Tags
| สุขภาพจิต
18/07/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 815 days ago
การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกบุคลิกภาพของเจ้าของ
การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อเพิ่มความสุขและสีสันในชีวิต สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าของด้วย การเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากจะบ่งบอกถึงความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว ยังสามารถบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนความรับผิดชอบ ความอดทน และการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยังสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราอีกด้วย มาดูกันว่า การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าของได้บ้าง 1. สุนัข บุคลิกภาพ: ผู้ที่เลี้ยงสุนัขมักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ชอบเข้าสังคม และมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของมีความรับผิดชอบและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง 2. แมว บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงแมวมักจะเป็นคนที่มีความเป็นอิสระ ชอบความสงบ และมีความคิดสร้างสรรค์ แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้ดี และต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความเข้าใจและเคารพในความเป็นอิสระของผู้อื่น 3. นก บุคลิกภาพ: เจ้าของนกมักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความสวยงาม และมีความสงบ นกเป็นสัตว์ที่มีสีสันและเสียงร้องที่ไพเราะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของชื่นชอบความงามและความรื่นรมย์ในชีวิต 4. ปลา บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงปลามักจะเป็นคนที่มีความใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสงบ การดูแลตู้ปลาให้สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับปลา ต้องการความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง 5. หนูแฮมสเตอร์ หรือหนูตะเภา บุคลิกภาพ: เจ้าของหนูแฮมสเตอร์หรือหนูตะเภามักจะเป็นคนที่ชอบความน่ารัก ความสนุกสนาน และมีความเป็นเด็กในใจ หนูเหล่านี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและชอบเล่น ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความใส่ใจและชื่นชอบความสนุกสนานในชีวิต…08/05/2024
Screen Time กับเครื่องมือช่วยป้องกันอาการติดจอ
Screen Time คือเวลาในแต่ละวันที่ผู้คนใช้ไปกับหน้าจอสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่ง Screen Time ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพได้ด้วยนะ เคยสำรวจตัวเองกันไหมว่า ทุกวันนี้คุณใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยวันละกี่ชั่วโมง ? จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปี 2566 โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่า เมื่อสื่อออนไลน์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเพื่อการติดต่อสื่อสาร การค้นหาข้อมูล การดูข่าวสาร หรือการพักผ่อนหย่อนใจ ผ่านอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์ ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่ดี แต่หากใช้หรือ 'ติดจอ' มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจได้ อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังติดจอ ได้แก่ ห้ามใจจากจอไม่ได้ เรามีเครื่องมือง่าย ๆ มาช่วยจัดการ เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยจัดสรรเวลาในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบเชิงลบของการใช้เทคโนโลยีมีมากมาย เรามีเทคนิคที่ช่วยจัดการเวลาหน้าจอของคุณ ดังต่อไปนี้ To-Do List Apps การใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดทำรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do List) เป็นวิธีที่ดีในการจัดการเวลา โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถลิสต์งานที่ต้องทำ กำหนดเวลา และติดตามความคืบหน้าได้อย่างง่ายดาย เช่น Todoist, Microsoft…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 886 days ago
Read More07/05/2024
การถูกเลือกปฏิบัติส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณได้
การถูกเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination คือ การที่คนคนหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ซึ่งผลกระทบของการถูกกีดกันเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจขึ้นมาได้ และยังเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์ด้วย อ้างอิงจากข้อมูลของศาสตราจารย์ Vickie Mays แห่ง UCLA Fielding School of Public Health ในภาควิชานโยบายสุขภาพและการจัดการ ที่ได้ทำการวิจัยร่วมกับ Susan Cochran ศาสตราจารย์ในภาควิชาระบาดวิทยาที่ UCLA พบว่า “มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนเราได้รับการปฏิบัติอย่างแตกต่าง ไม่ยุติธรรม อาจสร้างผลกระทบทางจิตใจ ให้กับผู้ที่ถูกกระทำ โดยเริ่มตั้งแต่การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ จนอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า” การถูกเลือกปฏิบัติมีอะไรบ้าง? ตามหลักการพื้นฐานความเท่าเทียมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ ไม่ควรมีใครที่จะถูกเลือกปฏิบัติ ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ และในกรณีที่การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับคุณ ให้คุณบอกตัวเองเอาไว้เลยว่า คุณไม่ได้ทำอะไรผิด “มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหมด” หลังจากนั้นค่อยหาทางแก้ไขในสิ่งที่คุณเจอต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ซึ่งมีหน่วยงานให้เปิดให้คุณได้ร้องเรียนอยู่ ตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 887 days ago
