ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| HuaweiVsAmerica
Read More

รัฐบาล​โจ ไบเดน แบนการลงทุนใน Huawei และบริษัทจีนกว่าอีก 58 แห่ง

ความคืบหน้าล่าสุดในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Presiden Joe Biden) กำลังจะบังคับใช้คำสั่งใหม่ห้ามนักลงทุน ลงทุนในบริษัท Huawei และบริษัทสัญชาติจีนกว่าอีก 58 บริษัท
huawei
21/06/2020

อดีต CEO Google เผย ทำไมสหรัฐต้องจริงจังกับการแบน Huawei ขนาดนี้

อันที่จริงการแบน Huawei นั้นไม่ได้มีความคิดริเริ่มแค่ในสมัยประธานาธิบดี Donald Trump เท่านั้น ย้อนกลับไปสมัยอดีตประธานาธิบดี Barack Obama สหรัฐอเมริกาก็เริ่มไม่เชื่อถือใน Huawei อยู่แล้วด้วยเหตุผลเดียวกันว่าอุปกรณ์ของ Huawei จะมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานผ่าน Backdoor และถูกกลับไปยังปักกิ่ง โดยในปี 2012 คณะกรรมการข่าวกรองก็มีการเสนอให้แบน Huawei และ ZTE แล้วด้วย แต่ท้ายที่สุด เมื่อปีที่ผ่านมาในยุคสมัยของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน Donald Trump ก็ได้ออกคำสั่งแบน Huawei อย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่ห้ามบริษัทเครือสหรัฐฯ ทำการค้ากับ Huawei หากไม่ได้รับอนุญาต (ซึ่งปัจจุบัน Google ก็ยังโดนตัดขาด) ไปจนถึงห้ามบริษัทต่างประเทศที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐทำการค้ากับ Huawei อีก เอาจริง ๆ ทุกคนก็เห็นเหมือนกันว่า Huawei มาแรงมาก นอกจากจะขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร​์ตโฟนอันดับ 2 ของโลกแล้ว ยังเป็นบริษัทอันดับ 1 ที่กำลังจะสร้างโครงข่าย 5G ในหลายประเทศอีกด้วย แน่นอนว่า 5G…
huawei
24/05/2020

หายห่วง ชิปประมวลผล Kirin 1020 สำหรับ Huawei Mate 40 ยังได้ไปต่อ ไม่กระทบจากมาตรการของสหรัฐฯ

มาตรการล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐคือตัดการส่งมอบชิปที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ แม้ว่าจะเป็นบริษัทต่างชาติก็ตาม นั่นหมายความว่า ผู้ผลิตชิปประมวลผลหลัก (ของโลก) อย่าง TSMC จะไม่สามารถรับออเดอร์จาก Huawei ได้แล้ว ทำให้หลายคนอาจเริ่มกังวลว่า 'แบบนี้ Huawei จะมีสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ออกมาอีกหรือไม่?' เร็ว ๆ นี้คงยังไม่ต้องห่วงอะไร เพราะดูเหมือนว่าบริษัทจะคาดการณ์ปัญหานี้เอาไว้แล้ว สื่อต่างประเทศรายงานว่า Huawei สั่งผลิตชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตรไว้เต็มออเดอร์แล้ว ซึ่งจะทันตามกำหนดการเปิดตัว Huawei Mate 40 ประจำปลายปีนี้ ในขณะที่ชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตรนั้นยังคลุมเครือว่าจะพอหรือไม่ เพราะ Huawei ออเดอร์ไว้เพียง 50% เท่านั้น คาดว่าชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตรจะเป็น Kirin 1020 สำหรับ Huawei Mate 40 ที่จะเปิดตัวปลายปีนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะพอไปจนถึง Huawei P50 ซีรีส์หรือไม่ ส่วนชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตรเป็นของ Kirin 980 และ…
Guo Ping Rotating Chairman Huawei
20/05/2020

