Tags
| Harvard
11/07/2025
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 186 days ago
[บทความ] คนใช้ AI ช่วยเรื่องอะไรบ้าง 2024 vs 2025 ขยับจากผู้ช่วย กลายมาเป็นผู้ที่รู้ใจที่สุด ?
แน่นอนว่า AI แทบจะเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานของผู้คนหลายคนก็ว่าได้ เพราะช่วยทำให้ประหยัดเวลา สะดวกสบาย แถมยังใช้งานง่าย ทำได้หลากหลาย ตั้งแต่เรื่องงานไปจนปรึกษาปัญหาชีวิต แนะทางออกได้ครบจบ วันนี้แอดจะชวนมาดูกันค่ะว่า ตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปี 2025 ผู้คนใช้ AI ไปกับเรื่องอะไรกันบ้าง คำถามที่หลายคนตั้ง รวมถึงตัวแอดเอง คำตอบได้อยู่ในรายงานการวิเคราะห์โดย มาร์ก ซาโอ-ซานเดอร์ส (Marc Zao-Sanders) บน Harvard Business Review โดยเขาได้ศึกษาข้อมูลจากโพสต์นับพันรายการในฟอรัมต่าง ๆ ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปรียบเทียบแนวโน้มการใช้งาน Generative AI ระหว่างปี 2024 และ 2025 เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้คนในแต่ละปี จาก 'ผู้ช่วย' สู่ 'ผู้รู้ใจ' ถ้ามองจากอันดับต้น ๆ ของการใช้งานในปีนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ คนเริ่มใช้ AI เพื่อดูแล 'ใจ' ตัวเองมากขึ้น พูดง่าย…27/04/2021
ฟ้าทะลายโจร วิตามิน ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 ได้จริงหรือไม่?
ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลายคนอาจมองหาวิธีการรักษาเบื้องต้นหรือวิธีป้องกันไม่ให้เชื้อส่งผลกับร่างกายของเรา ดังนั้นก็อาจมีหลายคนที่เคยสงสัยว่า แล้ววิธีการกินอาหารเสริมอย่างพวกวิตามินซี ธาตุเหล็กหรือกินอาหารเสริมอื่น ๆ จะช่วยป้องกันหรือรักษาโควิดได้หรือไม่? ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่าแร่ธาตุแต่ละตัวมีหน้าที่การทำงานอย่างไร วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นตัวการสำคัญในการเสริมสร้างการทำงานของภูมิคุ้มกันที่ดีต่อสุขภาพส่วน Zinc หรือธาตุเหล็กอาจมีฤทธิ์ต้านไวรัส ไม่ว่าจะโดยการปรับปรุงการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ที่ต่อต้านการติดเชื้อไวรัสหรือไว้เพื่อลดความสามารถของไวรัสในการเพิ่มจำนวน ซึ่งหากอิงจากการวิจัยของ Harvard มีหลักฐานบางอย่างเช่นกันที่ชี้ให้เห็นว่าการรวมวิตามินซีและ Zinc เข้าด้วยกันอาจจะจำกัดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัดได้ด้วย ส่วนกรณีของวิตามินดีและเมลาโทนิน แม้ว่าจะมีหลักฐานว่าวิตามินดีและเมลาโทนินอาจมีผลดีต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ผลต้านไวรัสที่เฉพาะเจาะจงก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ออกมาได้อยู่ดี การวิจัยยังระบุอีกด้วยว่าควรจะทานวิตามินซีอย่างพอเหมาะ ซึ่งแนะนำที่ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยเรื่องเสริมภูมิคุ้มกัน ไม่เป็นหวัดง่าย แต่ถ้าทานเยอะเกินไปอาจทำให้ท้องเสียหรือท้องไส้ปั่นป่วนได้และที่สำคัญคือตัววิตามินจะถูกละลายออกมาเป็นน้ำ ถ้าทานเยอะเกินไปก็จะไหลออกมาเป็นปัสสาวะอยู่ดี ไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าร่างกายแต่อย่างใด ส่วนกรณีของฟ้าทะลายโจรที่หลายคนเชื่อว่าสามารถรักษาหรือป้องกันไวรัสโคโรนาได้ ความจริงแล้วยังไม่ได้มีงานวิจัยที่ชี้ออกมาแน่ชัดว่าฟ้าทะลายโจรจะช่วยป้องกันโควิด-19 ได้ โดยเบื้องต้น คืออาจใช้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเท่านั้น และยังคงต้องปฏิบัติร่วมกับมาตรการป้องกันอื่น ๆ อยู่ดี ซึ่งทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ได้ออกมาย้ำชัดอีกครั้งถึงกรณีของการนำฟ้าทะลายโจรไปทานเพื่อป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 โดยทางภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ชี้แจงออกเป็น 4 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรกคือฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาโควิด-19 ได้จริงหรือไม่ ซึ่งภญ.สุภาภรณ์ตอบคำถามถึงประเด็นนี้ว่าจริง ๆ แล้วคงไม่มียาหรือวัคซีนตัวใดที่จะพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะสามารถรักษาโควิดได้จริง แต่จากการวิจัยก็พบว่าฟ้าทะลายโจรมีความสามารถในการยับยั้งกระบวนการติดเชื้อไวรัสของเซลล์ปอดได้ จึงมีโอกาสได้รับการพัฒนาต่อไป ประเด็นที่สองคือฟ้าทะลายโจรป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1722 days ago
Read More28/09/2020
เยาวชนไทยแปลงเพลงบอดี้สแลมให้เป็น DNA ส่งไปในอวกาศ!
