 775 days ago
Read More01/02/2024
น้ำมะเขือเทศสามารถต้านเชื้อโรคบางชนิดที่มากับอาหารได้
ไหนใครชอบกินน้ำมะเขือเทศบ้าง? น้ำมะเขือเทศน่าจะเป็นหนึ่งของกินที่ถ้าคนชอบก็ชอบเลย แต่ถ้าเกลียดก็เกลียดเลย แต่น้ำมะเขือหรือตัวมะเขือเทศเองเป็นผลไม้ (ไม่ใช่ผักนะ) ที่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่ง เพราะเต็มไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ไลโคปีน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารอาหารบางชนิดก็ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดการอักเสบของเซลล์ แถมการศึกษาบางชิ้นก็พบว่ามะเขือเทศช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดได้ ซึ่งล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาคอร์เนลได้ค้นพบอีกหนึ่งความลับจากประโยชน์ของน้ำมะเขือ คือ คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคที่ชื่อซัลโมเนลไทฟี (Salmonella Typhi) ที่เป็นแบคทีเรียก็โรคที่ทำให้เกิดโรคไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย โรคนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย คล้ายกับเวลาเป็นอาหารเป็นพิษ ส่วนมากหายเองได้ แต่บางรายอาจรุนแรง และต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร และน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งสกปรก โดยในช่วงแรกของการศึกษา ทีมนักวิจัยได้ทดสอบคุณสมบัติการต้านเชื้อโรคซัลโมเนลาชนิดนี้ของมะเขือเทศ ซึ่งพบว่าน้ำมะเขือเทศมีคุณสมบัตินี้จริง ๆ ในขั้นต่อมาเขาเลยหาว่าสารอะไรในมะเขือเทศที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นี้ ทีมนักวิจัยพบว่าเปปไทด์ (หน่วยย่อยของโปรตีนที่เรียงต่อกัน) 2 ชนิดในนำ้มะเขือเทศสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อโรคชนิดนี้ และทำให้เชื้อโรคตายในที่สุด ซึ่งอาจช่วยความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้ไทฟอยด์ในลำไส้ได้ ทีมนักวิจัยเลยคาดหวังว่าเมื่อคนได้เห็นข้อมูลงานวิจัยชิ้นจะช่วยให้คนเหล่านั้นเปิดใจกับน้ำมะเขือเทศ มะเขือเทศ รวมไปถึงผักผลไม้อื่น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ และก็มีสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการเชื้อโรคตามธรรมชาติมากขึ้น ใครที่ไม่ชอบกินน้ำมะเขือเทศ หรือมะเขือเทศอาจจะต้องคิดใหม่แล้ว แต่ถ้าข้อมูลในบทความนี้ไม่พอที่จะโน้มน้าวให้คุณดื่มน้ำมะเขือเทศ ลองไปอ่านประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศเพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.beartai.com/hackforhealth/1255729 ที่มา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 796 days ago
Read More10/01/2024
ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 818 days ago
Read More04/10/2023
Botulism คืออะไร อันตรายไหม พบได้ที่ไหนบ้าง?
