ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| มะเร็ง
Read More

LED ฆ่าเซลล์มะเร็ง ! เทคนิคการรักษามะเร็งแบบใหม่ ไม่ทำลายเซลล์ดี

อย่างที่เรารู้กันดีว่า การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัด (Chemotherapy) และ การฉายแสง (Radiation therapy) ถือเป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงด้วยภาระต่อสุขภาพของผู้ป่วยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ป่วยง่าย ทำให้ผู้ที่รับการบำบัดทุกข์ทรมาน แต่ล่าสุดมีการคิดค้นวิธีการรักษาแบบใหม่ โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ในออสติน (University of Texas at Austin) ของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยพอร์โต (University of Porto) ในโปรตุเกส ที่ร่วมกันคิดค้นวิธีการฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการใช้แสงอินฟราเรดจากหลอดไฟ LED ร่วมกับการใช้เกล็ดนาโนออกไซด์ดีบุก (SnOx Nanoflakes) ที่สำคัญไม่กระทบสุขภาพ และอาจเข้าถึงง่ายกว่าเดิมเพราะมีราคาถูก LED และเกล็ดนาโน กำจัดมะเร็งยังไง ? วิธีการรักษานี้ทำงานโดยการใช้เครื่องสร้างความร้อนฉายแสงอินฟราเรดจากหลอด LED ไปยังเกล็ดนาโนออกไซด์ดีบุก เมื่อแสงไปกระทบกับกับเกล็ดเล็ก ๆ ก็จะเกิดความร้อนเฉพาะจุดที่เพียงพอในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเซลล์ปกติที่อยู่รอบข้าง   ศาสตราจารย์ จีน แอนน์ อินคอร์เวีย (Jean Anne Incorvia)…
22/06/2025

สตาร์ตอัปญี่ปุ่นผุดชุดตรวจฉี่ ! บอกความเสี่ยงมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องเจาะเลือด

ข่าวดีสุด ๆ สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็ง สตาร์ตอัปญี่ปุ่นชื่อ Craif Inc. (ที่แยกตัวมาจากมหาวิทยาลัยนาโกย่า ก่อตั้งเมื่อปี 2018) ได้พัฒนาชุดตรวจที่ใช้ ปัสสาวะ ในการคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นวิธีที่ ไม่รุกรานร่างกาย แถมยังทำได้ง่ายมาก ๆ อีกด้วย
10/03/2025

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
13/01/2025

ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…
18/01/2023

ปอกเปลือกดูประโยชน์ 5 ผลไม้ตรุษจีน ไหว้ก็เฮง กินก็เฮลตี้

ในช่วงตรุษจีนหลายครอบครัวต้องไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้สำหรับไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลนี้ คือ ผลไม้ ซึ่งผลไม้ตรุษจีนก็มีหลายชนิดและเชื่อกันว่ากินแล้วจะเฮง ส่วนจะเฮงจริงไหมก็ต้องรอดู แต่ที่แน่ ๆ กินแล้วสุขภาพดีแน่นอน เพราะผลไม้เหล่านี้มีสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้หลายชนิด บทความนี้เลยจะชวนคุณมาปอกเปลือก 5 ผลไม้มงคลช่วงตรุษจีนเพื่อดูประโยชน์ต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับความเชื่อกัน 5 ผลไม้ตรุษจีนกับประโยชน์ต่อสุขภาพ แค่เลขก็มงคลแล้ว ส่วนใหญ่ในช่วงตรุษจีนมักจะไหว้ผลไม้เป็นเลขคี่ ซึ่งเราก็จัดมาให้ถึง 5 ชนิดเลยทีเดียว 1. ส้มสีทอง ส้มสีทองหมายถึงความสุข ความโชคดี และโชคลาภ ซึ่งเรารู้กันดีว่าส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารอาหารที่น่าสนใจในส้มก็ต้องเป็น วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ภายในร่างกาย หากเราได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอาจช่วยลดความรุนแรงของโรคหวัด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวด้วย โดยส้มขนาดกลาง 1 ลูกให้วิตามินซีราว 70 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการวันเลยทีเดียว (ผู้ชาย: 90 มก./วัน ผู้หญิง: 75 มก./วัน) การไหว้ส้มสีทองในช่วงเทศกาลจึงช่วยให้คุณผลไม้ที่อัดแน่นด้วยวิตามินซีกินไปสักพักเลย Fun Fact: รู้หรือไม่? ส้มเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี 2. กล้วยหอม…
17/01/2023