Read More02/05/2024
รู้จัก The Opportunist แนวคิดที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งเป็นโอกาส
มาเปลี่ยนปัญหา ให้กลายเป็นโอกาสดีกว่า! หนึ่งในทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการไม่ปล่อยให้อะไรสูญเปล่าไปง่าย ๆ แม้สิ่งนั้นจะเป็นปัญหาแต่ ผู้ที่มีสกิลแบบ The Opportunist จะเป็นนักฉกฉวยที่เก่งกาจ และมักจะเห็นโอกาสในทุกแง่มุมอยู่เสมอ อยากเป็น The Opportunist มองเห็นโอกาสในทุกแง่มุม ต้องฝึกสกิลเหล่านี้! รู้จักการตื่นตัวอยู่เสมอ ถ้าคุณอยากเป็นคนที่เห็นโอกาสในทุกแง่มุม ก็จะต้องพยายามมองหาโอกาส และช่องทางในการเติบโตอย่างต่อเนื่องใหม่ ๆ อยู่เสมอ กล้าได้กล้าเสีย และยอมรับความเสี่ยง ทุกโอกาสย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนั้นคุณก็จะต้องเป็นคนที่ฝึกนิสัยยอมรับความเสี่ยงนั้นให้ได้ด้วยความเต็มใจ ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด คุณจะต้องฝึกนิสัยให้ตัวเองเป็นคนที่ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เพราะยิ่งตัดสินใจได้ไว คุณก็อาจจะได้เปรียบมากกว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่ง มีไหวพริบและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง ถ้าคุณอยากเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นโอกาส คุณก็จะต้องเป็นคนที่มีไหวพริบและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง และสามารถดึงจุดแข็งนี้ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณอยากมีสกิล The Opportunist ติดตัว คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะมองเห็นโอกาสที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะโอกาสที่คนอื่นยังมองไม่เห็น และจะต้องเป็นคนที่มีความกล้าได้กล้าเสีย เมื่อตัดสินใจแล้วก็ลุยเดินหน้าอย่างเต็มที่!ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 892 days ago
Read More12/06/2023
ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมวันไหนนอนไม่พอแล้วมักหงุดหงิดไม่ก็โมโหง่าย ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดั่งใจ แถมยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้ายิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ตามมา บางคนยิ่งนอนไม่พอยิ่งนอนไม่หลับ ในขณะที่บางคนยิ่งนอนยิ่งอยากนอนมากขึ้น หรือบางคนอาจรุนแรงไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตขนาดนั้นจริงหรือ หากสนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างไรบ้างไปดูกัน ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต แน่นอนว่าการอดนอนส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ไปจนถึงการทำงานของระบบประสาท เมื่อร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลงก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตก่อให้เกิดความเครียด แต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนเครียดเรื่องสุขภาพ บางคนเครียดเรื่องงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตตามมาอยู่ดี นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่อดนอนชนิดรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตตามมา เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว มีลักษณะคล้ายคนมีภาวะอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า เช่น ซึมเศร้าผิดปกติหรือร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น รู้อย่างนี้แล้วยอมปล่อยให้ตัวเองอดนอนต่อไปคงไม่ดีต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเป็นแน่ หากอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่แต่ไม่รู้จะทำยังไงลองวิธีเหล่านี้ดู 1. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เชื่อว่าหลายคนเป็นกัน ช่วงแรก ๆ ของการปรับพฤติกรรมนอนให้ตรงเวลาบอกเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะนอนหลับได้ก็ต้องคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ รู้ตัวอีกทีหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หรือบางคนอาจไม่ได้หลับเลยเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการคิด พอร่างกายเริ่มปรับตัวเมื่อไหร่เราก็จะคุ้นชินกับเวลาการนอนหลับเดิม เช่น เรานอนตอน 02 : 00 น. เราก็จะรู้สึกง่วงตอนตีสอง ดังนั้นจึงอยากให้กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม เช่น เข้านอน 22…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1217 days ago
Read More09/06/2023
ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก ตัวช่วยเพื่อการนอนหลับที่จะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนถูกกอดตลอดคืน
การนอนคนเดียวอาจไม่เหงาเหมือนเคยและยังทำให้คุณนอนหลับดีขึ้น ถ้าหากมี ‘ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก’ (Weighted blankets) ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก คือ ผ้าห่มที่มีน้ำหนัก 2–13 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่าผ้าห่มทั่วไป ผ้าห่มชนิดนี้เป็นการนำคอนเซ็ปต์การบำบัดด้วยการให้สัมผัสแบบลึก (Deep pressure therapy) หรือใช้แรงกดเพื่อการรักษามาใช้กับเครื่องนอนอย่างผ้าห่ม แม้จะดูคล้ายกับว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับการบำบัด แต่คนทั่วไปสามารถใช้ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักในการนอนหลับได้เหมือนกัน ซึ่งผ้าห่มถ่วงน้ำหนักอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากเพิ่มคุณภาพการนอนหลับหรือแม้กระทั่งคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับจากสาเหตุต่าง ๆ ในบทความนี้ Hack for Health จะมาเล่าประโยชน์และข้อมูลของผ้าห่มผืนนี้ที่อาจช่วยเปลี่ยนทุกคืนต่อจากนี้ให้เป็นคืนที่ดีขึ้น ผ้าห่มถ่วงน้ำหนักที่ให้ความรู้สึกเหมือนการถูกกอด การบำบัดด้วยการให้สัมผัสแบบลึกเป็นการบำบัดที่มีการใช้มานานแล้ว โดยจะเป็นการใช้แรงกดเข้าไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและจุดสัมผัสที่อยู่ทั่วร่างกาย ซึ่งจะให้ความรู้สึกคล้ายกับการถูกโอบกอดเอาไว้ โดยน้ำหนักที่ใช้ในการบำบัดและน้ำหนักของผ้าห่มจะเป็นน้ำหนักที่กำลังพอดี ไม่แน่นหรือทำให้รู้สึกอึดอัด ให้ความรู้สึกที่ดี สบาย และผ่อนคลายทั้งกับร่างกายและสมอง ผลการศึกษาปี 2015 ชี้ว่าการห่มผ้าห่มถ่วงน้ำหนักลดความเครียดได้ 33 เปอร์เซ็นต์ วิตกกังวลน้อยลง และช่วยให้รู้สึกสงบมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วยการหลั่งของฮอร์โมนแห่งความรัก ออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งโดยปกติจะหลั่งออกมาเมื่อเกิดการสัมผัสที่สร้างความรู้สึกดี อย่างการกอด การใกล้ชิด การมีเซ็กซ์ หรือปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความอบอุ่นและรู้สึกดีต่อใจ ฮอร์โมนออกซิโทซินอาจช่วยให้นอนหลับง่าย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1220 days ago
Read More09/06/2023
รับมืออย่างไร เมื่อฉันกลายเป็น “คนอ่อนไหวง่าย”
เคยหรือไม่ ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องที่ไม่ได้ร้ายแรง บางคนอาจจะพูดกับคุณบ่อย ๆ ว่า “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดมาก” แต่ทำไมยิ่งมีคนพูดแบบนี้คุณถึงยิ่งคิดมากกันนะ ? บางทีคุณอาจเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ และบางครั้งมันอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณไม่น้อย คนอ่อนไหวง่าย (Highly Sensitive Person) คำว่า “คนอ่อนไหวง่าย” หรือ “บุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง” (Highly Sensitive Person) ได้รับการบัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนักจิตวิทยา Elaine Aron และ Arthur Aron ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 Elaine Aron ตีพิมพ์หนังสือของเธอที่ชื่อ "The Highly Sensitive Person" ในปี 1996 และความสนใจในแนวคิดนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย คุณจะรับรู้ถึงสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวคุณมากขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยคุณมักจะถูกรบกวนด้วยความรุนแรง และสามารถถูกครอบงำได้ง่าย จนบางครั้งทำให้คุณต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์บางอย่างเพื่อไม่ให้เผชิญกับความเศร้าและความคิดมากนั้น ๆ และด้วยความที่คุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย จึงทำให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในระดับลึกซึ้งมากด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถมีความไวต่อพื้นผิวและเสียง อาจไม่ชอบฝูงชนจำนวนมากหรือแสงจ้า โดยลักษณะและอุปนิสัยของคนที่มีความอ่อนไหวง่าย เช่น หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1220 days ago
Read More06/06/2023
เทคนิคสำหรับการดูแลสุขภาพจิตเมื่อต้อง WFH
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Work From Home ไม่เวิร์กอย่างที่คิด ช่วงเริ่ม WFH ใหม่ ๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้ทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะตื่นทำงานไม่ทัน รถจะติดไหม จะมีเวลาพักผ่อนหรือเปล่า? เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่ทำไมล่ะพอนานวันเข้า WFH ที่ว่าเวิร์คกับไม่เวิร์คอย่างที่คิด บางคนจากที่คิดว่าตนเองมีอิสระก็กลายเป็น “โดดเดี่ยว” จากที่คิดว่ามีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมก็เริ่มเข้าสู่ “สภาวะหมดไฟในการทำงาน” แน่นอนว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีวิธีการรับมืออย่างไร หรือมีเทคนิคดูแลสุขภาพจิตยังไงไปดูกัน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการ WFH แม้การแพร่ระบาดของโควิด – 19 อยู่ภายใต้มาตรการการควบคุม แต่การ Work From Home มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงปฏิเสธว่าปัญหาสุขภาพจิตในการทำงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ส่วนผลกระทบหลัก ๆ มีดังนี้ 1. ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม (Social Isolation) โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การต้องทำงานอยู่กับบ้านภายใต้บรรยากาศแบบเดียวกันทุกวัน ทำกิจวัตรเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะขัดกับพฤติกรรมทางธรรมชาติ ยิ่งถูกตัดขาดจากสังคมมากเท่าไหร่ผลกระทบยิ่งรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การตัดขาดทางกายไม่สามารถถูกทดแทนด้วยการพบปะผ่านทางออนไลน์ เช่น ปาร์ตี้หรือการประชุม ทำให้ถึงแม้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการหมั่นพบปะพูดคุยหรือจัดสรรพื้นที่ให้สามารถพูดคุยปรึกษาหารือกันได้แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1223 days ago
