Tags
| โซเชียลมีเดียกับสุขภาพจิต
14/10/2025
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 120 days ago
คุณอยู่ทีมไหน FOMO (กลัวตกเทรนด์) VS JOMO (ไม่ตามเทรนด์) ในยุคโซเชียล
ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นโลกอีกใบที่หลายคนขาดไม่ได้ กิจวัตรประจำวันของเรามักเริ่มต้นด้วยการไถฟีดเพื่ออัปเดตข่าวสารและตามเทรนด์ให้ทันโลก แต่เคยลองถามใจตัวเองดูไหมว่า ตัวเราเองเป็นคนแบบไหน ระหว่างการวิ่งไล่ตามทุกกระแสเพราะ “กลัวพลาด” กับการเลือกจดจ่ออยู่กับความสุขตรงหน้า ? บทความนี้ BT จะพาไปสำรวจและทำความรู้จักกับ FOMO และ JOMO พร้อมชวนคุณมาเช็กลิสต์กันว่าอยู่ทีมไหน รู้จัก FOMO อาการกลัวตกขบวน ที่มีโซเชียลเป็นตัวเร่ง FOMO มาจากคำว่า Fear of Missing Out คือ ความกลัวที่จะพลาดข่าวสาร หรือกลัวที่จะตกเทรนด์ตามกระแสไม่ทัน โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญในโซเชียล จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจว่าตัวเองกำลังพลาดอะไรบางอย่างไปอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราได้ยินได้เห็นคำนี้มาหลายปีจากการเกิดกระแสของโซเชียลมีเดีย สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นชาว FOMO ซึ่งพฤติกรรมแบบ FOMO อาจทำให้เราได้จุดประกายไอเดียใหม่ ๆ จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ได้เห็นไลฟ์สไตล์ของคนอื่นในโซเชียล หรือรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้ไว ทันทุกเหตุการณ์ แต่อีกด้าน FOMO ก็ส่งผลกระทบต่อตัวเรา โดยเฉพาะความเครียดและวิตกกังกล ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ เพราะกลัวว่าจะพลาดประเด็นสำคัญไป ยิ่งเราหมกมุ่นกับโซเชียลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแย่ลง อีกทั้งยังอาจทำให้เราใช้จ่ายเกินตัวไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น ไปกับคำว่า “ของมันต้องมี” JOMO ความสุขจากการเลือกที่จะพลาด JOMO…04/06/2024
(No More) Emotional Damage ! แมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองเฮตสปีชได้ 88 เปอร์เซ็นต์
ในโลกอินเทอร์เน็ต ปัจจัยเรื่องสถานที่ เวลา หรือแม้แต่ภาษาไม่ได้เป็นปัญหาในการสื่อสารอีกต่อไป อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราเข้าถึง และส่งต่อข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือ เราสามารถโต้ตอบกับครีเอเตอร์ หรือผู้สร้างสรรค์ข้อมูลเหล่านั้นได้ ทั้งด้านดี และไม่ดี หลายปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นข่าวการ Cyber Bully กันอยู่เนือง ๆ และในหลายเคสก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่ายินสักเท่าไหร่ อารมณ์ด้านลบ และผลกระทบทางจิตใจเป็นผลลัพธ์รูปแบบหนึ่งที่บรรดาครีเอเตอร์ได้รับจากผู้ชม ไม่ว่าคอนเทนต์เหล่านั้นจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกใจก็ตาม เฮตสปีช (Hate Speech) เป็นหนึ่งในรูปแบบของความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ที่เรารู้จักกันในภาษาไทยว่า ‘ข้อความเพื่อสร้างความเกลียดชัง’ ที่หมายถึงข้อความที่ยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างความเกลียดชังให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ศาสนา สีผิว หรือรสนิยม โดยเฮตสปีชเป็นสิ่งที่เราพบได้ทั่วไปในช่องความคิดเห็น ซึ่งมีการศึกษาที่พบว่าฟีดแบ็กบนโลกออนไลน์สามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจ หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงของโรคทางอารมณ์บางชนิด อย่างโรคเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นฟีเจอร์ในการฟิลเตอร์ (Filter) หรือคัดกรองความคิดเห็นด้านลบมากขึ้น โดยฟีเจอร์นี้อาจช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจจากความคิดเห็นแง่ลบบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (University of Waterloo) ประเทศแคนาดา ได้พัฒนาแมชชีนเลิร์นนิงที่สามารถคัดกรองเฮตสปีชได้แม่นยำถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดภาระงานของพนักงานเฝ้าระวังและคัดกรองเฮตสปีชได้หลายร้อยชั่วโมง รวมถึงผลกระทบจากการตรวจสอบข้อความเหล่านั้นได้ด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 617 days ago