หัวเว่ยออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

หัวเว่ยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎข้อบังคับที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ในเรื่องการเพิ่มกฎเกณฑ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงไปที่หัวเว่ย รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มชื่อหัวเว่ยเข้าสู่ “Entity List” เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 อย่างไม่เป็นธรรม นับแต่นั้นมา แม้ว่าจะมีการปิดกั้นการเข้าถึงส่วนประกอบหลักด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ เราก็ยังคงยืนหยัดปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ให้ไว้กับกลุ่มลูกค้าและซัพพลายเออร์ หัวเว่ยยังคงยืนหยัดเพื่อก้าวผ่านอุปสรรคและมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งมวล อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาพยายามอย่างไม่ลดละในการเพิ่มระดับการสกัดกั้นหัวเว่ย รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตัดสินใจที่จะดำเนินการต่อไปโดยเพิกเฉยต่อความกังวลของหลายบริษัทรวมถึงสมาคมในภาคอุตสาหกรรมอีกมากมาย การตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ เป็นการกระทำโดยพลการฝ่ายเดียว และเป็นอันตรายคุกคามต่อทั้งอุตสาหกรรมทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการขยายธุรกิจ การซ่อมบำรุง และการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ที่หัวเว่ยได้ดำเนินการอยู่มากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังจะส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลกในด้านการบริการด้านการสื่อสาร ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของหัวเว่ย โดยการโจมตีบริษัทชั้นนำของต่างประเทศแสดงให้ถึงความตั้งใจเพิกเฉยของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต่อผลประโยชน์ของลูกค้าและผู้บริโภคหัวเว่ย ซึ่งขัดกับคำกล่าวอ้างของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยด้านเครือข่าย การตัดสินใจโดยพลการของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาไม่เพียงส่งผลกระทบต่อหัวเว่ยเท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก การตัดสินใจครั้งนี้จะทำลายความร่วมมือในอุตสาหกรรมต่างๆ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความเสียหายหนักภายในอุตสาหกรรมเหล่านี้อีกด้วย สหรัฐอเมริกากำลังยกระดับศักยภาพทางเทคโนโลยีของตนเองเพื่อเอาชนะกลุ่มบริษัทที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะมีผลต่อความน่าเชื่อถือที่บริษัทต่างชาติมีต่อห่วงโซ่อุปทานและเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่สุดแล้ว การกระทำดังกล่าวจะย้อนกลับมาสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเอง ทั้งนี้ หัวเว่ยกำลังดำเนินการตรวจสอบกฎข้อบังคับรูปแบบใหม่นี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เราคาดว่าธุรกิจของเราจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเราจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อหาทางออก เราหวังว่าลูกค้าและซัพพลายเออร์ของเราจะอยู่เคียงข้างเรา และร่วมมือกันลดผลกระทบจากกฎข้อบังคับจากการเลือกปฏิบัตินี้
27/05/2019

นั่งเทียนทั้งนั้น! สื่อจีนชี้ข่าวลือ Huawei เปิดตัว Hongmeng OS เดือนหน้าไม่เป็นความจริง

ผลพวงจากการที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรห้ามทำธุรกิจกับบริษัทอเมริกัน นั่นทำให้สื่อต่างประเทศเริ่มประโคมข่าวพูดถึงระบบปฏิบัติการที่ Huawei ซุ่มพัฒนาเองในชื่อ Hongmeng OS เอาไว้เป็นแผนสำรองอย่างเงียบ ๆ สอดคล้องกับคำพูดของซีอีโอ Yu Chengdong ที่เพิ่งออกมายืนยันข่าวลือดังกล่าวว่าจะได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกในช่วงปลายปีนี้หรือกลางปีหน้า   อย่างไรก็ตาม ก็มีกระแสข่าวลือระลอกใหม่หลุดออกมาจากสื่อจีน เปิดเผยว่า Huawei จะทำเซอร์ไพรส์จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ที่ฮ่องกงในวันที่ 24 มิถุนายนนี้เลย โดยข่าวลือรอบนี้มีทั้งโปสเตอร์และรายละเอียดฟีเจอร์ของตัวระบบปฏิบัติการออกมาแล้ว ซึ่งล่าสุดมีการอัปเดตยืนยันแล้วว่าข่าวการเปิดตัวและโปสเตอร์ดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  ก่อนหน้านี้ Huawei เพิ่งจดทะเบียนการค้าระบบปฏิบัติการ Hongmeng ไปหมาด ๆ กับทางสำนักเครื่องหมายการค้าแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ CTMO โดยจากเอกสารระบุว่า Huawei เองก็ยื่นจดไว้ตั้งแต่ 24 สิงหาคม ปีที่แล้ว ซึ่ง Hongmeng จะชื่อที่ใช้เรียกระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ของหัวเว่ยในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต, ทีวี, รถยนต์, รวมทั้งอุปกรณ์ประเภท smartwear ด้วย และที่สำคัญคือสามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันฝั่ง Android ได้ทั้งหมด…
25/05/2019