Read More06/06/2023
High-Rise Syndrome ภาวะน้องแมวและสัตว์เลี้ยงตกจากตึกสูง
วิถีชีวิตและสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปทำให้หันมาอยู่อาศัยหรือแม้แต่ลงหลักปักฐานบนตึกหรือคอนโดมิเนียมที่สูงตระหง่านกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่ นอกจากการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบที่อยู่แล้วคนเริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจังกันมากขึ้น แมวเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่เลี้ยงง่าย ไม่ส่งเสียงดัง เหมาะกับการเลี้ยงในตึก แต่การเลี้ยงสัตว์ในตึกสูงไม่ว่าจะ Low-Rise (ความสูงต่ำกว่า 23 เมตร) หรือ High-Rise (ความสูงมากกว่า 23 เมตร) ล้วนมีความเสี่ยงที่น้องแมวที่คุณรักเหมือนลูกเกิดอุบัติเหตุอย่างการตกตึกได้ ในต่างประเทศเรียกการตกตึกของสัตว์เลี้ยงว่า High-Rise Syndrome ซึ่งพบมากขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยจากสถิติมีแมวตกจากตึกถึง 5 ตัว/สัปดาห์หรือราว 260 เคส/ปี และจำนวนครึ่งหนึ่งเสียชีวิต High-Rise Syndrome สามารถใช้กับสัตว์เลี้ยงอย่างอื่นได้ แต่สัตว์เลี้ยงอย่างแมวที่ชอบกระโดดหรือปืนป่ายตามระเบียงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า แม้ว่าแมวจะมีสัญชาตญาณในเอาตัวรอดและสรีระที่เอื้ออำนวยต่อการตกจากที่สูง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าน้องแมวจะไม่บาดเจ็บจากการตกจากที่สูง High-Rise Syndrome อันตรายต่อน้องแมว การตกจากตึกสูงย่อมทำให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งอาจทำให้น้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เสียชีวิตได้ ในเคสที่รอดน้อง ๆ อาจได้รับบาดเจ็บ อย่างสัญชาตญาณของน้องแมวที่เวลาตกก่อนถึงพื้นจะพลิกตัวและแลนดิงลงพื้นได้เหมือนดูไม่มีอะไร แต่หากเป็นการตกจากที่สูงอาจทำให้อุ้งเชิงกรานบาดเจ็บ ขาหัก กระดูกร้าว ขากรรไกรร้าว ฟันหัก เอ็นขาด และปอดฉีกได้ ซึ่งหากไม่ได้ตกจากที่สูงมากเกินไป น้องแมวมักมีโอกาสรอดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เมื่อได้รับการรักษาทันเวลา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1223 days ago
Read More02/06/2023
ข้อมูลสถิติประเทศเนเธอร์แลนด์พบว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมสัมพันธ์ต่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
“All animals are equal, but some animals are more equal than others” - “เหล่าสัตว์ทั้งหลายนั้นล้วนเท่าเทียม แต่สัตว์บางเหล่านั้นเท่าเทียมยิ่งกว่า” Animal Farm - George Orwell หากวรรคทองจากนิยายดิสโทเปีย (Dystopia) ชื่อดังของจอร์จ ออร์เวล (George Orwell) ที่ได้พูดถึงนี้ หมายถึงคนกลุ่มน้อยที่ได้อภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นที่พูดประหนึ่งว่าทุกคนเท่าเทียมกัน LGBTQ ในไทยและในหลายประเทศอาจตรงกันข้าม เพราะเป็นคนกลุ่มน้อยที่ถูกละเลยสิทธิในความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียม ในโลกยุคปัจจุบัน ความหลากหลายทางเพศและความหลากหลายในตัวตนแตกแขนงออกไปมากกว่าขอบเขตของชาย หญิง ตุ๊ด กะเทย เกย์ ทอม ดี้ หรือเลสเบียนที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย จนต้องมีเครื่องหมาย + ต่อท้าย แม้จะหลากหลายและซับซ้อน แต่ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ไม่ต่างกัน ทุกวันนี้ในประเทศไทย LGBTQ ได้รับการยอมรับมากขึ้นจนการเป็น LGBTQ แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่สิทธิ์ในการแต่งงานในทางกฎหมายกลับถูกสงวนไว้ซึ่งชายจริงหญิงแท้ตามเพศกำเนิดเท่านั้น การสมรสเท่าเทียมอย่างถูกกฎหมายไม่ได้แค่การให้ LGBTQ จดทะเบียนหรือแต่งงานกันได้ แต่ต้องได้รับสิทธิเหมือนการจดทะเบียนสมรสของเพศชายหญิง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1227 days ago
Read More31/05/2023
4 วิธี ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข
ด้วยอายุที่มากขึ้น อาจทำให้คุณเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ในวันนี้เราจะมาเน้นเจาะลึกในเรื่องของสุขภาพจิตเป็นหลัก จากการศึกษาของศูนย์ควบคุมโรค (CDC) เกี่ยวกับสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป พบว่า 20% ของผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท ภาวะที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ความวิตกกังวล ความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างรุนแรง และความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้าสองขั้ว ความผิดปกติทางอารมณ์ สามารถนำไปสู่ความบกพร่องในการทำงานทางร่างกาย จิตใจ และสังคม และอาจส่งผลกระทบและทำให้การรักษาโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น แม้ว่าอัตราของผู้สูงอายุที่มีภาวะสุขภาพจิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ แต่ภาวะซึมเศร้าและโรคอื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องปกติของการสูงวัย ดังนั้นเราจึงอยากจะเชิญชวนคุณให้มาเตรียมตัวเตรียมใจ ก่อนที่จะข้าวเข้าสู่วัยกลางคนอย่างมีความสุขกัน 1. เล่นเกมลับคมทางสมอง เช่นเดียวกับที่ร่างกายที่ต้องการกิจกรรมทางกาย และการกระตุ้นเพื่อให้มีสุขภาพกายที่ดี สมองก็ต้องการการกระตุ้นเพื่อรักษาความเฉียบคม และหลีกเลี่ยงการเสื่อมถอยของสมองเช่นกัน จากข้อมูลของ Harvard Health Publishing เกมลับสมองสามารถช่วยลับคมทักษะการคิดบางอย่าง เช่น ความเร็วในการประมวลผล ทักษะการวางแผน เวลาตอบสนอง การตัดสินใจ และความจำระยะสั้น โดยกิจกรรมที่เราแนะนำเช่น 1.1 การอ่านและการเขียน ช่วยเพิ่มการทำงานของหน่วยความจำ ลดความเครียด และส่งเสริมการนอนหลับที่ดีขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1229 days ago
Read More30/05/2023
แปลกแต่มีอยู่จริง! “โรคศพเดินได้” อาการทางจิตที่คิดว่าตนเองตายไปแล้ว
ทุกคนเคยได้ยินชื่อ ‘โรคศพเดินได้’ หรือไม่ ? เชื่อว่าโรคนี้เป็นโรคที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นหูนัก แถมฟังดูแล้วเป็นโรคที่ดูน่ากลัว และหากคุณสงสัยว่าอาการของโรคนี้เป็นอย่างไร Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักกับโรคที่เกี่ยวกับอาการทางจิตที่พบได้ยากชนิดนี้ โรคศพเดินได้ โรคศพเดินได้ (Cotard Delusion หรือ Walking Corpse Syndrome) เป็นภาวะทางจิตเวชที่พบไม่บ่อย เพียง 200 รายจากทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งเกิดจากความเชื่อผิด ๆ ที่ผู้ป่วยเข้าใจว่าร่างกายของตนเองเกิดความผิดปกติ กำลังจะตาย หรือคิดว่าร่างกายของตนเองไม่มีอยู่จริง มักเกิดขึ้นกับคนที่เป็นภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง และโรคจิตบางประเภท หรืออาจมาพร้อมกับสภาวะทางระบบประสาทอื่น ๆ แม้จะเป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ผู้ป่วยจะอาการดีขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของโรคศพเดินได้ ผู้ที่เป็นโรคศพเดินได้มักจะเข้าสังคมน้อยลง บางคนจะได้ยินเสียงที่บอกว่าตนเองกำลังจะตายหรือตายไปแล้ว หรืออาจไม่กินอะไร เพราะเข้าใจว่ากินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเนื่องจากตนเองตายไปแล้ว และบางคนอาจพยายามทำร้ายตนเอง นอกจากนี้ หนึ่งในอาการหลักของโรคศพเดินได้ คือ อาจมีความเชื่อที่ว่าตนเองไม่มีอยู่จริง คนที่เป็นโรคศพเดินได้จะรู้สึกราวกับว่าตนเองตายหรือเน่าเปื่อยไปแล้ว ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกเช่นนี้กับอวัยวะเฉพาะแขน ขา หรือแม้แต่จิตวิญญาณของตนเอง งานวิจัยในปี 2554 ระบุว่า 89% ของผู้ป่วยโรคศพเดินได้มักมีอาการของภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย และอาจมีอาการอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1230 days ago
Read More26/05/2023
‘โรคหลงตัวเอง’ ฉันอยู่เหนือคนอื่น ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับฉัน!
โรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder หรือ NPD) เป็นภาวะสุขภาพจิตที่คนจะให้ความสำคัญกับตนเองสูงเกินสมควร เรียกร้องความสนใจมากเกินไป และต้องการให้ผู้อื่นชื่นชมตนเอง ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจขาดความสามารถในการเข้าใจหรือใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น แต่ภายใต้ความมั่นใจสุดโต่งนี้คือความไม่มั่นใจในคุณค่าของตนเอง และมักอารมณ์เสียได้ง่ายเมื่อถูกวิจารณ์เพียงเล็กน้อย โดยโรคหลงตัวเองทำให้เกิดปัญหาในหลาย ๆ ด้านของชีวิต เช่น ความสัมพันธ์ การงาน การเรียน หรือเรื่องการเงิน ผู้ที่มีบุคลิกภาพเช่นนี้มักจะไม่มีความสุขและผิดหวังเมื่อไม่ได้รับคำชมเชยในสิ่งที่เขาคิดว่าตนเองควรได้รับ และอาจพบว่าความสัมพันธ์ของตนเองมีปัญหา ไม่สมหวัง และคนอื่น ๆ อาจไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้ตนเอง โรคหลงตัวเองพบได้บ่อยแค่ไหน ? ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ามีผู้คนถึง 5% ที่เป็นโรคหลงตัวเอง และเป็น 1 ใน 10 ของโรคบุคลิกภาพผิดปกติ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ทำให้คนคิด รู้สึก และประพฤติตนในทางที่ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น สัญญาณของความผิดปกติทางบุคลิกภาพมักปรากฏในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มักเป็นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อาการของคนที่เป็นโรคหลงตัวเอง อาการของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป โดยอาการทั่ว ๆ ไป มีดังนี้ ในขณะเดียวกัน คนที่เป็นโรคหลงตัวเองก็มีปัญหากับสิ่งที่ตนเองรู้สึก และมองว่ากำลังถูกคนอื่นวิพากษ์ วิจารณ์อยู่ สาเหตุของโรคหลงตัวเอง? สาเหตุที่แท้จริงของโรคหลงตัวเองไม่แน่ชัดนัก แต่ความผิดปกตินี้อาจเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1234 days ago
Read More26/05/2023
ทั้งที่เจ็บก็ยังรัก! สัญญาณความรุนแรงของ Abusive Relationship