Read More30/04/2024
Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล
“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 652 days ago
Read More13/03/2024
Social Detox | 6 เทคนิคล้างพิษจากโซเชียล ปรับสุขภาพจิตให้สมดุล
คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ? นี่คือสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาที่คุณต้องทำ Social Detox หรือล้างพิษโซเชียลมีเดียแล้ว ! Social Detox ไม่ต้องหักดิบ "โลกออนไลน์ไม่ใช่โลกแห่งความจริง อย่าหลงเชื่อทุกสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย" Social Detox (โซเชียลดีท็อกซ์) หรือ Social Detoxification คือ การบำบัดการเสพติดเทคโนโลยีหรือสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการตัดและลดบทบาทการใช้โซเชียลมีเดียให้น้อยลง ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่คนยุคใหม่ในโลกดิจิทัลควรรู้ เพื่อใช้ในการบำบัดตนเอง จากการได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการได้รับความคิดเห็นหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ดี การถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงพฤติกรรมการเสพสื่อทั่วไปมากจนเกินไป โดยมีคำแนะนำจาก Amber Murphy ในเว็บไซต์ Declutter The Mind ว่า เราไม่จำเป็นต้องหักดิบด้วยการเลิกใช้โซเชียลมีเดีย หรือเลิกเล่นสื่อสังคมออนไลน์ในทันที เพียงแค่ทำการล้างพิษการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Detox) เพื่อลดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารก็อาจเพียงพอแล้ว 6 เทคนิคล้างพิษ ปรับสุขภาพจิตให้สมดุล บทความนี้มี 6 เทคนิคดี ๆ ในการทำ Social Detox แนะนำโดย อ.ดร.นพ.ชาวิท ตันวีระชัยสกุล…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 700 days ago
Read More08/01/2024
Oddly Satisfying คลิปสุดแปลก แต่แสนเพลิน: เหตุผลที่เราหยุดดูคลิปทำลายของ หั่นสบู่ หรือทำสไลม์ไม่ได้
ทุกคนน่าจะต้องเคยดูคลิปวิดีโอแปลก ๆ บนโลกออนไลน์ อย่างคลิปทำลายของ หั่นสบู่ เทช็อกโกแลตราดบนหน้าเค้ก คลิปฉีดน้ำแรงสูงทำความสะอาดพื้น คลิปลูกตุ้มแกว่งผ่านช่องที่มีขนาดพอดีเป๊ะ หรือคลิปแปลกแบบอื่นอีกมากมายที่ไม่มีเนื้อหาอะไร แต่มันกลับดูเพลินสุด ๆ แถมบางคลิปก็ดูออกแนวจะสกปรก เลอะเทอะ หรือสร้างความรู้สึกขยะแขยง แต่ทำไมเรากลับหยุดดูไม่ได้? คลิปเหล่านี้ถูกเรียกว่า Oddly Satisfying หนึ่งในแขนงของคลิปบนโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละคลิปมียอดวิวหลายล้าน อย่าง #OddlySatisfying ใน TikTok อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านวิว (ณ วันที่ 8 มกราคม 2024) ถ้าคุณเผลอดูคลิปแนวนี้บ่อย ๆ แม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกชอบมันก็ตาม ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ และอาจเกี่ยวกับบุคลิก กับภาวะอารมณ์ของเราด้วย ASMR ในรูปแบบภาพ และเสียง หลายคนน่าจะรู้จัก ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) หรือการตอบสนองแบบอัตโนมัติของระบบประสาทเมื่อได้รับปัจจัยภายนอกอย่างภาพ เสียง หรือสัมผัส ซึ่ง ASMR ไม่ได้หมายถึงแค่เสียงฝนตก เสียงแอร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 765 days ago
Read More18/12/2023
เชื่อมจิตกับ Lil Tay วัยเยาว์ที่หายไป เมื่อลูกเป็นคอนเทนต์ที่หาเงินได้?