หัวเว่ยจดเครื่องหมายการค้าระบบปฏิบัติการ ‘Hongmeng’ เรียบร้อย

อย่างที่ทราบกันว่าก่อนหน้านี้ทางซีอีโอหัวเว่ย Yu Chengdong ได้ออกมายืนยันว่าพวกเขาอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นมา โดยคาดว่าจะพร้อมใช้งานในช่วงปลายปีนี้ โดยคาดว่าชื่อระบบปฏิบัติการปริศนานั้นจะชื่อว่า Hongmeng (หงเมิ่ง) ล่าสุดเว็บไซต์ของสำนักเครื่องหมายการค้าแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ CTMO ได้เปิดเผยว่าทางหัวเว่ยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในชื่อของ 'Huawei HongMeng' เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทางหัวเว่ย ได้ยื่นเรื่องขอจดเครื่องหมายการค้าไว้ตั้งแต่ 24 สิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการประกาศรับรองเครื่องหมายการค้าเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยหัวเว่ยจะสามารถใช้ชื่อแบรนด์ Huawei Hongmeng นี้ได้ทั้งในระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ได้ตั้งแต่ 14 พฤษภาคม 2019 จนถึง 13 พฤษภาคม 2029 ซึ่งข่าวดังกล่าวยืนยันว่า ระบบปฏิบัติการ Hongmeng นั้นอยู่ในระหว่างการพัฒนาและเตรียมถูกนำมาใช้งานจริงเร็ว ๆ นี้ ก่อนหน้านี้ทาง Yu Chengdong ได้เปิดเผยว่า Hongmeng จะเป็นชื่อเรียกระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ของหัวเว่ยในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต,…
25/05/2019

ผู้ใช้งานทั่วโลกขาดความมั่นใจ เทขายสมาร์ตโฟน Huawei จนตลาดมือสองไม่รับซื้อแล้ว

หลังจากสหรัฐอเมริกาลงมาตรการแบนสินค้า Huawei รวมถึงห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกาจะไม่ทำการค้ากับ Huawei อาทิ Google, Intel และ Qualcomm เป็นต้น ส่งผลให้ Huawei เสียสิทธิการใช้งานผลิตภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกาหลายอย่าง เช่น Android เป็นต้น การแบน Huawei เริ่มส่งผลต่อยอดขายสมาร์ตโฟนในหลายตลาดทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ตลาดฝั่งยุโรป: PriceSpy รายงานยอดคลิกสินค้า Huawei ลดลงไปถึง 50% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และยอดคลิกจากทั่วโลกหายไป 26% โดยเว็บไซต์เก็บข้อมูลทั้งหมดจาก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ อิตาลี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร ตลาดสิงค์โปร์: รายงานจาก Mobile Square เดิมมีผู้ใช้งานขายสมาร์ตโฟน Huawei เฉลี่ยวันละ 5 คน แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ยอดสูงขึ้นไปถึงวันละ 20 คน ตลาดฟิลิปปินส์: ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์ในฟิลลิปปินส์หยุดรับซื้อสมาร์ตโฟน Huawei แล้ว หรือบางร้านรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่า 50% เสียอีก…
25/05/2019

สื่อนอกเผยตัวเลข Huawei โดนแบนช่วยดันยอดขายให้ Samsung-Xiaomi เพิ่มขึ้นชัดเจน

จากเหตุการณ์ที่ทางการสหรัฐฯ มีมาตรการคว่ำบาตร Huawei ครั้งนี้ ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อแบรนด์ดังของจีนหลายต่อ ซึ่งตอนนี้ที่เริ่มปรากฏแล้วก็คือข่าวดังกล่าวกระทบยอดขายตามร้านค้าปลีกทั้งในยุโรปและเอเชียบ้างแล้ว เบื้องต้น Fubon Research Strategy Analytics เองก็ออกมาคาดการณ์คร่าว ๆ ว่ายอดขายสมาร์ทโฟน Huawei จะตกลงในปีนี้ที่ระหว่าง 4-24% นอกจากนี้ Reuters ยังได้เปิดเผยจากตัวเลขสถิติคนเข้าหน้าเว็บไซต์ของ PriceSpy ซึ่งเป็นเว็บเทียบราคาสินค้าชื่อดังในสหราชอาณาจักรก็ปรากฏว่า ยอดวิวหน้าสมาร์ทโฟน Huawei ตกลงไปเกือบ 50% (สหราชอาณาจักร) และเว็บที่เป็นส่วน global ก็ยอดวิวลดลงถึง 26% ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทาง PriceSpy เปิดเผยว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความลังเลของผู้บริโภคที่มีต่อสมาร์ทโฟน Huawei ที่น่าสนใจคือยอดวิวหน้าสมาร์ทโฟน Huawei ที่ลดลงนั้น ทำให้ยอดวิวหน้าเว็บสมาร์ทโฟน Samsung และ Xiaomi เพิ่มขึ้น 13% และ 19% ตามลำดับ โดยเฉพาะ Samsung นั้นได้รับความสนใจในเว็บออนไลน์มากที่สุด phonearena
25/05/2019

