ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โลกร้อน
Read More

หวั่น “ซูเปอร์เอลนีโญ” 2026 ถล่มแรง ! หลังนักวิทย์ฯ ขยับตัวเลขโอกาสเกิดแตะ 90% เตรียมรับมือภัยแล้ง ร้อนขั้นสุด

ช่วงนี้หลายคนอาจจะเริ่มสังเกตได้ว่าความปรวนแปรของสภาพอากาศทั่วโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างหนัก ตั้งแต่ข่าวใหญ่ธารน้ำแข็งแตกที่ชายแดนเนปาล-ทิเบต ไปจนถึงภัยน้ำหลากที่วนลูปเกิดเป็นประจำในไทย แต่ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงเศษเสี่ยวเดียวของความรุนแรง หากซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ของจริงมาถึง ล่าสุดวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา NOAA หรือ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration) และศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ (CPC) สองหน่วยงานด้านสภาพอากาศระดับโลก ออกมาเตือนภัยขั้นสุด หลังพบว่าน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก อุ่นขึ้นผิดปกติ สูงกว่าค่าเฉลี่ยเกิน 3 องศาเซลเซียสไปแล้ว ดันโอกาสเกิด "ซูเปอร์เอลนีโญ" ปี 2026-2027 พุ่งสูงถึง 90% ซึ่งขยับสูงขึ้นจากเดือนมิถุนายนที่ bt beartai ได้เคยรายงานไว้ 69%  ซึ่งถ้าสูงขนาดนี้จริง ๆ ถือว่าเป็นระดับประวัติศาสตร์ความรุนแรงของปรากฏการณ์ที่อาจทุบสถิติที่เคยบันทึกไว้ทั้งหมดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 เป็นต้นมา นอกจากนี้โอกาสที่จะเกิดเอลนีโญระดับความรุนแรงสูงมาก ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปีนี้ยังคงสูงเกิน 90% อีกด้วย ทำให้สถานะการแจ้งเตือนยังคงอยู่ที่ระดับ El Niño Advisory ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ยังเป็นเพียงเอลนีโญ…
03/09/2026

แซม อัลต์แมน CEO OpenAI เผย คุยกับ AI ของพี่ ใช้น้ำน้อยกว่าปลูกอัลมอนด์อีกน้อง !

ล่าสุด แซม อัลต์แมน (Sam Altman) CEO OpenAI ได้ไปออกรายการพอดแคสต์ “Sam Altman on OpenAI’s next model and the AI backlash” ของ อเล็กซ์ ฮีธ (Alex Heath) ซึ่งมีการพูดถึงประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่ Data Center ใช้ในการประมวลผล ChatGPT โดยอัลต์แมนเลือกยกตัวอย่างเปรียบเทียบการใช้ AI กับการปลูกอัลมอนด์ในแคลิฟอร์เนีย อัลต์แมน กล่าวว่า "การถาม ChatGPT ทุก ๆ 38,000 ครั้ง จะใช้น้ำเท่ากับที่ใช้ในการผลิตอัลมอนด์เพียงเม็ดเดียวในแคลิฟอร์เนีย" ซึ่งก่อนหน้านี้อัลต์แมนเคยเปิดเผยไว้ว่า การถาม ChatGPT โดยเฉลี่ยใช้น้ำแค่ประมาณ 0.32 มิลลิลิตรต่อครั้งเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขของ Google ที่ระบุว่าคำถามแบบข้อความของแอปฯ Gemini ใช้น้ำเฉลี่ยราว 0.26 มิลลิลิตรต่อครั้ง และงานวิจัยเมื่อปี 2019…
27/07/2026

เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในอนาคตมนุษย์จะอยู่อย่างไร ?