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic หรือความสัมพันธ์ที่มีแต่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของตนเอง ความสัมพันธ์นี้มักจะใช้กำลัง พูดจาว่าร้ายให้คุณรู้สึกแย่ เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า ‘Abusive Relationship’ ผู้คนมักจะบอกให้คุณเดินออกมาจากความสัมพันธ์ หรือบอกเลิกคนที่ทำให้คุณเสียใจ ฟังดูเหมือนง่ายแต่สำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นี้ การตัดขาดใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้เขาจะทำให้คุณเจ็บปวดแต่ลึก ๆ คุณเองก็ยังมีความหวังที่จะทำให้เขาเปลี่ยนตัวเอง เรื่องนี้จะยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณสับสนตลอดเวลา ยิ่งสำหรับคนที่แยกจากครอบครัวและอาศัยอยู่กับคนรักด้วยแล้ว ปัญหาอาจไม่ใช่แค่ทำร้ายกันทางร่างกาย และจิตใจเท่านั้น อาจมีปัญหาเรื่องเงินหรือการใช้ชีวิตตามมา ขอให้คุณเตือนตนเองเสมอว่าการก้าวเดินออกจากคนที่รักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือแย่เสมอไป และหากคุณถูกคนรักทำร้ายให้คุณคิดเสมอว่า สัญญาณ Abusive Relationship Abusive Relationship ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรุนแรงทางร่างกายเท่านั้น อาจรวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ อารมณ์ ร่างกาย และอาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเงินของคุณ นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับความสัมพันธ์นี้อยู่ สิ่งที่ทำให้สับสนและไม่ออกจาก Abusive Relationship 1.คู่ของฉันไม่ได้รุนแรงตลอดเวลา ‘เขารักฉัน' คนรักที่ชอบใช้ความรุนแรงอาจแสดงความรักต่อคุณในเวลาอื่น ๆ และอาจรู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของเขา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะโกรธและอารมณ์เสียกับพวกเขา อย่างไรก็ตาม มีโอกาสค่อนข้างสูงที่พฤติกรรมรุนแรงของพวกเขาจะดำเนินต่อไป คนที่ใช้ความรุนแรงอาจเป็นคนที่มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาพยายามทำให้คุณหรือคนอื่น ๆ มองพวกเขาในแง่ดี 2.ทุกอย่างจะดีขึ้น ‘เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายฉัน' หลังจากเหตุการณ์รุนแรง เป็นเรื่องปกติที่ทั้งคุณและคนรักจะพยายามมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการแก้ตัว ขอโทษ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1234 days ago
Read More26/05/2023
ทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) ปมของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพ
คุณเคยพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่มีความมั่นใจ ในความคิดของตัวเองมากจนเกินไปหรือไม่ แน่นอนว่าการมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากเกินไปจนเบียดบังชีวิตของผู้อื่นละจะเป็นยังไง ? วันนี้เราจะชวนคุณมาทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) พฤติกรรมของผู้ที่มีปมนี้อยู่ในใจ จะประเมินตนเอง ประเมินความสามารถ และประเมินสิทธิ์ของตนสูงเกินไป โดยนักสังคมสงเคราะห์ทางคลินิก De-Andrea Blaylock-Johnson, LCSW กล่าวว่า “ความรู้สึกมั่นใจตัวเองสูงเกินจริงเป็นตัวบ่งชี้ที่ใหญ่ที่สุด” ของผู้ที่มีปมนี้ เก่งมาก กล้ามาก กว่าใคร คือฉันนี่แหละ! De-Andrea Blaylock-Johnson ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่มีปมพระเจ้า นอกจากจะมีความมั่นใจใจตัวเองแบบสูงปรี๊ดยิ่งกว่าตึกใบหยกแล้ว ยังพบความคิดในลักษณะอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่ดีกว่าคนอื่น “พวกเขารู้สึกว่าตัวเองฉลาดที่สุดในห้อง พวกเขารู้ดีที่สุด” เธอกล่าว ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีปมนี้มักจะมีความเย่อหยิ่งจนสุดโต่ง โดยเชื่อว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่ปมนี้ถูกเรียกว่า “God Complex” เพราะผู้ที่มีลักษณะทางจิตวิทยานี้ จะมีความรู้สึกว่าตัวเองดีที่สุด เก่งที่สุด มีคุณค่ามากกว่าคนอื่น เหนือใคร ๆ เปรียบดุจเทพนั่นเอง และพวกเขาไม่ได้คำนึงถึงว่าการกระทำของพวกเขาจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร ปม “God Complex” มีอาการหลงตัวเองด้วยหรือไม่ ? ผู้ที่มีปมพระเจ้ากับผู้ที่มีอาการหลงตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1234 days ago
Read More24/05/2023
คุณเคยอยากกินอะไรที่ ‘ไม่ใช่อาหาร’ ไหม? Pica Syndrome: โรคชอบกินของแปลก
คุณเคย “อยากกิน” หรือ “กิน” อะไรที่ไม่ใช่อาหารไหม? ในตอนเด็ก ๆ หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์หรือเห็นเพื่อนกินของที่ไม่น่าจะกินได้ อย่างไส้ดินสอ ยางลบ ยาสีฟัน แป้งเด็ก และกระดาษ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากความอยากรู้อยากลอง แต่ Pica Syndrome (พิคาร์ซินโดรม / พิก้าซินโดรม) นั้นต่างออกไป Pica syndrome ถูกเรียกในภาษาไทยว่าโรคกินของแปลก ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของอาการทางจิตที่อธิบายพฤติกรรมที่คนคนหนึ่งรู้สึกอยากกิน ‘สิ่งของ’ ที่ไม่ใช่อาหารโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ Hack for Health จะคุณไปรู้จักกับโรคแปลก แต่มีอยู่จริงอย่าง Pica syndrome กัน Fun fact: ชื่อ Pica มาจากชื่อสปีซีส์ของนกสาลิกาปากดำ (Eurasian magpie) ซึ่งนกชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าชอบกินของแปลก ๆ ที่ไม่ใช่อาหาร สิ่งของยอดฮิตที่คน (เป็นโรค) ชอบกินของแปลกกิน สิ่งของบางอย่างที่คนเป็น Pica syndrome กินมีทั้งของที่ไม่ใช่อาหารเลยและของที่เหมือนจะเป็นอาหาร แต่กลับไม่มีคุณค่าทางสารอาหารเลยก็มี มาลองเช็กกันดูว่าคุณเคยอยากกินของเหล่านี้ไหม น้ำแข็ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1236 days ago