สุดช็อก! ‘สูดดมควันธูป’ เสี่ยงปัญหาสุขภาพและมะเร็งไม่ต่างจากบุหรี่

ธูป เครื่องมือสื่อสารทางจิตวิญญาณและความเชื่อที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยและชาวเอเชียมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะพิธีไหน ๆ ไทย จีน หรือแขก ธูปก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ในยุคที่คนหันมาศรัทธาวิทยาศาสตร์มากขึ้น ธูปก็ยังคงอยู่ในวิถีชีวิต แต่คุณรู้รึเปล่าว่า ควันของเครื่องมือสื่อสารชนิดนี้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกว่าที่คิด ในบทความนี้ เราจะพาคุณมารู้จักผลกระทบจากควันธูปที่มากกว่าความรู้สึกแสบตาและฉุนจมูกเวลาไปวัดหรือศาลเจ้ามาให้ได้อ่านกัน ควันธูปกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่ากังวลของโลกในปัจจุบัน คือ ปัญหาโลกร้อน ที่สร้างให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ และหากในสเกลที่เล็กลงมาที่พบเห็นในเมืองใหญ่ คงจะหนีไม่พ้น PM2.5 ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและระบบอื่นของร่างกาย ควันธูปเป็นมลพิษที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น คุณเคยสงสัยไหมว่าภายใน 1 ปี คุณจุดธูปไปกี่ดอก ประเพณีไทยมีกี่เทศกาล วันสำคัญทางความเชื่อมีกี่วัน แต่ละวันเราไหว้อะไรบ้าง ไหว้กี่ครั้ง ครั้งละกี่ดอก ซึ่งยังไม่รวมการสักการบูชาในวันทั่วไปหรือการเผากระดาษเงินกระดาษในช่วงวันตรุษจีน หากลองนึกภาพตามในแต่ละปีคนไทยอาจสร้างมลพิษทางอากาศปริมาณไม่น้อยเลยทีเดียว การจุดธูปเพื่อพิธีกรรมทางความเชื่อที่ทำให้เกิดมลพิษจึงเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่คนไทยควรกังวลและหาทางออกร่วมกัน เพื่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควันธูป เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งและปัญหาสุขภาพ ข้อมูลงานวิจัยหลายชิ้น ทั้งในและต่างประเทศยืนยันว่า การยืนอยู่ท่ามกลางควันธูปแห่งความศรัทธา เราได้สูดดมสารก่อมะเร็งหลายชนิด ทั้งเบนซีน (Benzene) พีเอเอช (PAHs) บิวทาไดอีน และโลหะหนัก (ตะกั่ว โครเมียม นิกเกิล แมงกานีส)…
29/12/2022

เอาใจสายดื่ม ‘ไวน์แดง’ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (ถ้าดื่มแต่พอดี)

ไวน์แดง (Red Wine) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตมาจากการนำองุ่นไปหมักบ่ม ซึ่งองุ่นนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) จากข้อมูลบางส่วนพบว่าการดื่มไวน์แดงอาจดีต่อสุขภาพของคุณ เครื่องดื่มชนิดนี้จึงอาจเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยในวันที่คุณอยากดื่ม แต่กังวลเรื่องสุขภาพ มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะงง เพราะไวน์แดงเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะ จะดีต่อสุขภาพได้อย่างไร ในบทความนี้มีคำตอบ 2 ประโยชน์หลักของไวน์แดงต่อสุขภาพ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บางส่วนพบว่าไวน์แดงมีคุณสมบัติที่อาจส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่ง HfH สรุปมาให้ 2 คุณประโยชน์ด้วยกัน 1. ไวน์แดงมี Resveratrol ที่ช่วยต้านการอักเสบ Resveratrol (เรส-เวอ-เร-ทรอล) เป็นสารอาหารอยู่ในพืชหลายชนิด แต่พบมากในเปลือกขององุ่นแดงที่เป็นวัตถุดิบหลักในการทำไวน์ สารชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เราขอขยายความสารต้านอนุมูลอิสระให้ได้อ่านกันสักนิด เดิมทีร่างกายของเราผลิตสารอนุมูลอิสระ (Free radicals) จากการกระบวนการเผาผลาญเป็นหลัก และปัจจัยภายนอก อย่างการเผชิญกับความเครียด พักผ่อนน้อย สัมผัสกับมลพิษ ควันบุหรี่ กินอาหารที่ไม่ดี หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ หากสารนี้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมร่างกายก็ไม่เกิดผลเสียอะไร แต่ถ้าสารอนุมูลอิสระเพิ่มสูงมากเกินไปก็จะนำไปสู่การอักเสบของเซลล์ และการอักเสบที่เรื้อรังของเซลล์ในส่วนใดส่วนหนึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคได้ ทั้งโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคอื่น…
25/08/2022