ไปให้สุดแล้วหยุดที่เจรจา Huawei อาจใช้ SD Card ไม่ได้ หลังสมาคม SD ตัดชื่อออกจากรายการสมาชิก

เรียกว่าจังหวะนี้ อะไรที่เกี่ยวข้องกับอเมริกาจะถูกแบนไม่ให้ใช้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของ Huawei ไปทั้งหมด ล่าสุดสมาคม SD หรือ SD Association หน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไรผู้กำหนดมาตรฐานและการพัฒนาที่เกี่ยวกับ SD Card หน่วยบันทึกข้อมูลยอดนิยมในปัจจุบัน ได้นำชื่อของ Huawei ออกจากรายการสมาชิกขององค์กร ส่งผลให้หัวเว่ยไม่สามารถใช้ SD หรือ MicroSD กับผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการได้ ซึ่ง SD Association ได้ยืนยันว่าการถอดชื่อของ Huawei ออกในครั้งนี้เป็นการทำตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐ ส่วนทางการหัวเว่ยก็ออกมาบอกว่าปัญหานี้จะไม่กระทบกับสมาร์ตโฟนในปัจจุบันของหัวเว่ย ที่ยังใช้ MicroSD ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามตัวแทนของหัวเว่ยก็ไม่ได้พูดถึงสมาร์ตโฟนรุ่นในอนาคตว่าจะยังใช้ MicroSD ได้หรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าที่หัวเว่ยผลักดันการใช้ NM Card (Nano Memory) ใน MicroSD ในสมาร์ตโฟนเรือธงอย่าง Huawei Mate 20 Series หรือ Huawei P30 Series เพราะคาดการณ์ว่าจะเกิดปัญหานี้ในอนาคตรึเปล่า แต่ก็ถือว่าหัวเว่ยมองการณ์ไกลมาก ที่พยายามพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองขึ้นมาทั้งหมด เพื่อลดการเพิ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างชาติ อ้างอิง: android authority
24/05/2019

ทรัมป์แย้มปม ‘หัวเว่ย’ อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้ากับจีน เพื่อหาทางออก

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องหัวเว่ยจะเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาหาข้อยุติทางการค้ากับจีนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ทรัมป์ยังระบุว่า 'หัวเว่ยคือบริษัทที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ' ขณะที่ทางการจีนโต้ตอบกลับว่ารัฐบาลสหรัฐฯ พยายามกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม 'หัวเว่ยเป็นอะไรที่อันตรายมากสำหรับความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งในแง่มุมความปลอดภัยหรือแง่มุมกองทัพ มันอันตรายมาก ๆ'  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ เพิ่งออกคำสั่งพิเศษลิสต์หัวเว่ยอยู่ในบัญชีดำ โดยห้ามไม่ให้ทำธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันนอกเหนือจากต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อน แต่ทว่าล่าสุด ผู้นำวัย 72 ปีได้ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่หัวเว่ยจะเป็น 1 ในประเด็นที่ถูกนำไปเจรจาทางการค้ากับจีนเช่นกัน สถานการณ์ของหัวเว่ยตอนนี้เรียกได้ว่าเจ็บตัวไม่น้อยเลย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่หัวเว่ยถือสัญญาข้อตกลงเตรียมไปวางเครือข่าย 5G ให้ ซึ่งมีประเทศแถบยุโรปอยู่ถึง 20 กว่าประเทศ เนื่องจากเกิดความวิตกกังวลว่าอุปกรณ์เครือข่ายของหัวเว่ยจะมีการส่งข้อมูลกลับไปให้รัฐบาลจีน ขณะที่หัวเว่ยก็ยืนยันว่าอุปกรณ์ของพวกเขาไม่มีการเชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างแน่นอน "การตอบสนองที่ดีที่สุดจากกรณีที่สหรัฐฯ พยายามกลั่นแกล้งก็คือ มันทำให้บริษัทไอทีจีนยิ่งโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้น" Gao Feng โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งอนุมัติงบ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า รวมทั้งเมื่อต้นเดือนก็ออกมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนจาก 10% ไปเป็น 25% หลังจากที่การเจรจาการค้าครั้งล่าสุดกับจีนล้มเหลว ทางด้านรัฐบาลจีนก็มีมาตรการตอบโต้ทันควันด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ 6 หมื่นล้านเหรียญฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน…
24/05/2019