Botulism หรือ โรคโบทูลิซึม เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ ‘คอสตริเดียมโบทูลินัม’ (Clostridium Botulinum) เป็นโรคหายาก โดยเมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อโรค สารพิษนี้จะเข้าไปทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เล่นภาพซ้อน หายใจติดขัด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และอาจทำให้หมดสติ และเสียชีวิตได้ สารพิษชนิดนี้ชื่อว่า ‘โบทูลินัม ท็อกซิน’ (Botulinum Toxin) ซึ่งคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันในชื่อ ‘โบท็อกซ์’ สารเคมีที่นำมาใช้ในทางการแพทย์และความงามที่ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัว และกระชับขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นโบท็อกซ์ที่ร่างกายได้รับจากฉีดกับที่มาจากการได้รับเชื้อโรคนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Botulism เกิดจากอะไรได้บ้าง อาการเป็นแบบไหน? เชื้อคอสตริเดียมโบทูลินัมสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 วิธีด้วยกัน ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่ม เชื้อคอสตริเดียมโบทูลินัมจัดเป็นเชื้อแบคทีเรียอีกประเภทที่สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการอาหารเป็นพิษได้ โดยเชื้อนี้อาจปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่มได้ โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง เช่น ปลากระป๋อง หน่อไม้ปี๊บ และผักกระป๋องต่าง ๆ อาการ Botulism จากอาหาร เข้าสู่ร่างกายผ่านแผล เช่นเดียวกับเชื้อโรคอื่น ๆ คอสตริเดียวโบทูลินัมที่ทำให้เกิด Botulism สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ โดยเชื้อนี้พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 916 days ago
Read More28/06/2023
ท้องเสีย การเจ็บป่วยสุดเบสิกกับวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ท้องเสียหรือท้องร่วง คือ อาการรู้สึกปวดท้องขับถ่ายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักจะลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ และถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง อาการมักดีขึ้นและหายภายในไม่กี่วัน โดยอาจเกิดแค่อาการถ่ายเหลวเพียงอย่างเดียวหรือจะมีอาการอื่น ๆ อย่างปวดหัว เวียนหัว เป็นไข้ร่วมด้วยก็ได้ อาการท้องเสียเป็นการเจ็บป่วยที่คนไทยพบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจไม่รู้จักกับอาการนี้ดีพอ Hack for Health เลยขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการท้องเสีย อาการหลักคืออาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้องเฉียบพลัน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการท้องเสียเมื่อมีการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 วัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น โดยปกติมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าท้องเสียติดกันเกิน 2 วันโดยอาการไม่ดีขึ้น เป็นไข้สูง ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย เป็นตะคริว บ้านหมุน หรือมีขับถ่ายออกมาเป็น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที การปล่อยอาการท้องเสียที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุล ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กลไกและสาเหตุของอาการท้องเสีย อาการท้องเสียเป็นผลจากการที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติทำให้อาหารที่เพิ่งกินหรือเพิ่งย่อยไปถูกนำไปขับถ่ายออกเร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่เป็นน้ำเพราะว่าปกติแล้วกว่าอุจจาระจะถูกขับออกมาจะต้องใช้เวลาในการสะสมของมวลกากใยอาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วจนจับตัวเป็นก้อนและค่อยถูกขับออกมา แต่ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วหรือเกิดอาการท้องเสีย น้ำหรือของเหลวสามารถเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่าและขับได้ง่ายจึงออกมาก่อนเสมอ โดยอาการท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1014 days ago
Read More27/06/2023
แน่ใจไหมว่าถูกไซส์? วิธีวัดไซส์ถุงยางอนามัยและสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณใช้ถุงยางผิดไซส์อยู่
ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ เช่น เชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส เอชพีวี เริม และหนองใน เป็นต้น ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยที่ไซส์พอดีกับอวัยวะเพศชายจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุด แต่เรื่องไซส์ของอวัยวะเพศหรือขนาดน้องชายนั้นผูกติดมากับความเป็นชายในเชิงสังคม พูดง่าย ๆ คือผู้ชายคิดว่าขนาดอวัยวะเป็นเหมือนศักดิ์ศรีของความเป็นชาย ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ทำให้บทสนทนาก่อนเริ่มความสัมพันธ์ทางเพศผู้ชายจำนวนไม่น้อยบอกว่าเจ้าหนูของเขาใหญ่กว่าความเป็นจริง ซึ่งการสำรวจในต่างประเทศก็พบว่าผู้ชายส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น การพูดอวดก่อนเริ่มเกมอาจเป็นเรื่องที่พอรับได้เมื่อมาเจอขนาดจริงที่หน้างาน แต่ถ้าหากผู้ชายคนนั้นยังฝืนสวมถุงยางอนามัยที่ไม่ตรงไซส์ของตัวเองอาจเพิ่มความเสี่ยงของการตั้งครรภ์และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ Hack for Health เลยจะมาบอกวิธีวัดขนาดถุงยางอนามัยแบบแม่น ๆ และสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณกำลังใช้ถุงยางอนามัยผิดไซส์อยู่ วิธีวัดถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง 49, 52, 54, และ 56 (มิลลิเมตร) เป็นเลขมงคลที่คนไทยมักใช้เพื่อพูดถึงขนาดของอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นไซส์มาตรฐานของถุงยางอนามัยที่จำหน่ายในประเทศไทยและหาได้ง่ายที่สุด โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นขนาดความยาวของเส้นรอบวงไม่ใช่ความยาว ดังนั้น วิธีวัดถุงยางอนามัยจึงเป็นการวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศหรือเรียกง่าย ๆ ว่าความใหญ่ ไม่ใช่ความยาว โดยวิธีวัดถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง แค่ใช้สายวัดวัดรอบอวัยวะเพศขณะแข็งตัวแล้วเปลี่ยนเซนติเมตรเป็นมิลลิเมตรแค่นั้นเอง เช่น หากคุณวัดได้ 105 มิลลิเมตร เอาไปหารด้วย 2 จะเท่ากับ 105/2 = 52.2 มิลลิเมตร แต่ด้วยถุงยางอนามัยมีไซส์มาตรฐาน บางคนอาจวัดได้ 50…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1015 days ago
Read More15/06/2023
เคล็ดลับสุขภาพจากชินจังจอมแก่น แค่กลั้วคอก็ป้องกันโรคหวัดได้
หากคุณเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นสุดคลาสสิก อย่างชินจังจอมแก่น อาจเห็นฉากที่ชินโนสุเกะกลั้วคอหลังกลับจากโรงเรียนอยู่บ่อย ๆ หรือแอนิเมชันญี่ปุ่นบางเรื่องก็มีฉากแนวนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ญี่ปุ่นการกลั้วคอหลังกลับถึงบ้านเป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นหลายครอบครัวทำกันเป็นเรื่องปกติเพื่อป้องกันโรคหวัด ในบทความนี้ Hack for Health เลยจะเอาเคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ และข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกลั้วคอเพื่อป้องกันโรคหวัดของคุณญี่ปุ่นมาฝากกัน โรคหวัด (Common cold) เป็นการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ทำให้เป็นไข้ ตัวร้อน อ่อนเพลีย ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ และเจ็บคอได้ ซึ่งประเทศไทยพบได้ตลอดทั้งปี แต่พบบ่อยขึ้นในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เพราะอุณหภูมิต่ำทำให้เชื้อเติบโตได้ดีและลมแรงทำให้เชื้อแพร่กระจายได้มากขึ้น โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรงและหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ทำไมการกลั้วคอถึงช่วยป้องกันโรคหวัดได้? โรคหวัดนั้นเกิดจากไวรัส ซึ่งไวรัสนั้นมีขนาดเล็กสามารถยึดเกาะกับละอองฝอยสารคัดหลั่งและสามารถปลิวไปตามลมได้ เวลาที่เราหายใจเข้าหรืออ้าปากเพื่อพูดคุย ไวรัสพวกนี้สามารถเข้าไปเกาะที่ด้านหลังคอหรือด้านในโพรงจมูก และทำให้คุณเป็นหวัด ซึ่งการกลั้วคอจะช่วยล้างเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดและอาจรวมถึงเชื้อโรคอื่น ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณด้านในคอออกมา ทำให้ปริมาณของเชื้อลดลงและป้องกันการเกิดโรคหวัดได้ การกลั้วคอป้องกันโรคหวัดได้จริงไหม? หากมองในแง่ของเหตุผล การกลั้วคอเพื่อนำเอาเชื้อโรคที่เกาะอยู่ที่คอออกมาก็ดูสมเหตุสมผลที่การกลั้วคอจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้จริง แต่ในแง่ของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็มีการยืนยันถึงเรื่องนี้ด้วย การศึกษาชิ้นหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่นได้ศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีที่มีอายุระหว่าง 18–65 ปี จำนวน 387 คนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งทีมวิจัยได้แบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ไม่ได้กลั้วคอ 2)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1027 days ago
