ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Moderna
Read More

“โมเดอร์นา” พัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็ง – โรคหัวใจ คาดได้ใช้ภายในปี 2030  

นายแพทย์พอล เบอร์ตัน (Dr Paul Burton) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของโมเดอร์นา (Moderna) บอกกับเดอะการ์เดียนว่า พวกเขาอยู่ระหว่างพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง หรือโรคหัวใจอยู่ โดยมั่นใจว่าโลกจะมีวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้ได้ภายในปี 2030 อย่างแน่นอน  นายแพทย์เบอร์ตัน เชื่อว่าบริษัทจะสามารถนำเสนอวัคซีนดังกล่าวสำหรับ 'โรคทุกประเภท' ภายในเวลาเพียง 5 ปี โดยที่ผ่านมา กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็งที่มีเป้าหมายเป็นเนื้องอกประเภทต่าง ๆ “เราจะมีวัคซีนนั้นและมันจะมีประสิทธิภาพสูง และจะช่วยชีวิตผู้คนนับแสนหรือหลายล้านคน” ผมคิดว่าเราจะสามารถมีวัคซีนป้องกันมะเร็งเฉพาะบุคคลเพื่อต่อต้านเนื้องอกหลายชนิดแก่ผู้คนทั่วโลกได้ ในอนาคตโรคติดเชื้อทางเดินหายใจหลายระบบจะสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดเพียงครั้งเดียว ทำให้ผู้ที่อ่อนแอได้รับการป้องกันจากทั้งโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และไวรัสทางเดินหายใจ (RSV) โดยไม่ต้องฉีดวัคซีนหลายตัวอีกต่อไป “ผมคิดว่าเราจะมีการป้องกันโรคด้วยเทคโนโลยี mRNA สำหรับโรคหายากที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถรักษาได้ และผมคิดว่า 10 ปีนับจากนี้ เราจะเข้าใกล้โลกที่คุณสามารถระบุสาเหตุทางพันธุกรรมของโรคได้อย่างแท้จริง และจะสามารถแก้ไขและซ่อมแซมโดยใช้เทคโนโลยี mRNA ได้” สำหรับวัคซีนมะเร็ง mRNA จะสามารถแจ้งเตือนระบบภูมิคุ้มกันต่อมะเร็งที่เติบโตแล้วในร่างกายของผู้ป่วย จึงสามารถโจมตีและทำลายมะเร็งได้โดยไม่ทำลายเซลล์ที่แข็งแรง ที่วัคซีนมะเร็ง mRNA ทำแบบนั้นได้ เกี่ยวข้องกับการระบุชิ้นส่วนโปรตีนบนพื้นผิวของเซลล์มะเร็งที่ไม่มีอยู่ในเซลล์ที่แข็งแรง จากนั้นสร้างชิ้นส่วนของ mRNA ที่จะสั่งให้ร่างกายสร้างมันขึ้นมา ขั้นแรก แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อเนื้องอกของผู้ป่วยและส่งไปยังห้องแล็บ ซึ่งสารพันธุกรรมของเนื้องอกจะได้รับการจัดลำดับเพื่อระบุการกลายพันธุ์ที่ไม่มีอยู่ในเซลล์ปกติ…
03/05/2022

โมเดอร์นาประกาศวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสม mRNA-1273.211 กระตุ้นภูมิต่อโอไมครอนและอื่น ๆ ได้ในระดับที่สูงกว่า

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา โมเดอร์น่าได้ประกาศผลการวิจัยทางคลินิกเบื้องต้นของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273.211 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมชนิดแรกที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้นและกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางคลินิกในอาสาสมัคร โดยวัคซีน mRNA-1273.211 นี้เป็นสูตรผสมของสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์เบต้า ในปริมาณที่เท่ากันอย่างละครึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรมาตรฐาน mRNA-1273 รุ่นปัจจุบัน ขนาด 50 ไมโครกรัม พบว่า วัคซีน mRNA-1273.211 ในขนาด 50 ไมโครกรัม นั้นสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ โอไมครอนและสายพันธุ์น่ากังวล อื่น ๆ ได้แก่ เดลต้า และ เบต้า ได้ในระดับที่สูงกว่า และระดับภูมิคุ้มกันที่สูงกว่าดังกล่าวก็ยังมีการตรวจวัดได้ที่เวลา 6 เดือนหลังจากนั้น
30/01/2022

มาแล้ว!! เพิ่มใบรับรองฉีดวัคซีน COVID-19 ในแอป Wallet ง่าย ๆ ได้แล้ววันนี้บน iOS 15.4

วันนี้เราจะมาแนะนำขั้นตอนในการเพิ่ม "ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19" เข้าแอปกระเป๋าสตางค์บน iPhone ของเรากัน ทำได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น
21/11/2021

สหรัฐฯ ขยายสิทธิ์ให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับวัคซีนเข็ม 3 ได้ทุกคน

หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ได้ขยายสิทธิ์ในการรับวัคซีนกระตุ้นภูมิ (booster shot) สำหรับผู้ใหญ่ทุกช่วงวัยในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ชาวอเมริกันอีกหลายล้านคนสามารถเข้ารับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน
02/06/2021

เครือโรงพยาบาลธนบุรีเปิดให้ประชาชนจองฉีดวัคซีน Moderna เข็มละ 2,000 บาท!

หลังจากบมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ร่วมมือกับ Thai PBS ส่งทีมแพทย์ "หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลกรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย" ที่จะเปิดให้บริการภายในพื้นที่ของ Thai PBS ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ล่าสุดทาง THG ก็ประกาศเปิดลงทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของ Moderna ราคาเข็มละ 2,000 บาท โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ผ่านไลน์ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของ THG (สามารถลงทะเบียนได้ 1 บัญชี ต่อ 1 คนเท่านั้น) เมื่อเข้าไปตามลิงก์ดังกล่าว ผูัลงทะเบียนจะต้องกดยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัว กรอกข้อมูลส่วนตัว กรอกข้อมูลโรคประจำตัว และเลือกโรงพยาบาล จากนั้นจึงกดตรวจสอบข้อมูลและยืนยันการลงทะเบียน โดยระบบจะส่งข้อความกลับมาว่า ลงทะเบียนแสดงความสนใจ วัคซีน Moderna สำเร็จ พร้อมระบุรายละเอียดการจองและสถานที่ฉีดวัคซีน ทาง THG ระบุว่า ผู้ที่ลงทะเบียนจะสามารถเริ่มฉีดได้ในเดือนตุลาคม 2564 ในราคาเข็มละ 2,000 บาท โดยจะมีค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นมาประมาณ 300…
31/05/2021

Samsung Biologics เตรียมเพิ่ม mRNA วัคซีนเข้าสู่กระบวนการผลิต

ในครึ่งแรกของปี 2022 Samsung Biologics บริษัทผลิตยาจากเกาหลีใต้ วางแผนจะเพิ่มกระบวนวัคซีน mRNA เข้าสู่ไลน์การผลิตในสาขาที่ซองโด ซึ่งอยู่ห่างจากโซลไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 30 กิโลเมตร mRNA วัคซีนขึ้นชื่อในเรื่องความปลอดภัย สามารถผลิตปริมาณมาก ๆ ได้ และเป็นวัคซีนประเภทแรกที่ได้รับการอนุมัติจากสหรัฐอเมริกา ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้ เราหวังว่า จะสามารถสนับสนุนพาร์ตเนอร์ของเราในการนำ mRNA วัคซีนและการรักษาเข้าสู่ตลาดในอัตราที่รวดเร็วขึ้นจอห์น ริม (John Rim) ผู้บริหารระดับสูงสุดของ Samsung Biologics กล่าว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Samsung Biologics ได้ทำข้อตกลงร่วมกับ Moderna ในการผลิตวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็น 1 ใน 4 สัญญาที่มีการประกาศในเกาหลีใต้ โดยทางบริษัทประกาศจะเตรียมกระบวนการลอจิสติกส์ครบวงจรตั้งแต่การผลิต การติดฉลาก บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงระบบการจัดเก็บแบบควบคุมอุณหภูมิ อ้างอิง: Reuters พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
25/05/2021

Moderna เผย วัคซีนโควิด-19 ของตน ‘ปลอดภัย’ และ ‘มีประสิทธิภาพ’ แม้ฉีดให้เด็กวัยรุ่น