Val Kilmer รับอยากกลับไปแสดงเป็น ‘แบทแมน’ อีกครั้ง

หลังจากที่นักแสดง วัล คิลเมอร์ (Val Kilmer) ตัดสินใจกลับมารับบทเป็น 'ไอซ์แมน' อีกครั้ง ในภาพยนตร์ 'Top Gun: Maverick' จนทำให้ผู้ชมหลายคนหายคิดถึงกันไปแล้ว ล่าสุด คิลเมอร์ก็มีความคิดอยากกลับไปสวมชุดอัศวินรัตติกาลอย่าง 'แบทแมน' อีกครั้ง หลังจากที่ตัวเองเคยแสดงไว้ เมื่อ 27 ปีก่อน ล่าสุดคิลเมอร์ได้สนทนาผ่านอีเมลกับ จิม เวชโวดา (Jim Vejvoda) จากสำนักข่าว IGN โดยเวชโวดาถามคิลเมอร์ว่า "ในตอนนี้เรามีหลายจักรวาลเกิดขึ้นมาในโลกภาพยนตร์และหนังสือการ์ตูน นักแสดงที่เคยเล่นเป็นแบทแมนหรือสไปเดอร์แมนในอดีตก็ได้กลับมาร่วมทีมกับคนที่เล่นบทนี้ในปัจจุบันแล้ว แล้วตัวคุณเองสนใจกลับไปเล่นเป็นแบทแมน อีกครั้งไหม?" ซึ่งคิลเมอร์ก็ตอบกลับมาว่า "แน่นอน ได้สิ" ตัวคิลเมอร์นั้นเคยรับบทเป็นแบทแมน ในภาค 'Batman Forever' ปี 1995 ต่อจาก ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) และ อดัม เวสต์ (Adam West) ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาได้แสดงบทบาทนี้เพียงแค่ภาคนี้เท่านั้น เวลาผ่านไป…
07/08/2022

งานวิจัยเผย: ความชราและการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สุดสำหรับการเกิดโรคมะเร็ง

อ้างอิงจากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society: ACS) พบว่า การมีอายุมากกว่า 50 ปีและสูบบุหรี่เป็น 2 ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ในขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงนั้นได้แก่ ดัชนีมวลกาย (BMI) อาหาร การออกกำลังกาย และประวัติการเป็นโรคมะเร็งของคนในครอบครัว
26/06/2022

งานวิจัยชี้วิตามิน E และ Beta Carotene ไม่ช่วยป้องกันมะเร็ง แต่กลับเพิ่มความเสี่ยง!

คณะทำงานพิเศษเพื่อการป้องกันโรค (U.S. Preventive Services Task Force: USPSTF) ได้ระบุคำแนะนำที่อาจสร้างการสั่นสะเทือนในวงการอาหารเสริมว่า การทานวิตามินอี (Vitamin E) และเบต้าแคโรทีน (beta-carotene) นั้นไม่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease: CVD) หรือโรคมะเร็งได้ เนื่องจากไม่พบหลักฐานที่เพียงพอ!
22/06/2021

BioNTech มุ่งเป้าผลิตยารักษาโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี mRNA