หัวเว่ย เดินหมากเจรจาร้านขายแอป Aptiode หวังทดแทน Google Play Store

สื่อท้องถิ่นในโปรตุเกส DN INsider ได้รายงานว่า เวลานี้หัวเว่ยได้รุกคืบเจรจาเป็นพาร์ทเนอร์กับ Aptoide แพลตฟอร์มเจ้าของร้านขายแอปที่มีแอปฯ ในระบบอยู่ 900,000 แอปฯ โดยหวังจะต่อยอดพัฒนา App Gallery ร้านขายแอปฯ ของตนเองและใช้เป็นทางเลือกทดแทน Google Play Store ในอนาคต Paulo Trezentos เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Aptoide ได้ยืนยันว่าเวลานี้บริษัทได้รับการติดต่อจากทางหัวเว่ยจริง และมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับหัวเว่ยเนื่องจากเป็นตลาดที่น่าสนใจ แม้ว่าในเวลานี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของการเจรจาว่าหากลงตัวแล้วจะเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นก็คาดว่าตัวแอปฯ Aptoide นั้นจะถูกติดตั้งแบบ pre-installed มากับสมาร์ทโฟนรุ่นต่อ ๆ ไปของหัวเว่ยเลย หรือไม่ก็เป็นส่วนหนึ่งของ App Gallery ซึ่งขึ้นอยู่กับทางหัวเว่ยเป็นหลัก https://www.youtube.com/watch?v=P78c11qu5J4&t=161s https://www.youtube.com/watch?v=cJEIx4vzOGc&t=297s phonearena
24/05/2019

TSMC คอนเฟิร์มยังผลิตชิปให้หัวเว่ยต่อไป

ช่วงนี้ท่ามกลางข่าวชวนหนักใจก็ยังมีข่าวดีบ้างสำหรับ Huawei ล่าสุด Elizabeth Sun โฆษกของทาง TSMC ผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่จากไต้หวัน ซัพพลายเออร์ของ Huawei ออกมาประกาศว่าข่าวการถูกขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาลสหรัฐไม่ส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจกับ Huawei และยืนยันว่าจะยังผลิตชิปให้เหมือนเดิม ปัจจุบัน TSMC เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปให้กับสมาร์ทโฟนระดับโลกมากมายรวมทั้ง iPhone ของ Apple และชิปเซ็ต Kirin ของ Huawei และ Honor โดยระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรของฝั่งสหรัฐฯ จะไม่กระทบต่อการผลิตชิป Kirin 980 และ 985 ที่ใช้งานในสมาร์ทโฟน Huawei ในรุ่นปัจจุบันและอนาคต แต่อย่างใด ในเวลานี้ TSMC อยู่ระหว่างการเดินหน้ากับเทคโนโลยีกำลังผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตร โดยกำลังการผลิตจะเต็มที่ในช่วงไตรมาสสามของปีนี้ https://www.youtube.com/watch?v=P78c11qu5J4&t=161s https://www.youtube.com/watch?v=cJEIx4vzOGc&t=297s reuters
24/05/2019

7 คำถามสำคัญที่คนถือ Huawei ต้องการรู้ที่สุดกับคำตอบอย่างเป็นทางการ! [OFFICIAL]

มาถึงวันนี้เราเชื่อว่าลูกค้า Huawei ทุกคนที่ได้ติดตามประเด็นสงครามการค้า Trade War ที่กลายมาเป็น Tech War ระหว่าง Huawei และสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้ใช้ Huawei P30 Series สมาร์ตโฟนเรือธงที่เพิ่งลงตลาดกันมา ต่างกำลังลุ้นกันอยู่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป หลังสหรัฐฯ ยื่นกรอบเวลา 90 วันให้กับ Huawei สถานการณ์ในปัจจุบัน สถานการณ์ในปัจจบันพูดได้ว่าเป็นที่เบาใจของหลาย ๆ คนไปได้เปลาะหนึ่ง เพราะ Google, Huawei และค่ายมือถือในไทยต่างออกแถลงการณ์ยืนยันว่าผู้ใช้ Huawei จะสามารถใช้งานสมาร์ตโฟนของหัวเว่ยและบริการจาก Google ได้ต่อไป ในบทความนี้เราจึงสรุป 7 คำถามยอดฮิตที่ผู้ใช้ Huawei ต้องการคำตอบอย่างเป็นทางการมาเล่าให้ฟังกัน (เป็นคำตอบแบบ official เลยนะ จริงๆ) https://www.youtube.com/watch?v=wakZGL3LHzE&feature=youtu.be #1 ผู้ใช้สมาร์ตโฟน Huawei ในตอนนี้ จะสามารถใช้บริการของ Google ต่อไปได้หรือไม่? ประเด็นนี้ Google ได้ชี้แจงผ่านบัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของ Android ว่าสำหรับเครื่อง…
23/05/2019