ทุกวันนี้ โลกกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงมากกว่าเดิม ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า รวมถึงระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป มนุษย์จะใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างไรในอนาคต รายงานล่าสุดจาก IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) ได้ระบุว่า ถึงเราจะยังสามารถลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ แต่ผลกระทบบางส่วนได้เกิดขึ้นแล้วและหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้น นอกจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว มนุษย์ยังต้องเร่ง "ปรับตัว" เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงต่อไปได้ เมืองอาจต้องถูกออกแบบใหม่  ถ้าหากในอนาคตอุณหภูมิยังคงที่สูงขึ้น เมืองต่าง ๆ อาจต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อให้ผู้คนยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดความร้อน สร้างระบบกักเก็บน้ำเพื่อรับมือน้ำท่วม ใช้วัสดุสะท้อนความร้อนกับอาคาร รวมถึงออกแบบบ้านและสิ่งปลูกสร้างให้รองรับคลื่นความร้อนและสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น IPCC ได้มองว่า การลงทุนเพื่อการปรับตัวเหล่านี้ไม่ใช่เพียง "ทางเลือก" แต่เป็นสิ่งที่หลายประเทศจำเป็นต้องทำ หากต้องการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว วิธีทำงานและการใช้ชีวิตอาจเปลี่ยนไป เมื่อวันที่อากาศร้อนจัดเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม หลายประเทศอาจต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น เปลี่ยนเวลาทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน พัฒนาระบบเตือนภัยคลื่นความร้อน เพิ่มพื้นที่สาธารณะที่มีร่มเงาหรือเครื่องปรับอากาศ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยลดการใช้พลังงานในบ้านและอาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาหารและน้ำจะยิ่งมีความสำคัญ สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้การเพาะปลูกทำได้ยากขึ้น หลายพื้นที่อาจต้องปลูกพืชที่ทนแล้งมากกว่าเดิม เพื่อช่วยให้สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำเทคโนโลยีทางการเกษตรมาใช้มากขึ้น…
Worawalan | 71 days ago
Read More
30/06/2026

ยุโรปร้อนจัด ยอดใช้แอร์พุ่ง ส่งผลต่อโลกอย่างไรในระยะยาว ?

ประเทศไทยเราเคยชินกับอากาศร้อนเป็นทุนเดิม แม้ปรอทจะพุ่งไปถึง 40 องศาเซลเซียส คนไทยก็ยังสู้ไหว เผลอ ๆ รู้สึกชินไปแล้ว เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน แต่สำหรับประเทศในแถบยุโรปอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี และอีกหลายประเทศแถบนั้น หากต้องเจออุณหภูมิเดือดเบอร์นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก จนนำไปสู่ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นยางในรางรถไฟละลายจากความร้อนจัดในเยอรมนี รัฐบาลต้องพ่นละอองน้ำในที่สาธารณะเพื่อช่วยระบายความร้อน หรืออย่างในปารีส เจ้าหน้าที่ถึงขั้นสั่งห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบซื้อกลับบ้านในที่สาธารณะ และยกเลิกการเดินขบวนไพร์ด (Pride March) เพื่อลดภาระของหน่วยบริการฉุกเฉินที่กำลังทำงานอย่างหนัก ข้อมูลประเมินจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และบริการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus) ระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยร้อนขึ้นเกือบสองเท่าของอัตราเฉลี่ยทั่วโลก ! พอวิกฤตความร้อนรุนแรงขึ้น ทางออกแรกที่ทุกคนนึกถึงคือการเปิดแอร์ แต่รู้ไหมว่าการที่ประชากรในยุโรปพากันแห่ติดตั้งและเปิดแอร์ในช่วงหน้าร้อน นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามคือ เมื่อประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเมืองหนาว ต้องมาเปิดแอร์และใช้ไฟฟ้าอย่างหนักหน่วง จะส่งผลอะไรต่อโลกของเรา ? โครงสร้างและระบบในเมืองหนาว ไม่ได้สร้างมาเพื่อระบายความร้อน ประเด็นแรกคือโครงสร้างของยุโรปไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระบายความร้อน ตึกและบ้านเรือนในยุโรปส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ยุคอดีตเพื่อ ‘กักเก็บความร้อน’ (Insulation) เอาไว้ต่อสู้กับความหนาว รวมถึงตึกหรือบ้านที่ตั้งใจสร้างหน้าต่างบานใหญ่จำนวนมากเพื่อเปิดรับแดดอุ่น ๆ ในช่วงหน้าหนาว ซึ่งมีโอกาสกลายเป็นเรือนกระจกที่ร้อนอบอ้าวแทนในช่วงนี้ ดังนั้น เมื่อเจออากาศร้อน ตึกเหล่านี้จะอมความร้อนไว้หนาแน่นมาก…
26/09/2025

แบคทีเรียที่ผลิตออกซิเจน 1 ใน 3 ของโลกอาจหายไปเพราะอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น

