Tags
| อาหาร
09/07/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 65 days ago
ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ ททท. เปิดตัว “True5G สัญญาณจานอร่อย” ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหารด้วยเน็ตความเร็วสูง
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คนทุกมิติ พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้เริ่มต้นวางแผนการเดินทางจากเพียงแค่การเลือกจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกต่อไป แต่บ่อยครั้งที่ "รสชาติของอาหาร" หรือรีวิวจากเหล่านักชิมและอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางเพื่อออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดมิติใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยการเปิดตัวโครงการ “True5G สัญญาณจานอร่อย” ภายใต้แนวคิด “อร่อยเด็ด เน็ตแรง” เพื่อยกระดับอาหารไทยในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน โครงการนี้ยึดแนวคิดในการปักหมุดร้านอาหารที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทั่วประเทศ ตั้งแต่ร้านระดับพรีเมียมในศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารยอดนิยม ไปจนถึงสตรีตฟูดท้องถิ่นและร้านลับในชุมชน (Local Hidden Gems) เพื่อผสานวัฒนธรรมการกินเข้ากับความทรงประสิทธิภาพของเครือข่ายสัญญาณ True5G โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับการใช้งานดิจิทัลของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ปัจจุบันมีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 400 ร้าน และตั้งเป้าหมายที่จะขยายให้ครบ 1,000 ร้านค้าภายในปี 2569 นี้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างหมุดหมายใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอยความอร่อย แต่ยังเป็นการกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง ซึ่งสอดรับกับแคมเปญ เสน่ห์ไทย “Feel All The Feelings”…01/02/2024
การกินอาหารที่ดีตั้งแต่เด็กช่วยลดความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบเมื่อเป็นผู้ใหญ่ได้
หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) แต่โรคนี้พบบ่อย และคนก็เป็นเยอะมาก แถมในปัจจุบันเป็นโรคที่พบมากขึ้นทั่วโลก โรคลำไส้อักเสบแบ่งออกมาได้อีก 2 โรค คือ โรคโครห์น (Crohn’s Disease) โรคลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis) อาการหลักของโรคนี้ คือ เกิดการอักเสบที่ลำไส้เรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ เกิดอาการปวดท้อง แสบท้อง ปัญหาการขับถ่าย เลือดจาง ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี อ่อนเพลีย และอาการอื่นอีกเยอะเลย ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตได้ ด้วยความที่ว่าไม่รู้สาเหตุ คนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื้อรัง ทำได้เพียงรักษาตามอาการ แถมยังต้องเลี่ยงอาหารหลายชนิดเพื่อไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์กพบว่าหนึ่งในวิธีที่ลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้ คือ การเลือกอาหารที่ดี และมีประโยชน์ให้ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในช่วง 1 ขวบแรก โดยทีมวิจัยได้ศึกษาในเด็กเล็กถึง 81,280 คน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1997 ถึง 1999 และติดตามผลตามหลังเมื่อเด็กเหล่านั้นมีอายุเฉลี่ย 21 ปี ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่ยาวนานมากชิ้นหนึ่ง โดยเขาพบว่าเด็กที่ได้รับประทานปลาเป็นจำนวนมากในช่วงอายุ 1 ปีมีความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบถึง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 953 days ago
Read More10/01/2024
ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 976 days ago
Read More01/09/2023
EKM6 ดินแดนแห่งแพลนต์เบสย่านเอกมัยที่รวมทุกความเป็นแพลนต์เบสเอาไว้ในที่เดียว
การบริโภคอาหารและของใช้จากพืชคลื่นลูกสำคัญที่ผู้คนโลกยุคปัจจุบันให้ความสนใจกันมากขึ้น ทั้งเรื่องของสุขภาพ การลดการทารุณกรรมสัตว์ รวมถึงไปถึงการลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม EKM6 (อีเคเอ็มซิกซ์) Plant-based Community Space โครงการที่ผุดขึ้นในช่วงต้นปี 2023 เพื่อเป็นพื้นที่รองรับผู้คนที่มีความสนใจเกี่ยวกับแพลนต์เบส แม้ว่าเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งแพลนต์เบส แต่ EKM6 นั้นยินดีที่จะต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนด้วยความอบอุ่น EKM6 ตั้งอยู่บนทำเลทองย่านเอกมัย (สุขุมวิท 63) ในซอยเอกมัย 6 แม้จะเป็นย่านพลุกพล่าน แต่เพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากปากซอยสุขุมวิท 6 คุณจะพบกับสถานที่ที่ดูอบอุ่น สงบ ที่พร้อมเปิดรับทุกคนตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแพลนต์เบสหรือไม่ก็ตาม ด้วยการตกแต่งและสถาปัตยกรรมที่ดูเรียบง่าย ผ่อนคลาย และสบายตา ภาพที่เห็นคือบ้านหลังใหญ่ที่มีหลังคาสีเทาตัดกับผนังสีส้มอิฐและน้ำตาล แซมด้วยสีเขียวเย็นตาของต้นไม้ ภายใน Plant-based Community Space แห่งนี้ยังคงมีร้านค้าอยู่ไม่มาก แต่กำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคอนเซ็ปต์หลัก คือ การใช้ผลิตภัณฑ์และอาหารที่มาจากพืชทั้งหมด หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตน้อยที่สุด โดยมีหัวใจคือสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สิ่งแรกที่คุณจะเห็นเมื่อเข้ามาในที่แห่งนี้คือสนามหญ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าอาคาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณสามารถมานั่งเล่น ถ่ายรูป สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น สิ่งถัดมาที่คุณจะเห็นคือร้าน Kynd Kulture คาเฟ่และร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากวัตถุดิบแพลนต์เบสทั้งหมด คอนเซ็ปหลักต์ของร้านคือการเสิร์ฟอาหารที่มาจากพืชที่มาพร้อมกับอาหารที่มีโพรไบโอติกส์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1106 days ago
Read More29/08/2023
เนื้อดรายเอจคืออะไร อร่อยแค่ไหน ทำไมต้องกิน และส่งผลต่อสุขภาพด้านไหนบ้าง?