Read More26/05/2023
“ยาฆ่าเชื้อ” ไม่ใช่ “ยาแก้อักเสบ” ใช้ผิดชนิด ผิดโรค ไม่หาย ดื้อยา แถมเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น
คนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาฆ่าเชื้อกับยาแก้อักเสบ โดยเข้าใจว่าทั้ง 2 ชนิดนี้คือยาชนิดเดียวกันทำให้ใช้ยาผิดประเภทและผิดวิธี ซึ่งการใช้ยาโดยขาดความเข้าใจไม่ได้แค่ทำให้คุณใช้ยาอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนถึงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว Hack for Health เลยอยากเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของยา 2 ชนิดนี้และผลกระทบมาให้ได้อ่านกัน ยาฆ่าเชื้อ ≠ ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อ “แบคทีเรีย” และ “เชื้อรา” เท่านั้น เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปจากร่างกายได้ โดยโรคที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่พบได้บ่อย คือ โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาฆ่าเชื้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เพนนิซิลิน (Penicillin) และอะม็อกซีซิลิน (Amoxicillin) ส่วนยาแก้อักเสบมักหมายถึงยาแก้อักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) และไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยต้านอักเสบ ลดไข้ และแก้อาการปวดได้ ไม่ได้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค กรณีที่คนมักใช้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบสลับกัน การใช้ผิดเกิดได้ในหลายกรณีด้วยกัน แต่ที่พบบ่อย ได้แก่ 1. เป็นหวัดจากไวรัส แต่กินยาฆ่าเชื้อ โรคหวัด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1047 days ago
Read More23/05/2023
รักษ์โลกแล้ว รักตัวเองด้วย ฝาแก้วเก็บอุณหภูมิและฝาขวดน้ำแบบใช้ซ้ำแหล่งรวมเชื้อโรคที่คนมองข้าม
แก้วเก็บอุณหภูมิดูจะเป็นไอเทมจำเป็นสำหรับหลายคน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คุณได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นท่ามกลางอากาศร้อนของประเทศไทยแล้ว ยังช่วยลดขยะพลาสติกด้วย อ่านดูก็เหมือนจะมีแต่เรื่องดี ๆ แต่แก้วเก็บอุณหภูมิที่แสนจะสะดวกสบายและขวดน้ำแบบใช้ซ้ำที่แสนจะรักษ์โลกก็ยังมีอันตรายบางอย่างที่คุณอาจไม่รู้และควรจะรู้ไว้ด้วย ยางขอบแก้วเก็บอุณหภูมิเป็นเรื่องที่คนใช้แก้วเก็บอุณหภูมิทุกคนควรจะรู้ เพราะมันอาจทำให้คุณป่วยได้ ปกติแล้วเวลาคนส่วนใหญ่ล้างแก้วก็มักจะล้างด้านใน ด้านนอก และใต้ฝา โดยเข้าใจว่าขอบยางเป็นส่วนหนึ่งกับฝาเลยคิดว่าแค่ใช้น้ำยาล้างจานล้างก็จบ แต่ไม่ใช่แบบนั้น ขอบยางแก้วเก็บอุณหภูมิมีหน้าที่ช่วยให้ฝากับแก้วปิดสนิทมากขึ้นเพื่อป้องกันน้ำหก ซึ่งขอบยางมักจะมีร่องขนาดเล็กตรงกลาง การทำความสะอาดทั่วไปจึงไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดการสะสมของเชื้อโรค คุณสามารถสังเกตได้จากคราบสีดำเป็นจุด ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณขอบยางที่เป็นร่องรอยของเชื้อรา นอกจากเชื้อราแล้วฝาแก้วน้ำยังเป็นแหล่งรวมของเชื้อแบคทีเรียด้วยเหมือนกัน การศึกษาชิ้นหนึ่งได้เก็บตัวอย่างเชื้อจากพื้นผิวของฝาแก้วน้ำแบบใช้ซ้ำ ทั้งฝาแบบยกดื่ม ฝาแบบหลอดที่เปิดปิดได้ และฝาแบบบีบ ซึ่งพบว่ามีปริมาณเชื้อแบคทีเรียมากกว่าอ่างล้างจาน 2 เท่าและมากกว่าเมาส์คอมพิวเตอร์ 4 เท่าเลยทีเดียว โดยพบแบคทีเรียแกรมลบ (Gram-negative bacteria) ที่สัมพันธ์กับการดื้อยา และเชื้อตระกูลบาซิลลัส (Bacillus) ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญก็ชี้ว่าชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่เป็นชนิดเดียวกับที่อยู่ในปากของเรา จึงอาจไม่ได้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณใส่เครื่องดื่มชนิดอื่น อย่างนมก็อาจมีเชื้อโรคชนิดอื่นปนมาด้วย ยิ่งใครที่ไม่ค่อยล้างหรือล้างไม่สะอาดอาจทำให้ปริมาณเชื้อโรคที่ได้รับสูงขึ้นจนติดเชื้อได้ การได้รับเชื้อโรคอาจทำให้ติดเชื้อในทางเดินอาหารจนเกิดกลุ่มอาการอาหารเป็นพิษ อย่างท้องร่วง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และอ่อนเพลียได้ นอกจากยางที่ขอบฝาแล้ว ร่องของฝา ช่องหลอดที่เปิดปิดได้ หรือขอบของก้นแก้วด้านในก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมของเชื้อโรคได้เหมือนกัน วิธีลดความเสี่ยงการสะสมของเชื้อโรคในแก้วเก็บอุณหภูมิ การทำความสะอาดอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอสามารถลดการสะสมของเชื้อโรคได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1050 days ago