Read More23/05/2023
อดทนหรือแค่กลัว “การเปลี่ยนแปลง”
รู้หรือไม่ว่าชีวิตของเราดำเนินไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของร่างกาย ลักษณะนิสัย รวมทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวสิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ วัน จนทำให้เราไม่ได้สังเกตเท่าไหร่นัก แต่หลายคนกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง และออกมาจากจุดที่เราเคยยืนอยู่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่หลาย ๆ คนกลัวจนเห็นได้ชัดคือ “การเปลี่ยนงาน” ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน การเปลี่ยนหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะอดทนกับงานเดิม ๆ ที่อาจจะหมดไฟไปแล้ว หรือไม่ส่งเสริมให้คุณเติบโตในหน้าที่การงาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานที่บั่นทอนจิตใจ เพียงเพราะ “กลัวการเปลี่ยนแปลง” และกังวลในเรื่องต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ หากเราเป็นคนกลัวการเปลี่ยนแปลง มักจะมีอาการอย่างไรบ้าง นักจิตวิทยาเคยกล่าวเอาไว้ว่า อาการกลัวความเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยปกติแล้วคนเรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมาบ้าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนงานใหม่ นับเป็นสิ่งที่หลายคนกลัวเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากต้องเจอกับสังคมใหม่ ๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ทำงาน และเพื่อนร่วมงานคนใหม่ จึงทำให้หลายคนไม่กล้าออกจากที่ทำงานเดิม ทั้งนี้อาการกลัวการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากสมองที่มีความวิตกกังวลและมีความกลัวเกิดขึ้นมา อาการกลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะถือเป็นหนึ่งใน “สัญชาตญาณ” การเอาตัวรอดของมนุษย์อย่างหนึ่ง ปกติแล้วเมื่อเราเกิดความกลัวการเปลี่ยนแปลง ก็มักแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ออกมาแตกต่างกัน เช่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1237 days ago
Read More19/05/2023
Introvert กับไม่อยากเข้าสังคม มีความแตกต่างกันอย่างไร
ในปัจจุบันหลาย ๆ คนเริ่มแสดงตัวว่าตนเองเป็น Introvert มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบอยู่กับสังคมหมู่มาก ชอบเก็บตัว ไม่อยากออกไปพบเจอผู้คน จนนิยามว่าตัวเองเป็น Introvert ซึ่งในส่วนนี้จะมีอีกหนึ่งโรคที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันคือ “โรคกลัวสังคม” หรือไม่อยากเข้าสังคมนั่นเอง แต่ทั้ง 2 สิ่งข้างต้น ก็มีจุดแตกต่างที่ทำให้แยกออกว่าจริง ๆ แล้วคุณเป็น introvert หรือกลัวสังคมกันแน่ แนะนำให้หาคำตอบให้เจอเพื่อเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น รู้จักกับ Introvert มีลักษณะอย่างไร? Introvert ถือเป็นคำที่คุ้นหูอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมีหลาย ๆ คนนิยามว่าตนเองเป็น Introvert เพียงเพราะไม่ชอบการเข้าสังคม แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมของ Introvert จะเป็นคนที่พูดค่อนข้างน้อย หรือพูดง่าย ๆ ว่ามักจะเป็นผู้ฟังมากกว่า รวมถึงไม่เป็นฝ่ายที่เริ่มการสนทนาก่อน หากต้องอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับคนแปลกหน้าจะรู้สึกอึดอัด ไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ และไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น และถ้าหากจะต้องสื่อสารกับคนแปลกหน้าหรือคนจำนวนมาก มักจะรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษ แต่สามารถชาร์จพลังงานให้ตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยการอยู่กับตัวเอง โดยปกติแล้วคนที่เป็น Introvert มักจะไม่ชอบความขัดแย้งหรือความยุ่งยากในเรื่องความสัมพันธ์ จึงชอบหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีเป็นพิเศษ เป็นต้น ไม่อยากเข้าสังคม หรือกลัวการเข้าสังคมคืออะไร รู้หรือไม่ว่าการไม่อยากเข้าสังคมหรือกลัวการเข้าสังคม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1241 days ago
Read More18/05/2023
รับมือความว้าเหว่ เมื่อเห็นคนวัยเดียวกันแต่งงาน
