Tags
| สุขภาพจิต
13/08/2024
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 789 days ago
เมื่อสมองพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนลืมคิด ลืมจำ (Digital Amnesia)
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกล เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเราพึ่งพาอุปกรณ์ดิจิทัลมากเท่าไหร่ ความสามารถในการจดจำของเราก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น ? ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Digital Amnesia" หรือ "ภาวะสมองเสื่อมดิจิทัล" นั่นเอง Digital Amnesia คืออะไร ? “Digital Amnesia” หรือ “Google Effect” เป็นปรากฏการณ์ที่สมองของเราเริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในการจดจำข้อมูลมากเกินไป จนทำให้ความสามารถในการจำของตัวเองลดลง เราจำอะไรได้น้อยลง และมักจะนึกถึงการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก แทนที่จะพยายามนึกถึงข้อมูลนั้นด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2011 โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดย Betsy Sparrow ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสาร Science ทำไมเราถึงเป็น Digital Amnesia ? สาเหตุหลักของ Digital Amnesia มาจากการที่เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปในชีวิตประจำวัน เช่น สมองของเรามีกลไกการทำงานที่น่าทึ่ง มันจะเลือกจดจำสิ่งที่จำเป็นและทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อเรารู้ว่าสามารถหาข้อมูลได้ง่าย ๆ จากอินเทอร์เน็ต สมองจึงเลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลนั้นไว้ เพื่อประหยัดพลังงานและพื้นที่สำหรับข้อมูลอื่น ๆ อาการของ Digital Amnesia…05/06/2024
ความสิ้นหวัง ก้นบึ้งแห่งจิตใจที่ ‘เวลา’ ช่วยเยียวยาได้
“ความสิ้นหวัง” คือความรู้สึกและอารมณ์ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ “ความหวัง” ความสิ้นหวัง คือ การขาดความหวัง มีความรู้สึกว่าปัญหาที่เจออยู่จะไม่มีทางดีขึ้นไปมากกว่านี้ได้แล้ว เป็นความรู้สึกที่บั่นทอนพลังใจมาก และถ้าหากบุคคลใดพบกับความสิ้นหวังรุนแรง อาจนำไปสู่ความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง หรืออยากลาจากโลกนี้ไปได้ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังได้เสมอไป เช่น แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถหาวิธีการจัดการกับความรู้สึกสิ้นหวังได้ ในยามที่คุณเผชิญกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ลองทำตามคำแนะนำนี้ สุดท้ายคือการปล่อยให้เวลาได้เข้าไปเยียวยาหัวใจของคุณ ไม่มีความสุขไหนที่จะคงอยู่ตลอดไป และก็ไม่มีความทุกข์ไหนที่จะคงอยู่ตลอดกาล ขอให้คุณค่อย ๆ ปรับใจของตัวเองให้ดีขึ้นในแต่ละวัน วันละเล็ก วันละน้อย หัวใจของคุณก็จะกลับมาสดใสได้อีกครั้งอย่างแน่นอนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 858 days ago
Read More05/06/2024
แผลทางใจมือสอง (Secondary Traumatization) เรื่องใหญ่สำหรับคนให้คำปรึกษา
“เรื่องของเขา แต่เราเจ็บ !” แผลทางใจมือสอง หรือ Secondary Traumatization คือภาวะ “ความเครียด” ที่ผู้ให้คำปรึกษาต้องแบกรับ และบางครั้งก็กลายมาเป็นแผลในใจแบบไม่รู้ตัว แผลทางใจมือสอง จะเกิดขึ้นเมื่อเราได้ไปรับฟังปัญหาความทุกข์ของผู้อื่น หรือมีคนนำเรื่องหนัก ๆ มาปรึกษาด้วย แม้การแชร์ประสบการณ์เหล่านั้นจะจบลงแล้ว แต่ผู้ที่รับฟังก็เกิดความรู้สึกจมดิ่งไปกับเรื่องที่ได้ยิน และสลัดความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ จนเกิดความเครียด และรู้สึกทุกข์ตามมา ซึ่งเรื่องใหญ่ที่มักก่อให้เกิดแผลทางใจมือสอง เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการประสบกับภาวะแผลทางใจมือสอง เช่น นักบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ที่มักให้คำปรึกษาคนอื่น มักมีคนมาระบายทุกข์ด้วย นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทของผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์หนัก ก็มีความเสี่ยงที่จะทุกข์จากปัญหาของคนที่ตัวเองสนิทด้วยเช่นกัน อาการของผู้ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะ แผลทางใจมือสอง ทั้งนี้นอกเหนือไปจากการมอบความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีกับผู้อื่นแล้ว ผู้ที่ให้คำปรึกษาเองก็ควรที่จะหาทางระบายความเครียดของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน รักษาชีวิตให้มีความสมดุล มีความเข้าใจต่อปัญหาชีวิตของผู้อื่น ในแบบที่ไม่นำเรื่องนั้นกลับมาทำร้ายตัวเอง เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถดูแลผู้อื่น ไปพร้อม ๆ กับการดูแลตัวเองได้อย่างมีคุณภาพภูษิต เรืองอุดมกิจ | 858 days ago
Read More04/06/2024
(No More) Emotional Damage ! แมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองเฮตสปีชได้ 88 เปอร์เซ็นต์