ภายใต้ผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรทั่วโลก มีสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ชื่อว่า โพรคลอโรค็อกคัส (Prochlorococcus) อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน พวกมันคือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ที่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจกว่า 1 ใน 3 ของออกซิเจนบนโลกมานานนับล้านปี อาจกำลังหายไปจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อดั้งเดิมในหมู่นักวิทยาศาสตร์ คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและปรับตัวเก่งอย่างแบคทีเรียชนิดนี้ น่าจะอยู่รอดและเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะโลกร้อน แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology กลับพบผลลัพธ์ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ใช้เวลากว่าทศวรรษวิเคราะห์ข้อมูลจากเซลล์แพลงก์ตอนพืชกว่า 8 แสนล้านเซลล์ ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่ค้นพบก็ได้ลบล้างสมมติฐานเดิมที่เชื่อกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาพบว่า โพรคลอโรค็อกคัสจะเติบโตและแบ่งตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อเดิมที่ว่าโลกร้อนไม่กระทบกับแบคทีเรียชนิดนี้ แถมยังส่งผลดีด้วย แต่พฤติกรรมการเติบโตนี้มีขีดจำกัด เพราะเมื่ออุณหภูมิแตะ 28 องศาเซลเซียส หรือเกินจากนี้ไปเพียงเล็กน้อย อัตราการแบ่งตัวของมันจะเปลี่ยนไป โดยไม่ได้แค่ชะลอลง แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมวิจัยนำ ‘กฎ 28 องศา’ ที่เพิ่งค้นพบนี้ ป้อนเข้าไปในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก โดยสมมติสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ แบบจำลองทำให้เห็นว่า มหาสมุทรส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลผลิตมวลชีวภาพ (Biomass Production)…
06/08/2025

[บทความ] เมื่องานวิจัยชี้ว่าการแก้ปัญหามลพิษในเอเชีย อาจเร่งให้โลกร้อนเร็วขึ้น

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลายคนคงรู้สึกว่าภาวะโลกร้อนนั้นรุนแรงและมาเร็วกว่าที่คิด เราได้เห็นสถิติปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคยสงสัยไหมว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างมัน "เร่งสปีด" ขึ้นขนาดนี้ ? คำถามนี้ได้กลายเป็นปริศนาสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังหาคำตอบ ล่าสุด งานวิจัยชิ้นใหม่ได้ชี้ไปที่คำตอบที่อาจฟังดูย้อนแย้งที่สุด คือ การที่เราจริงจังกับการลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในจีนและเอเชียตะวันออก อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้นเร็วกว่าเดิม ปริศนาอุณหภูมิที่พุ่งไม่หยุด ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยมองว่าสาเหตุอาจมาจากการควบคุมการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ในอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่มาตรการนี้เพิ่งเริ่มจริงจังเมื่อปี 2020 ผลกระทบจึงยังไม่มากพอที่จะอธิบายทุกอย่างได้ ขณะที่นักวิจัยจาก NASA ก็ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของเมฆ ทั้งการลดลงของเมฆในเขตร้อนชื้นหรือเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน แต่มีจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป นั่นคือ ความพยายามอย่างมหาศาลของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ เพื่อสุขภาพของประชาชน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ภูมิภาคนี้ลดการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงได้ถึง 75% และที่น่าสนใจคือ ช่วงเวลาที่ความพยายามนี้เข้มข้นขึ้น กลับเป็นช่วงเดียวกับที่โลกร้อนเริ่มเร่งสปีดพอดี เมื่อ "เกราะกำบัง" จากมลพิษจางหายไป เผยให้เห็นผลกระทบแท้จริง งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิทยาศาสตร์ 8 ทีมทั่วโลก และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน มลพิษในอากาศที่ผ่านมานั้น ทำหน้าที่เหมือน "เกราะ" ที่คอยบดบังผลกระทบที่แท้จริงของภาวะโลกร้อนเอาไว้ และเมื่ออากาศสะอาดขึ้น "หน้ากาก" ที่ว่านี้ก็ถูกถอดออก เผยให้เห็นความรุนแรงของปัญหาที่ซ่อนอยู่ แม้ว่ามลพิษทางอากาศจะเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพ…
10/06/2025

ภาพถ่ายดาวเทียมเผย ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มแตกออกจากกัน อาจกระทบเพนกวิน 2 ล้านตัว

ภาพถ่ายดาวเทียมภาพใหม่ที่น่าทึ่งได้เปิดเผยว่า A23a ซึ่งเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน กำลังเริ่มแตกออกเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ นับพันชิ้น หลังจากที่มันติดอยู่ใกล้กับเกาะที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในแอนตาร์กติกา อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี กว่าที่ภูเขาน้ำแข็งมหึมานี้จะละลายหายไปทั้งหมด การเดินทางอันยาวนานของ A23a "ภูเขาน้ำแข็งมหึมา" A23a มีฉายาว่า "เมกะเบิร์ก" (Megaberg) ปัจจุบันมีพื้นที่ผิวประมาณ 3,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเกาะลองไอส์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้แตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์-รอนเน (Filchner-Ronne Ice Shelf) ตั้งแต่ปี 1986 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ส่วนใต้น้ำของมันก็ได้เกยเข้ากับพื้นทะเล ทำให้มันติดอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2023 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็หลุดเป็นอิสระและเริ่มเคลื่อนที่ออกจากทวีปแอนตาร์กติกาเป็นครั้งแรก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา A23a ครองตำแหน่ง "ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก" อยู่หลายครั้งสลับกับภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ๆ และกลับมาครองตำแหน่งนี้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2023 ในช่วงต้นปี 2024 การเดินทางของ A23a ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อเข้าไปติดอยู่ในกระแสวนในมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทำให้มันหมุนอยู่กับที่เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะหลุดออกมาได้ในเดือนธันวาคม 2024 และมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านช่องแคบเดรก (Drake Passage) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม…
04/06/2025

