Tags
| Health
13/09/2023
เปิดฉากงาน “เมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ 2023” มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ
(13 ก.ย. 66) บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ผนึกพันธมิตรด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพกว่า 800 ราย จาก 40 ประเทศทั่วโลก เปิดฉากงานเมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023 มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกขบวนนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์จากนานาประเทศ ยกระดับศักยภาพประเทศไทยในฐานะฮับการแพทย์มาตรฐานสากล พร้อมพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเจรจาแลกเปลี่ยนทางธุรกิจและพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมแข่งขันในเวทีโลก นายเกอร์นอท ริงลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เปิดเผยว่า เมดิคอลแฟร์ไทยแลนด์ 2023 เป็นมหกรรมด้านการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการเติบโตของธุรกิจการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิต และผู้แทนจากแบรนด์ต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งให้กับแวดวงอุตสาหกรรมการแพทย์ ในจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน โดยในปีนี้มีผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมกว่า 800 บูธ จาก 40 ประเทศทั่วโลก ที่จะมาร่วมแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ เช่น นวัตกรรมด้านเครื่องมือวินิจฉัย ระบบกำจัดเชื้อ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ ฯลฯ สร้างการต่อยอดทางเศรษฐกิจ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 937 days ago
Read More08/09/2023
Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต
การเอาอกเอาใจผู้อื่น ความสมบูรณ์แบบ และการให้ความสำคัญกับผู้อื่นเป็นอันดับแรก แม้จะดูเหมือนเป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นการทำให้คนส่วนมากรักในตัวคุณ แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติเหล่านี้อาจหันกลับมาทำลายความสุขที่แท้จริงของคุณได้ Good Girl Syndrome คืออะไร? แนวคิดเรื่อง Good Girl Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแพทย์ แต่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมสมัยนิยม ซึ่งเป็นวลีที่คุณมักจะพบเห็นในฟีดโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ และช่วยให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบกับอาการดังกล่าวได้รู้เท่าทัน และหาวิธีแก้ต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า อาการของ Good Girl Syndrome เป็น “การสำแดงลักษณะที่มีคุณค่าหรือน่ายกย่องในตัวผู้หญิง เกี่ยวพันกับการที่ครอบครัวรวมถึงผู้คนภายนอกครอบครัว เช่น ครู มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงอย่างไร และปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้หญิงแต่ละคนอย่างไร” ให้ลองนึกถึงคำว่า "ผู้หญิงดี" ในภาพจินตนาการทุกคนจะนึกถึงภาพของสาวสวยเงียบ ๆ เชื่อฟังและคอยดูแลผู้อื่น ไม่สร้างปัญหา สิ่งนี้มีรากฐานมาจากความคาดหวังแบบเหมารวมของสังคมว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างไรและมีบทบาทอย่างไร เมื่อผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรม "คนดี" ที่ว่าแล้ว พวกเธอจะรู้สึกผิด หรือกลัวที่จะถูกตัดสินในแง่ลบ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็น Good Girl Syndrome Good Girl Syndrome…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 942 days ago
Read More08/09/2023
เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น! กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms)
อีกหนึ่งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่น่ารู้ คุณเคยสังเกตไหม ทำไมบางคนเมื่อมีการทำความผิดอะไร ก็มักจะต่อต้านความผิดของตัวเอง และโทษคนอื่นเสมอ วันนี้เรามีคำตอบ กลไกนี้มีชื่อเรียกว่า “Defense Mechanisms” กลไกนี้เป็นการปกป้องตัวเองตามสัญญาณ ซึ่งเราจะมานำเสนอข้อมูลลักษณะของคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้กัน รวมทั้งการปรับทัศนคติให้กล้ายอมรับความผิดที่ตนเองทำ ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็เคยทำผิดแต่สิ่งสำคัญคือ การยืดอกยอมรับความผิดของตัวเอง แล้วแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น! ทำความรู้จักกับ กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) เป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยา ที่จิตใจใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่สบายใจ หรือการถูกคุกคาม ซึ่งมักจะเป็นกลไกที่เกิดขึ้นมา โดยที่หลาย ๆ คนไม่รู้ตัว เป็นกลไกที่ใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) จัดเป็นวิธีการป้องกันตนเองในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้ามีการปล่อยให้กลไกนี้ทำงานเรื่อย ๆ แบบไม่มีการควบคุม หรือไม่มีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงกว่าเดิม กลไกการป้องกันตนเองประเภทต่าง ๆ และวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ความคิด ที่เกิดขึ้นจากกลไกป้องกันตัวเอง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวหรือสถานการณ์เดียวเท่านั้น แต่มีความคิดและอารมณ์ที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้นำคุณลักษณะของกลไกตนเองประเภทต่าง ๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 942 days ago