ในโลกอินเทอร์เน็ต ปัจจัยเรื่องสถานที่ เวลา หรือแม้แต่ภาษาไม่ได้เป็นปัญหาในการสื่อสารอีกต่อไป อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราเข้าถึง และส่งต่อข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือ เราสามารถโต้ตอบกับครีเอเตอร์ หรือผู้สร้างสรรค์ข้อมูลเหล่านั้นได้ ทั้งด้านดี และไม่ดี หลายปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นข่าวการ Cyber Bully กันอยู่เนือง ๆ และในหลายเคสก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่ายินสักเท่าไหร่ อารมณ์ด้านลบ และผลกระทบทางจิตใจเป็นผลลัพธ์รูปแบบหนึ่งที่บรรดาครีเอเตอร์ได้รับจากผู้ชม ไม่ว่าคอนเทนต์เหล่านั้นจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกใจก็ตาม เฮตสปีช (Hate Speech) เป็นหนึ่งในรูปแบบของความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ที่เรารู้จักกันในภาษาไทยว่า ‘ข้อความเพื่อสร้างความเกลียดชัง’ ที่หมายถึงข้อความที่ยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างความเกลียดชังให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ศาสนา สีผิว หรือรสนิยม โดยเฮตสปีชเป็นสิ่งที่เราพบได้ทั่วไปในช่องความคิดเห็น ซึ่งมีการศึกษาที่พบว่าฟีดแบ็กบนโลกออนไลน์สามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจ หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงของโรคทางอารมณ์บางชนิด อย่างโรคเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นฟีเจอร์ในการฟิลเตอร์ (Filter) หรือคัดกรองความคิดเห็นด้านลบมากขึ้น โดยฟีเจอร์นี้อาจช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจจากความคิดเห็นแง่ลบบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (University of Waterloo) ประเทศแคนาดา ได้พัฒนาแมชชีนเลิร์นนิงที่สามารถคัดกรองเฮตสปีชได้แม่นยำถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดภาระงานของพนักงานเฝ้าระวังและคัดกรองเฮตสปีชได้หลายร้อยชั่วโมง รวมถึงผลกระทบจากการตรวจสอบข้อความเหล่านั้นได้ด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 859 days ago
Read More08/09/2023
Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต
การเอาอกเอาใจผู้อื่น ความสมบูรณ์แบบ และการให้ความสำคัญกับผู้อื่นเป็นอันดับแรก แม้จะดูเหมือนเป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นการทำให้คนส่วนมากรักในตัวคุณ แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติเหล่านี้อาจหันกลับมาทำลายความสุขที่แท้จริงของคุณได้ Good Girl Syndrome คืออะไร? แนวคิดเรื่อง Good Girl Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแพทย์ แต่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมสมัยนิยม ซึ่งเป็นวลีที่คุณมักจะพบเห็นในฟีดโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ และช่วยให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบกับอาการดังกล่าวได้รู้เท่าทัน และหาวิธีแก้ต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า อาการของ Good Girl Syndrome เป็น “การสำแดงลักษณะที่มีคุณค่าหรือน่ายกย่องในตัวผู้หญิง เกี่ยวพันกับการที่ครอบครัวรวมถึงผู้คนภายนอกครอบครัว เช่น ครู มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงอย่างไร และปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้หญิงแต่ละคนอย่างไร” ให้ลองนึกถึงคำว่า "ผู้หญิงดี" ในภาพจินตนาการทุกคนจะนึกถึงภาพของสาวสวยเงียบ ๆ เชื่อฟังและคอยดูแลผู้อื่น ไม่สร้างปัญหา สิ่งนี้มีรากฐานมาจากความคาดหวังแบบเหมารวมของสังคมว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างไรและมีบทบาทอย่างไร เมื่อผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรม "คนดี" ที่ว่าแล้ว พวกเธอจะรู้สึกผิด หรือกลัวที่จะถูกตัดสินในแง่ลบ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็น Good Girl Syndrome Good Girl Syndrome…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1129 days ago
Read More08/09/2023
เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น! กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms)
อีกหนึ่งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่น่ารู้ คุณเคยสังเกตไหม ทำไมบางคนเมื่อมีการทำความผิดอะไร ก็มักจะต่อต้านความผิดของตัวเอง และโทษคนอื่นเสมอ วันนี้เรามีคำตอบ กลไกนี้มีชื่อเรียกว่า “Defense Mechanisms” กลไกนี้เป็นการปกป้องตัวเองตามสัญญาณ ซึ่งเราจะมานำเสนอข้อมูลลักษณะของคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้กัน รวมทั้งการปรับทัศนคติให้กล้ายอมรับความผิดที่ตนเองทำ ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็เคยทำผิดแต่สิ่งสำคัญคือ การยืดอกยอมรับความผิดของตัวเอง แล้วแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น! ทำความรู้จักกับ กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) เป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยา ที่จิตใจใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่สบายใจ หรือการถูกคุกคาม ซึ่งมักจะเป็นกลไกที่เกิดขึ้นมา โดยที่หลาย ๆ คนไม่รู้ตัว เป็นกลไกที่ใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) จัดเป็นวิธีการป้องกันตนเองในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้ามีการปล่อยให้กลไกนี้ทำงานเรื่อย ๆ แบบไม่มีการควบคุม หรือไม่มีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงกว่าเดิม กลไกการป้องกันตนเองประเภทต่าง ๆ และวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ความคิด ที่เกิดขึ้นจากกลไกป้องกันตัวเอง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวหรือสถานการณ์เดียวเท่านั้น แต่มีความคิดและอารมณ์ที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้นำคุณลักษณะของกลไกตนเองประเภทต่าง ๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1129 days ago
Read More08/09/2023
ไขข้อข้องใจ ทำไมผู้หญิงถึงปากไม่ตรงกับใจ
หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่หลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นสิ่งลี้ลับอีกสิ่งหนึ่งของโลก นั่นก็คือปัญหาที่ว่า ทำไมผู้หญิงถึงมักจะปากไม่ตรงกับใจ ซึ่งเป็นปัญหาที่สามารถส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ทำให้ความรักเกิดรอยร้าว และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ชายอีกด้วย โดยผู้ชายได้รับผลกระทบทางใจมากกว่าผู้หญิง จากการมีความสัมพันธ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ คาดเดาใจไม่ได้ การศึกษาพบว่าผู้ชายรับมือกับความเครียดจากความสัมพันธ์ได้ยากกว่าผู้หญิง ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อมูลที่น่าสนใจ และวิธีการแก้ไขเรื่องนี้มาแนะนำกัน ปากไม่ตรงกับใจ คือการแสดงออกของกลไก Reaction Formation กลไก Reaction Formation คือ กลไกป้องกันตัว ที่ทำให้ผู้คนมีการแสดงออก ในด้านของพฤติกรรมและคำพูด ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งบางครั้งก็อาจเกินเลยไปจนทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกข่มความเป็นชาย ก็อาจแสดงท่าทีก้าวร้าวมากเกินไป เป็นต้น แนวคิดของกลไก Reaction Formation ได้รับการพัฒนามาจาก Sigmund Freud และ Anna Freud ลูกสาวของเขา โดยเป็นการนำเสนอแนวคิดในการกลไกการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นกลไกที่จะเกิดขึ้นมา ใช้เพื่อในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เพราะ “ไม่สบายใจ” จึงเกิด กลไก Reaction Formation กลไก Reaction…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1129 days ago
Read More07/09/2023
การหาเวลาให้กับตัวเองและอยู่คนเดียวบ้าง แม้อาจเหงาแต่ก็มีข้อดี
เป็นเรื่องธรรมชาติของทุกคนที่ครั้งหนึ่งอาจเกิดความรู้สึกปั่นป่วน มีความเครียดเรื้อรัง และเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณต้องจัดเวลาให้กับตัวเองเพื่อทบทวนสิ่งต่าง ๆ และปล่อยความคิดให้อิสระ จริงอยู่ว่าการอยู่คนเดียวบางครั้งอาจทำให้หลายคนรู้สึกเหงา แต่ขณะเดียวกันการอยู่คนเดียวก็มีข้อดี เพราะการใช้เวลาตามลำพังเป็นวิธีที่ดีในการเติมพลัง ลดความเครียด และฟื้นฟูตัวเอง ที่สำคัญการมีเวลาให้กับตัวเองยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณด้วย เมื่อคุณตระหนักถึงสัญญาณของความเครียดที่เกิดจากการไม่มีเวลาให้ตัวเองได้อยู่ลำพัง คุณควรกำหนดเวลาให้ตัวเอง และนำสมดุลเวลากลับสู่ชีวิตของคุณอีกครั้งได้ สัญญาณที่บอกว่าคุณควรให้เวลากับตัวเองบ้าง 1. หงุดหงิดง่าย หากคุณรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย กระสับกระส่าย และโกรธกับสิ่งที่มักไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากคุณอารมณ์เสียกับสิ่งต่าง ๆ เกือบทั้งหมด หรือพบว่าตัวเองหงุดหงิดกับทุกสิ่งที่เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือคนรักพูด คุณควรที่จะให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อนบ้าง 2. เหนื่อยหรือท้อ แม้ว่าคุณจะนอนหลับเต็มอิ่มแต่คุณก็อาจจะไม่ได้พักผ่อนทั้งกายและใจมากเท่าที่คุณต้องการ การอยู่คนเดียวสามารถสงบจิตใจ ให้คุณมีเวลาคิดใคร่ครวญ และแยกคุณออกจากสิ่งที่กำลังดูดพลังงานในทุก ๆ วัน 3. สิ่งต่าง ๆ ดูไม่สนุกสำหรับคุณอีกต่อไป ทุกอย่างรู้สึกน่าเบื่อมากเกินที่จะรับมือ คุณอาจให้เวลาตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป ทำให้คุณไม่มีที่ว่างให้เพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ หรือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ 4. คุณรีบร้อนตลอดเวลาหากคุณกำลังเร่งรีบจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง สมองของคุณแทบไม่มีเวลาหยุดทำงาน ไม่ว่าคุณจะพยายามตอบสนองความคาดหวังของคนอื่นหรือความคาดหวังของตัวเองก็ตาม ดังนั้น สมองและร่างกายของคุณจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน 5. เครียดมากขึ้น ระดับความเครียดของคุณดูเหมือนไม่เคยลดลงเลย อีกทั้งความเครียดเรื้อรังมีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1130 days ago
Read More07/09/2023
4 สิ่งที่จะเปลี่ยนไปเมื่อคุณนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
การนอนหลับให้ได้ 7–9 ชั่วโมง/คืนเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับไลฟ์สไตล์ในโลกยุคดิจิทัลแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นการนอนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการศึกษาและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมหาศาลพบและยืนยันว่าการนอนหลับอย่างเหมาะสมทำให้สุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรค และอายุยืน ในขณะเดียวกันการอดนอนและนอนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นให้ผลตรงกันข้าม ในช่วงเวลาแห่งการนอนหลับ แม้จิตใจของคุณจะตกอยู่ในห้วงแห่งนิทรา หัวใจเต้นแผ่ว หายใจช้า ร่างกายแทบไม่ไหวติง แต่ภายในร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าเกิดปฏิกิริยาและกลไกต่าง ๆ มากมาย และเมื่อร่างกายได้นอนหลับอย่างเต็มที่ติดต่อกันสักระยะ คุณอาจสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในทางที่ดีขึ้น 4 สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณนอนเต็มอิ่ม 1. ความจำและสมาธิที่เพิ่มขึ้น ในระหว่างที่คุณนอนหลับอยู่ในระยะหลับฝัน สมองของคุณจะหยิบเอาเรื่องราว ข้อมูล และความทรงจำต่าง ๆ ที่คุณพบเจอในวันที่ผ่านมา ซึ่งกระจัดกระจายอยู่มามาประมวล เรียบเรียง และจัดเก็บอย่างเป็นที่เป็นทาง คล้ายกับการเรียงเอกสารหลายร้อยหลายพันแผ่นที่ระเกะระกะอยู่จัดเก็บเข้าแฟ้มโดยแบ่งตามหมวดหมู่ และใส่เข้าไปลิ้นชักอีกที