คนทั่วไปน่าจะเคยได้ยินคำว่าเนื้อดรายเอจกันมาบ้าง โดยเฉพาะคนที่ชอบรับประทานเนื้อ ซึ่ง Beef Lover น่าจะเคยได้ลิ้มลองเนื้อที่ผ่านการบ่มนี้มาแล้ว แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่อาจยังไม่รู้ว่าเนื้อดรายเอจคืออะไร รสชาติแบบไหน แล้วมีเรื่องอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับเนื้อชนิดนี้บ้าง บทความนี้รวมมาให้แล้ว เนื้อดรายเอจคืออะไร? การดรายเอจ (Dry aging) เดิมทีเป็นขั้นตอนการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่งที่มีมาหลายพันปี ซึ่งคำว่า Dry หมายถึง แห้ง การดรายเนื้อจึงเป็นการลดน้ำหรือของเหลวในเนื้อ เหตุผลก็เพราะว่าน้ำเป็นตัวเร่งที่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เติบโต และเกิดการเน่าเสีย การเอาน้ำออกจากเซลล์ของเนื้อวัวจึงช่วยยืดระยะเวลาการเน่าเสียออกไปได้ แต่พอมายุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องถนอมอาหารอย่างเป็นจริงเป็นเหมือนสมัยก่อน การดรายเอจเนื้อจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนการแปรรูปเนื้อวัว ซึ่งเป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น และรสชาติที่แตกต่างไปจากเนื้อวัวปกติมากขึ้น การดรายเอจในยุคปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่เพื่อยืดอายุอาหาร แต่เป็นการบ่มเนื้อด้วยการนำเนื้อไปเก็บรักษาไว้ในตู้ที่มีอุณหภูมิ 0–4 องศาเซลเซียส และระดับความชื้นที่จำเพาะเป็นเวลา 30–45 วัน ในระหว่างนี้เซลล์ของเนื้อจะเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ เช่น การระเหยของน้ำออกจากเซลล์ เอนไซม์ที่ย่อยสลายเส้นใยเนื้อเยื่อ และไขมันบางส่วน ซึ่งทำให้รสชาติและสัมผัสของเนื้อเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น การเตรียมเนื้อเพื่อที่จะดรายเอจมักหั่นแบ่งชิ้นส่วนของวัวเป็นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แล้วนำไปบ่ม เมื่อบ่มจนครบเวลาแล้ว จะนำมาหั่นหรือแล่ออกมาในรูปแบบของสเต๊ก รสชาติและสัมผัสของเนื้อดรายเอจ เนื้อดรายเอจเป็นเนื้อที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะมีรสชาติที่เข้มข้น ซับซ้อนกว่าเนื้อธรรมดา แต่หากจะอธิบายง่าย ๆ คือเป็นเนื้อวัวที่มีกลิ่นเนื้อที่หอมและชัดเจนมากกว่าเนื้อปกติหลายเท่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1110 days ago
Read More24/08/2023
รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1115 days ago
Read More18/08/2023
การศึกษาพบว่าลำดับการกินผัก โปรตีน และแป้งส่งผลต่อลดน้ำหนักและอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้
ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเราอย่างมาก การรับประทานอาหารที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากเกิดภาวะนี้ขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการจัดการกับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มากเกินไปและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงของไขมันสะสมที่ทำให้น้ำหนักขึ้นด้วย การปรับวิธีการรับประทานอาหารจึงมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และสุขภาพของเราได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีงานวิจัยชิ้นที่พบว่าลำดับในการรับประทานอาหารนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคนเรา การศึกษาชิ้นนี้ศึกษาในคนที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) จำนวน 15 คน ซึ่งคนที่มีภาวะนี้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่คุมให้ดีอาจกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด ทีมนักวิจัยได้แบ่งรูปแบบการรับประทานอาหารออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ดังนี้ โดยคนที่เข้าทดสอบจะต้องรับประทานทีละอย่างให้หมด แล้วเว้น 10 นาทีก่อนรับประทานอาหารประเภทถัดไป เช่น รับประทานข้าวในปริมาณหนึ่งให้หมดจาน และอีก 10 นาทีค่อยรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วเว้นอีก 10 นาทีเพื่อรับประทานผัก ทีมนักวิจัยจะเก็บค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเป็นพลังงาน ใน 5 ช่วงเวลาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนเริ่มรับประทาน และหลังรับประทาน 30 / 60 / 90 / 120 / 150 และ 180 นาที พบว่ากลุ่มที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1121 days ago