ด้วยความสำเร็จของเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) ใช้ในการต่อต้านโควิด-19 ทำให้บริษัทเริ่มมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายต่อไปอย่างการผลิตวัคซีนต่อต้านมะเร็ง ซึ่งไบโอเอ็นเทคเพิ่งเริ่มให้ยาผู้ป่วยในการทดลองระยะที่ 2 แล้ว โดยทดลองทำวัคซีนมะเร็งผิวหนัง ไบโอเอ็นเทคเรียกตัวเองว่าเป็น "บริษัทเจเนอเรชันใหม่ที่บุกเบิกการรักษาโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงอื่น ๆ" ซึ่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี mRNA มีส่วนทำให้เกิดเป้าหมายใหม่ขึ้นมาอย่างการรักษามะเร็ง โดยเรียกชื่อโปรเจกต์ว่า BNT111 เป็นการทดสอบวัคซีน mRNA ร่วมกับยาลิบตาโย (Libtayo) ที่เป็นตัวสร้างแอนติบอดีให้กับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง โดยการทดลองระยะที่ 2 ที่ไบโอเอ็นเทคบอกไว้ มีการรับสมัครผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด 120 ราย ทั้งจากสเปน เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินระยะเวลาการตอบสนองของวัคซีนและแอนติบอดีในผู้ป่วย BNT111 เป็นหนึ่งในวัคซีนมะเร็งที่ออกแบบโดยไบโอเอ็นเทค ภายใต้แพลตฟอร์มฟิกซ์แวค (FixVac) ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จออกมาจริง ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านโรคได้เอง ไม่ต้องอาศัยการรับประทานยาเพื่อบรรรเทาอาการแบบเดิมอีกต่อไป ออสเรม ตูเรซี (Ozlem Tureci) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของไบโอเอ็นเทคกล่าวว่า "การเริ่มต้นทดลองใช้ยาระยะที่ 2 ในครั้งนี้ เรายังคงเดินบนเส้นทางเดิมของเราในการตระหนักถึงศักยภาพของวัคซีน…
09/06/2021

อัตราการเป็นมะเร็งของ ‘สิงโตทะเล’ เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการทิ้งสารเคมีในน่านน้ำแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดมะเร็งในระดับสูงสุดแก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด โดยเฉพาะสิงโตทะเล และนี่ก็เป็นอีกหนึ่เคส เมื่อเหล่าแพทย์จากเดอะ มารีน แมมอล เซนเตอร์ (The Marine Mammal Center) กำลังช่วยเหลือสิงโตทะเลเพศเมียตัวหนึ่งที่มาเกยตื้นบนฝั่งที่ชายหาดแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้ได้ทันทีเลยว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน สิงโตทะเลตัวนี้ได้รับยาระงับประสาทโดยศูนย์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลในซอซาลิโต เมื่อแพทย์ลองอัลตราซาวนด์ดูระบบภายในร่างกายพบว่ามันมีอาการที่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากไตทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง สุดท้าย แพทย์วินิจฉัยว่าสิงโตทะเลตัวนี้ไม่น่าจะรอดชีวิตได้แน่นอน จึงตัดสินใจทำการการุณยฆาต ตามการศึกษาของฟรอนเทียร์ อิน มารีน ไซเอนซ์ (Frontier in Marine Science) ที่ตีพิมพ์ในเดือนธันวาคมกล่าวไว้ว่าโรคที่ไม่สามารถรักษาได้และมักพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคือโรคมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเกือบ 25% ของสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียที่โตเต็มวัยแล้ว มักจบชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งชนิดนี้ จากการศึกษาที่รวมตัวอย่างจากสิงโตทะเลเกือบ 400 ตัว ในระยะเวลา 20 ปียังพบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งดังกล่าวมาจากสารเคมี 2 ชนิดอย่างยาฆ่าแมลง และโพลีคลอริเนตไบฟีนิล ที่ถูกสั่งห้ามใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว นักวิจัยพบว่าสารเคมีดังกล่าวถูกพบในเนื้อเยื่อของสิงโตทะเลและเป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็ง นักวิจัยกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เพราะนับเป็นอัตราการเกิดมะเร็งในสัตว์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่สัตว์จะเป็นมะเร็งได้ แต่โดยปกติแล้วจะเป็นแบบตัวต่อตัวหรืออาจเป็นจำนวนน้อยมาก แต่ในแคลิฟอร์เนีย  พบว่าสิงโตทะเลเป็นมะเร็งที่ระบบทางเดินปัสสาวะค่อนข้างเยอะ เราไม่เคยเห็นตัวเลขที่เยอะขนาดนี้ มันไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย ดังนั้น มลพิษในสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่เราต้องกังวลและย้ำเตือนว่าเราจะต้องใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรให้มากกว่านี้”…
31/03/2021