ยามที่คุณตื่นขึ้นและต้องการเรียกใช้ข้อมูลหรือความทรงจำเหล่าเกี่ยวกับเรื่องไหน สมองคุณจะทำงานได้ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น เพียงแค่เปิดลิ้นชักแห่งความทรงจำและหยิบเรื่องราวเหล่านั้นออกมาดู ซึ่งช่วยให้คุณคิดวิธีแก้ปัญหา หรือไอเดียใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การนอนหลับมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมและรักษาการทำงานของสมองส่วนที่เรียกว่า Cognitive function สมองส่วนประมวลผล ตรรกะ ความจำก็เป็นหนึ่งในนั้น รวมถึงสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย การที่สมองได้พักผ่อนจะช่วยให้ Cognitive function สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ช่วยให้คุณมีสมาธิได้นาน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1130 days ago
Read More06/09/2023
รู้จักพารานอย (Paranoia) อาการหวาดระแวงแบบสุดฤทธิ์ ที่มาของคำว่า ‘นอยด์’
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็นอยด์ เซ็งก็นอยด์ เศร้าก็นอยด์ ซึ่งคำว่า ‘นอยด์’ ที่คนใช้อธิบายความรู้สึกไม่พอใจหรืออารมณ์ทางลบ แต่ในความเป็นจริง นอยด์ไม่ได้หมายความว่าเซ็ง เศร้า หรือน้อยใจ แต่หมายถึงอาการหวาดระแวง หรือ ‘พารานอย’ (Paranoia) ที่เป็นลักษณะอาการทางจิตชนิดหนึ่ง ส่วนพารานอยด์ (Paranoid) แบบมี ด์ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายสิ่งต่าง ๆ เช่น บุคลิกแบบพารานอยด์หมายถึงบุคลิกแบบหวาดระแวง พารานอยเป็นอาการทางจิตที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหวาดระแวงต่อสิ่งรอบข้างหรือรู้สึกว่าถูกคุกคามอยู่ตลอดและต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เช่น คิดว่ามีคนเข้ามาภายในห้อง รู้สึกถูกจ้องมอง รู้สึกระแวงว่ามีคนดักรอจะทำร้าย ความคิดเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุการณ์แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ทำให้รู้สึกหวาดระแวงได้ อย่างการมีคนเดินตามหลังเพื่อไปทางเดียวกัน หรือการถูกเดินชนในที่สาธารณะ และอาการพารานอยสามารถพัฒนาไปเป็นโรคจิตเภทชนิดอื่นที่รุนแรงขึ้นได้ อาการหวาดระแวงเป็นลักษณะทางจิตที่มีความเฉพาะตัว จึงถูกหยิบใส่ในตัวละครภายในนิยายหรือภาพยนตร์หลายเรื่อง สัญญาณและพฤติกรรมอาการพารานอย แม้จะเรียกว่าหวาดระแวง แต่คนที่มีอาการนี้ไม่ได้มีท่าทีสั่นกลัวแบบที่หลายคนคิด แต่มักเป็นการหวาดระแวงในเชิงก้าวร้าวมากกว่า ซึ่งอาการและพฤติกรรมอาจขึ้นอยู่กับความรุนแรง ด้วยอาการหวาดแวงผิดปกตินี้ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าที่จะพูดคุยหรือเข้าสังคมกับใครเลย ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และตัดขาดจากสังคม ปัจจัยด้านสังคมส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหงา เศร้า ร่วมกับความเครียดที่มาจากความรู้สึกหวาดระแวงส่งผลให้อาการทางจิต สมอง และอารมณ์นั้นรุนแรงมากขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้เกิดโรคหรืออาการทางจิตอื่น ๆ ตามมา รู้ตัวว่าหวาดระแวง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1131 days ago
Read More05/09/2023
ประโยชน์ของ Sex Toy เมื่อเรื่องเพศและสุขภาพเป็นเรื่องเดียวกัน
*เซ็กส์ทอยเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย บทความนี้มีเจตนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเซ็กส์ทอยเท่านั้น บทความนี้ขอชวนคุณก้าวข้ามเส้นขีดทางศีลธรรมและความเขินอายเรื่องเพศไปสู่ข้อมูลความสนุกเกี่ยวกับเซ็กส์ทอย และข้อมูลทางการแพทย์ที่ชี้ว่าของเล่นผู้ใหญ่ที่ถูกตีตราว่าผิดศีลธรรมนั้นไม่ได้แค่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกหายใคร่ แต่ยังดีต่อสุขภาพด้วย เซ็กส์ทอยเป็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อให้ผู้คนได้ระบายความต้องการเพศ ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต สัตว์สังคมที่วิวัฒนาการความฉลาดอย่างมนุษย์ไม่เพียงแต่มีความต้องการทางเพศเพื่อดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์เท่านั้น แต่มนุษย์ยังตอบสนองต่อความใคร่ในแง่ของความบันเทิงด้วย เซ็กส์ทอยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะปลดเปลื้องความต้องการเหล่านั้น โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นชาย หญิง หรือ LGBTQIA+ ที่มีรสนิยมทางเพศแบบใด ปกปิด หรือเปิดเผย ดิลโด้ (Dildo) ไวเบรเตอร์ (Vibrator) จิ๊มิกระป๋อง บัตปลั๊ก (Butt plug) ตุ๊กตายาง กุญแจมือ สารพัดชุดคอสตูม และอื่น ๆ จะช่วยเติมแต่งจินตนาการและความสุขทางเพศให้กับคุณราวกับมี Friend with Benefit ที่แสนรู้ใจ ไม่เรื่องมาก และปลอดภัย ประโยชน์ของเซ็กส์ทอย การระบายความใคร่ไม่ต่างอะไรกับการได้ระบายความเครียดด้วยการดูหนัง ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ความเครียดที่สะสมส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตแบบไหน ความต้องการทางเพศที่อัดอั้นก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ระบายมันออกมา! เพราะความเสียวและสุขภาพเป็นเรื่องเดียวกัน 1. ลดฮอร์โมนความเครียด ช่วยให้อารมณ์ดี ลดปัญหานอนไม่หลับ คุณจำความรู้สึกในช่วงที่กำลังจะถึงและหลังจากถึงจุดสุดยอดได้ไหม? ความรู้สึกที่ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย เบาสบาย ห้วงความคิดที่ว่างเปล่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1132 days ago
Read More04/09/2023
รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย แม้ไม่ชอบแต่ก็ต้องทำใจ!