Read More11/08/2023
อาการท้องผูก ปัญหากวนใจที่รักษาได้ด้วยตัวเอง
อาการท้องผูก คือ อาการที่ลำไส้ของคุณเคลื่อนไหวน้อยลงทำให้อุจจาระผ่านได้ยาก มักเกิดขึ้นบ่อยหากมีการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือกิจวัตรประจำวัน รวมถึงเกิดจากการได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้หากคุณเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อุจจาระมีเลือดปน หรือมีอาการท้องผูกนานยาวนาน อาการท้องผูกคืออะไร ? การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ คือคำจำกัดความของอาการท้องผูกในทางเทคนิค แต่ความถี่ในการอุจจาระนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอุจจาระหลายครั้งต่อวัน ในขณะที่บางคนอุจจาระเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยอาการท้องผูกเกิดขึ้นเนื่องจากลำไส้ใหญ่ดูดซับน้ำจากอุจจาระของคุณมากเกินไป วิธีนี้จะทำให้อุจจาระของคุณแห้ง แข็ง และขับออกจากร่างกายได้ยาก เป็นหนึ่งในอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา อย่างน้อย 2.5 ล้านคนที่ไปพบแพทย์ในแต่ละปีเนื่องจากอาการท้องผูก ปัจจัยที่ทำให้ท้องผูก ? สาเหตุของอาการท้องผูกมีมากมาย รวมถึงปัจจัยในการดำเนินชีวิต ยา และเงื่อนไขทางการแพทย์ โดยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก มีดังนี้ 1.ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ สาเหตุการดำเนินชีวิตทั่วไปของอาการท้องผูก ได้แก่ : 2.ยา ยาที่อาจทำให้ท้องผูก ได้แก่ 3.เงื่อนไขทางการแพทย์ เงื่อนไขทางการแพทย์และสุขภาพที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ได้แก่ สังเกตอาการท้องผูก หากคุณไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังเป็นโรคท้องผูกหรือไม่ ให้สังเกตอาการของตนเอง ดังนี้ รักษาอาการท้องผูก การรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังมักเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและการใช้ชีวิต หากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่ช่วยบรรเทาอาการ อาจแนะนำให้ใช้ยาหรือการผ่าตัด ป้องกันอาการท้องผูก หากคุณเป็นคนที่ท้องผูกบ่อย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 970 days ago
Read More11/08/2023
ใครเป็นบ้าง ? หยิบหนังสือมาอ่านทีไรง่วงนอนทุกที!
อยากอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่ง แต่ทำไมพออ่านได้ไม่กี่หน้าก็เกิดอาการง่วงนอนแล้ว ทั้งที่หนังสือเล่มนั้นก็ดูน่าสนใจดี หรือเพราะว่าเราขี้เกียจกันนะ ? หากคุณมักมีอาการง่วงนอนเวลาที่อ่านหนังสือล่ะก็…บอกเลยว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะหลายคนก็มีอาการเหล่านี้เช่นกัน! ทำไมการอ่านหนังสือทำให้คุณง่วง ? การพักผ่อนกับหนังสือดี ๆ สักเล่มเป็นงานอดิเรกยอดนิยม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรู้สึกเหนื่อย หรือง่วงนอนหลังจากอ่านหนังสือแม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในขณะที่การอ่านหนังสือนั้นไม่ได้ใช้พลังงานทางกายภาพมากนัก แต่จริง ๆ แล้วสมองของคุณกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลข้อมูลที่คุณรับเข้าไป การกระตุ้นทางจิตใจทั้งหมดนั้นอาจทำให้คุณเหนื่อยล้า และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การอ่านหนังสือทำให้ง่วงนอน การอ่านหนังสือก่อนนอนจึงเป็นวิธีการรักษาอาการนอนไม่หลับที่ดีนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีเหตผลอื่น ๆ ที่อาจบอกได้ว่าเพราะอะไรการอ่านหนังสือถึงทำให้คุณเกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนได้ 1.เหนื่อยทางใจ เมื่อคุณอ่านหนังสือ สมองของคุณทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อถอดรหัสคำในหน้ากระดาษและสร้างภาพในใจของคุณ กระบวนการทางจิตเหล่านี้อาจทำให้เหนื่อยล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอ่านหนังสือเป็นเวลานานหรือเหนื่อยล้ามาทั้งวัน 2.การหลงทางในจินตนาการของคุณ การอ่านหนังสือนั้นเป็นแนวทางโดยทั่วไปในการฝันกลางวัน และการฝันกลางวันก็ไม่ได้ห่างไกลจากการนอนหลับ อันที่จริงแล้ว กิจกรรมทั้งสองมีลักษณะร่วมกันบางประการ เมื่อคุณฝันกลางวันหรือหลงทางในหนังสือ ร่างกายของคุณจะอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายและจิตใจของคุณก็จะเป็นอิสระ นี่อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจและผ่อนคลาย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้คุณเหนื่อยเช่นกัน 3.การอ่านหนังสือในที่แสงน้อย สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากอ่านหนังสือ เป็นเพราะพวกเขาอ่านหนังสือในที่แสงน้อย ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือเท่านั้นที่ทำให้เหนื่อย การนั่งนิ่ง ๆ ในห้องที่มีแสงสลัว ๆ อาจส่งสัญญาณไปที่สมองว่าถึงเวลานอนแล้ว และยังทำให้ปวดตามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเหนื่อยล้านั่นเอง 4.การนั่งนิ่งๆ การนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 970 days ago
Read More11/08/2023
อยากลดน้ำหนัก กินผลไม้ทุกวันอ้วนไหม ?