Read More16/08/2023
สธ. สหราชอาณาจักรปัดตก ‘การแบนตัวการ์ตูนบนกล่องซีเรียล’ หลังถูกเรียกร้องว่าอาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินพอดี
หากพูดถึง ‘ซีเรียล’ (Cereal) เรามักนึกถึงอาหารเช้าแบบตะวันตกที่เห็นบ่อย ๆ ในหนังฝรั่ง ที่พอตื่นเช้ามาก็ต้องเทซีเรียลจากกล่องที่มีลายการ์ตูน พร้อมเทนมตาม เพียงเท่านี้ก็ได้มื้อเช้าที่แสนอร่อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงซีเรียลบางยี่ห้อไม่สามารถเรียกว่าเป็นอาหารเช้าได้อีกต่อไป แต่ต้องเรียกว่าเป็นขนมแทน เพราะน้ำตาลสูงมาก ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม ช่วงก่อนหน้านี้ ในสหราชอาณาจักรได้มีการเรียกร้องจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโรคอ้วนต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ออกกฎห้ามผู้จัดจำหน่ายซีเรียลที่มีน้ำตาลสูงใส่ตัวการ์ตูนน่ารักและสีสันสดใสลงบนกล่อง และเปลี่ยนมาเป็นกล่องธรรมดาแทน เพราะมันอาจดึงดูดเด็ก ๆ ให้ร้องไห้งอแงเพื่อให้พ่อแม่ซื้อให้ และอาจทำให้เด็ก ๆ ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของเด็กได้ แต่เมื่อ 15 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา วิล ควินซ์ (Will Quince) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการเรียกร้องข้อนี้ และยังบอกด้วยว่าข้อเรียกร้องนี้เป็นการแทรกแซงจาก Nanny-State รัฐพี่เลี้ยง ที่หมายถึงข้อเรียกร้องหรือการครอบงำที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ วิล ควินซ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่าประชาชนควรมีสิทธิที่จะเลือกสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง และการตัดสินใจเลือกอาหารและโภชนาการที่ดี พร้อมกับให้ความรู้กับลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เขาได้บอกด้วยว่าเขาให้ลูกของเขารับประทานซีเรียล แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกวัน ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพอดี โดยสิ่งที่ผู้จัดจำหน่ายซีเรียลต้องทำ คือ การให้ความรู้กับผู้ซื้ออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสารอาหารที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงประเภทของสินค้าว่าเป็นอาหารหรือขนมกันแน่ แต่เรื่องนี้อาจเป็นที่ถกเถียงต่อไป เนื่องจากว่าในสหราชอาณาจักรประสบปัญหากับประชากรที่เป็นโรคอ้วน เกรแฮม แมคเกรเกอร์ (Graham MacGregor) ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์หัวใจและหลอดเลือดที่มหาวิทยาควีนแมรีแห่งลอนดอน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1122 days ago
Read More09/08/2023
วิตามินซี ใครว่ากินเท่าไหร่ก็ได้ ได้รับเยอะเกินไปอาจเสี่ยงนิ่ว
วิตามินซีเป็นอาหารเสริมที่หลายคนน่าจะใช้เป็นประจำ เพราะวิตามินซีหรือกรดแอสเคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าดีต่อสุขภาพ วิตามินซีจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ และการอักเสบของเซลล์ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างคอลลาเจน การดูดซึมธาตุเหล็ก ทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่าวิตามินซีอาจมีส่วนช่วยโรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมใคร ๆ ก็ใช้วิตามินซี ซึ่งคนทั่วไปมักเข้าใจว่าวิตามินซีเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัย ได้รับปริมาณมากก็ไม่ส่งผลเสีย เพราะเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ หากได้รับเกินจะถูกขับออกผ่านทางปัสสาวะ แต่คุณอาจกำลังเข้าใจผิด เพราะวิตามินซีมีผลข้างเคียงเหมือนกัน แถมอาจทำให้เกิดนิ่วได้ด้วย ในบทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใช้วิตามินซีกันใหม่ นิ่ววิตามินซี และผลข้างเคียงจากวิตามินซีที่คนมองข้าม การที่จะบอกว่าวิตามินซีปลอดภัยอาจไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ แต่ควรบอกว่าปลอดภัยกว่าวิตามินชนิดอื่นน่าจะเหมาะกว่า เพราะอะไรก็ตามที่มากเกินไปต่อให้มีประโยชน์แค่ไหนก็ส่งผลเสียได้เหมือนกัน แน่นอนว่ารวมถึงวิตามินซีเสริมที่เราใช้กันด้วย นิ่ววิตามินซีคืออะไร? นิ่ววิตามินซีก็คือนิ่วในไตทั่วไป โดยจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัดหรือเจ็บเวลาฉี่ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไม่สุด