ในที่ทำงาน คุณมักจะเจอเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัย และมีทั้งบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้ว่าเพื่อนร่วมงานที่คุณเจอจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัย แต่สำหรับบางคนพฤติกรรมของพวกเขา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาตีแผ่กับลักษณะนิสัย toxic ของเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะพบเจอกัน และจะมาแนะนำวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย คุณเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถหาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม ในสังคมการทำงานทุกที่ ย่อมมีคนที่หลากหลายถ้าคุณไม่พอใจใครจะให้เปลี่ยนงานเป็นทุกครั้งก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นมาศึกษาความเป็นพิษของเพื่อนร่วมงานในแต่ละรูปแบบกันดีกว่า และคุณจะได้หาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้คุณต้องทำใจเอาไว้เลยว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติและความสนใจของคุณเองในการจัดการกับพวกเขาได้ และสิ่งนี้จะไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของคุณใด ๆ ทั้งสิ้น 1. บ่นไม่หยุด โลกรอบตัวไม่มีอะไรดีเลย ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่เอาแต่บ่น จดจ่ออยู่กับด้านลบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ ไม่เคยมีอะไรดีเลย วิธีจัดการ: ให้คุณนำเสนอวิธีแก้ปัญหา และพยายามเปลี่ยนเส้นทางการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวกมากขึ้น หากความคิดเชิงลบยังคงมีอยู่ หรือเพื่อนร่วมงานของคุณยังไงก็ไม่หยุดบ่น ให้คุณนำตัวเองเฟดออกมา จากการมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลบนั้น 2. ผู้คุมวิญญาณ ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่มักจะเฝ้าติดตามและควบคุมงานมากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีความเป็นอิสระในการทำงาน วิธีจัดการ: พยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณกำลังทำงานในส่วนไหนอยู่ ทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว พยายามนำเสนอรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่เขาจะได้หมดคำถาม และอาจจะเกิดความไว้วางใจในตัวคุณมากขึ้น 3. Gossip…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1133 days ago
Read More01/09/2023
อันตรายจากความเครียดเรื้อรัง ส่งผลเสียต่ออารมณ์และร่างกายกว่าที่คิด
ความเครียด ส่งผลต่อเราทุกคนและสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องการเงิน หรือเมื่อต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นอย่างที่หวัง หากความเครียดเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยและหายไปได้ในเวลาไม่นานก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลอะไร แต่ความเครียดที่มากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกแย่และทำให้คุณป่วยทั้งทางจิตใจและร่างกายได้ ขั้นตอนแรกในการควบคุมความเครียดคือการรู้อาการของความเครียด แต่การรับรู้อาการความเครียดอาจยากกว่าที่คุณคิด เพราะส่วนใหญ่คนมักคุ้นเคยกับความเครียด และไม่รู้ว่าตัวเองเครียดจนกว่าเราจะถึงจุดแตกหัก ความเครียดคืออะไร ? ความเครียดคือปฏิกิริยาของร่างกายต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือการรับรู้ก็ตาม เมื่อคุณรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม ปฏิกิริยาทางเคมีจะเกิดขึ้นในร่างกายซึ่งทำให้คุณสามารถดำเนินการเพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้ ปฏิกิริยานี้เรียกว่า "สู้หรือหนี" หรือการตอบสนองต่อความเครียด ในระหว่างการตอบสนองต่อความเครียดอัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น หายใจเร็วขึ้น กล้ามเนื้อกระชับ และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ความเครียดมีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคน สิ่งที่ทำให้เกิดความเครียดในคนหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่อีกคนอาจไม่รู้สึกอะไร บางคนสามารถรับมือกับความเครียดได้ดีกว่าคนอื่น ๆ และไม่ใช่ว่าความเครียดจะเลวร้ายไปเสียทุกอย่าง เพราะในอีกมุมหนึ่งความเครียดสามารถช่วยให้คุณทำงานให้สำเร็จ เพื่อหลีกหนีผลกระทบอื่น ๆ ที่จะตามมา ร่างกายของเราได้รับการออกแบบมาให้รับมือกับความเครียดเพียงเล็กน้อย แต่เราไม่พร้อมที่จะรับมือกับความเครียดเรื้อรังในระยะยาวโดยไม่มีผลร้ายตามมา อาการของความเครียด ? ความเครียดสามารถส่งผลต่อทุกด้านของชีวิต รวมถึงอารมณ์ พฤติกรรม ความสามารถในการคิด และสุขภาพกาย และเนื่องจากคนเราจัดการกับความเครียดต่างกัน อาการของความเครียดจึงอาจแตกต่างกันไป อาการอาจไม่ชัดเจนและอาจเหมือนกับอาการที่เกิดจากสภาวะทางสุขภาพทั่วไป โดยอาการทางอารมณ์ของความเครียด ได้แก่ อาการทางกายภาพของความเครียด ได้แก่ อาการทางการรับรู้ของความเครียด ได้แก่ อาการทางพฤติกรรมของความเครียด ได้แก่ ผลที่ตามมาของความเครียดเรื้อรัง ความเครียดเล็ก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1136 days ago
Read More29/08/2023