บ่อยครั้งที่คนเราจะเกิดความรู้สึกว้าเหว่ หรือความรู้สึกเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งที่มีอยู่กลับหายไป หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง การที่เห็นคนในวัยเดียวกันทยอยแต่งงาน มีครอบครัวเองก็สามารถส่งผลให้คนที่ยังไม่มีใครเกิดความรู้สึกเหงาใจได้ไม่น้อยเลย ยิ่งเข้าสู่วัยทำงานและมีอายุที่เยอะขึ้น หากว่าคนรอบกายพากันแต่งงานไปหมด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะอาจจะพบเจอกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องหาแนวทางรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้นั่นเอง ความเหงา และความว้าเหว่ ความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องเจอ ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก กล่าวได้ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้ โดยความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ก็มาจากหลากหลายปัจจัย และแต่ละคนก็มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่นี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วถือว่ารบกวนจิตใจมากทีเดียว เพราะจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นแปลกแยกออกมาจากสังคม หรือการที่ความต้องการทางสังคมไม่ได้รับการตอบสนอง ความรู้สึกว้าเหว่ของคนวัยทำงาน ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อคนรอบตัวมีครอบครัว อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ แน่นอนว่ากับผู้คนในวัยทำงานเองก็เช่นกัน ที่สามารถเกิดความรู้สึกเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้ว่าในวัยทำงานจะมีเรื่องเครียด หรือต้องพบเจอกับปัญหามากมาย แต่ความรู้สึกว้าเหว่ก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าคนรอบ ๆ ตัว เพื่อน หรือคนที่อยู่วัยเดียวกันมีครอบครัว และแต่งงาน แน่นอนเมื่อต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มีคู่ก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกนี้สามารถจางหายไปได้ หรือดีขึ้นได้ด้วยการหาวิธีการรับมือที่ถูกต้อง ก็จะทำให้สามารถจัดการความรู้สึกที่มีอยู่ได้นั่นเอง วิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ การที่คนวัยทำงานเกิดความรู้สึกว้าเหว่ และเหงาจากการไม่มีคนรัก หรือไม่มีคู่นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้สึก และจมไปกับความรู้สึกนี้ไปตลอด เพราะเราสามารถจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งวิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่สามารถทำได้ดังนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1242 days ago
Read More17/05/2023
AGNOS แอปพลิเคชันวิเคราะห์อาการป่วยสุดละเอียดด้วย AI
เคยไหมที่เวลาเจ็บป่วยแล้วหาสาเหตุของอาการในกูเกิลแล้วพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง? Hack for Health เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยเคยเจอกับปัญหานี้ แม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับมะเร็งแต่ก็อดตกใจไม่ได้ ในบทความนี้เราเลยจะมาแนะนำ AGNOS แอปพลิเคชันวิเคราะห์อาการป่วยด้วย AI ที่จะช่วยวิเคราะห์อาการป่วยและสาเหตุที่เป็นไปได้ผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงฟีเจอร์อื่นของแอปพลิเคชันนี้กัน AGNOS วิเคราะห์อาการ แชตกับหมอ และซื้อยาได้ในแอปพลิเคชันเดียว ปัจจุบันการแข่งขันเรื่อง Telemedicine หรือการหาหมอออนไลน์ในไทยเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง AGNOS มีฟีเจอร์ของการเป็นแอปพลิเคชันการหาหมอออนไลน์ได้ค่อนข้างครบ ขอลิสต์ฟีเจอร์และรายละเอียดคร่าว ๆ ตามนี้เลย นอกจากฟีเจอร์เหล่านี้ AGNOS ยังมีฟีเจอร์ทั่วไปอย่างการดูประวัติการตรวจย้อนหลังและการตั้งค่า และการซื้อบริการสุขภาพออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน วิเคราะห์อาการด้วย AI จาก AGNOS แม่นยำแค่ไหน? ฟีเจอร์ที่ของ AGNOS ที่ Hack for Health ขอรีวิวละเอียดหน่อย คือ ฟีเจอร์วิเคราะห์อาการด้วย AI ซึ่งทาง AGNOS ได้เคลมว่า AI ของเขาผ่านการพัฒนาร่วมกับทีมแพทย์และได้รับการทดสอบถึง 100,000 ครั้งเลยทีเดียว จากการลองใช้แล้วต้องบอกว่า AGNOS เป็นแอปพลิเคชันวิเคราะห์อาการที่ค่อนข้างละเอียด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1243 days ago
Read MorePR Partners
See All09/10/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 2 days ago
“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”
"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 257008/10/2026
เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…เอกพล ชูเชิด | 3 days ago
Read More07/10/2026
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง
มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…เอกพล ชูเชิด | 4 days ago
Read More07/10/2026
เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดการนำเสนอผลงานรอบแรก Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตรบ่มเพาะธุรกิจ CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลังผ่านการพัฒนาร่วมกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมด 12 สัปดาห์ โดยดึงบุคลากรจากบริษัทในเครือจับคู่กับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ เพื่อพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนโจทย์การดำเนินงานจริง มุ่งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ในระดับ 10 เท่า ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจทั้งบริบทธุรกิจและขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้กรอบแนวคิด “Dolphin” ที่สะท้อนคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่ ความเร็ว (Speed), ความฉลาด (Intelligence), ความยืดหยุ่นคล่องตัว (Agility) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งเวที Dolphin Tank ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบสมมติฐาน ความเป็นไปได้…ทีมคอนเทนต์ BT | 4 days ago
Read More