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการส่งแผ่นจานทองคำไปกับยานสำรวจอวกาศ 2 ลำ วอยเอเจอร์ 1 และ 2 ที่บันทึกคำทักทายภาษาไทยสู่ห้วงอวกาศเมื่อ 40 กว่าปีก่อนกันมาบ้าง ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก บวกกับไอเดียสร้างสรรค์แหวกแนวของเยาวชนไทย การนำเสียงขึ้นไปยังอวกาศจึงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าแทนที่จะไปเพียงแค่ประโยคสั้น ๆ คราวนี้กลับไปเป็นเพลงเลยทีเดียว “ความฝันกับจักรวาล” ของศิลปินชื่อดัง Bodyslam คือชื่อของบทเพลงนั้น และนับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่จะได้ขึ้นไปสู่อวกาศ ด้วยเนื้อหาที่กล่าวถึงชีวิตในเชิงปรัชญา การตั้งคำถามถึงผู้สร้างชีวิต ทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งหมายใฝ่รู้และใฝ่ฝัน อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ จึงได้รับเลือกจากกลุ่มนักวิจัยเยาวชนไทย นำไปแปลงเป็นข้อมูลเชิงดีเอนเอ (DNA Storage) และจะนำส่งขึ้นไปในอวกาศเพื่อทดสอบต่อไป ภารกิจอวกาศนี้ เกิดจากแรงผลักดันที่ต้องการทำงานวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง (Frontier Science) แบบหลอมรวมข้ามศาสตร์ (Anti-disciplinary) และเกิดจากความร่วมของสเปซทีเอช Freak Lab และ บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด และ MIT Media Lab ทั้งยังได้รับคำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง MIT และ Harvard แสดงให้เห็นว่าการสำรวจอวกาศสามารถนำวิทยาศาสตร์กับศิลปะมาหล่อรวมกันได้…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1933 days ago
Read More03/06/2019
ง่ายๆ แต่ใช้ได้! นักวิจัยสร้างหุ่นยนต์แรงดันอากาศที่จะช่วยให้การสำรวจในพื้นที่ขรุขระเป็นไปได้ง่ายขึ้น
ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีถูกขับเคลื่อนไปด้วยเครื่องจักรที่ซับซ้อน สายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง รวมถึงเครื่องมือต่างๆ แต่ต้องขอบคุณงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard ที่ทำให้ระบบง่ายๆ อย่างแรงดันอากาศได้กลับมามีบทบาทในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอีกครั้ง พวกเขาได้ทำการประดิษฐ์ Softrobot ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันอากาศที่ไม่ต้องใช้ระบบควบคุมอะไรที่วุ่นวายซับซ้อนเลย เพียงแค่ใส่ท่อปั๊มอากาศเข้าไปที่ขาของหุ่นยนตร์ ด้วยขนาดท่อที่ต่างกันคุณก็จะสามารถออกกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของหุ่นยนตร์ได้แล้ว หุ่นยนตร์ตัวอย่างในรูปร่างกากบาทในตอนนี้ยังคงต้องใช้แหล่งอากาศจากภายนอกในการปั๊มลมเข้าไป แต่อย่างไรก็ตามนี้เป็นเพียงแค่เครื่องต้นแบบ แต่ด้วยความเรียบง่ายในหลักการ และโครงสร้างที่ยืดหยุ่นได้ทำให้มันได้เปรียบในการใช้งานสำรวจพื้นที่อวกาศ หรือ งานค้นหา และ ช่วยเหลือ พวกมัสามารถเดินทางผ่านภูมิประเทศที่ขรุขระได้โดยไม่ต้องกังวลเหมือนกับหุ่นยนตร์ทั่วไป และที่สำคัญราคามันไม่แพงเท่าด้วย https://youtu.be/Puavxww6K9k อ้างอิงNatnaree TK | 2416 days ago
Read More26/05/2017
เรียนจบแล้ว! มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์จากฮาร์วาร์ด
หลังจากดร็อปเรียนมากว่า 13 ปี ในที่สุดเจ้าพ่อ Facebook อย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ได้ฤกษ์เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้ว โดยเขาได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาต่อหน้าบัณฑิตใหม่ พร้อมให้คำแนะนำว่าพยายามหาโอกาสและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาณัฐพันธ์ ส่งวิรุฬห์ | 3154 days ago
Read More29/01/2014
วิวาทะระหว่างมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และ เฟซบุ๊ค
http://youtu.be/2M1BR11t-Hw เรื่องวิวาทะครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อนักวิจัยจาก Princeton University ได้สร้างโมเดลคณิตศาสตร์เทียบเคียงผลการค้นหากับการเกิดและดับของ MySpace และ facebook ว่าในช่วงปี 2015 - 2017 ผู้ใช้ Facebook น่าจะลดลงถึง 80%Totsapon Kritsadangphorn | 4367 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 13 hours ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 18 days ago
Read More
