นักวิจัยชี้ ! ปลูกป่าช่วยโลกเย็นลงได้จริง แต่ยังไม่พอที่จะชดเชยผลกระทบจากฝีมือมนุษย์

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ (UC Riverside) ชี้ว่าการฟื้นฟูป่าที่สูญหายตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมอาจทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกลดลงราว 0.34 °C หรือประมาณหนึ่งในสี่ของอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นแล้ว ตามแบบจำลองที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากฝีมือมนุษย์ ในปัจจุบัน เชื่อกันว่าโลกของเราได้สูญเสียต้นไม้ไปเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 3 ล้านล้านต้น นับตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งทีมนักวิจัยได้สร้างแบบจำลองสมมุติให้มีการเพิ่มพื้นที่ป่าราว 12 ล้านตารางกิโลเมตร หรือเกือบ 1.35 เท่าของสหรัฐฯ ใกล้เคียงกับการปลูกต้นไม้ 1 ล้านล้านต้น หากฟื้นฟูป่าได้ตามสมมุติฐานนี้ อุณหภูมิโลกจะลดลง 0.34 °C ซึ่งอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะลบล้างความร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยฝีมือของมนุษย์ บ็อบ อัลเลน (Bob Allen) นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศและหัวหน้าทีมวิจัย UC Riverside ให้ความเห็นว่า การปลูกป่าไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่ก็เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการลดการปล่อยมลพิษอย่างจริงจัง ประโยชน์ของต้นไม้ที่มากกว่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ต้นไม้ยังปล่อยสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ตามธรรมชาติ (BVOCs) ที่ไปจับกับก๊าซอื่น ๆ ในบรรยากาศ ก่อตัวเป็นละอองขนาดเล็ก ซึ่งช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์และกระตุ้นการก่อตัวของเมฆ สองกระบวนการนี้ช่วยลดความร้อนของโลกได้ ซึ่งโมเดลในการคำนวณสภาพอากาศส่วนใหญ่ไม่ได้รวมทั้งสองคุณสมบัตินี้เข้าไป หากรวมเข้าไปจะทำให้ผลลัพธ์ของการเพิ่มพื้นที่ป่าในการลดอุณหภูมิโลกชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ แบบจำลองสมมุติในงานวิจัยนี้ยังพบด้วยว่าการปลูกป่าสามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองภายในชั้นบรรยากาศในภูมิภาคซีกโลกเหนือได้ 2.5 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยยอมรับว่าสถานการณ์จำลองในงานวิจัยนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้…
11/03/2025

MIT เตือน ! ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียม และอาจทำให้มันชนกันแบบไม่สิ้นสุด

เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักจะนึกถึงโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรืออากาศแปรปรวน ซึ่งเกิดขึ้นบนพื้นโลก หรือบรรยากาศที่เราสัมผัสได้ แต่ใครจะไปคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะส่งผลต่อการโคจรของดาวเทียมได้ด้วย ดาวเทียมเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ทั้งในแง่การสื่อสาร นำทาง พยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งในระบบการเงินและการธนาคาร งานวิจัยล่าสุดจาก MIT ได้เปิดเผยการค้นพบผ่านวารสาร Nature Sustainability ว่า ก๊าซเรือนกระจกส่งผลต่อชั้นบรรยากาศ “เทอร์โมสเฟียร์” (Thermosphere) ซึ่งเป็นชั้นที่ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรอยู่ และอาจทำให้เกิดการชนกันของดาวเทียม ปรากฏการณ์เรือนกระจกอาจทำให้ดาวเทียมชนกัน อย่างที่เรารู้กันว่าก๊าซเรือนกระจกนั้นถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น ในลักษณะคล้ายกับโดมที่ครอบโลกของเราไว้ สร้างผลกระทบในแง่ของอุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ซึ่งการสะสมของก๊าซเรือนกระจกทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ลดลง ชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์มีระดับความสูง 90–800 กิโลเมตรเหนือโลกของเรา และมีความหนาแน่นสูง ซึ่งนอกจากที่เราจะใช้ชั้นบรรยากาศนี้ในการสร้างวงโคจรของดาวเทียมแล้ว เมื่อดาวเทียมสิ้นอายุการใช้งานและตกลงสู่พื้นโลก เศษซากดาวเทียมเก่าจะถูกเผาไหม้ผ่านความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศ ลดความเสี่ยงการชนกันของวัตถุในวงโคจรเดียวกัน ดังนั้น เมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ดาวเทียมที่ปลดระวางจะคงเหลือเศษซากอยู่ในวงโคจร จนอาจเกิดการชนกันของดาวเทียม ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกได้ ภัยคุกคามจากการสะสมของเศษซากในอวกาศ ปัจจุบันมีดาวเทียมมากกว่า 10,000 ดวงที่โคจรรอบโลกในวงโคจรระดับต่ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การนำทาง และการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม แม้ท้องฟ้าที่เรามองเห็นว่าช่างแสนกว้างใหญ่นั้นอาจกำลังถูกถมด้วยการเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรอีกมหาศาล จากธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เรียกกันว่า…
02/09/2024

นักวิจัยสิงคโปร์คิดค้นสีที่ทำให้เมืองเย็นลง 1.5 องศาเซลเซียส

เราน่าจะเคยได้ยินเรื่องสีทาบ้านที่ทาแล้วช่วยลดความร้อนกันมาบ้าง แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถทำให้เมืองทั้งเมืองเย็นลงได้ด้วยการทาสี ยิ่งในเขตร้อนชื้น อย่างประเทศไทย และกรุงเทพฯ งานวิจัยนี้ได้ทดลองนำสีชนิดใหม่ที่คิดค้นขึ้นไปทาตามจุดต่าง ๆ ของเมือง อย่างกำแพง หลังคา ถนน และทางเท้า ซึ่งทีมนักวิจัยได้เก็บข้อมูลการไหลเวียนอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และรังสียูวีเป็นเวลากว่า 2 เดือน เปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ที่ทาสีชนิดใหม่ และพื้นที่ที่ไม่ได้ทา จากการสรุปข้อมูลพบว่าพื้นที่ที่ทาสีระบายความร้อนจากสิ่งก่อสร้างได้ดีกว่าพื้นที่ที่ไม่ทาสีถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดอุณหภูมิได้มากสุด 2 องศาเซลเซียสในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน เมื่อเทียบหลังคาปกติ กับหลังคาที่ทาสีชนิดนี้ พบว่าหลังคาที่ทาสีชนิดนี้สามารถสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ และสะสมความร้อนลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน โดยสิ่งที่ทีมนักวิจัยได้ใส่เข้าไปในสีชนิดนี้ คือสารเคมีที่ช่วยสะท้อนความร้อน ซึ่งช่วยให้พื้นที่เมืองเหมาะกับการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตมากขึ้น งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยชิ้นแรกในโลกที่มีการทดสอบให้เห็นชัดเจน ว่าสีทาภายนอกสามารถช่วยลดอุณหภูมิของอาคารและพื้นที่ต่าง ๆ ได้จริง ซึ่งการใช้สีกลุ่มนี้ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่อาจช่วยให้ที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในเมืองน่าอยู่มากขึ้น ท่ามกลางภาวะโลกเดือดที่รุนแรงมากขึ้นทุกวัน
26/06/2024

บางจากจัดงาน ครบรอบ 3 ปี Carbon Markets Club คลับรักษ์โลก โลกเดือดเป็นเรื่องที่ต้องกลัว

ต่างรู้กันอย่างดีว่าในตอนนี้โลกของเราได้ก้าวข้ามจากคำว่า 'โลกร้อน' เป็น 'โลกเดือด' แล้วในตอนนี้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้เกิดภัยธรรมชาติ บางจากจึงได้จัดงาน ครบรอบ 3 ปี Carbon Markets Club ชวนรุก รับ ปรับตัว รับมือยุคโลกเดือด ในงาน “READY, SET, NET ZERO” มาสร้างองค์ความรู้เพื่อองค์กร และประชาชนตระหนักรู้เรื่อง Net Zero
17/01/2024

ผิวสวยแล้ว โลกขอสวยบ้าง แผ่นมาสก์แบบใหม่เพิ่มการบำรุงผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม

การมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์เป็นขั้นตอนการบำรุงผิวที่ดีวิธีหนึ่ง คนที่ดูแลผิวก็ต้องใช้มาสก์อยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำมาจากเยื่อกระดาษผสมพลาสติกที่สามารถกักเก็บสารบำรุงผิว และบรรจุอยู่ในซองพลาสติกอีกทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพ แน่นอนว่าแผ่นมาสก์ และซองใส่แผ่นมาสก์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจะต้องกลายเป็นขยะ หากทิ้งไม่ถูกที่ก็อาจกำจัดได้ยาก และปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมของโลกเรา จากข้อมูลแผ่นมาสก์เหล่านี้ถูกผลิตราว 120,000 ล้านชิ้น/ปีเลยทีเดียว ACS Applied Materials & Interfaces ได้คิดค้นแผ่นมาสก์แบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี และมีคุณสมบัติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าแผ่นมาสก์แบบเดิม โดยนักวิจัยได้ผลิตแผ่นมาสก์หน้าจาก PLA หรือ โพลีแลกติกแอซิด (Polylactic acid) ที่สกัดจากพืช ซึ่งเป็นวัสดุที่กำลังได้รับความนิยมในวงการสิ่งแวดล้อม เพราะมีคุณสมบัติคล้ายกับพลาสติก แต่เป็นมิตรกับโลกมากกว่า หนึ่งในนั้น คือ สามารถย่อยสลายได้ และกันน้ำได้ โดยนักวิจัยได้ใช้เจลาตินผสมกับสารบำรุงผิวยอดนิยม อย่างไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyluronic acid) ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยบำรุงผิว ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ ผสานเข้ากับแผ่นมาสก์ PLA และใช้เทคนิคในเชิงวิศวกรรมสร้างเส้นใย และไมโครสเฟียร์ (รูปแบบการกักเก็บ และปล่อยสารบำรุง) ที่ด้านนอกของแผ่นมาสก์ แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นกับเซลล์ทดลอง  และพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ข้อแรก: หากแผ่นมาสก์ไม่ได้สัมผัสกับผิวหนัง ความชุ่มชื้นในแผ่นมาสก์จะไม่รั่วไหลออกจากแผ่นมาสก์เลย ข้อสอง: การใช้แผ่นมาสก์ที่ถูกใช้วิธีกักเก็บแบบไมโครสเฟียร์จะทำให้ความชุ่มชื้น…
03/01/2024

Eco Anxiety เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อจิตใจ

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-anxiety  คือ ความเครียดที่เกิดขึ้นมา เพราะมีความกังวลเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม  ความกังวลนี้เกิดขึ้นจากการที่เราได้อ่านข่าว ข้อมูล ความรู้ ที่เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือทราบถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และมีความเข้าใจว่าขณะนี้โลกของเรากำลังพบกับปัญหาทางนิเวศมากขึ้น จนกระทั่งทำให้เกิดความวิตก หวาดกลัว กังวล เครียด เกี่ยวกับผลที่ตามมาของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาด้วยนะ อารมณ์ที่จะเกิดขึ้น ก็คือ และถ้าเราปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้กัดกินจิตใจไปเรื่อย ๆ ก็จะส่งผลเสียด้านสุขภาพจิตในระยะยาวได้ ดังนั้นมาจัดการอารมณ์กันดีกว่า เทคนิคการจัดการกับความวิตกกังวล Eco-anxiety    1. ติดตามข่าวได้แต่ต้องมีขีดจำกัด คุณยังสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตข้อมูลความรู้ใหม่ต่อไปได้ เพียงแต่ว่าให้อ่านวันละนิดวันละหน่อยพอไม่ต้องอ่านเยอะมากจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดความเครียดอย่างท่วมท้น  2. มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ รักษาสิ่งแวดล้อม  คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์หรือผลักดันสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกได้ด้วยการเริ่มต้นจากตัวเองเช่น ใช้ถุงผ้า ใช้กระบอกน้ำ ไม่ใช่หลอดแต่ใช่เป็นการยกดื่มแทน วางแผนซื้อรถคันใหม่ก็ตัดสินใจเลือกซื้อรถไฟฟ้า หรืออื่น ๆ   3. ฝึกสติ ฝึกสติด้วยการอยู่กับปัจจุบันขณะ สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ คุมสติโฟกัสอยู่กับปัจจุบัน เพื่อจัดการกับความวิตกกังวล ช่วยลดความเครียด และทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น 4. เข้าร่วมกลุ่มคอมมูคนรักธรรมชาติ เข้าร่วมกลุ่มหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อพูดคุยกับคนที่มีความชอบและศึกษาในเรื่องของวิธีแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม…
Taylor Swift Private Jet
21/12/2023

ฉ่ำ! Taylor Swift ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวบินหา Travis Kelce 3 เดือน ปล่อยคาร์บอนเท่าบ้าน 17 หลังใน 1 ปี!