การวิจัยทางคลินิกของวัคซีนโควิด-19 จาก Moderna พบว่า สามารถฉีดได้กับเด็กวัย 12-17 ปี โดยเบื้องต้นยังไม่พบอาการใหม่ใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ได้รับวัคซีน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ Moderna จะเป็นวัคซีนตัวที่ 2 หลังจาก Pfizer/BioNTech ที่อเมริกาอนุมัติให้ฉีดกับเด็กวัยรุ่น ในตอนนี้วัคซีนของ Moderna ได้รับการยินยอมให้สามารถฉีดกับผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปได้ และทางบริษัทกำลังจะส่งข้อมูลจากการวิจัยการฉีดวัคซีนในเด็กวัยรุ่นไปให้กับองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration: FDA) รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ สำหรับการอนุมัติฉุกเฉินให้ใช้งานในต้นเดือนมิถุนายน ทางหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนในการตรวจสอบผลการศึกษาจากทาง Pfizer/BioNTech ซึ่งได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยหากทางหน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบงานวิจัยของ Moderna ด้วยขั้นตอนเดียวกันก็จะทำให้ Moderna ได้รับการอนุมัติในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เด็กวัยรุ่นโดยทั่วไปเมื่อติดเชื้อโควิด-19 มักจะมีอาการไม่รุนแรง หรือบางรายไม่เกิดอาการเลยก็มี อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดก็ยังถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้มีการป่วยขั้นรุ่นแรงอยู่ดี อีกทั้งเด็กที่ได้รับเชื้อยังสามารถแพร่เชื้อแม้ไม่แสดงอาการได้อีกด้วย ดังนั้นการฉีดวัคซีนให้กับเด็กวัยรุ่นทั่วอเมริกาจึงมีความสำคัญในการลดหย่อนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และทำให้ประชาชนสามารถกลับมามีวิถีชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง อ้างอิง: Reuters พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
25/05/2021

สหรัฐฯ ประกาศข่าวดี ประชากรผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วกว่า 50%

ทำเนียบขาวออกประกาศข่าวดีว่า ในตอนนี้ชาวอเมริกันที่บรรลุนิติภาวะแล้วเกินครึ่งประเทศได้รับวัคซีนเป็นที่เรียบร้อย เป็นไปตามเป้าหมายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ที่ตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรภายในเดือนกรกฎาคม กว่าจะฉีดวัคซีนได้ครึ่งประเทศ หลายรัฐ และผู้นำชุมชนต่าง ๆ ล้วนต้องพยายามค้นหาวิธีให้วัคซีนเข้าถึงคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ได้มากที่สุด ทั้งยังต้องรับมือกับความไม่แน่ใจในวัคซีนประชาชนและรวมถึงการกระจายของข่าวเท็จ ตอนนี้ ซึ่งเหลืออีกแค่สัปดาห์เดียวก่อนจะจบเดือนพฤษภาคม ผู้บรรลุนิติภาวะในอเมริกากว่าครึ่งประเทศได้รับวัคซีนครบถ้วนเรียบร้อยแล้วแอนดี สลาวิตต์ (Andy Slavitt) ที่ปรึกษาอาวุโสเรื่องโควิด-19 ของทำเนียบขาว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 7 วันมียอดเท่ากับ 22,877 ราย ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และมียอดเหลือเพียง 1 ใน 10 ของยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงตอนช่วงเทศกาลวันหยุดที่ 250,000 ราย อ้างอิงจาก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ไม่เพียงเท่านั้นยังมีข่าวดีอีกเรื่องคือ Moderna ออกมากล่าวว่า วัคซีนของบริษัทให้ประสิทธิภาพที่ดีเมื่อฉีดให้กับผู้เยาว์ (เด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี) ทำให้มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะอนุมัติให้…
21/05/2021

เกาหลีใต้อนุมัติวัคซีน COVID-19 ของ Moderna จะนำเข้า 40 ล้านโดสโดยเอกชน GC Pharma

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม Kim Ganglip รัฐมนตรีกระทรวงอาหารและยาเพื่อความปลอดภัยของเกาหลีใต้ เผยว่าเกาหลีใต้ได้อนุมัติการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด 19 ของโมเดอร์นา (Moderna) เป็นรายที่ 4 ต่อจากแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca), ไฟเซอร์ (Pfize) และจอห์นสันแอนด์จันห์สัน (Johnson & Johnson) ซึ่งตกลงกันว่าจะนำเข้าวัคซีน 40 ล้านโดสโดยเอกชน GC Pharma บริษัทชีวเวชภัณฑ์ของเกาหลีใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าจะนำเข้ามาโดย Samsung BioLogics
21/05/2021