หุ่นยนต์จิ๋วระดับไมโคร ช่วยส่งยารักษาเนื้องอกในสมอง

นักวิจัยในประเทศจีนพัฒนาหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่เล็กจนถึงระดับไมโครที่สามารถส่งยาไปยังเนื้อเยื่อในสมองของหนูทดลอง เพื่อรักษาเนื้องอกได้ การวิจัยดังกล่าวอธิบายว่าหุ่นยนต์ขนาดเล็กถูกเคลือบด้วยแบคทีเรียอีโคไล ที่เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้ของคนและสัตว์ หากตัวหุ่นยนต์ถูกเคลือบด้วยแบคทีเรียตัวนี้ จะทำให้หุ่นยนต์สามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ได้ด้วยการหลอกระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ตรวจจับได้ จนสามารถเข้าไปรักษาเนื้องอกในสมองได้ โดยไม่ถูกขับไล่จากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั่นเอง อธิบายง่าย ๆ คือหากจะนำยาเข้าไปรักษาในสมองโดยตรงด้วยการใช้หุ่นยนต์ตัวนี้ ขั้นแรกคือจำเป็นต้องผ่านตัวกรองของสมองที่จะคอยสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปสู่สมองให้ได้ก่อน เพราะว่าสมองจะมีตัวกรองที่เป็นเยื่อ โดยจะอนุญาตให้เพียงแค่สารบางอย่างผ่านเข้าไปได้เท่านั้น ซึ่งพอหุ่นยนต์ไมโครตัวนี้เคลือบด้วยเยื่อของแบคทีเลียอีโคไลที่นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งแปลกปลอม ทางเซลล์เม็ดเลือดขาวจะตรวจจับได้ทันทีและกลืนกินมันเข้าไป จนเมื่อถูกเซลล์เม็ดเลือดขาวกลืนกิน มันก็จะเหมือนเป็นเกราะอีกชั้นหนึ่งที่สามารถพาหุ่นยนต์ตัวนี้แล่นผ่านเข้าไปยังเนื้อเยื่อสมองได้ โดยที่ไม่ถูกเยื่อสมองปฏิเสธนั่นเอง หุ่นยนต์จิ๋วไมโครดังกล่าวมีชื่อว่า ‘neutrobots’ (นิวโทรบอต) ถูกสร้างจากวัสดุที่เป็นแม่เหล็ก ทำให้สามารถทำการควบคุมจากระยะไกลด้วยสนามแม่เหล็กจากภายนอกได้ แม้ดูเหมือนยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้างในการใช้งานไมโครบอตตัวนี้ ซึ่งทางซีกวง วู (Zhiguang Wu) นักเคมีจากฮาร์บิน อินสทิทิวบ์ ฟอร์ เทคโนโลยี (Harbin Institute for Technology) ของประเทศจีนอธิบายว่า “อุปสรรคในเลือดและสมองไม่ได้เป็นอุปสรรคเพียงอย่างเดียวสำหรับไมโครบอตทางเรายังต้องหาวิธีที่เป็นไปได้ในการก้าวข้ามอุปสรรคส่วนใหญ่ในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่อหนาแน่นทำให้เคลื่อนย้ายไมโครบอตในร่างกายได้ยาก” ซึ่งหลังจากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดทางทีมวิจัยก็สามารถพาหุ่นยนต์ไมโครเข้าสู่สมองได้สำเร็จด้วยวิธีการที่ได้เล่าไปแล้วและส่งยาต้านมะเร็งไปยังเนื้องอกที่เป็นเป้าหมายได้โดยตรง ผลการทดลองพบว่านิวโทรบอตสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี มันส่งยาเข้าไปรักษาเซลล์เนื้องอกในสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางผู้วิจัยบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการฉีดยาเข้ากระแสเลือดแบบเดิม ๆ เสียอีก นับว่าเป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ซึ่งทางทีมวิจัยยังบอกอีกว่า นิวโทรบอตตัวนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถประยุกต์นำไปใช้รักษาโรคอื่น ๆ ได้ด้วย อาทิเช่น โรคทางสมองหลายชนิด…
Credit : JJ Harrison
09/02/2021

นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด  การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…
27/01/2021

“ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า” ข้อคิดดี ๆ จากหญิงที่โดนมะเร็งกระดูกคร่าชีวิตไปด้วยวัยเพียง 27 ปี