ลิล เทย์ (Lil Tay) เป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์เด็กเจนแรก ๆ ในสังคมอเมริกาเลยก็ว่าได้ โดยเธออายุเพียง 9 ขวบเท่านั้นขณะที่เธอโด่งดัง เชื่อว่าใครที่เล่นโซเชียลมานานต้องเคยเห็นคลิปเทย์ออกมาโปรยเงิน นั่งรถหรู พร้อมกับพูดคำหยาบ และถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามฐานะ และเชื้อชาติจนทำให้มีคนเข้าไปโต้ตอบ ทั้งคอมเมนต์ด่า หรือแชร์คลิปเธอไปด่า ซึ่งนั่นทำให้ ลิล เทย์ ดังเป็นพลุแตกในแคนาดา อเมริกา และทั่วโลกผ่านทางโลกออนไลน์ ก่อนที่จู่ ๆ เธอก็หายตัวไปจากโซเชียลมีเดียไปหลายปี และในปี 2023 มีข่าวออกมาว่าเทย์นั้นเสียชีวิต แต่นั่นเป็นข่าวปลอม เพราะเธอเพิ่งปล่อย MV เพลงใหม่ไม่นานหลังจากนั้น พร้อมออกมาไลฟ์แฉว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากพ่อของเธอ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด ลิล เทย์ หรือชื่อจริง Claire Hope เกิดในปี 2007 เธอเป็นเด็กหญิงชาวแคนาดาที่ปรากฎตัว และเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ด้วยอายุ 9 ปี โดยเธอเรียกตัวเองว่า ‘The Youngest Flexer Girl of Century’ หรือเด็กขี้อวดที่อายุน้อยที่สุดแห่งศตวรรษ Abusive…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 786 days ago
Read More04/10/2023
Social Media Contagion Effect เมื่อการประนามและขุดคุ้ยเรื่องราวของคนร้ายอาจทำให้เกิดการลงมือครั้งใหม่
คนดีต้องถูกชม คนชั่วต้องถูกประณาม คอนเซ็ปต์ที่อยู่กับสังคมมนุษย์มาเนิ่นนาน การส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของคนคนหนึ่งอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกนับสิบนับร้อยคน ในขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับเรื่องราวของคนร้ายและการก่อเหตุที่สะเทือนขวัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่พรั่นพรึงอาจเป็นการให้กำเนิดปีศาจร้ายตนใหม่ Social Media Contagion Effect หรือ Media Contagion Effect คำเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายที่แปลตรงตัวในภาษาไทย แต่หมายถึงผลกระทบที่การแพร่กระจายของสื่อที่ส่งต่อหรือกระตุ้นอารมณ์หรือความผิดปกติบางอย่างในจิตใจคน ซึ่งกรณีที่กำลังพูดถึงในบทความนี้ คือ อาชญากรรมและเหตุการณ์กราดยิง ในประเทศสหรัฐอเมริกามีอัตราการเกิดเหตุกราดยิงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอเมริกาได้ร่วมมือกันหาปัจจัยของสาเหตุนี้ เบื้องต้นจุดร่วมของผู้ก่อเหตุมักประกอบด้วยปัจจัย 3 อย่าง ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเวิสเทิร์นนิวเม็กซิโก เจนนิเฟอร์ จอห์นสตัน และ แอนดรูว์ จอยได้ศึกษาข้อมูลแหล่งต่าง ๆ เพื่อหาเหตุผลที่ทำให้ความชุกหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์กราดยิงในอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพวกเข้าพบว่า Social Media Contagion หรือ Media Contagion หรือการแพร่กระจายของสื่อนั้นมีผลด้วยเช่นกัน เพราะการที่ทั่วทั้งประเทศกำลังอยู่ในความกลัว ผู้คนต่างพูดชื่อของผู้ก่อเหตุ ใบหน้า พร้อมประวัติ และรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของผู้ลงมือ ทั้งจริงบ้าง และไม่จริงบ้าง ตั้งแต่ชาติกำเนิด นิสัยส่วนตัว หรือแม้แต่อาหารที่ชอบกิน พร้อมกับ Mood & Tone…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 861 days ago