Microsoft ถอด Huawei MateBook X ออกจากหน้าเว็บแล้ว

ไม่ใช่แค่ Google, Qualcomm หรือ Intel เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Mimcrosoft ก็ได้รับคำสั่งเช่นเดียวกัน ปัจจุบันหน้าเว็บไซต์ Store ของ Microsoft ก็ไม่มี Huawei MateBook X ไปปรากฏอีกแล้ว The Verge รายงานว่า หน้าเว็บไซต์ Microsoft Online Store ไม่มี Huawei MateBook X ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์แล้ว ซึ่ง The Verge ก็ได้สอบถามไปยัง Microsoft แต่บริษัทปฏิเสธที่จะออกความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Microsoft จะไม่อนุญาตให้ Huawei ใช้งาน Windows ด้วยหรือไม่ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ อ้างอิง  
Natnaree TK | 2433 days ago
Read More
23/05/2019

หายห่วงชั่วคราว Huawei มีใบอนุญาตใช้งาน ARMv8 ถาวรอยู่ในมือ ยังทำชิป Kirin ต่อได้

จากประเด็น ARM หยุดทำธุรกิจกับ Huawei ตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็อาจทำให้หลายคนวิตกกังวลว่า Huawei จะยังสามารถทำสมาร์ตโฟนต่อไปได้หรือไม่ ล่าสุดสื่อในประเทศจีนก็ได้ออกมาเผยข้อมูลสำคัญออกมาแล้วครับ สื่อออนไลน์ท้องถิ่นเผยว่า จริงๆ Huawei มีใบอนุญาต ARMv8 ถาวรอยู่ในมืออยู่แล้ว นั่นหมายความว่าตอนนี้ Huawei ยังสามารถออกแบบและทำชิปประมวลผลที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM ได้ตามปกติจนกว่า ARM จะเข็นสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ออกมา Huawei ก็จะไม่สามารถใช้งานได้แล้ว อย่างไรก็ตาม Huawei มองเรื่องนี้เป็นเพียงแผนสำรองเท่านั้น เพราะบริษัทคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ทั้งนี้ Huawei กำลังออกแบบชิปประมวลผลสถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่ใช้ทั้งสมาร์ตโฟนและเซิร์ฟเวอร์ที่เกี่ยวข้องกับ ARM น้อยกว่านี้ นอกจากเรื่องชิปประมวลผลแล้ว Huawei ยังมีมาตรการรองรับหากวันหนึ่งต้องปล่อย Android ไป บริษัทได้สร้างระบบสำรองข้อมูลใหม่ขึ้นมาที่สามารถทดแทนระบบเก่าได้ทันทีหากสหรัฐอเมริกาลงดาบแบนจริงจัง อ้างอิง
23/05/2019

เพราะเหตุใด ARM แบน Huawei เป็นหมัดที่หนักกว่าการไม่ให้ใช้ Android!

เมื่อวานสื่อต่างประเทศรายงานอย่างเป็นทางการแล้วกรณี ARM แบน Huawei อย่างเป็นทางการ โดยทำตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แต่คำถามคือ การที่ ARM แบน Huawei นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่าการที่บริษัทไม่สามารถใช้งาน Android ได้หรือไม่? คำตอบคือ ร้ายแรงกว่าอย่างมาก ปัจจุบันชิปประมวลผลบนสมาร์ตโฟนไม่ว่าจะเป็น Snapdragon ของ Qualcomm, ชิป A-series ของ Apple, Exynos ของ Samsung, Helio ของ MediaTek และ Kirin ของ Huawei ต่างใช้สถาปัตยกรรมของ ARM ทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าทุกบริษัทต้องมีใบอนุญาตจาก ARM ก่อนจึงจะสามารถออกแบบและทำชิปประมวลผลออกมาได้ ปัจจุบันนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นไม่ว่าจะระบบ iOS หรือ Android ต่างเขียนขึ้นมาเพื่อให้สามารถใช้งานบนพื้นฐานของสถาปัตยกรรม ARM ได้ หาก Huawei ถูก ARM แบน นั่นหมายความว่า ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวภายในอนาคต…
23/05/2019