รายงานพบ Taylor Swift ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวบินไปหา Travis Kelce 3 เดือน ปล่อยคาร์บอน 138 ตัน เท่ากับคาร์อนที่ปล่อยจากบ้าน 17 หลังใน 1 ปี
Climate change could make beer taste worse
02/11/2023

ภาวะโลกรวนกำลังทำให้ ‘เบียร์’ ราคาแพงขึ้น แต่รสชาติแย่ลง

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือที่เรียกว่า “ภาวะโลกรวน” นั้น กำลังทำให้ราคาของเบียร์แพงขึ้น แต่คุณภาพกลับแย่ลง
Halloween chocolate is pricier this year as El Niño hits cacao bean crop
31/10/2023

เปิดสาเหตุราคาโกโก้แพงสยอง! รับเทศกาลฮาโลวีน

สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของ ‘ผลโกโก้’ วัตถุดิบหลักในการผลิตช็อกโกแลต ทำให้ต้นทุนของขนมชนิดนี้พุ่งสูงขึ้นในรอบหลายสิบปี
Saint Lucia's Prime Minister Philip Pierre
Saint Lucia's Prime Minister Philip Pierre / AFP
24/09/2023

ประเทศหมู่เกาะชี้ระดับน้ำทะเลสูงเป็นผลจากความล้มเหลวของประเทศร่ำรวย

นายกรัฐมนตรีเซนต์ลูเซีย กล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ระดับน้ำทะเลและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นความล้มเหลวของประเทศร่ำรวยในการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศ
28/08/2023

ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly

คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…
24/08/2023

รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส​ (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…
19/05/2023

น้ำท่วมหนักในอิตาลี เสียชีวิตแล้ว 13 ศพ ไร้ที่อยู่อีกนับหมื่น หนักสุดในรอบ 100 ปี 

สำนักข่าว BBC รายงานว่า อิตาลีกำลังเผชิญกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ในแคว้นเอมีเลีย - โรมัญญา ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ ไปจนถึงชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งห่างไป 115 กิโลเมตร หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักแค่วันครึ่ง แต่มีปริมาณน้ำฝนกลับเทียบเท่าฝนที่ตกนานถึง 6 เดือน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำอย่างน้อย 23 สาย เอ่อล้นออกจากแนวคันกั้นน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมีรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ศพ ส่วนประชาชนอีกกว่า 13,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ รวมถึงมีเหตุดินถล่มอีกว่า 280 ครั้ง เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นถูกกล่าวโทษว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะโลกร้อน โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนเคยออกมาเตือนก่อนหน้านี้แล้ว ว่าอิตาลีต้องการแผนแห่งชาติเพื่อตอบสนองต่อผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เนลโล มูซูเมซี (Nello Musumeci) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันพลเรือน กล่าวว่า สภาพอากาศเขตร้อนมาถึงอิตาลีแล้ว มีฝนตกสูงถึง 20 เซนติเมตร ภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง บางพื้นที่มีฝนตกถึง 50 เซนติเมตรด้วยซ้ำ “ผืนดินที่แห้งแล้งมานานจนเหมือนปูนซีเมนต์ ทำให้มีขีดความสามารถในการดูดซึมน้ำฝนจำกัดมาก” มูซูเมซีบอกอีกว่า อิตาลีไม่ได้สร้างเขื่อนส่วนภูมิภาคแห่งใหม่มานานกว่า 40 ปีแล้ว และอิตาลีต้องการวิธีทางวิศวกรรมชลศาสตร์ใหม่ ๆ ในการรับมือปัญหาน้ำท่วม…

PR Partners

See All
Read More

ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ระดับโลก สยามพิวรรธน์ เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” อภิมหาโครงการ 10,000 ล้านบาท สานฝันสัญลักษณ์แดนใต้

มงลงภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย สำหรับไอคอนแห่งที่สอง หลังกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้สร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมวงการรีเทลและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกเจ้าของผลงานความสำเร็จอย่าง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงการร่วมสร้างไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เดินหน้าประกาศแผนยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ นำศักยภาพและความเชี่ยวชาญก้าวออกนอกกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก สู่การเนรมิต “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) อภิมหาโครงการเมืองแห่งความรุ่งเรือง มูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท บนทำเลยุทธศาสตร์อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572 ตลอดระยะเวลากว่า 67 ปี สยามพิวรรธน์พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โครงการต้นแบบที่ครองใจผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะความสำเร็จของ
05/10/2026