Read More20/07/2023
ส่องแท็ก TikTok ต่างประเทศ ‘Bed Rotting’ หรือ ‘การนอนเน่าอยู่บนเตียง’ กับผลกระทบต่อสุขภาพ
'Bed Rotting' แปลเป็นไทยแบบตรงตัวว่า 'การเน่าอยู่บนเตียง' เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในบรรดา TikToker ต่างประเทศ แม้ว่าแปลมาแบบตรงตัวแล้วจะดูแปลก แต่จริง ๆ ก็คล้ายกับที่คนไทยชอบพูดว่า ‘ขอนอนตายอยู่บนเตียง’ หรือการนอนพักผ่อน ไม่ว่าจะหลับจริงหรือนอนเล่นอยู่บนเตียงทั้งวัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำบ่อย ๆ ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นจากการที่มีคนมาแชร์ว่าในวันที่คุณเหนื่อยล้ากับอะไรมาก ๆ การนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงทั้งวันสามารถช่วยฟื้นฟูคุณจากความเหนื่อยล้านั้นได้ คนบนโลก TikTok เลยแชร์คลิปการนอนบนเตียง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ผ้าห่มหลายผืนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น (Cozy) พร้อมติด #BedRotting และ #InBedRotting แต่หลังจากเทรนด์นี้ถูกพูดถึงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายสาขาได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้น เจสซี โกลด์ (Jessi Gold) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้โพสต์คลิปลง TikTok พร้อมให้ความรู้ว่า ‘มันเป็นเรื่องปกติที่จะนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ตราบใดที่คุณรู้ตัวว่าทำมันไปเพื่ออะไร และควรหาวิธีรับมือกับความเหนื่อยล้าในรูปแบบอื่นด้วย’ โดยสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกกังวลกับเทรนด์นี้เพราะว่า การนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวจนติดเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสัมพันธ์กับโรคบางอย่างได้ด้วย การนอนนิ่งหรือการอยู่กับที่เดิมนาน ๆ มักถูกเรียกว่า ภาวะเนือยนิ่ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 937 days ago
Read More26/06/2023
ฟินแลนด์ผุดแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์ที่แรกของโลก’ หวังให้ผู้คนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ต่างอะไรกับอวัยวะที่ 33 แทบจะจำเป็นกว่ากุญแจบ้านหรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินพอดีส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น อาการออฟฟิศซินโดรม อาการด้านดวงตา ภาวะความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งแคมเปญที่ Hack for Health เอามาฝากน่าจะพอช่วยคุณได้ หน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศฟินแลนด์ได้สร้างแคมเปญการท่องเที่ยวแบบปลอดมือถือขึ้นที่เกาะ Ulko-Tammio ตั้งอยู่ในทะเลบอลติก (Baltic sea) นอกชายฝั่ง Hemina ทางตะวันออกของอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำกับทะเลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในเกาะได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะ Ulko-Tammio ยังมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์’ หรือ ‘เกาะปลอดมือถือ’ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศฟินแลนด์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ของเกาะจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวปิดมือถือหรืองดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาที่พักผ่อนอยู่บนเกาะ หรือถ้าใครห้ามใจไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีสติกเกอร์สำหรับแปะที่หน้าจอมือถือเพื่อช่วยให้คุณไม่สามารถเห็นหรือรับรู้เรื่องราวบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยเหตุผลที่แคมเปญเกาะออฟไลน์แห่งนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ลดการใช้มือถือ ได้สัมผัสและโฟกัสกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมบนเกาะมีตั้งแต่การเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ว่ายน้ำ และไปส่องนก จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ และปัญหาอื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการหยุดใช้โซเชียลมีเดียจึงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายสมองและจิตใจจากข่าวหรือข้อมูลที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ที่มา:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 961 days ago
Read More28/04/2023
OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ แพลตฟอร์มที่ช่วยฟื้นฟูจิต ฮีลใจ ไม่ต้องออกจากบ้านก็คุยกับผู้เชี่ยวชาญได้
ความเศร้า ความเครียด ความรู้สึกวิตกกังวล หรือแม้แต่ความเบื่อหน่ายเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ทุกคนต้องเคยเผชิญ แต่ปัจจัยและปัญหาในชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน อย่างเรื่องงาน ความสัมพันธ์ สถานะทางการเงิน และการใช้ชีวิตอาจนำไปสู่อารมณ์ด้านลบเรื้อรังและปัญหาสภาพจิตใจที่รุนแรงขึ้น อย่างโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือแม้แต่การหมดไฟในการทำงาน ซึ่งทำให้ความสุขและคุณภาพชีวิตของเราลดต่ำลง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าหากมีพื้นที่ที่คุณสามารถระบายทุกความคิดที่คุณเก็บเอาไว้กับตัวเอง ที่ไม่กล้าบอกใคร หรือไม่มีคนที่คุณรู้สึกว่าสามารถเล่าให้ฟังได้อย่างสบายใจ หรือแม้แต่ความลับบางอย่างที่น่าอึดอัดใจ OOCA แพลตฟอร์มเพื่ออารมณ์และสุขภาพจิตที่ดีช่วยคุณได้ ด้วยทีมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับอารมณ์และความรู้สึก บทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาแฮกวิธีดูแลสุขภาพจิตที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ OOCA ปรึกษาปัญหาใจ คุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ ≠ ผิดปกติ แม้ว่า ณ ปัจจุบันจะเป็นโลกยุคดิจิทัลที่เปิดกว้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอคติที่ว่า “การคุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ = ผิดปกติหรือน่าอาย” ยังคงอยู่กับคนไทย แม้แต่ในคนรุ่นใหม่เอง หรือบางคนที่ไม่ได้มีชุดความคิดแบบนั้น แต่ก็กังวลการถูกตัดสินจากคนใกล้ตัวก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ซึ่ง Hack for Health ขอให้คุณทลายความกลัวและล้างความเชื่อนี้ออกไป เพราะการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยานั้นไม่ต่างอะไรจากการที่คุณรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายหรือกินอาหารที่มีประโยชน์ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการดูแลสุขภาพจิตหรือเป็นสเต็ปในการแก้ปัญหาทั่วไปสเต็ปหนึ่งแค่นั้นเลย โดยการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยให้คุณเข้าใจปัญหา อารมณ์ที่เกิดขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1020 days ago
