Tags
| โรงเรียน
20/06/2023
ลุกนั่ง-สก็อตจัมป์ บทลงโทษโรงเรียนไทยที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่เคยจำ ทำไมถึงอันตราย?
ในแต่ละปี ประเทศไทยมักจะมีข่าวการบาดเจ็บหรือแม้แต่การเสียชีวิตจากการถูกทำโทษในสถานศึกษา ไม่ว่าจะโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ หนึ่งในบทลงโทษที่แสนเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยอันตรายหากไม่ได้ผ่านการคิดไตร่ตรองก่อน คือ การทำโทษด้วยการลุกนั่งหรือสก็อตจัมป์เป็นจำนวนหลายครั้ง โดย Hack for Health จะพามาทำความรู้จักกับบทลงโทษนี้กัน FYI: ลุกนั่ง = สควอท (Squat) ต่างจาก สก็อตจัมป์ หรือ สควอทจัมป์ (Squat jump) ที่ทำท่าลุกนั่งคล้ายกัน แต่จะเพิ่มการกระโดดเข้ามาในช่วงลุกขึ้น รู้จักกับการลุกนั่ง/สก็อตจัมป์ให้มากขึ้น ท่าลุกนั่งเป็นท่าการออกกำลังกายแบบบอดีเวท (Bodyweight training) ซึ่งช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลายส่วน ตั้งแต่กล้ามเนื้อสะโพก อุ้งเชิงกราน ต้นขาด้านหน้า น่อง และกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง หากทำอย่างเหมาะสมจะสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ ดีต่อสุขภาพ กระชับสัดส่วน และช่วยเพิ่มการเผาผลาญ พอท่านี้ได้ชื่อว่าเป็นท่าของการออกกำลังกาย เราจึงเห็นการทำโทษของสถาบันการศึกษาไทยในหลายแห่งตามข่าว ทั้งในอดีตและปัจจุบันใช้การลุกนั่งเป็นการทำโทษ โดยบอกหรืออ้างว่าเป็นการออกกำลังกาย เพราะเมื่อทำติดต่อกันมักจะทำให้รู้สึกเมื่อย ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า และสร้างความทรมานให้กับคนที่ทำได้ ทำไมการทำโทษด้วยการลุกนั่ง-สก็อตจัมป์ถึงอันตราย? การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างที่รู้กันว่าอะไรที่มากเกินหรือทำอย่างไม่ถูกต้องย่อมส่งผลเสียได้ การลุกนั่ง-สก็อตจัมป์ก็เช่นเดียวกัน การทำท่าลุกนั่งอย่างไม่ถูกต้อง การออกกำลังกายอย่างถูกต้องนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนที่ตาเห็น แม้ภาพการลุกนั่งของหลายคนก็เป็นแค่การย่อขาและยืนขึ้น แต่ในการทำจริงนั้นมีรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1037 days ago
Read More09/05/2023
ไอเดียแจ่มไฟจราจรรัฐควิเบกไฟเขียวเมื่อขับรถช้าช่วยลดอุบัติเหตุในเขตสถานศึกษา
ไอเดียดีอยากให้มีในประเทศไทยเยอะ ๆ ไฟจราจรในเมือง Brossard รัฐควิเบก ประเทศแคนาดาให้สัญญาณไฟสีเขียวเมื่อคนขับขี่ยานพาหนะความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงช่วยลดอุบัติเหตุในเขตสถานศึกษาได้มากยิ่งขึ้นวรัญญู คงชัย | 1079 days ago
Read More23/02/2023
เกาหลีใต้ ประกาศใช้หนังสือเรียนดิจิทัล ปี 2025 แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางหลักสูตร
กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของเกาหลีใต้ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่าหนังสือเรียนดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งปรับแต่งให้เหมาะกับระดับการศึกษาที่แตกต่างกันจะเริ่มใช้ในปี 2025 โดยเริ่มใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น และนักเรียนชั้นมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย แผนดังกล่าวถูกปรับปรุงขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาที่แตกต่างกันของนักเรียนในแต่ละระดับชั้น โดยใช้ประโยชน์จากเมตาเวิร์ส (Metaverse) และ AI โดยนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 และ 4 รวมถึงมัธยมต้นและมัธยมปลายจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้เรียนจากตำราดิจิทัล ในวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสารสนเทศตั้งแต่ปี 2025 จนถึงปี 2027 ซึ่งทุกโรงเรียนจะใช้ตำราดิจิทัลเล่มเดียวกันทั้งหมด วิธีการใช้ก็ไม่ได้ยาก เช่นวิชาคณิตศาสตร์ จะจัดเตรียมการสอนพิเศษโดยใช้ AI เข้ามาช่วยให้นักเรียนรับมือกับการแก้โจทย์ยาก ๆ ได้ ส่วนหนังสือเรียนภาษาอังกฤษจะใช้เทคโนโลยีการจำเสียงเพื่อช่วยในการฝึกฟังและพูด กระทรวงฯ อยู่ระหว่างหารือว่า จะขยายตำราดิจิทัลให้ครอบคลุมวิชาต่าง ๆ มากขึ้นหรือไม่ ภายในปี 2025 และจะต้องหาครูมากถึง 1,500 คนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาโดยใช้เครื่องมือดิจิทัลมาทำงานควบคู่กันไปด้วย ข้อดีของการใช้ตำราเรียนดิจิทัล คือ เมื่อมีนักเรียนป่วย หรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้ สามารถศึกษาเรียนตามเพื่อนในชั้นเรียนได้ทัน ภายใต้เนื้อหาการสอนเดียวกัน โดยตำราดิจิทัลจะใช้งานผ่านแท็บเล็ต ในรูปแบบเดียวกับอีบุ๊กซึ่งเนื้อหาภายในจะไม่ต่างจากหนังสือเรียนที่เป็นกระดาษมากนัก แต่จะเพิ่มสื่อมัลติมีเดีย เช่น วิดีโอภาพและเคลื่อนไหว พร้อมเสียง…พนิตา สืบสมุทร | 1154 days ago
Read MorePR Partners
See All22/04/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 6 hours ago
ทิ้งให้ถูกที่ ดีต่อโลก ดีต่อใจ ! เปลี่ยนขยะ E-Waste เป็นสิทธิพิเศษง่าย ๆ กับ True App
ในวันที่ขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 'การตัดสินใจเล็ก ๆ ของเรา' มีพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าที่เคย เนื่องในวันคุ้มครองโลก 2569 หรือ Earth Day 2026 ภายใต้แนวคิด 'Our Power, Our Planet' ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าบทบาทเทคคอมพานีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 10 แบรนด์ ยกระดับโครงการ 'E-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ' สู่ Digital Ecosystem เต็มรูปแบบบน17/04/2026
แค่ความเก่งอาจไม่พอ ! เปิด 15 Insights ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน “PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026”
งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 (PPC2026) จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultant งานของคนทำงานแห่งปีได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบรรยากาศสุดคึกคักท่ามกลางคนทำงานหลายพันคน พร้อม Speakers จากหลากหลายวงการมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งผู้บริหารระดับแนวหน้า, HR, นักจิตวิทยา และนักแสดงชั้นนำ หัวใจสำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจ ‘People Performance’ ควบคู่ไปกับการยกระดับ ‘Human Intelligence’ ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการเวลา พลังงาน ความคิด และการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อเปลี่ยน ‘คนทำงาน’ ทั่วไป ให้กลายเป็น ‘คนที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง’ จากหลาย Sessions สุดเข้มข้นบนเวทีที่ครอบคลุมเรื่อง ‘Life’ และ ‘Work’ รวมถึง Workshops ที่เน้นการลงมือทำจริง “ คนที่ไปต่อได้ในวันนี้ไม่ใช่แค่ทำงานเป็นแต่ต้องบริหารตัวเองเป็นด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 5 days ago
Read More17/04/2026
หัวเว่ย คลาวด์ เร่งขับเคลื่อนการใช้งาน AI ในภาครัฐไทย โชว์ความสำเร็จในการยกระดับบริการสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม
หัวเว่ย คลาวด์ เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ในการยกระดับบริการสาธารณะ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการกำกับดูแล และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ภายในงาน Huawei Cloud AI Boost Day - Thailand 2026 ล่าสุด หน่วยงานภาครัฐชั้นนำ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมแบ่งปันกรณีศึกษาความสำเร็จในการนำ AI บน หัวเว่ย คลาวด์ ไปใช้งานจริง เพื่อรับมือกับความท้าทายเชิงปฏิบัติการที่ซับซ้อน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับภาครัฐและประชาชน จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง: เนคเทค ขับเคลื่อน AI ภาษาไทยสู่ภาคปฏิบัติ ในฐานะองค์กรวิจัยชั้นนำของประเทศ เนคเทค ได้นำเสนอความเชี่ยวชาญด้าน AI และการประมวลผลภาษาไทยที่สั่งสมมากว่า 20 ปี โดยสามารถต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริงผ่าน หัวเว่ย คลาวด์ ด้วยโซลูชัน “PartiNote” แพลตฟอร์ม AI…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More16/04/2026
เจาะอินไซต์สงกรานต์ 2569 : เมื่อ AI จากทรู เผย “อีสาน” คือหมุดหมายหลัก และ “จีน” ครองบัลลังก์นักท่องเที่ยว
16 เมษายน 2569 – จบลงอย่างคึกคักสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น ใช้เทคโนโลยี Mobility Data และ AI Autonomous Network วิเคราะห์พฤติกรรมมหาชนแบบเรียลไทม์ พบเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ : คนกรุงมุ่งหน้าสู่เมืองรองภาคอีสานพุ่งกระฉูด ขณะที่ Soft Power ไทยยังขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ปรากฏการณ์ “อีสานฟีเวอร์” : แชมป์จุดหมายปลายทางปี 69 ข้อมูลจาก Mobility Data ในช่วง 11–15 เมษายน ระบุว่าปีนี้ 15.5% ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ 4.5% ของภาคตะวันออกนิยมเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้การเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กลายเป็นฮอตสปอตอันดับหนึ่ง จีนเบอร์ 1 เที่ยวไทย ส่วนคนไทยหนีร้อนไปจีน กระแสสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวต่างชาติ (Inbound Roamer) ให้เติบโตขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More