หลายคนที่ลดน้ำหนักพยายามที่จะลดการกินน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามว่าแล้วน้ำตาลจากผลไม้ล่ะ จะทำให้เราอ้วนไหม ? แน่นอนว่าทุกวันนี้ต้องมีคนเชื่อว่าการกินผลไม้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ แล้วความจริงเป็นอย่างไร Hack for Health มีคำตอบมาให้ น้ำตาลจากผลไม้ ผลไม้ มีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะมาพร้อมกับใยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลิน และลดนิสัยชอบสะสมพลังงานจากน้ำตาลในรูปของไขมัน ผลไม้มีน้ำตาลน้อยกว่าอาหารสำเร็จรูป เช่น โซดา ลูกอม และขนมขบเคี้ยวอย่างมาก เช่น แอปเปิ้ล 182 กรัม มีน้ำตาล 19 กรัม ในขณะที่ลูกอม 58 กรัม มีน้ำตาลถึง 35 กรัม ผลไม้ทำให้น้ำหนักขึ้นจริงหรือ ? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การกินอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนแต่หากกินในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักขึ้นเช่นกัน ในกรณีนี้ผลไม้ไม่ได้เป็นตัวการทำให้น้ำหนักขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าแม้แต่การเพิ่มผลไม้ในอาหารก็มีสัมพันธ์กับการลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในคน 17 คน ที่กินผลไม้ 20 หน่วยบริโภคต่อวัน มีน้ำตาลประมาณ 200 กรัมต่อวัน หรือเท่ากับโซดา 8 กระป๋อง ยังไม่มีผลเสียต่อน้ำหนักตัว ความดันโลหิต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 970 days ago
Read More11/08/2023
อยากได้ อยากมี เหมือนคนอื่น เพราะเสพโซเชียลมากไป!
พฤติกรรมเสพติดของผู้ใช้โซเชียลมีเดียอาจแตกต่างกันไป แต่อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุด และมักจะทำให้ผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียขาดความพอดีในการใช้ชีวิต คือ มีความรู้สึกเครียด หรือมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นความสำเร็จ ทรัพย์สมบัติ หรือความสุขของผู้อื่น สิ่งนี้จะนำไปสู่การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลียนแบบความสำเร็จ หรืออยากได้อย่างมีสิ่งของตามผู้อื่น และถ้าสิ่งของเหล่านั้นมีราคาสูงเกินกว่าที่จะซื้อไหว หรือคุณรู้สึกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกไม่คู่ควร มีความนับถือตนเองต่ำ และมีความยากลำบากในการยอมรับตนเอง ซึ่งสิ่งนี้สามารถสร้างผลกระทบทางจิตได้อย่างมาก ผลกระทบของการเสพติดโซเชียล ร้ายกว่าที่คิด ผลของการเสพติดโซเชียลมีเดีย และทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมี มีความรู้สึกอิจฉาในความสำเร็จของผู้อื่น เป็นการจัดการอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่มีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพตนเอง และสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่โดยรวมของคุณได้อย่างมาก โดยเฉพาะ สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความอิจฉา หรือทำให้เกิดความนับถือในตัวเองต่ำ ได้อย่างไร? จากข้อมูลของ Afridi พบว่า อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น และรับรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นกำลังทำได้แบบ Real Time และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่พฤติกรรมเปรียบเทียบได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการฟูมฟักความอิจฉาได้อีกด้วย การวิจัยพบว่าในบางคน ความรู้สึกอิจฉา อยากได้อยากมี รู้สึกด้อยค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งก่อนที่จะมีสื่อสังคมออนไลน์ มนุษย์เราก็มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับวงสังคมใกล้เคียงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนบ้าน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่น ๆ ที่เรารู้จัก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 970 days ago
Read More04/08/2023
สุขภาพกาย-ใจ ดีแล้ว อย่าลืมหันมาดูแล “สุขภาพผิว” กันด้วย
เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนคงเริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของตนเองกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน การออกกำลังกาย รวมไปถึงการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือ ‘สุขภาพผิว’ หรือการดูแลผิวพรรณของตนเองให้สดใสอยู่เสมอ เพราะการมีผิวพรรณที่ดีไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องความงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ และเมื่อคุณมีความมั่นใจสิ่งดี ๆ ก็จะตามมาเช่นกัน ใครที่ยังคิดไม่ออกว่าถ้าอยากดูแลสุขภาพผิวของตนเองต้องเริ่มต้นจากจุดไหนบ้าง Hack for Health มีวิธีมาฝาก สิ่งที่ควรทำเพื่อสุขภาพผิวที่ดี 1.ทาครีมกันแดดทุกวัน การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 เป็นอย่างน้อย ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลผิว ซึ่งรวมถึงวันที่มีเมฆมาก แสงแดดน้อย ก็ควรทาครีมกันแดดเช่นกัน ทุกคนรู้ว่าครีมกันแดดมีความสำคัญต่อการดูแลผิวมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเวลาอยู่ในที่ร่ม หรือเวลาที่ไม่เจอแสงแดดก็ไม่จำเป็นต้องทา ความจริงแล้วรังสียูวีมีอยู่รอบทิศไปหมด จึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกวัน แถมครีมกันแดดสมัยนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวพรรณอีกด้วย 2.ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่หลายคนก็ยังมองว่าการดื่มน้ำเป็นเรื่องที่ยาก และดื่มได้ไม่มากเท่าที่ร่างกายควรได้รับ โดยการดื่มน้ำในปริมาณเหมาะสมมีความสำคัญต่อการเติมน้ำให้ร่างกายของเรา ทุกระบบในร่างกายต้องการน้ำเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ปกติ ที่สำคัญร่างกายของเราสูญเสียน้ำในปริมาณมากต่อวัน ดังนั้นจึงแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-9 แก้วทุกวัน น้ำ ไม่เพียงแต่จำเป็นต่อสุขภาพโดยรวมของเราเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อผิวของเราด้วย โดยน้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติและเสริมความยืดหยุ่น เซลล์ผิวหนังเหล่านี้ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว หากคุณต้องดื่มน้ำเพื่อให้อวัยวะส่วนอื่น ๆ แข็งแรง ผิวของคุณก็ต้องการน้ำเช่นเดียวกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More04/08/2023
ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ในวันที่โลกไม่ได้ใจดีกับคุณ
ชีวิตคนเราไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นเสมอไป เมื่อความท้าทายที่คุณเผชิญอยู่ยากเกินกว่าที่จะรับมือ อาจทำให้สุขภาพทางอารมณ์ของคุณต้องเสียไปอย่างง่ายดาย อาจต้องถึงเวลาที่คุณควรจะหันมาดูแลร่างกายและจิตใจของตนเองเสียที วิธีการดูแลตนเองนั้นไม่เหมือนกันทุกคน เพราะทุกคนต่างมีความชอบ และความต้องการที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือต้องคิดถึงความต้องการในปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และการดูแลตนเองที่เหมาะกับกิจวัตรประจำวัน ทำความเข้าใจตัวเอง หากคุณอยากหันมาให้เวลาใส่ใจร่างกายและจิตใจของตัวเองมากขึ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร สิ่งแรกให้คุณลองตั้งคำถามกับตัวเอง ดังต่อไปนี้ 1.ฉันเห็นด้วยกับวิธีที่คนอื่นใช้หรือไม่ ? แผนการดูแลตัวเองของคุณจะไม่มีประโยชน์มากนัก หากคุณไม่นำไปปฏิบัติ บางทีคุณอาจได้อ่านเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำสวนและต้องการเริ่มทำสวน แต่คุณไม่ชอบดิน ด้วง และหนอน แม้ว่าคุณจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่คุณไม่ชอบ โปรดจำไว้ว่าคุณมีตัวเลือกอื่นมากมายที่เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อบำบัดจิตใจตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องทำตามวิธีของคนอื่น 2.การเงินเป็นปัจจัยสำคัญหรือไม่ ? สมมุติว่าคุณตัดสินใจจ่ายค่าฟิตเนส หรือโรงยิมราคาแพง โดยมีเป้าหมายเพื่อออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่หากคุณหยุดออกกำลังกายไปเพียงสัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณรู้สึกเครียดจากค่าใช้จ่ายที่เสียไป มากกว่าการเติมพลังจากกิจกรรมนี้ แปลว่าสิ่งนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะใช้เงินกับสิ่งที่ได้ผลจริง ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารกลับบ้านในคืนที่ทำงานอย่างหนัก แทนที่จะพยายามทำอาหารกินเอง จะเรียกว่าเป็นการใช้เงินแก้ปัญหาที่แลกมาด้วยความคุ้มค่า คือ ให้ร่างกายของคุณได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าบ้าง 3.ฉันพยายามทำเกินไปหรือเปล่า ? คุณสามารถทำลายตัวเอง ทั้งที่คุณตั้งใจจะดูแลตนเองแท้ ๆ การมีตารางกิจกรรมมากเกินไปเพื่อเสริมสร้างสุขภาพอาจทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ แต่ขณะเดียวกันอะไรที่มากเกินไปก็อาจเป็นภาระได้เช่นกัน แม้กระทั่งเรื่องสนุก ๆ ก็อาจจะเพิ่มความเครียดให้คุณได้ เนื่องจากสิ่งนี้ทำให้คุณไม่มีเวลามานั่งคิดทบทวนความคิดของตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More04/08/2023
จัดการกับความรู้สึกวิตกกังวลในความสัมพันธ์กับคนรัก
ความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก หมายถึง ความกังวล ความไม่มั่นคง และความสงสัยในสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ได้ แม้ว่าในความสัมพันธ์ครั้งนี้ทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีก็ตาม สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากคุณกำลังมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญที่คุณรัก คุณจะได้พัฒนาความไว้วางใจ ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเรียนรู้รูปแบบการสื่อสารของกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังตั้งคำถามกับคู่ของคุณ และความสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา ความวิตกกังวลเหล่านี้บางครั้งอาจหายไปเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายก็อาจกลับมาได้อีกจนกลายเป็นทำร้ายความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักอย่างที่ไม่ควรจะเป็น คิดมากเรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ? คำตอบคือ ใช่ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ได้เคยกล่าวไว้ว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติธรรมดามาก บางคนอาจประสบกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าคู่ของตนเองไม่ได้มีเรื่องอย่างที่กังวลไป ในบางคนอาจมีความคิดว่าแท้จริงแล้วตัวเองอาจไม่ได้ต้องการมีความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ระยะยาวที่มีความมั่นคงเช่นกัน และเมื่อเวลาผ่านไป ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์อาจนำไปสู่ปัญหาหลายด้าน เช่น อะไรคือสัญญาณของความวิตกกังวลในความสัมพันธ์ ? ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์สามารถแสดงออกได้หลายวิธี คนส่วนใหญ่จะรู้สึกไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในบางจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการออกเดทและการสร้างพันธะสัญญาต่าง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่บางครั้งความคิดวิตกกังวลเหล่านี้ก็เติบโตและเล็ดลอดเข้ามาในชีวิตประจำวันของคุณได้เช่นกัน โดยมีสัญญาณดังนี้ 1.สงสัยว่าตัวเองมีความสำคัญสำหรับคนรักหรือไม่ ? การแสดงออกของความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุด คือ คำถามที่ว่า 'ฉันสำคัญไหม' หรือ 'คุณจะอยู่ตรงนี้เพื่อฉันไหม’ สิ่งนี้พูดถึงความต้องการขั้นพื้นฐานในการเชื่อมต่อความเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในชีวิตคู่ คุณอาจมีความคิด หรือเกิดความสงสัย ดังนี้ แม้ว่าคนรักของคุณดูมีความสุขเสมอที่ได้พบคุณและทำท่าทางใจดี แต่คุณยังคงไม่สามารถสลัดความคิดที่ว่า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More04/08/2023
