ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

รัฐบาล​โจ ไบเดน แบนการลงทุนใน Huawei และบริษัทจีนกว่าอีก 58 แห่ง

Table of Content

ความคืบหน้าล่าสุดในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (President Joe Biden) กำลังจะบังคับใช้คำสั่งใหม่ห้ามนักลงทุน ลงทุนในบริษัท Huawei และบริษัทสัญชาติจีนกว่าอีก 58 บริษัท มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ โดยบริษัททั้งหมด 59 แห่งรวม Huawei นั้นถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีความเกี่ยวโยงกับรัฐบาลจีนโดยตรง

บริษัทเครือเทคโนโลยี นอกจาก Huawei แล้วก็ยังมี ผู้ผลิตชิป SMIC, ผู้ให้บริการเครือข่าย China Mobile, บริษัทกล้องวงจรปิด Hikvision และบริษัทอื่น ๆ อีกหลายบริษัท โดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐของสหรัฐอเมริกายืนยันว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มบริษัทจีนในรายการแบนในอนาคตอีก

“ผมพบว่ามีการใช้เทคโนโลยีสอดแนมของจีนนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการพัฒนาหรือการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการสอดแนมนั้น ถูกใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการปราบปรามหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง นับว่าเป็นภัยคุกคามที่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ผมขอขยายขอบเขตของภาวะฉุกเฉินระดับชาติในคำสั่งผู้บริหาร 13959 เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น” – โจ ไบเดน

ด้วยการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรนั้นแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของไบเดน สอดคล้องกับคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหลังจากนี้ บริษัทที่เกี่ยวกับการลงทุนหรือนักลงทุนทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้ขายกองทุนหรือหุ้นในบริษัทที่อยู่ในรายชื่อแบนภายในระยะเวลา 1 ปี

อ้างอิง GSMArena

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

‘Meta’ โดนฟ้องเรื่องโฆษณาสแกมเมอร์ อีกแล้ว !

13/05/2026
Read More

Samsung Galaxy Glasses แว่นตาอัจฉริยะ คาดเปิดตัวกรกฎาคมนี้ ! 

13/05/2026
Read More

บางกอกแอร์เวย์ส โชว์ฟอร์มแกร่ง ! กำไรสุทธิ Q1 แตะ 2,099 ล้าน โต 24.5% ปรับกลยุทธ์เส้นทางบิน-คุมค่าใช้จ่าย

13/05/2026
Read More

แอปฯ เรียกรถเกิดมาได้ยังไง ? ย้อนรอยการผูกขาดบนท้องถนน ‘เหรียญตรา-เสื้อวิน’ สู่ยุคใหม่ของการเดินทาง

13/05/2026
Read More

สนั่น Cloud11 ! เมื่อแก๊ง “New Gen” บุกปล่อยพลัง Michael Jackson ในงาน LOVE LETTER to MJ บอกเลยว่าจิ๋วแต่แจ๋ว !

13/05/2026
Read More

เมื่อ Data Center บนโลกเริ่ม “ตัน” อวกาศจึงกลายเป็นทางออกใหม่

12/05/2026
Read More

Related Content