Read More21/04/2023
รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ
ปกติแล้วหากไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย คนเรามักจะไม่ค่อยซื้อของใหม่ ๆ มากนัก เพราะเข้าใจว่าของใช้ต่าง ๆ ควรเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพังหรือสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้โดยเฉพาะของใช้ในบ้านต่างมีอายุการใช้งานของมัน หากคุณไม่เปลี่ยนหรือใช้ของเก่าเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ 10 ของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ของใช้ในบ้านถือว่าเป็นสิ่งของที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะบ้านถือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้สุขภาพของคุณพัง โดยของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ มีดังนี้ 1.ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องล้างจานบ่อย ๆ ยิ่งต้องเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน โดยให้พยายามเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 2-8 สัปดาห์ หรือตามความถี่ในการใช้งาน 2.เครื่องสำอาง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ เช่น เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอย่าง มาสคาร่า อายไลเนอร์ ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรอบดวงตาได้ ในส่วนของอายแชโดว์ รองพื้น บลัชออน และบรอนเซอร์ ควรจะเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ใช้อันเดิมผ่านมาแล้ว 2 ปี ส่วนเครื่องสำอางชนิดน้ำหรือครีมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1082 days ago
Read More23/03/2023
ทำไมเราควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ?
ชักโครกเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเมื่อยามขับถ่าย แต่วิธีการกดชักโครกที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะมีความเสี่ยงบางอย่างที่คุณคิดไม่ถึงซ่อนเอาไว้อยู่ ซึ่ง Hack for Health จะมาบอกถึงสาเหตุชวนขนลุกว่าทำไมคุณถึงควรปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ ทำไมต้องปิดฝาชักโครกก่อนกดเสมอ? หากพูดถึงสิ่งที่สกปรกที่บนโลกนี้ ห้องน้ำและชักโครกน่าจะเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง จากค่าเฉลี่ยโถชักโครกมีแบคทีเรียราว 3,200,000 ตัว/ตารางนิ้ว ซึ่งหากเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดภายในโถชักโครก ในนั้นก็น่าจะมีแบคทีเรียหลายสิบถึงหลายร้อยล้านตัวอาศัยอยู่ ไม่นับรวมถึงเชื้อไวรัสและเชื้อรา โดยการกดน้ำ 1 ครั้งสร้างแรงลมที่มีความเร็วมากกว่า 6.6 ฟุต/วินาที ซึ่งพาละอองน้ำและอนุภาคขนาดเล็กที่ปนเปื้อนเชื้อลอยสูงขึ้น 1.5 เมตรภายใน 8 วินาที การสัมผัสกับอนุภาคที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ปัจจุบันยังไม่การรายงานที่แน่ชัดถึงการติดเชื้อจากการกดชักโครก หากคุณไม่ได้เจ็บป่วยหรือมีโรคติดเชื้อ เชื้อโรคที่ขับถ่ายออกมาส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องปิดฝาชักโครก เพราะเชื้อเหล่านี้อาจลอยไปติดตามส่วนอื่น ๆ ของห้องน้ำ อย่างผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าขนลุกไม่น้อย ดังนั้น แม้จะเป็นห้องน้ำที่บ้านก็ควรปิดฝาชักโครก แต่ในห้องน้ำยังมีจุดสัมผัสอื่น ๆ อย่างฝารองนั่ง ฝาชักโครก ที่กดน้ำ ก๊อกน้ำ และลูกบิดประตู ซึ่งมีเชื้อโรคเกาะติดอยู่บนพื้นผิวและอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการสัมผัส แล้วนำไปหยิบอาหารเข้าปากโดยที่ไม่ได้ล้างมือ โดยเชื้อโรคในห้องน้ำที่พบว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เช่น โนโรไวรัสและเชื้ออีโคไลที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นไข้ตามมา ยิ่งห้องน้ำสาธารณะที่คนใช้งานเยอะก็มีความเสี่ยงมากกว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1111 days ago
Read MorePR Partners