รู้ตัวก่อนสายไป…สัญญาณเตือนระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นระบบที่ซับซ้อนของเซลล์เม็ดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคที่เป็นอันตรายซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ หากคุณพบว่าตัวเองติดเชื้อบ่อย ๆ อาจหมายความว่าคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และหากยิ่งปล่อยไว้นานวันโดยไม่หันมาใส่ใจสุขภาพหรือไปพบแพทย์ก็อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันประกอบไปด้วย เซลล์เม็ดเลือดขาว แอนติบอดี และส่วนประกอบอื่น ๆ รวมทั้งอวัยวะและต่อมน้ำเหลือง ประกอบกันเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อบ่อยกว่าคนอื่น ความผิดปกติหลายอย่างอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และทำให้บางคนมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความผิดปกติเหล่านี้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง บางอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดในขณะที่บางอย่างเป็นผลมาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาต่อไปนี้ สัญญาณที่บอกว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน บางครั้งเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะในร่างกายของคุณอาจเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ซึ่งมีจากหลายสาเหตุและในบางครั้งการหันมาพักผ่อน หรือแม้แต่การไปหาหมออาจช่วยได้ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยเกินไป คุณอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือโรคเรื้อนกวาง หรือหากระบบภูมิคุ้มกันของคุณเริ่มโจมตีร่างกายของคุณแทนที่จะปกป้องคุณจากโรคต่าง ๆ คุณอาจมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคไขข้ออักเสบหรือโรคเบาหวานประเภท 1 และภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่น ๆ ได้แก่ โรค celiac, lupus, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง, โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุของปัญหาระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติอาจไม่ได้เกิดจากเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่อาจมาจากสาเหตุอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More04/08/2023
ควรทำอย่างไรกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน
หนึ่งในพื้นที่ที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุดนั่นก็คือ “พื้นที่ของการทำงาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับอาวุโส พนักงานระดับช่วงกลาง หรือแม้แต่พนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ และยังมีผู้คนจากหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เกิดความแตกต่าง ทั้งทางด้านความคิด และทัศนคติที่แตกต่างกันไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ด้วยกันก็คือ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีจัดการบริหารช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน ให้มีความเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องของทัศนคติที่แตกต่างกัน ทำให้ก่อเกิดสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ นอกเหนือไปจากการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวและทำความเข้าใจ ที่จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วันอีกด้วย 1. อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะนำไปสู่การปิดกั้นทางความคิดและทำให้เกิดความหมางใจกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสกระทำต่อผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้วใส่ผู้อาวุโส ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในที่ทำงานทั้งนั้นเพราะบุคคลในแต่ละช่วงวัยต่างก็มีความรู้มีประสบการณ์ แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงมีความรู้ดี ๆ ให้เรานำมาปรับใช้กับชีวิต และทำงานอยู่เสมอ 2. เปิดพื้นที่ให้คนต่างวัยได้ศึกษา และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่ทำงานอยู่ในวงการหรือธุรกิจนั้น ๆ มาอย่างยาวนาน จะมีประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียน ในทางกลับกัน คนรุ่นมิลเลนเนียลได้เติบโตขึ้นมาในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านและทำให้ก่อเกิดการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งบุคคลทั้ง 2 วัยนี้ต่างก็มีเรื่องที่ตนเองถนัดและเรื่องที่ตนเองไม่ถนัด การแชร์ประสบการณ์ และแชร์ความรู้กัน นอกจากจะเป็นการเพิ่มเติมความรู้แล้ว ก็ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More04/08/2023
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! หลักจิตวิทยาว่าด้วยการยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ
ทำไมถึงห้ามใจไม่ค่อยได้จริงจริ๊ง! ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ คุณเคยรู้สึกเช่นนี้หรือไม่? วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักจิตวิทยาว่าทำไมเมื่อคนเราถูกห้ามมักจะยิ่งอยากทำ ยกตัวอย่างเช่น เช่น บางครอบครัวห้ามลูกเที่ยวกลางคืน แต่ลูกก็ยิ่งหนีเที่ยว หรือคุณเจอป้ายที่เขียนในสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ ที่เขียนว่า “Don't touch” ยิ่งทำให้อยากสัมผัสเข้าไปอีก หรือเจอป้ายที่เขียนว่า “อย่าเดินลัดสนาม” เท้าเจ้ากรรมยิ่งอยากเดินไปสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าแบบเต็ม ๆ เสียเหลือเกิน วันนี้เรามีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากกัน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Reactance” ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า รีแอกแตนซ์ (Reactance) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรู้สึกว่าเสรีภาพหรือความเป็นอิสระของตนกำลังถูกคุกคามหรือถูกจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่ความปรารถนาที่ทำพฤติกรรมต้องห้ามมากขึ้น เมื่อมีคำสั่งต้องห้าม สิ่งนี้มักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่ทำให้บุคคลต้องการยืนยันเสรีภาพของตนเอง และทำสิ่งต้องห้าม ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นจากความต้องการโดยธรรมชาติของเรา เพราะมนุษย์ต้องการความเป็นอิสระและต้องการควบคุมชีวิตของเราเอง และเมื่อเรารับรู้ว่าเสรีภาพของเราถูกจำกัด ทำให้มักเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากต่อต้านข้อจำกัดนั้น ยิ่งห้ามยิ่งเร้าใจ อยากท้าทายสุด ๆ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการประกาศเตือน ด้วยป้าย POP UP ห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกดคลิกเข้าไปใช้งานเว็บเด็ดขาด! และจากการประกาศเตือนเช่นนี้ บางคนก็อาจรู้สึกอยากไปดูมากขึ้น เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นหรือความปรารถนาที่จะท้าทายอำนาจในการสั่งห้าม ในทำนองเดียวกัน เมื่อพ่อแม่สั่งห้ามไม่ให้ลูก ๆ ออกไปเที่ยวกลางคืน ก็อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกถูกจำกัด และเด็กบางคนอาจลงมือฝ่าฝืนกฎของพ่อแม่เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของตนเอง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีปรากฏการณ์ รีแอกแตนซ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More02/08/2023
เทคนิคการเลือกสบู่ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
การอาบน้ำชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรกเป็นกิจวัตรที่ทุกคนทำทุกวัน และการเลือก ‘สบู่’ เพื่อช่วยขจัดคราบความมันและแบคทีเรียต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เนื่องจากสบู่แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของรูปแบบ และคุณสมบัติในการบำรุงผิว ดังนั้น จึงควรเลือกใช้สบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง เลือกสบู่ให้เหมาะกับผิวของตนเอง โดยปกติคนเราจะมีสภาพผิวอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนเลือกสบู่ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทผิวของตนเอง เพราะการเลือกสบู่อาบน้ำที่ต้านแบคทีเรียและมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวจะช่วยคุณจัดการปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยคุณสามารถทดสอบสภาพผิวของตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แล้วซับให้แห้ง 2.อย่าทาครีม มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือโทนเนอร์บนใบหน้าหลังจากเช็ดหน้าจนแห้ง 3.ปล่อยให้ใบหน้าแห้งอย่างน้อย 30 นาที 4.หลังจากผ่านไป 30 นาที หลังจากทำความรู้จักกับประเภทผิวของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกสบู่ให้เหมาะกับตนเองได้อย่างง่ายดาย 1.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวแห้ง หากคุณมีผิวแห้ง คุณต้องเลือกใช้สบู่ที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเป็นขุยและมีอาการคันได้ง่าย นอกจากนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลังล้างออกไม่แห้งตึงจนเกินไป ควรเน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว 2.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวมัน ผิวมันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย จะดีที่สุดถ้าคุณเลือกสบู่ที่ดูดซับความมันส่วนเกินจากผิวของคุณเพื่อป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ ผิวมันจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินเป็นประจำ เพื่อให้ผิวไม่รู้สึกมันเยิ้มจนเกินไป 3.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวผสม หากคุณเป็นคนผิวผสม คุณก็สามารถเลือกสบู่ได้หลากหลายประเภท เนื่องจากผิวของคุณไม่ได้บอบบางขนาดนั้น แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าคุณใช้สบู่ธรรมชาติที่ปราศจากพาราเบน และสารเคมีอันตรายอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 979 days ago
Read More27/07/2023
“ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” สู่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านช่วงอายุของประชากร โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของจำนวนผู้สูงวัย ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปี และคาดการณ์ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) โดยจะมีผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจากสถิติดังกล่าวอาจส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมเชิงระบบที่รอบด้านในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต้องให้ความร่วมมือ เพื่อรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่อำนวยความสะดวก ตลอดจนการมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม และเป็นต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้ทางด้านวิชาการให้กับสังคมไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่เป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงมีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” เป็นศูนย์วิทยาการต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ พร้อมสร้างองค์ความรู้ กระจายองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสำหรับสาธารณชน เพื่อคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุไทย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล่าถึงการจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชว่า “สถานการณ์ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย นับเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความท้าทายต่อการรับมือในทุกมิติ ซึ่งศิริราชให้ความสำคัญมาโดยตลอดในการมุ่งสร้างสังคมผู้มีอายุยืน หรือ Healthy Aging ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันให้ครอบครัว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 985 days ago