INSIGNIA ร่วมกับ สยามพิวรรธน์ เปิดประสบการณ์ “A Taste of INSIGNIA” พร้อมมอบไลฟ์สไตล์สุดพรีเมียมระดับโลกสู่ประเทศไทย 

อินซิกเนีย (Insignia) ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล และโซลูชันการชำระเงินระดับอัลตราพรีเมียม ประกาศรุกตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สยามพิวรรธน์ ผู้นำธุรกิจลักเชอรีรีเทลระดับโลก เพื่อส่งมอบประสบการณ์และเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง (HNW) ในประเทศไทย การเปิดตัวภายใต้แนวคิด “A Taste of Insignia” หรือปฐมบทแห่งประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซิฟ (Unlock the World of Insignia) นี้ เป็นการนำเสนอบริการ โซลูชันทางการเงิน และเครือข่ายระดับสากลอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งรวมถึงการเผยโฉม Billionaire Jewellery Card บัตรชำระเงินระดับอัลตราพรีเมียมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมถ่ายทอดห้าองค์ประกอบสำคัญ (5 Pillars) ที่สะท้อนความเป็น Insignia ได้แก่ อิสรภาพ (Freedom) ความพิถีพิถัน (Craftsmanship) ความทุ่มเท (Dedication) การเข้าถึง (Access) และความเป็นไปได้ (Possibility)   การนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษของ Insignia ณ กรุงเทพมหานครครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกับ สยามพิวรรธน์ ผู้นำ เจ้าของ…
05/10/2026

สธ. ร่วมกับ ทรู ทดสอบระบบ Medical Drone ในพื้นที่แม่แจ่ม ขยายผลจากปัวโมเดลสู่แพลตฟอร์มการส่งมอบยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศ

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดกิจกรรมทดสอบการใช้อากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ (Medical Drone) ณ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเป็นการพัฒนาและขยายผลจาก “ปัวโมเดล” ในจังหวัดน่าน เพื่อประเมินประสิทธิภาพการขนส่งยา เวชภัณฑ์ และสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก การพัฒนาระบบและการทดสอบในพื้นที่จริง โครงการดังกล่าวเป็นการยกระดับระบบ True SkyBridge สู่การเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการขนส่งทางอากาศยานไร้คนขับที่ทำงานร่วมกับระบบติดตามภารกิจและข้อมูลแผนที่ภูมิประเทศ โดยมีการทดสอบในพื้นที่อำเภอแม่แจ่มผ่าน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่: แผนการดำเนินงานและการประเมินในระยะถัดไป นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม ของทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุตรงกันว่า เป้าหมายของการทดสอบครั้งนี้คือการเก็บข้อมูลเชิงประเมิน ทั้งด้านความปลอดภัย ระยะเวลาการบิน…
02/10/2026

ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงและการเดินทางที่ไม่สะดวก ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้าภารกิจ “ทรูเพื่อคนไทย” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาของวิกฤต ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมด้วยผู้บริหารนำโดย คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล, คุณชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล และคุณฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้ พร้อมด้วยทีมงานทรูลงพื้นที่เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อส่งมอบความห่วงใยโดยมอบถุงกำลังใจ ตั้งจุดชาร์จไฟที่ 7-11 และมอบซิมทรู ดีแทค แก่พี่น้องประชาชนและชุมชนผู้ประสบอุทกภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “ทรูเพื่อคนไทย” ที่มุ่งดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันและการดูแลด้านการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อกับครอบครัว เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานความช่วยเหลือได้ พร้อมเดินหน้าเคียงข้างชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ผ่านสถานการณ์ไปด้วยกัน เคียงข้างชุมชน ดูแลการสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วม ควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน ทรูยังระดมทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ภาคสนามดูแลโครงข่ายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง…

ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ระดับโลก สยามพิวรรธน์ เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” อภิมหาโครงการ 10,000 ล้านบาท สานฝันสัญลักษณ์แดนใต้

05/10/2026
Read More

INSIGNIA ร่วมกับ สยามพิวรรธน์ เปิดประสบการณ์ “A Taste of INSIGNIA” พร้อมมอบไลฟ์สไตล์สุดพรีเมียมระดับโลกสู่ประเทศไทย 

05/10/2026
Read More

สธ. ร่วมกับ ทรู ทดสอบระบบ Medical Drone ในพื้นที่แม่แจ่ม ขยายผลจากปัวโมเดลสู่แพลตฟอร์มการส่งมอบยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศ

05/10/2026
Read More

ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

02/10/2026
Read More