วิธีก้าวออกจาก Safe Zone เมื่อมองไม่เห็นความก้าวหน้าในที่ทำงาน
หลาย ๆ คนอาจจะมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทดี ๆ ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางด้านการเงิน จิตใจและสังคมที่ดีพร้อมอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจกำลังพบกับชีวิตการทำงานที่รู้สึกว่ายัง “ไม่ใช่” แต่ก็ยังคงติดอยู่กับสถานที่เดิม ๆ สังคมเดิม ๆ การทำงานแบบเดิม ๆ ยังไม่กล้าก้าวที่จะออกจาก “Safe Zone” แม้ในใจจะมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่า สถานที่ที่คุณอยู่นี้ยังไม่ใช่สถานที่ใช่สำหรับคุณ ในบางครั้งความกล้าก็มาจากแรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าในวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วย ที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณนั้นมีความเด็ดขาด เราขอยกมืออาสา และก็ได้นำความรู้ดี ๆ มาฝากคุณผู้อ่านกันอีกเช่นเคย มาปลดล็อกความกังวลและก้าวเท้าออกจาก Safe Zone ในบทความนี้กัน Safe Zone คืออะไร? สิ่งนี้ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยภายในใจของคุณ เป็นสถานการณ์ที่คุณคุ้นเคยและรับประกันว่าจะไม่มีความกังวลใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคถ้าคุณมองหาการพัฒนาในชีวิต เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเติบโต ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งใหม่ ๆ นั้นเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรค และอยู่ห่างไกลจากคำว่า Safe Zone แม้ว่าคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่โซนแห่งความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ แต่การท้าทายตัวเองจะทำให้คุณมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง หากคุณรู้สึกเบื่อกับการทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มองไม่เห็นทางเติบโต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1139 days ago
Read More28/08/2023
ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly
คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1140 days ago
Read More24/08/2023
พัฒนาตนเองด้วย 5 แนวคิดแบบ Growth Mindset
Carol Dweck นักจิตวิทยาจาก Stanford กล่าวว่า “ศักยภาพที่แท้จริงไม่ได้ถูกจำกัดจากอุปนิสัย ทักษะ หรือความฉลาดของคุณ แต่อยู่ที่กรอบความคิด" สิ่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “Growth Mindset” แนวคิดนี้มีความเชื่อว่า ทุก ๆ คนสามารถเติบโตได้ และผู้ที่มีความมุ่งมั่นจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยมาจากรากฐานความเชื่อที่ว่า “ความพยายามอย่างสม่ำเสมอ จะนำไปสู่การเติบโตในระยะยาว” ซึ่งวันนี้เราได้นำแนวคิดดี ๆ ที่จะทำให้คุณได้นำไปปรับใช้ในการพัฒนาตัวเองมาแนะนำกันค่ะ 5 แนวคิดแบบ Growth Mindset ปรับสักนิด เพื่อชีวิตที่เติบโต แนวคิดแบบเก่า ๆ บางแง่มุมเป็นความคิดที่ไม่ส่งเสริมทำให้คุณเติบโต ไม่ทำให้คุณรู้สึกมีความสุข ดังนั้นในวันนี้เราอยากจะ ชวนคุณมาปรับแนวคิดที่จะทำให้ชีวิตของคุณพบความสุขมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าไปยังเส้นทางที่คุณวางเป้าหมายเอาไว้ได้มากขึ้นกัน 1. มองความท้าทายเป็นโอกาส ถ้าเราหลีกเลี่ยงอุปสรรค เราจะเติบโตไหม? คำตอบสำหรับคำถามนี้ เราอยากให้คุณหลับตาแล้วนึกถึงเด็กทารก เมื่อทารกถึงช่วงวัยเรียนรู้ที่จะหัดเดิน ทุกครั้งที่ก้าวพลาด เด็ก ๆ จะลุกขึ้นและลองก้าวใหม่ ล้มแล้วก็ลุก ลุกแล้วก็ล้ม ร่างกายเล็ก ๆ ของพวเบบี้ไม่รู้ว่าต้องล้มลุกคลุกคลานอีกกี่รอบ แต่การล้มนั้นคุ้มค่า! เมื่อคุณปรับความคิดสักนิดมองว่า ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญหรือความยากที่คุณอาจจะทำไม่ได้ตอนนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1144 days ago
Read More22/08/2023
วิจัยเผย ‘การล้างจาน’ ช่วยให้มีสมาธิและลดความเครียดได้
การล้างจาน อาจเป็นงานบ้านที่น่าเบื่อสำหรับใครหลาย ๆ คน บางคนปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนค่อยมาล้างเพราะขี้เกียจ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการสะสมเชื้อแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนจานของคุณ Hack for Heath เลยอยากเชิญชวนทุกคนให้ขยันล้างจานกันมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณห่างไกลเชื้อแบคทีเรีย แต่การล้างจานยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย การล้างจานลดความเครียดได้ ? การศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้นักศึกษา 51 คน ล้างจาน ซึ่งผลการวิจัยพบว่าคนที่ล้างจานอย่างมีสมาธิ เน้นไปที่การดมกลิ่นสบู่ สัมผัสอุณหภูมิของน้ำ และสัมผัสจาน จะเพิ่มความรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจ 25% และลดระดับความกังวล 27% ในขณะที่กลุ่มคนที่ล้างจานอย่างไม่มีสมาธิจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ การศึกษานี้ทำโดยมีนักศึกษาเพียง 51 คน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำซ้ำเพื่อข้อสรุปที่แน่นอน แต่นักวิจัยแนะนำว่าการมีสติและสมาธิสามารถทำได้ในกิจกรรมทั่วไปที่หลากหลาย อาจช่วยลดความเครียด และปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตได้ ทำไมคุณควรล้างจาน กิจวัตรของคนโดยส่วนมากจะทำอาหาร หรือบางคนอาจซื้ออาหารกลับมากินที่บ้าน แน่นอนว่าเครื่องครัวถ้วย จาน ชาม เป็นอุปกรณ์หลักที่เราใช้ใส่อาหาร เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเหตุผลที่คุณควรล้างจาน มีดังนี้ 1.กำจัดคราบอาหาร นอกจากคราบอาหารแล้วยังมีสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่เกาะอยู่บนจาน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และองค์ประกอบที่อาจเป็นอันตรายอื่น ๆ เติบโตบนจาน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1146 days ago