See All03/04/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Vgadz เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะเบาที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ
วีแกดซ์ (Vgadz) เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Ring for Everyone” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว เบาที่สุดและใส่สบาย 24 ชั่วโมง RingConn Gen 2 Air ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการสวมใส่ Smart Watch โดยเฉพาะรุ่นนี้มีความบางเพียง 2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาสุดขีดเพียง 2.5 กรัม03/04/2026
ทรู-โลตัส พลิกลานหน้าศูนย์การค้าสู่ “True Alpha Urban Ground” แลนด์มาร์กกีฬาอัจฉริยะเพื่อความเท่าเทียม
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลัง โลตัส เปิดตัว “True Alpha Urban Ground” ณ โลตัส บางนา สนามบาสเกตบอลต้นแบบที่เปลี่ยนพื้นที่หน้าศูนย์การค้าให้เป็น “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการออกกำลังกาย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ห่างไกลยาเสพติด โปรเจกต์นี้เป็นการผสาน กีฬา ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยนำนวัตกรรมอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร อาทิ : คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้บริหารจากทรู ระบุว่า ทรูเชื่อมั่นในพลังของกีฬาที่เป็นรากฐานของการเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ การนำเทคโนโลยี AI และเครือข่ายมาใช้ในพื้นที่สาธารณะนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ คุณเบญจวรรณ อ่องศรี จากซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวเสริมว่า สนามนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Happy Mall” ที่เปลี่ยนโลตัสให้เป็น Happy Community Space ศูนย์รวมการกิน ชอป เที่ยว และการใช้ชีวิตที่มีความสุขของคนในชุมชน ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมเหล่าศิลปินและนักกีฬาชื่อดัง อาทิ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More02/04/2026
“ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” ผนึกกำลังขยับหมากรบ AI เปลี่ยนไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’ แห่งอาเซียน
ในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ภาพความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และผู้นำธุรกิจไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) พร้อมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียนอย่างเต็มตัว AI-First และการมาถึงของ Agentic AI หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการหารือคือแนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเสริม แต่คือการวางรากฐานองค์กรโดยมี AI เป็นหัวใจหลัก สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าคือการพูดถึง Agentic AI ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่การเป็น "ตัวแทน" ที่สามารถช่วยตัดสินใจและดำเนินกระบวนการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่จะยกระดับโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นจากการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ Smart City และการเรียนรู้จากต้นแบบโลก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ฉายภาพอนาคตที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตมนุษย์ผ่าน Smart City โดยระบุว่าโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 3 เสาหลัก การมองหาต้นแบบจาก สิงคโปร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More27/03/2026
“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญประจำปี 2026 เตรียมพร้อมรุกตลาดการบินระดับภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการบริหารงานแบบครบวงจรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2026 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2026 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9% ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีพร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำและ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2028 นายพุฒิพงศ์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 11 days ago
Read More
