Read More27/04/2023
“วันนี้ลองพูดคุยกับใครสักคนนะ” ฟีเจอร์บน YouTube เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง
การทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาในสังคมที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งแพลตฟอร์มของสื่อและแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทต่อสุขภาพจิตของผู้คนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ระดับโลกอย่าง YouTube ก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยกรองเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตาย ฟีเจอร์นี้เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงตายต่อการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเองที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและ YouTube ซึ่ง Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักฟีเจอร์นี้ให้มากขึ้น รวมถึงวิธีใช้งานฟีเจอร์เบื้องต้น Trigger Warning “เนื้อหาที่อาจมีหัวข้อเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเอง” ตัวผู้เขียนเองไปบังเอิญเจอกับฟีเจอร์นี้เวลาเข้าไปฟัง Podcast หรือชมวิดีโอที่อยู่ในหมวดสืบสวนสอบสวน ซึ่งหากเนื้อหาในสื่อที่คุณกำลังจะดูมีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อย่างการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง แอปพลิเคชันจะป๊อปอัปข้อความเพื่อเตือนคุณก่อนวิดีโอจะเริ่มเล่น ซึ่งมีให้กดยกเลิกและยอมรับ หากเป็นบนเว็บไซต์จะขึ้นคำเตือนและมีปุ่ม “ฉันเข้าใจและต้องการดำเนินการต่อ” หากคุณกด “ยกเลิก” วิดีโอจะไม่เล่นและย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า หากคุณกดคำว่า “ยอมรับ” วิดีโอจะเริ่มเล่น โดยที่บริเวณใต้คำอธิบายวิดีโอจะปรากฏหน้าต่างดังภาพนี้ ซึ่งหากคุณกดปุ่มโทร แอปพลิเคชันจะขึ้นเบอร์ 1323 ที่เป็นเบอร์สายด่วนกรมสุขภาพจิตที่สามารถโทรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ประโยชน์ของฟีเจอร์ Trigger Warning เกี่ยวกับเนื้อหาที่มีการฆ่าตัวตาย อินเทอร์เน็ตเป็นโลกกว้างที่มีข้อมูลต่าง ๆ ให้คุณสืบค้น ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตยังเป็นแหล่งข้อมูลที่มีทั้งขาว เทา และดำ ในแต่ละปีมีคนค้นหาวิธีในการฆ่าตัวตายหลายล้านครั้ง แน่นอนว่าคลังวิดีโอของโลกอย่าง YouTube ก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1021 days ago
Read More09/01/2023
โรงเรียนในรัฐซีแอตเทิลฟ้องบริษัทโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นตัวการของ ‘วิกฤติสุขภาพจิต’ ในเด็ก!
โรงเรียนในรัฐซีแอตเติล (Seattle) สหรัฐอเมริกายื่นฟ้องบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโซเชียลมีเดีย ได้แก่ TikTok, Facebook, Instagram, Youtube และ Snapchat โดยระบุว่า บริษัทเหล่านี้เป็นสาเหตุของวิกฤติสุขภาพจิตในหมู่วัยรุ่นชาวอเมริกันภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1129 days ago
Read More08/05/2019
งานวิจัย โซเชียลมีเดียมีผลต่อความพอใจในชีวิตของวัยรุ่นเพียง 1% เท่านั้น!
ระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดียอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นน้อยกว่าที่เราคิด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวว่าแท้จริงแล้วโซเชียลมีเดียมีผลต่อความพึงพอใจในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่ 1% เท่านั้น ส่วนอีก 99% มาจากครอบครัว เพื่อน และชีวิตในโรงเรียน ก่อนหน้านี้เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องโซเชียลมีเดียส่งผลต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นมาเป็นเวลานาน และคนส่วนมากก็มองสาเหตุของปัญหาไปที่ระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดีย แต่ศาสตราจารย์ Andrew Przybylski และ Amy Orben จาก Oxford ทำการสำรวจในวัยรุ่น 12,000 คน กล่าวว่าความพึงพอใจในชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมมากกว่าโลกออนไลน์ถึง 99.75% และอีก 1% คือผลกระทบที่ได้จากโซเชียลมีเดีย ทีมวิจัยจึงตั้งคำถามต่อว่างั้นที่จริงแล้ว โซเชียลมีเดียเป็นตัวการที่ทำให้วัยรุ่นไม่พอใจในชีวิตของตนเอง หรือ เพราะวัยรุ่นไม่พอใจในชีวิตของตนเองจึงใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นกันแน่ พวกเขาจึงทำการสอบถามวัยรุ่นที่มีอายุ 10-15 ปี ในปี 2009-2017 หลายพันคน ถึงระยะเวลาที่พวกเขาเล่นโซเชียลมีเดีย และผลกระทบต่อความพอใจในการใช้ชีวิต พบว่าเด็กผู้หญิงจะได้รับผลกระทบจากโลกโซเชียลมากกว่าเด็กผู้ชาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่มีค่ามากพอที่จะนำมาคิดเป็นเชิงสำคัญทางสถิติ (หรือจะว่าง่ายๆการเล่นโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานไม่ได้ทำให้เด็กๆสุขภาพจิตเสียมากเท่าที่เราเข้าใจกัน) แต่เราก็ไม่ปฏิเสธว่าโลกออนไลน์ทำให้ความพอใจในชีวิตของวัยรุ่นลดลงไปจริงๆ นักวิจัยจึงพุ่งเป้าไปที่วิธีการใช้โซเขียลมีเดียของเด็กวัยรุ่น ว่าพวกเขาใช้งานแอปต่างๆอย่างไร ทั้งนี้พวกเขาเดินหน้าที่จะเข้าพบกับเจ้าของบริษัทสื่อโซเชียลต่างๆ เพื่อขอข้อมูลการใช้งานในวัยรุ่นเพื่อหาประเด็นที่แน่ชัดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขาต่อไป อ้างอิงNatnaree TK | 2471 days ago
Read MorePR Partners
See All06/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 5 days ago
Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรรมสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช05/02/2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !
กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More03/02/2026
กลับมาอีกครั้ง ! กับงานสัมมนาแห่งปี ‘Future Trends Ahead Summit 2026’
กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจและการตลาดกันอีกครั้งครับ สำหรับงานสัมมนาที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Future Trends Ahead Summit 2026’ ซึ่งปีนี้กลับมาพร้อมกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ภายใต้ธีม ‘Thriving Beyond The Storm’ หรือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจฝ่าฟันพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี AI หรือแม้แต่การตลาดที่พลิกผันไปทุกวินาที ความพิเศษของงานในปีนี้คือการถอดรหัสเนื้อหาอันเข้มข้นมาจากหนังสือ ‘Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill’ มาขยายความบนเวทีจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกกว่า 14 แห่ง ได้แก่ หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Accenture, InnovestX, Ipsos, TrendWatching และโรงพยาบาลศิริราช ที่มาร่วมกันกลั่นกรองข้อมูลจนได้ออกมาเป็น 12 เทรนด์ประเทศไทย และ 12 เทรนด์ธุรกิจ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญให้เรานำไปปรับใช้กับองค์กรได้ทันที ภายในงานวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ Paragon Hall ชั้น 5…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More03/02/2026
แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ
ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูทแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น ทีมงานจะไม่ใช่แค่คนรับจ้างทำ แต่เป็นโคชที่จะแนะวิธีใช้เครื่องมือลับและ AI บน Canva ให้คุณลงมือกู้ชีพงานด้วยตัวเอง จากไฟล์งานที่นอนแน่นิ่ง จะกลับมามีชีวิตชีวา พร้อมคืนความมั่นใจให้เจ้าของงานอีกครั้ง ปฏิบัติการนี้ไม่ได้อยู่แค่ในบูท แต่ Canva จับมือกับ ริทัศน์บางกอก (RTUS-Bangkok) ลงพื้นที่จริง ณ ซอยพระยาสิงหเสนี ย่านหัวลำโพง ด้วยการใช้พลังแห่งดีไซน์พลิกโฉมร้านค้าเก่าแก่กว่า 10 แห่ง ให้กลับมาโมเดิร์นน่าแวะเวียน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ดั้งเดิม เปลี่ยนตรอกที่เคยเงียบเหงา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 8 days ago
Read More
