แม้เราจะตระหนักกันดีว่า "ความตาย" เป็นสัจธรรมที่มนุษย์ทุกผู้ทุกคนต้องเผชิญไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่กระนั้นสำหรับคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวหรืออยู่ในสภาวะจิตที่ยังไม่พร้อมรับ ความตายก็ยังเป็นเรื่องน่ากลัวอยู่เสมอ เช่นเดียวกับสาวคนนี้ ฮอลลี บุตเชอร์ เธอเป็นสาววัยเพียง 26 ปี อยู่ในเมืองเกรฟตัน รัฐนิวเซาธ์เวล ประเทศออสเตรเลีย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอก็ใช้ชีวิตปกติอย่างสาวรุ่นทั่วไป ทำงาน หาเงิน มีความสุขกับครอบครัว เพื่อนและคนรัก
Google AI LYNA Breast Cancer
15/10/2018

Google AI ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมระยะลุกลามได้ดีกว่านักพยาธิวิทยา ให้ความแม่นยำสูงถึง 99%

ทำ AI แข่งเกมโกะกับคนจริงๆ ก็ทำมาแล้ว คราวนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีก็ได้โอกาสสร้าง AI เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์กันบ้าง โดยล่าสุด Google เผยว่า AI อาจกลายเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจจับเซลล์มะเร็ง โดยนักวิจัยของกูเกิลได้ออกแบบและพัฒนาระบบ Deep Learning ที่ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมระยะลุกลามในสไลด์ ได้แม่นยำกว่านักพยาธิวิทยาเสียอีก ซึ่งนักวิจัยได้พัฒนาอัลกอริทึมที่ชื่อว่า Lymph Node Assistant (LYNA) เพื่อจำแนกลักษณะของเนื้องอกจากสไลด์ตัวอย่างทั้งสองชุด จึงสามารถตรวจหาการแพร่กระจายของเนื้อร้ายได้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ AI ยังแยกแยะสไลด์ที่มีเซลล์มะเร็งกับสไลด์ที่ไม่มีเซลล์มะเร็งได้แม่นยำถึง 99% (ในเงื่อนไขที่เหมาะสม) แม้ว่าจะเล็กมากจนนักพยาธิวิทยาอาจหาไม่เจอก็ตาม อัลกอริทึม LYNA จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วย : นักพยาธิวิทยาได้วินิจฉัยแบบจำลอง พบว่า เทคโนโลยี Deep Learning ช่วยทำให้งานของพวกเขา (นักพยาธิวิทยา) ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่ลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อเท่านั้น แต่ยังลดระยะเวลาในการวินิจฉัยให้น้อยลงจาก 2 นาที เหลือแค่ 1 นาที อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังเป็นแค่งานวิจัย และยังไม่ได้นำมาใช้ร่วมกับการวินิจฉัยโรคจริงๆ…
31/07/2018

นักวิทย์เผยผลวิจัยกินมื้อเย็นเร็วขึ้นลดเสี่ยงมะเร็งแน่นอน

มีรายงานผลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Cancer ที่มีเนื้อหาระบุว่าพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างช่วงเวลารับประทานอาหารเย็นกับอัตราความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก สองรูปแบบยอดฮิตที่เป็นกันมากในผู้หญิงและผู้ชาย คอนเซ็ปต์หลักของการวิจัยครั้งนี้โฟกัสไปที่ระยะห่างของเวลารับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของวันกับเวลาที่คนเราเข้านอน ซึ่งผลวิจัยจากการติดตามผู้เข้าร่วมทดสอบหลายพันคนทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการนอน พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเย็นก่อน 3 ทุ่ม หรือกินก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่รับประทานอาหารเย็นหลัง 4 ทุ่มไปแล้ว หรือกินแล้วนอนทันทีถึง 20% ซึ่งน่าแปลกใจไม่น้อยว่าจากผลการทดสอบที่ปรากฏ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเพราะเหตุใดรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันสามารถส่งผลลัพธ์กับความเสี่ยงเรื่องมะเร็งได้เพียงนี้ bgr

PR Partners

See All
Read More

SYNNEX จับมือ AWS เปิดตัว AI Hub แพลตฟอร์มผลักดันองค์กรไทยประยุกต์ใช้ AI เชิงธุรกิจ