Read More22/08/2023
พฤติกรรมการเล่นโซเชียล อาจบ่งบอกปมในใจของคุณ
โลก “หลังคีย์บอร์ด” สำหรับบางคน เป็นเหมือนพื้นที่ที่ใช้แสดงความกล้า ปลดปล่อยตัวตน หรือใช้ในการระเบิดพลังในแง่ลบออกมา โดยที่ตัวจริงของเขาอาจจะแตกต่างจากตัวตนที่อยู่ในสื่อโซเชียลอย่างสิ้นเชิง เหตุใดทำไมเขาถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการแสดงออกถึงปมภายในใจบางอย่างหรือไม่ วันนี้เราจะชวนคุณผู้อ่านมาไขคำตอบไปพร้อมกัน พฤติกรรมเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย ที่เกิดจากปมในใจ การแสดงออกถึงพฤติกรรมเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย มาจากปัจจัยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในเชิงจิตวิทยา หรือปัจจัยที่มาจากตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้งานรายนั้น ซึ่งเราก็ได้นำเหตุผลบางประการ ที่คน ๆ นึงอาจมีพฤติกรรมเชิงลบและแสดงออกบนโซเชียลมีเดียมานำเสนอ และยังเป็นการแสดงออกถึงปมในใจบางอย่างที่ฝังรากลึกมานานอีกด้วย พฤติกรรมเชิงลบในสื่อโซเชียลมีเดีย โดยจะใช้วิธีหรือคำพูดที่จะกดให้คนอื่นต่ำลง และมีการแสดงออกว่าตนเองเหนือกว่า จากการดูถูกผู้อื่น ซึ่งจะเป็นเพิ่มความนับถือตนเองแบบชั่วคราว พฤติกรรมเชิงลบเหล่านี้ มักสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ทางอารมณ์หรือ “ปมในใจ” ที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่ การจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยความเอาใจใส่และความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นไปได้ว่าบุคคลเหล่านี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย และความยากลำบากในชีวิตจริง และไม่รู้ว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาที่เจออย่างไรดี ดังนั้นการฝึกแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อบุคคลอื่นทางโลกออนไลน์ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ หรืออย่างน้อย ๆ พฤติกรรมในแง่ลบของคนอื่นก็จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคุณสักเท่าไหร่นัก ทำไมบางคนถึงมีพฤติกรรม เป็นเกรียนคีย์บอร์ด การศึกษาทางจิตวิทยาพบว่าผู้ที่เป็น “เกรียนคีย์บอร์ด” มีแนวโน้มที่จะมีลักษณะบุคลิกภาพทางจิต 4 แบบ ได้แก่ เกรียนคีย์บอร์ด มักจะซ่อนตัวอยู่หลังชื่อปลอมหรือบัญชีนิรนาม ซึ่งมักจะพบได้ในกระทู้ทั่วไป เช่น ใน Reddit ฟอรัมสนทนาทางอินเทอร์เน็ตยอดนิยม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1146 days ago
Read More18/08/2023
‘ภาวะสิ้นยินดี’ ไม่สุขแต่ก็ไม่เศร้า รู้สึกเฉยชากับทุกสิ่ง
ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) คือ การที่คนคนหนึ่งไม่สามารถสัมผัสกับความสุขหรือความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวันได้ อาจรู้สึกมึนงงหรือสนใจในสิ่งที่เคยชอบน้อยลง เป็นอาการทั่วไปของภาวะสุขภาพจิตหลายอย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า ซึ่งการรักษามีไว้เพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านั้นกลับมาสนใจกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตมากขึ้น ภาวะสิ้นยินดีมีกี่ประเภท ? ภาวะสิ้นยินดีมี 2 ประเภท ดังนี้ โดยภาวะสิ้นยินดีทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวแย่ลง เพราะคุณจะไม่ได้รู้สึกถึงความสุข หรือความสนุกสนานใด ๆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีแรงจูงใจในการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น คุณอาจปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพราะคุณมองว่าการเข้าสังคมไม่ได้มีประโยชน์อะไร หรือคุณอาจมีความวิตกกังวลทางสังคม เพราะรู้สึกว่าไม่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพบปะผู้คนใหม่ ๆ อาการของภาวะสิ้นยินดี ภาวะสิ้นยินดีพบมากในใคร ? โดยส่วนมากภาวะสิ้นยินดีจะพบมากในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต รวมถึงโรคอื่น ๆ เช่น ภาวะสิ้นยินดี เกิดจากอะไร ? มีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าภาวะสิ้นยินดีอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสมองในการผลิตหรือตอบสนองผิดปกติต่อสารโดปามีน ซึ่งสารโดปามีนเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับ "ความรู้สึกดี" ความผิดปกติในสมองส่วนนี้อาจส่งผลต่อการรับรู้หรือความรู้สึกมีความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นภาวะสิ้นยินดี ? แพทย์จะทำการค้นหาอาการของภาวะสิ้นยินดีโดยการถามคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ของคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำการตรวจร่างกายเพื่อแยกแยะสภาพร่างกายอื่น ๆ เนื่องจากภาวะสิ้นยินดีสามารถเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อระบุสาเหตุให้แน่ใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณ และอาจรวมถึง การขาดวิตามินดี หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนไทรอยด์ การรักษาภาวะสิ้นยินดี แนวทางการรักษาทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1150 days ago