ปวดเอว ปวดหลัง ปวดบิด ปัสสาวะเป็นทราย ติดเชื้อ และอีกหลายอาการ หลายคนพอจะรู้ว่าวิตามินซีเป็นสารที่ละลายน้ำได้และถูกขับออกผ่านทางปัสสาวะ โดยหลังจากที่วิตามินซีถูกย่อยแล้วจะทำให้เกิดสารที่ชื่อ ‘ออกซาเลต’ (Oxalate) อยู่ภายในไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่กรองของเสียออกไปเป็นปัสสาวะ และเดิมทีในไตจะมีแร่ธาตุอย่างแคลเซียมอยู่แล้ว เมื่ออกซาเลตจากการได้รับวิตามินซีมาเจอกับแคลเซียม จะทำปฏิกิริยาและจับตัวกันกลายเป็นก้อนแร่ธาตุชื่อ ‘แคลเซียมออกซาเลต’ หรือก็นิ่วในไตชนิดหนึ่งนั่นเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1129 days ago
Read More08/08/2023
มหาวิทยาลัยเท็กซัสคิดค้นยาที่ทำให้ ‘กินอาหารขยะเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน’ และลดความเสี่ยงของโรคได้
โรคอ้วนและการมีน้ำหนักตัวมากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่อาหารอร่อยมักเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและทำให้อ้วน Junk food หรือ อาหารขยะ เป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้คนชื่นชอบและเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคเรื้อรังหลายโรค เพราะเต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเครื่องปรุงมากมาย แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้ไม่อั้น ไม่อ้วน แถมไม่เสี่ยงโรค ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้พัฒนายาที่จะทำให้ไม่อ้วนแม้จะรับประทานอาหารขยะปริมาณมาก โดยยาตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายด้วยการจำกัดแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอเดรีย (Mitocondria) ไมโทคอนเดรียเป็นส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิต หนึ่งในหน้าที่ของไมโทคอนเดรียในร่างกายมนุษย์คือการสร้างพลังงานให้กับเซลล์และเผาผลาญพลังงาน โดยเหตุผลที่นักวิจัยพยายามยับยั้งและจำกัดปริมาณแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอนเดรียก็เพราะว่าแมกนีเซียมมีคุณสมบัติชะลอการสร้างและเผาผลาญพลังงานของไมโทคอนเดรีย ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ช้าลงหรือเผาผลาญได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการยับยั้งแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปยังไมโทคอนเดรียอาจกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรียสร้างและเผาผลาญพลังงานได้มากและเร็วขึ้น การเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันและน้ำตาลปริมาณมากที่เรารับประทานเข้าไปจากอาหารมาใช้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่เหลือพลังงานที่เกินความต้องการ ลดการเกิดไขมันสะสมภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และโรคเรื้อรัง ทีมนักวิจัยได้ทดลองยาชนิดนี้ในหนูทดลอง โดยให้หนูรับประทานอาหารตะวันตก (Western food) หรืออาหารขยะที่ให้พลังงานสูงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งหนูทดลองถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับยา และกลุ่มที่ได้รับยา ภายหลังสัปดาห์ที่ 30 ของการทดลอง นักวิจัยพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับยาไม่มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเลย ในขณะที่หนูกลุ่มแรกกลายเป็นหนูที่เป็นโรคอ้วนไปแล้ว กลไกที่ยาตัวยานี้ทำกับร่างกายของหนูทดลอง คือ ยาจะเข้าไปกดหรือยับยั้งการทำงานของยีนที่ชื่อ MRS2 ซึ่งเป็นยีนที่กำหนดให้แมกนีเซียมเข้าไปที่ไมโทคอนเดรีย โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบการทำงานของตับของหนูที่ได้รับยาแล้วพบว่ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติ นอกจากการป้องกันน้ำหนักตัวเพิ่มและโรคอ้วนแล้ว หนึ่งในทีมนักวิจัยยังกล่าวด้วยว่า ยานี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งตับจากภาวะไขมันพอกตับที่เป็นผลมาจากอาหารไขมันสูงด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1131 days ago
Read More02/08/2023
อินฟลูเอนเซอร์วีแกนชาวรัสเซียเสียชีวิตหลังกินแค่ผลไม้และดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเป็นเวลาหลายปี