SYNNEX ร่วมกับ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (AWS) ประกาศเปิดตัวโครงการ “AI Hub” ศูนย์กลางการเชื่อมโยงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และระบบคลาวด์ เพื่อสนับสนุนองค์กรธุรกิจตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึงระดับ Enterprise ในการนำเทคโนโลยี AI ไปปรับใช้ในกระบวนการทำงานจริง โครงการ AI Hub ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเร่งการประยุกต์ใช้ AI โดยมีเป้าหมายลดระยะเวลาและขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ตั้งแต่กระบวนการคิดค้นแนวคิด การทดสอบระบบ (Proof
25/08/2026

ทรูเปิด Flagship Store แห่งใหม่ “True Branding Shop Happitat” เติมมิติ Tech Experience

เปิดตัวช็อปรูปแบบใหม่บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ณ Happitat ภายใต้แนวคิด 'Active & Health Tech – Urban Motion' ซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี สุขภาพ และการเคลื่อนไหวของไลฟ์สไตล์คนเมือง พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจุดหมายแห่งการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ โดยแบ่งจุดเด่นออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ด้านนางสาวสุจิตรา อมิตรพ่าย หัวหน้าสายงานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ทรู รีเทลช็อป ได้ระบุถึงเป้าหมายของพื้นที่นี้ว่า "เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทรู เราจึงพัฒนาทุกประสบการณ์จากความเข้าใจในวิถีชีวิตและความต้องการที่เปลี่ยนไป สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการเปลี่ยนร้านค้าปลีกให้เป็น Experience Destination และ Lifestyle Hub แห่งใหม่ เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัส ทดลอง และค้นพบว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร" โดยรวมแล้ว พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การรับบริการ แต่ตั้งเป้าให้เป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่สนใจด้าน Health Tech, Sports Tech และไลฟ์สไตล์ เพื่อเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นหาวิธีนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ให้การใช้ชีวิตประจำวันแอคทีฟและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
25/08/2026

CIRCULAR ECONOMY FORUM 2026 กลยุทธ์หลักเร่งธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อกฎเกณฑ์การค้าโลกอย่าง CBAM และ PPWR เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทย ผนวกกับแรงกดดันจากนักลงทุนที่มุ่งเน้นตัวชี้วัด ESG มากขึ้น คำถามสำคัญของผู้บริหารในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ 'จะทำเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือไม่' แต่คือ 'จะเริ่มลงมือเมื่อไหร่' ก่อนที่จะถูกกฎระเบียบและคู่แข่งบีบจนไม่มีทางเลือก ด้วยเหตุนี้ The Story Thailand จึงร่วมกับหอการค้าไทย และ Circular Economy Academy by UTCC จัดงาน 'Circular Economy Forum 2026: Sustainability in Action' เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เป็นกลยุทธ์สร้างรายได้และความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จับต้องได้จริง สาเหตุที่เวทีนี้เจาะจงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและผู้กำหนดนโยบายองค์กร เป็นเพราะการตัดสินใจเรื่อง Circular Economy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดขยะอีกต่อไป แต่เข้าไปเกี่ยวพันโดยตรงกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารต้นทุนทรัพยากร ทิศทางการลงทุนด้านนวัตกรรม และกลยุทธ์รายได้ระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร ภายในงานจะได้พบกับการแบ่งปันวิสัยทัศน์ระดับนโยบาย การแนะนำเครื่องมือชี้วัดมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ รวมถึงการถอดบทเรียนจากการลงมือทำจริงขององค์กรชั้นนำ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ไทยยูเนี่ยน, เอสซีจี แพคเกจจิ้ง, DEZPAX, ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป, SC…
21/08/2026

สยามพารากอนเปิด “CONNEX SPACE” พื้นที่ใหม่ใจกลางเมือง

สยามพารากอนเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายอีกขั้น เปิดตัว “CONNEX SPACE” พื้นที่จัดประชุมและกิจกรรมรูปแบบใหม่บนชั้น 5 สยามพารากอน ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งองค์กร แบรนด์ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ครบทั้ง Location, Functionality และ Experience ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “Elevate Every Event at Connex Space” พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศทันสมัย เป็นส่วนตัว และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทั้ง Business Meeting, Workshop, Training, Seminar, Presentation, Private Event, Content Creator Gathering ตลอดจนกิจกรรมพิเศษของแบรนด์และองค์กร CONNEX SPACE มีพื้นที่รวม 310 ตารางเมตร ประกอบด้วย Meeting Room 2 ห้อง ซึ่งสามารถเปิดเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 90 คน พร้อม…