Read More17/08/2023
ชอบดมเสื้อแฟนไม่ใช่โรคจิต! วิจัยเผย กลิ่นคนรักช่วยลดความเครียดได้
ผู้หญิงหลายคนเวลาที่ต้องห่างจากคนรัก เป็นเรื่องปกติที่ความคิดถึงเข้าครอบงำ ยิ่งถ้าปกติแล้วคุณใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลายิ่งทำให้โหยหากันและกันมากขึ้น วิธีบรรเทาความคิดถึงเชื่อว่าหลายคนมักจะหยิบข้าวของของแฟนมากอด มาหอม มาดม…สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘โรคจิต’ หรือเปล่านะ ? ขอบอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่แปลกอะไร ให้รู้ไว้เลยว่าการดมกลิ่นคนรักไม่ว่าจะจากเสื้อ หรือจากผ้าห่ม มีส่วนช่วยให้คุณคลายเครียดได้! การศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ในประเทศแคนาดา ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่คนมักตั้งคำถามว่าเพราะอะไรผู้หญิงถึงชอบใส่ชุดของแฟนตัวเอง รวมถึงชอบดมกลิ่นที่ติดอยู่บนเสื้อตัวโปรดของแฟน เป็นเพราะกลิ่นคนรักมีความเกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเครียดนั่นเอง โดยงานวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Personality and Social Psychology นักวิจัยได้ทำงานร่วมกับคู่รักต่างเพศ 96 คู่ ฝ่ายผู้ชายต้องสวมเสื้อยืดที่สะอาดเป็นเวลา 1 วัน และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือเครื่องสำอางที่มีกลิ่นหอม ห้ามสูบบุหรี่ หรือรับประทานอาหารที่อาจส่งผลต่อกลิ่นกาย หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง เสื้อยืดของผู้ชายเหล่านั้นจะถูกแช่แข็งเพื่อให้แน่ใจว่ากลิ่นของเสื้อผ้ายังคงอยู่ ในส่วนหนึ่งของการทดลอง ผู้หญิงจะถูกขอให้สุ่มดมกลิ่นทั้งเสื้อที่ไม่เคยใส่มาก่อน เสื้อที่คนรักเคยใส่ หรือเสื้อที่คนแปลกหน้าใส่ โดยไม่มีผู้หญิงคนไหนรู้ว่าพวกเธอจะได้ดมเสื้อของใคร นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มระดับความเครียดของผู้หญิง พวกเธอยังถูกจำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์งาน และให้แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ในการวัดระดับความเครียดที่แท้จริง พร้อมมีการวัดความเข้มข้นของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเราเผชิญกับปัจจัยความเครียดต่าง ๆ ด้วย ผลการศึกษาทีมวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ดมกลิ่นเสื้อยืดที่คนรักตัวเองตนสวมใส่มีระดับความเครียดที่ต่ำกว่าทั้งก่อนการทดสอบความเครียด (การคาดหวังความเครียด) และผลที่ตามมา…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1151 days ago
Read MorePR Partners
See All09/10/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 2 days ago
“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”
"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 257008/10/2026
เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…เอกพล ชูเชิด | 3 days ago
Read More07/10/2026
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง
มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…เอกพล ชูเชิด | 4 days ago
Read More07/10/2026
เครือซีพีเปิดเวที Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator ทดสอบ 7 โครงการ AI ร่วมกับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ 10 เท่า
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดการนำเสนอผลงานรอบแรก Dolphin Tank ภายใต้หลักสูตรบ่มเพาะธุรกิจ CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลังผ่านการพัฒนาร่วมกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากระยะเวลาหลักสูตรทั้งหมด 12 สัปดาห์ โดยดึงบุคลากรจากบริษัทในเครือจับคู่กับ 11 พันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ เพื่อพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนโจทย์การดำเนินงานจริง มุ่งเป้าสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ในระดับ 10 เท่า ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจทั้งบริบทธุรกิจและขีดความสามารถทางเทคโนโลยี โดยใช้กรอบแนวคิด “Dolphin” ที่สะท้อนคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่ ความเร็ว (Speed), ความฉลาด (Intelligence), ความยืดหยุ่นคล่องตัว (Agility) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งเวที Dolphin Tank ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบสมมติฐาน ความเป็นไปได้…ทีมคอนเทนต์ BT | 4 days ago
Read More