ผลไม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะไขมันต่ำ ใยอาหารสูง แถมมีวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี เคสล่าสุด Zhanna D'Art หรือ แจนนา แซมโซโนวา (Zhanna Samsonova) อินฟลูเอนเซอร์สายวีแกนชาวรัสเซียถูกคาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอาหารภายหลังการรับประทานเฉพาะผลไม้เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยข้อมูลเปิดเผยว่า แจนนา แซมโซโนวา เริ่มรับประทานอาหารแนว Fruit diet หรือรับประทานเฉพาะผลไม้ น้ำผลไม้ และต้นอ่อนทานตะวันเท่านั้นเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งสุดโต่งขนาดที่ว่าเธอดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า ก่อนหน้าที่เธอจะเริ่มรับประทาน Fruit Diet เธอเป็นวีแกนหรือมังสวิรัติมาก่อน รวม ๆ แล้วเป็นเวลากว่า 15 ปี เธอเคยบอกว่า ‘เธอชอบที่จะสร้างสูตรอาหารและแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น’ เพื่อนของแจนนาได้ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงที่แจนนาย้ายไปที่ประเทศศรีลังกา เพราะแจนนา ต้องการเปลี่ยนมารับประทานผลไม้เมืองร้อนแทน ซึ่งเพื่อนเธอได้ทักท้วงให้เธอเข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพราะเธอดูอ่อนเพลียอย่างมาก แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำ โดยเพื่อนบ้านที่เห็นร่างกายที่ซูบผอมของแจนนารู้สึกเป็นกังวลว่าจะพบแจนนาในร่างที่ไร้ลมหายใจในตอนเช้าของทุกวัน นอกจากนี้ แจนนาป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเสียชีวิตแจนนาแทบจะเดินไม่ได้ โดยใช้เวลาหลายนาทีเพื่อที่จะก้าวเท้าขึ้นบันไดเพียงก้าวเดียว มีรายงานจากการเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกว่าเธอได้รับเชื้ออหิวาต์ แจนนายังมีวิธีรับมือกับความเจ็บป่วยที่ค่อนข้างประหลาด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1137 days ago
Read More24/07/2023
โจ๊กหมึกซึม ไม่ใช่เคสแรก! ข้อสรุปปากกาเขียนบนถุงอันตรายไหม ควรเป็นถุงแบบไหน หรือใช้ปากกาอะไรดี?
ช่วงก่อนหน้านี้หลายคนคงเห็นข่าวที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเตือน หลังจากไปซื้อโจ๊กที่ร้านค้าเขียนรายละเอียดบนถุงโจ๊ก ซึ่งผู้ซื้อเห็นว่าหมึกจากตัวหนังสือบนถุงร้อนซึมเข้าไปด้านใน เมื่อเทออกมาปรากฏว่าหมึกก็ซึมเข้าไปในเนื้อโจ๊กจริง ๆ เคสที่หมึกซึมเข้าไปในโจ๊กหรืออาหารอื่น ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หากลองไปค้นดูจะพบว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้ว โดยในเคสล่าสุดที่ตัวหนังสือ ‘หมูล้วน’ ซึมเข้าไป อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากเพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้ออกมาเตือนและให้ความรู้ว่าหมึกที่เขียนและซึมผ่านถุงร้อนเข้าไปในเนื้อโจ๊กนั้นเป็นอันตรายและอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ ซึ่งในเคสนี้ อ.เจษฎา คาดว่าทางร้านใช้ปากกาเมจิกเขียน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 เพจเฟซบุ๊กหมอแล็บแพนด้าได้ทดสอบด้วยการซื้อโจ๊กมา แล้วลองใช้ปากกาเขียนคำว่า ‘ซึมมั้ย’ ลงไป’ แถมลองเอาไปเข้าไมโครเวฟเผื่อความร้อนจะช่วยเร่งการแผ่ของสีให้ซึมผ่านถุงเข้าไปในเนื้อโจ๊ก แต่หมึกก็ไม่ซึม อย่างไรก็ตาม หมอแล็บก็ได้ออกตัวว่าไม่กล้ารับประทาน เพราะไม่รู้ว่าสารเคมีจากหมึกในส่วนที่ไม่ใช่เม็ดสีจะซึมเข้าไปรึเปล่า หลังจากนั้น อ.เจษฎาก็ได้แชร์ความคิดเห็นว่าสาเหตุที่หมึกบนถุงจากในกรณีที่หมอแล็บทดสอบอาจเกิดจากปัจจัยที่ต่างกัน โดยอาจเป็นถุงคนละชนิดและปากกาคนแบบ โดยจากข้อความนี้จึงพอสรุปได้ว่าการเลือกถุงใส่อาหารและปากกาที่เขียนมีผลต่อการซึมของหมึกผ่านถุง ในเคสที่หมึกซึมเข้าไป อ.เจษฎาคาดว่าหากเป็นถุงร้อนชนิดขุ่นและปากกาเมจิก ในขณะที่ของหมอแล็บเป็นถุงร้อนชนิดใสและปากกาเพอร์มาเนน (Permanent marker) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะซึมหรือไม่ซึม ถุงใส่อาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเขียนอะไรลงไป ดังนั้น ผู้ขายอาจจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นในการระบุรายละเอียดของอาหาร เช่น การมัดหนังยางคนละสี การเขียนใส่กระดาษแล้วใส่หรือติดไปกับถุงแทน ถุงร้อน ถุงเย็น เลือกอย่างไรให้เหมาะสม? ถุงสำหรับใส่อาหารที่คนคุ้นหูกันแบ่งออกได้ 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1146 days ago
Read More19/07/2023
อันตรายจากไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายชนิดอื่นที่หลายคนมองข้าม
ไขมันทรานส์ (Trans fat) เป็นชนิดของไขมันที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังเป็นอันตรายด้วย กฎหมายไทยได้สั่งแบนไขมันทรานส์ หรือห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2562 สินค้าและอาหารที่เคยมีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบจึงต้องปรับสูตรใหม่ให้ไร้ไขมันทรานส์ แต่ถึงอย่างนั้นไขมันทรานส์ก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา Hack for Health เลยจะพามาย้อนรอยอันตรายของไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายอีกชนิดที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ไขมันทรานส์คืออะไร อันตรายแค่ไหน? คนมักจะรู้ว่าไขมันทรานส์ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อาจยังไม่รู้ว่าไขมันทรานส์คืออะไรกันแน่ และอันตรายอย่างไร ไขมันทรานส์ คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในอาหาร แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1) ไขมันทรานส์จากธรรมชาติ ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์และผลิตจากสัตว์ และ 2) ไขมันทรานส์สังเคราะห์ที่มาจากกระบวนการผลิตอาหารด้วยการเติมก๊าซไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืชเพียงบางส่วนเพื่อเปลี่ยนสถานะของเหลวให้กลายเป็นก้อนไขมันเพื่อนำไปใช้ปรุงอาหาร จากข้อมูล การได้รับไขมันทรานส์ที่มาจากธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสมนั้นปลอดภัย แต่สำหรับไขมันทรานส์สังเคราะห์เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้นแม้ในปริมาณเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นไขมันจึงทำให้ไขมันทรานส์ให้พลังงานสูง ซึ่งร่างกายต้องการไขมันในแต่ละวันเพียงน้อยนิดเท่านั้น การได้รับไขมันทรานส์จึงสัมพันธ์กับพลังงานและระดับไขมันในร่างกาย การได้รับไขมันทรานส์ส่งผลให้ระดับไขมันชนิดที่ไม่ดีในร่างกายหรือ LDL (Low-Density Lipoprotein) สูงขึ้น และลดระดับของไขมันในเลือดที่ดีต่อร่างกายหรือ HDL (High-Density Lipoprotein) โดยระดับ LDL ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวและโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น การได้รับไขมันทรานส์มากเกินไปจะทำให้ไขมันชนิดที่ไม่ดีในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1151 days ago
Read More12/07/2023
อย่าหาทำ! คนใน TikTok โชว์ทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะ เสี่ยงทำคนอื่นนอนโรงพยาบาล
เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้เห็นคลิปใน TikTok ที่ผู้ใช้รายหนึ่งได้โชว์ฝีมือการเป็นเชฟแบบบ้าน ๆ บวกกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยการนำเอาไข่ไก่ใส่ลงไปในถังไอติมหรือถังไอศกรีม ซึ่งหากคนนี้ลองทำกินเองที่บ้านก็ไม่น่าจะมีประเด็นอะไร แต่เจ้าของคลิปนี้เอาไข่ไก่ดิบใส่เข้าไปในถังไอติมร้านหมูกระทะ ทำให้คนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและความสะอาด รวมถึงประเด็นทางสุขภาพด้านอื่นมากมาย ซึ่งไข่ไก่ดิบมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง หลายคนอาจเถียงในใจหรือไปถกกับเพื่อนว่าไข่ดาวที่บางคนกินก็ไม่สุกเหมือนกัน แล้วการทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะมันผิดอย่างไร? ซึ่งผู้เขียนคิดว่าผิดแน่ ๆ เพราะการทำแบบนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อไปนี้กับตัวคนทำเองและคนอื่น ๆ ที่มากินต่อได้แบบไม่รู้ตัว การติดเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา (Salmonella spp.) แบคทีเรียซาลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่พบได้ในไข่ไก่ดิบ การได้รับเชื้อชนิดนี้ส่งผลให้ลำไส้เล็กติดเชื้อ จนเกิดอาการต่อไปนี้ แม้ว่าในเคสส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงที่อาการอาจรุนแรงและเป็นอันตรายถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต ในแต่ละปีประเทศไทยมีรายงานคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อซาลโมเนลลาทุกปี อย่างที่เรารู้กันดีว่าร้านหมูกระทะเป็นร้านอาหารที่ทุกคนกลุ่มทุกวัยมารวมกัน การทำไอติมไข่แข็งในร้านหมูกระทะจึงมีความเสี่ยงที่อาจทำให้คนอื่นท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้ อาการแพ้ไข่ไก่ คุณอาจเห็นคนที่แพ้นม แพ้ถั่ว หรือแพ้กุ้ง แต่อาการแพ้ไข่ไก่คนอาจไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ อาการไข่ไก่เป็นผลจากพันธุกรรมของแต่ละคนที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในไข่ไก่มากกว่าปกติจนเกิดอาการแพ้ขึ้น ระดับการแพ้มีตั้งแต่ไม่รุนแรง เช่น ผื่นแดง คันตามผิวหนัง คันตา น้ำตาไหล ตาบวม คัดจมูก น้ำมูกไหล คล้าย ๆ กับคนที่แพ้อากาศหรือแพ้อาหารชนิดอื่น ในคนที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะการได้รับโปรตีนจากไข่ไก่เพียงนิดเดียวหรือแม้แต่ไม่รู้สึกถึงกลิ่นหรือรสชาติเลยก็ตามอาจทำให้เกิดแอนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis) หรือปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงที่ทำให้เกิดผื่นแดงคันทั่วร่างกาย ผิวหนังบวมและอุ่น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1158 days ago
Read More28/06/2023
ท้องเสีย การเจ็บป่วยสุดเบสิกกับวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ท้องเสียหรือท้องร่วง คือ อาการรู้สึกปวดท้องขับถ่ายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักจะลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำ และถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง อาการมักดีขึ้นและหายภายในไม่กี่วัน โดยอาจเกิดแค่อาการถ่ายเหลวเพียงอย่างเดียวหรือจะมีอาการอื่น ๆ อย่างปวดหัว เวียนหัว เป็นไข้ร่วมด้วยก็ได้ อาการท้องเสียเป็นการเจ็บป่วยที่คนไทยพบเจอได้ตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนอาจไม่รู้จักกับอาการนี้ดีพอ Hack for Health เลยขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากขึ้น สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการท้องเสีย อาการหลักคืออาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้องเฉียบพลัน ในทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการท้องเสียเมื่อมีการถ่ายเหลว 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 วัน บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น โดยปกติมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าท้องเสียติดกันเกิน 2 วันโดยอาการไม่ดีขึ้น เป็นไข้สูง ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย เป็นตะคริว บ้านหมุน หรือมีขับถ่ายออกมาเป็น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที การปล่อยอาการท้องเสียที่เรื้อรังหรือรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุล ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว กลไกและสาเหตุของอาการท้องเสีย อาการท้องเสียเป็นผลจากการที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติทำให้อาหารที่เพิ่งกินหรือเพิ่งย่อยไปถูกนำไปขับถ่ายออกเร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่เป็นน้ำเพราะว่าปกติแล้วกว่าอุจจาระจะถูกขับออกมาจะต้องใช้เวลาในการสะสมของมวลกากใยอาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วจนจับตัวเป็นก้อนและค่อยถูกขับออกมา แต่ในกรณีที่ลำไส้เคลื่อนตัวเร็วหรือเกิดอาการท้องเสีย น้ำหรือของเหลวสามารถเคลื่อนออกไปได้ง่ายกว่าและขับได้ง่ายจึงออกมาก่อนเสมอ โดยอาการท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1172 days ago
Read More20/06/2023
The Pizza Company โตตามเป้า พร้อมสานต่อกลยุทธ์ดึงฐานคนรุ่นใหม่ ย้ำภาพความแข็งแกร่งของแบรนด์ไปอีกขั้น
เดอะ พิซซ่า คอมปะนี (The Pizza Company) โชว์ความสำเร็จหลังสร้างปรากฎการณ์รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 22 ปีเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุด เผยภาพรวมผลประกอบการล่าสุดเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2566 โตแกร่งทะลุเป้า พร้อมเดินหน้าสานต่อการเติบโตด้วยกลยุทธ์ ‘The Game Changer’ ผู้พลิกโฉมวงการพิซซ่าในไทยสู่ผู้นำร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ย้ำภาพความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำเกมแห่งวงการพิซซ่าในไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อผู้บริโภคทุกคนสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1180 days ago
Read More16/06/2023
การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย
ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1183 days ago
Read More15/06/2023
การกินวิตามินซีไม่ได้ป้องกันหวัดแบบที่หลายคนเชื่อ
เรามักจะพูดกันเสมอว่าให้กินวิตามินซีเยอะ ๆ และบ่อย ๆ เพราะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าการได้รับวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้ Hack for Health จะมาแฮกเรื่องนี้ให้คุณเข้าใจกันมากขึ้น ประโยชน์ของวิตามินซี วิตามินซีหรือกรดแอสเคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายควรได้รับเป็นประจำทุกวัน ซึ่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมอาจส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ สรรพคุณที่แท้จริงของวิตามินซีต่อโรคหวัด อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ชื่อเรื่องว่าการกินวิตามินซีไม่ได้ช่วยป้องกันหวัด แต่นั่นไม่ได้ไม่ความว่าการวิตามินซีไม่มีประโยชน์ และหากได้รับเยอะไปอาจทำให้ปวดท้องและท้องเสียได้ ก่อนเลยอื่นเราไปดูกันก่อนว่าทำไมคนถึงเข้าใจว่ากินวิตามินซีนั้นป้องกันโรคหวัดได้ วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่าการได้รับวิตามินซีอย่างเหมาะสมช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรคและบรรเทาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันได้จริง อย่างโรคภูมิแพ้ แต่ข้อสรุปของการศึกษาจำนวนหลายชิ้นไม่พบว่าการได้รับวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้แต่อย่างใด รวมถึงการลดความเสี่ยงด้วย แต่สรรพคุณที่พบ คือ คนที่ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลาระยะหนึ่งมีอาการของโรคหวัดที่รุนแรงน้อยกว่าและหายจากโรคหวัดได้เร็วกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็เคยมีการศึกษาอีกชิ้นที่ให้คนที่กำลังจะต้องใช้แรงในการฝึกหรืออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างการวิ่งมาราธอนหรือการฝึกทหารในพื้นที่ที่หนาวจัด ได้รับวิตามินซีล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ ซึ่งพบว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหวัดในคนเหล่านั้นได้ครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป เลยสามารถสรุปได้ว่า การได้รับวิตามินซีไม่สามารถป้องกันโรคหวัดได้ แต่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับโรคหวัดได้ดีขึ้น การได้รับวิตามินซีจากอาหารและอาหารเสริมจึงเป็นเรื่องทึ่คุณไม่ควรละเลย เพราะไม่ใช่แค่ช่วยในเรื่องของโรคหวัด แต่ยังดีต่อสุขภาพได้ในอีกหลายด้าน วิตามินซี กินเท่าไหร่ถึงจะดี? โดยปกติผู้ชายวัยผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามิน 90 มิลลิกรัม/วัน และผู้หญิงในวัยเดียวกันควรได้รับ 75 มิลลิกรัม/วัน แต่วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ละลายน้ำได้ง่าย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1185 days ago
Read MorePR Partners
See All11/09/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 2 days ago
Read More10/09/2026
จากไทยสู่เวทีโลก Venture Spark Cohort 2 เปิดตัว 14 สตาร์ทอัพศักยภาพสูงใน Techsauce Global Summit 2026
Venture Spark Demo Day ที่จัดขึ้นบนเวที Muay Thai Stage ในงาน Techsauce Global Summit 2026 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เวทีปิดโครงการ Accelerator ธรรมดา แต่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับผู้ก่อตั้ง 14 ทีมจาก Venture Spark Cohort 2 ที่เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสตาร์ทอัพไทยไม่ได้มีศักยภาพแค่ในประเทศ แต่พร้อมแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดงาน ผู้ก่อตั้งแต่ละทีมขึ้นเวทีเพื่อเล่าให้ฟังว่ากำลังสร้างอะไร เพราะอะไรถึงสำคัญ และก้าวต่อไปจะไปทางไหน สั้น กระชับ แต่แน่นด้วยข้อมูลและวิสัยทัศน์ เวทีที่รวมพลัง Ecosystem ไว้ในที่เดียว Demo Day ครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าการเติบโตของสตาร์ทอัพไม่ได้อาศัยเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนใน Ecosystem ผ่านพันธมิตรอย่าง LINE SCALE UP, A2D Ventures, ExpresSo NB, depa และ InnoSpace (Thailand)…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 2 days ago
Read More