รัฐบาลจีนแก้เกมออกมาตรการยกเว้นภาษีให้กลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์จีน 2 ปี มีผลบังคับใช้ทันที

หลังจากที่หัวเว่ยถูกรัฐบาลสหรัฐฯ รวมทั้งบริษัทคู่ค้าสัญชาติอเมริกันทำการแบนตัดขาดการทำธุรกิจด้วย โดยเฉพาะ Google และ ARM ที่มีความสำคัญในแง่ของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่างมาก ล่าสุดทางกระทรวงการคลังของจีน (Ministry of Finance) เองก็ออกมาประกาศมาตรการยกเว้นภาษีเป็นกรณีพิเศษให้กับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในอุตสาหกรรมดังกล่าวในประเทศอย่างเต็มที่อย่างเร่งด่วน โดยมาตรการดังกล่าวจะทำให้บริษัทที่อยู่ในข่ายจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าไปเลยใน 2 ปีต่อจากนี้ และจะเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราพิเศษเพียงครึ่งเดียว 12.5% จากเดิม 25% ในปีที่ 3-5 "ถือว่ารัฐบาลขยับตัวเร็วมากเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีในประเทศหลังจากหัวเว่ยเป็นเป้าถูกโจมตีจากสงครามการค้า เมกะเทรนด์ตอนนี้ก็คือจีนจะต้องทำการพัฒนาชิปเซ็ตและซอฟต์แวร์ของตัวเองขึ้นมาในแบบสเกลใหญ่ เพื่อลดการพึ่งพาพาร์ทเนอร์จากสหรัฐฯ และเราจะรอดูผลลัพธ์ที่ดีของบริษัทเทคโนโลยีจีนในระยะยาว" Wu Kan ผู้จัดการการลงทุนจากสถาบันการเงิน Soochow Securities กล่าว สำหรับเซมิคอนดักเตอร์เป็น 1 ใน 10 แผนนโยบายอุตสาหกรรมที่เรียกว่า Made in China 2025 ซึ่งทางการจีนตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคให้ไล่ทันผู้นำในตลาดระดับโลก และพึ่งตนเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ภายใน 6 ปีข้างหน้า โดยในเวลานี้อุตสาหกรรมไมโครชิปของจีนมีตัวเลขนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2017 ไปถึง 30% reuters / scmp
23/05/2019

สื่อต่างประเทศชี้ การที่ Donald Trump โจมตี Huawei เป็นการกระทำที่ผิดพลาดมาก

กลายเป็นประเด็นร้ายแรงไปแล้วเมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศแบน Huawei อย่างเป็นทางการ ทำให้จำเป็นต้องมีการเลือกข้างกันมากขึ้น ซึ่งสื่อต่างประเทศรายใหญ่อย่าง Bloomberg ได้เผยแพร่บทความว่า การเคลื่อนไหวของ Donald Trump ที่เลือกโจมตียักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างจีนถือเป็นการกระทำที่ผิดพลาดร้ายแรงมาก สร้างความเสียหายต่อบริษัทในสหรัฐเอง Bloomberg เชื่อว่าการที่รัฐบาลสหรัฐเลือกโจมตี Huawei จะทำให้บริษัทในสหรัฐเสียตลาดรวมถึงซัพพลายเออร์ในประเทศจีน สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และจะยังทำให้ผลิตภัณฑ์มีต้นทุนที่สูงขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้บริษัทต่างๆ ในประเทศจีนจะหันไปพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองให้มากขึ้น มีความก้าวหน้ามากขึ้น และเลือกที่จะเป็นซัพพลายเออร์ให้สหรัฐอเมริกาน้อยลงไปอีก ทำลายการค้า กองบรรณาธิการของ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า การที่รัฐบาลสหรัฐเล็งจุดหมายไปที่ Huawei ทำให้เกิดความขัดแย้งชัดเจนมากขึ้น เดิมที่ในจีนมีผู้ใช้งานสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่เฉยๆ กับเหตุการณ์ และกลุ่มที่มีอินเนอร์แรงในเรื่องชาตินิยม เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้งานกลุ่มที่สองมีบทบาทมากยิ่งขึ้น และยิ่งทำให้แนวคิดที่ว่า "ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" เป็นแนวคิดที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก และสุดท้ายแล้ว Trump จะเป็นคนที่ทำให้การค้าขายระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาแย่ลงยิ่งกว่าเดิมด้วยมือตัวเอง สุดท้ายมันจะสูญเปล่า Bloomberg เชื่อว่า กลยุทธ์ของ Trump จะล้มเหลว และดูเหมือนว่าการโจมตีครั้งนี้จะไม่ได้มีแผนที่ดีนัก อีกทั้งการโจมตีครั้งนี้ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนด้วย การที่ Trump เลือกโจมตีจีนจะทำให้ประชาชนชาวจีนเกิดความไม่พอใจจนเสียพันธมิตรไป และอาจทำให้เกิดปัญหาที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ตามมาอีกด้วย และที่สำคัญคือไม่มีหลักฐานแสดงออกมาว่า Huawei เป็นภัยต่อความมั่นคงเลยสักชิ้นเดียว…
23/05/2019