Read More27/07/2023
วิธีป้องกัน “โรคหลอดเลือดในสมอง” สาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต
โรคหลอดเลือดสมอง คือภาวะที่สมองขาดเลือด เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของสมองมีเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ มักเกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงอุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง และเซลล์สมองในบริเวณนั้นจะเริ่มตายจากการขาดออกซิเจน อาการ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกังวลว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองให้สังเกตเวลาที่เริ่มมีอาการ โดยสัญญาณและอาการของโรคหลอดเลือดสมอง มีดังต่อไปนี้ สาเหตุ 1.หลอดเลือดแดงอุดตัน หลอดเลือดแดงอุดตัน หรือที่เรียกว่าโรคเส้นเลือดในสมองตีบ บางคนอาจมีการหยุดชะงักชั่วคราวของการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง หรือที่เรียกว่าโรคขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลดลงอย่างรุนแรง (ขาดเลือด) โดยหลอดเลือดตีบตันนั้นเกิดจากไขมันสะสมในหลอดเลือด หรือจากลิ่มเลือดหรือเศษอื่น ๆ ที่เดินทางผ่านกระแสเลือด ส่วนใหญ่มักจะมาจากหัวใจและไปค้างอยู่ในหลอดเลือดในสมอง 2.เส้นเลือดในสมองแตก โรคเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก โดยเลือดออกในสมองอาจเกิดจากหลายสภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคเส้นเลือดในสมองแตก เช่น ปัจจัยเสี่ยง มีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ 1.ปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิต 2.ปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดสมองบางครั้งอาจทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สมองขาดออกซิเจน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนี้ วิธีการป้องกัน การทราบปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หากคุณเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) วิธีเหล่านี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อีก วิธีการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหลายอย่างเหมือนกับวิธีในการป้องกันโรคหัวใจ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 985 days ago
Read More27/07/2023
คุณเคยซัก “หมอน” หรือไม่ ? เหตุผลที่ควรหันมาทำความสะอาดหมอน
ของเครื่องใช้ในบ้านที่เชื่อว่าทุกคนต้องทำความสะอาดหรือซักล้างอย่างเป็นประจำ นั่นคือ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม เพราะนอกจากจะกำจัดฝุ่นต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามที่นอนแล้วยังทำให้รู้สึกที่นอนนุ่ม สบาย มีกลิ่นหอมน่านอนอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะมองข้ามไปนั่นคือการทำความสะอาด “หมอน” ปกติแล้วคนเรามักใช้เวลาอยู่บนเตียงประมาณ 8 ชั่วโมงต่อคืน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต นั่นหมายความว่าเราใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับหมอน และตลอดเวลานั้นหมอนมักจะสะสมทั้ง ฝุ่น เชื้อรา เหงื่อ น้ำลาย รวมถึงน้ำมันธรรมชาติจากร่างกายของคุณ จากการวิจัยปี 2018 ระบุว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การระคายเคืองทางเดินหายใจหรืออาการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว การซักหมอนเป็นประจำจะสามารถลดสิ่งระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องซักหมอนจริงหรือ ? อย่างที่บอกว่าคนเรามักลืมหมอนในรายการสำหรับซักทำความสะอาดทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และสนใจซักแต่เพียงปลอกหมอนเท่านั้น การซักปลอกหมอนเป็นวิธีหลักอย่างหนึ่งในการรักษาความสะอาดบริเวณที่นอนของคุณ อย่างไรก็ตาม ปลอกหมอนที่สะอาดจะช่วยได้มากก็ต่อเมื่อหมอนของคุณผ่านการซักทำความสะอาด เพราะแม้แต่ปลอกหมอนที่ซักเป็นประจำในบางครั้งก็อาจมีรู หรือมีร่องรอยการขาด ดังนั้นจึงไม่สามารถปกป้องหมอนของคุณจากการสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเมื่อเวลาผ่านไปได้ทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการซักหมอนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยหมอนของคุณอาจสะสมสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ในระดับที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ทำจากหมอน จากการศึกษาในปี 2021 พบว่าหมอนอาจต้านทานสิ่งสกปรกและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำจากสิ่งต่อไป การวิจัยปี 2015 ยังแนะนำว่าหมอนขนเป็ดอาจสะสมฝุ่นน้อยกว่าหมอนใยสังเคราะห์บางประเภท…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 985 days ago
Read More25/07/2023
กฎของแรงดึงดูด ยิ่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ยิ่งได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับมา
กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ใช้ในการดูแลจิตใจตัวเอง และเป็นศาสตร์แห่งการฝึกจิตเพื่อดึงดูดเรื่องราวในแง่บวกที่มีการเผยแพร่มาอย่างยาวนานแล้ว แต่เรื่องราวของกฎแห่งแรงดึงดูด มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างมากขึ้น จากการถือกำเนิดของ หนังสือ How -To ชื่อดังอย่าง “The Secret” ผู้แต่ง Rhonda Byrne ซึ่งวันนี้เราจะนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับ กฎของแรงดึงดูด มาย่อให้สั้นลง และนำเสนอวิธีใช้กฎนี้แบบง่ายดายที่สุด ให้คุณได้ทำความรู้จักกัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจากสิ่งที่เราคิด แนวคิดของกฎนี้มีอยู่ว่า เมื่อคุณจดจ่อจิตอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนส่งผลทำให้เกิดอารมณ์อย่างเข้มข้นต่อเรื่องนั้น สิ่งนี้จะสร้างแรงดึงดูดที่ดึงดูดสิ่งที่คุณคิดเข้ามาหาคุณ ซึ่งจะมีการดึงดูดทั้งสิ่งดีและสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเลือกเรื่องที่คุณคิดถึงและมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่คุณคิดได้ ดังนั้นหัวใจหลักของกฎนี้จึงเน้นย้ำให้คุณนึกถึงแต่สิ่งที่คุณต้องการ และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่คิดถึงสิ่งที่คุณไม่ต้องการ เท่านั้น กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) ใช้กับเรื่องอะไรได้บ้าง? กฎนี้เป็นกฎที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์คู่รัก ความสัมพันธ์กับเพื่อน การปรับปรุงดูแลสุขภาพใจ ปรับปรุงดูแลรูปร่างของตนเอง การเป็นนิสัยให้เป็นคนที่ดีขึ้นในเรื่องที่คุณต้องการการเป็น เช่น มีความขยัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 987 days ago
Read More24/07/2023
ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?
อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 988 days ago
Read MorePR Partners
See All03/04/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Vgadz เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะเบาที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ
วีแกดซ์ (Vgadz) เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Ring for Everyone” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว เบาที่สุดและใส่สบาย 24 ชั่วโมง RingConn Gen 2 Air ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการสวมใส่ Smart Watch โดยเฉพาะรุ่นนี้มีความบางเพียง 2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาสุดขีดเพียง 2.5 กรัม03/04/2026
ทรู-โลตัส พลิกลานหน้าศูนย์การค้าสู่ “True Alpha Urban Ground” แลนด์มาร์กกีฬาอัจฉริยะเพื่อความเท่าเทียม
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลัง โลตัส เปิดตัว “True Alpha Urban Ground” ณ โลตัส บางนา สนามบาสเกตบอลต้นแบบที่เปลี่ยนพื้นที่หน้าศูนย์การค้าให้เป็น “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการออกกำลังกาย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ห่างไกลยาเสพติด โปรเจกต์นี้เป็นการผสาน กีฬา ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยนำนวัตกรรมอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร อาทิ : คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้บริหารจากทรู ระบุว่า ทรูเชื่อมั่นในพลังของกีฬาที่เป็นรากฐานของการเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ การนำเทคโนโลยี AI และเครือข่ายมาใช้ในพื้นที่สาธารณะนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ คุณเบญจวรรณ อ่องศรี จากซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวเสริมว่า สนามนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Happy Mall” ที่เปลี่ยนโลตัสให้เป็น Happy Community Space ศูนย์รวมการกิน ชอป เที่ยว และการใช้ชีวิตที่มีความสุขของคนในชุมชน ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมเหล่าศิลปินและนักกีฬาชื่อดัง อาทิ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More02/04/2026
“ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” ผนึกกำลังขยับหมากรบ AI เปลี่ยนไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’ แห่งอาเซียน
ในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ภาพความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และผู้นำธุรกิจไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) พร้อมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียนอย่างเต็มตัว AI-First และการมาถึงของ Agentic AI หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการหารือคือแนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเสริม แต่คือการวางรากฐานองค์กรโดยมี AI เป็นหัวใจหลัก สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าคือการพูดถึง Agentic AI ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่การเป็น "ตัวแทน" ที่สามารถช่วยตัดสินใจและดำเนินกระบวนการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่จะยกระดับโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นจากการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ Smart City และการเรียนรู้จากต้นแบบโลก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ฉายภาพอนาคตที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตมนุษย์ผ่าน Smart City โดยระบุว่าโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 3 เสาหลัก การมองหาต้นแบบจาก สิงคโปร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More27/03/2026
“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญประจำปี 2026 เตรียมพร้อมรุกตลาดการบินระดับภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการบริหารงานแบบครบวงจรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2026 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2026 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9% ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีพร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำและ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2028 นายพุฒิพงศ์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 11 days ago
Read More