หัวเว่ยแถลงมั่นใจหาทางออกปัญหาโดน ARM แบนได้ในเร็ววัน

ต้องบอกว่าเป็นคลื่นมรสุมใหญ่ที่สั่นสะเทือนธุรกิจของหัวเว่ยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประเด็นที่ทาง ARM ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเซ็ตเจ้าของชุดคำสั่งซีพียูของอุปกรณ์พกพาทั่วโลกออกมาประกาศยุติทำธุรกิจตามนโยบายคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับชิปเซ็ต Kirin ที่ทางหัวเว่ยยังต้องพึ่งพาใช้ใบอนุญาตทางสถาปัตยกรรมและการออกแบบชิปเซ็ตของ ARM อยู่  อย่างไรก็ตาม ทางโฆษกของหัวเว่ยก็ออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่าบริษัทจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างแน่นอน "เราให้คุณค่าด้านความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ที่ใกล้ชิดของเราเสมอ และเข้าใจเป็นอย่างดีว่าพวกเขาบางส่วนเองก็ได้รับความกดดัน (จากรัฐบาลสหรัฐฯ) มันเป็นผลพวงจากการตัดสินใจทางการเมือง เรามั่นใจว่าแก้ปัญหาดังกล่าวได้ลุล่วง และเป้าหมายของเรายังคงโฟกัสไปที่การผลิตและพัฒนาสินค้าด้วยเทคโนโลยีระดับโลกให้กับคนทั่วโลกได้ใช้เหมือนเดิม" reuters
23/05/2019

Huawei Mate 20 Pro ถูกถอดออกจากรายชื่ออัปเดต Android Q Beta แล้ว

ท่ามกลางความความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่โลกต้องจับตามองระหว่างหัวเว่ยและรัฐบาลสหรัฐฯ ล่าสุดก็มีรายงานว่าลิสต์ของกลุ่มสมาร์ทโฟนที่จะรอเข้าทดสอบอัพเดต Android Q Beta นั้นไม่มีชื่อของ Huawei Mate 20 Pro แล้ว ซึ่งการถอดชื่อสมาร์ทโฟนดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้น 'ก่อนหรือหลัง' รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศผ่อนผันออกไลเซนส์ 90 วันให้ทางหัวเว่ยสามารถดำเนินธุรกิจกับบริษัทอเมริกันที่เป็นพาร์ตเนอร์และซัพพลายเออร์ทั้งหลายในกรอบเวลาดังกล่าว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Google นั้นจะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ของหัวเว่ยนอกเหนือจาก Huawei Mate 20 Pro นั้นจะได้ยังรับอัพเดตอยู่หรือไม่ และยิ่งเป็นการกระพือความเป็นไปได้ของข่าวที่ระบุว่าในรุ่นของ Mate 30 และ Mate 30 Pro จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Hongmeng ที่หัวเว่ยซุ่มพัฒนาขึ้นเอง โดยยืนยันว่าระบบดังกล่าวจะรองรับกับแอปพลิเคชันบน Android เช่นเดียวกับระบบปฏิบัติการอย่าง Tizen และ Sailfish อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของหน้าเว็บไซต์ของ Huawei Mate 20 Pro นั้นก็ยังระบุว่ามีการเปิดใช้งานอัพเดต เช่นเดียวกับที่ทาง Google เองก็ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่าบริการอย่าง Google Play จะยังใช้งานในอุปกรณ์ของหัวเว่ยได้…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…