ญี่ปุ่นอนุมัติวัคซีนเพิ่มอีก 2 ชนิด ได้แก่ AstraZeneca และ Moderna

ญี่ปุ่นประกาศขยายพื้นที่ภาวะฉุกเฉินครอบคลุมถึงเมืองโอกินาวาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในขณะที่ทางการได้อนุมัติวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 2 ชนิดเพื่อเร่งแคมเปญการฉีดวัคซีนให้รวดเร็วมากขึ้น วัคซีนที่ได้รับอนุมัติได้แก่ วัคซีนจาก Moderna และ AstraZeneca เพิ่มเติมจากเดิมที่ใช้วัคซีนที่ร่วมผลิตโดย Pfizer และ BioNTech ซึ่งได้เริ่มการฉีดให้กับประชาชนตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้รัฐบาลกล่าวว่า จะหยุดการอนุมัติวัคซีน AstraZeneca ไว้ก่อน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งทางบริษัทก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางบริษัทได้ตระหนักถึงการตัดสินใจของรัฐบาลที่อาจจะไม่ใช้วัคซีนของตนเองในทันทีอยู่แล้ว จนถึงตอนนี้ญี่ปุ่นได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอยู่ที่ 4.1% ของประชากรทั้งประเทศ นับเป็นประเทศทีั่ฉีดวัคซีนได้น้อยที่สุดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยในวันนี้รัฐบาลได้เพิ่มโอกินาวาเป็นอีกหนึ่งใน 9 จังหวัดที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งจะมีการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดที่สุด จากข้อมูลทางสถิติพบว่า ญี่ปุ่นมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 695,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 12,000 ราย สร้างความกดดันอย่างมากให้กับหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขและรัฐบาลที่ต้องเร่งแก้ปัญหาการระบาดที่เกิดขึ้นให้ได้รวดเร็วที่สุด อ้างอิง: Reuters พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
19/05/2021

รัฐบาลสหรัฐฯเตรียมบริจาควัคซีนให้กับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

อเมริกาจะบริจาควัคซีนโควิด-19 ผ่านโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ให้กับประเทศที่ด้อยกว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดนของสหรัฐฯประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ฝ่ายบริหารจะส่งวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Johnson & Johnson จำนวน 20 ล้านโดส รวมถึงวัคซีน AstraZeneca จำนวน 60 ล้านโดสซึ่งวางแผนจะแจกจ่ายตั้งแต่แรกภายในปลายเดือนมิถุนายน การเคลื่อนย้ายวัคซีนจะดำเนินการผ่านโครงการ COVAX แต่เรายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกล สมิท (Gayle Smith) ผู้ประสานงานระดับโลกเรื่อง COVID ของสหรัฐฯ สมิทให้สัมภาษณ์ว่า อเมริกาอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและตัดสินใจที่จะเพิ่มงบสำหรับ COVAX เพิ่มเติมจากงบเดิมที่ 2,000 ล้านเหรียญ ซึ่งได้บริจาคไปตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา อ้างอิง: Reuters พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
16/04/2021

วางแผนล่วงหน้า! อเมริกาเตรียมฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน สำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ในช่วง 1 ปี

รัฐบาลอเมริกาเตรียมพร้อมฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน สำหรับประชากร หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นระยะเวลา 1 ปี เนื่องจากกังวลว่า ภูมิคุ้มกันอาจลดลงเมื่อระยะเวลาผ่านไป ในตอนนี้ทางผู้ผลิตวัคซีนและนักวิจัยกำลังศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อเวลาผ่านไปอยู่ และยังไม่มีผลการศึกษาออกมาชัดเจน ดังนั้นหัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของรัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) จึงเตรียมการสำหรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเพิ่มเติม และกล่าวว่า แผนการนี้อาจเริ่มต้นจากประชากรที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นลำดับแรก นอกจากนี้หัวหน้าผู้บริหารของ Pfizer ยังแสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยว่า ประชากรอาจต้องรับการฉีดวัคซีนเพิ่มอีกโดส รวมเป็น 3 โดส ภายในระยะเวลา 12 เดือน อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนทุก ๆ ปี ในตอนนี้ผลการศึกษาพบว่า วัคซีน Moderna และ Pfizer ยังคงมีประสิทธิภาพ 100% ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน แต่บริษัทยังไม่ทราบว่า จะคงประสิทธิภาพได้นานที่สุดกี่เดือนหรือกี่ปี ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ถึงแม้ประสิทธิภาพของวัคซีนจะยาวนานกว่าที่คาดการณ์ แต่การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธ์ุใหม่ ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จะทำให้ประชากรต้องเข้ารับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมรายปี อเมริกาได้ติดตามและเก็บผลสถิติผู้ที่ได้รับวัคซีนจำนวน 77 ล้านราย และพบว่า ในจำนวนนั้น มีประชาชนจำนวน 5,800 ราย…
11/04/2021

หน่วยงานชี้ วัคซีน Pfizer และ Moderna ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้สูงถึง 90% เดินทางได้สบายใจขึ้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลกล่าวว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนมีโอกาสที่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ เนื่องจากมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพและสามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19 แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคหรือ CDC กล่าวว่าแม้ว่าบุคคลที่ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยกว่า แต่ก็ยังไม่แนะนำให้เดินทางเนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก คำแนะนำดังกล่าวยังนับได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับบุคคลจำนวนมากที่ได้รับวัคซีน ซึ่งทำให้สามารถเดินทางไปพบครอบครัวหรือใช้เวลาในช่วงวันหยุดในการออกไปท่องเที่ยวได้อย่างอิสระมากขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบปีนับตั้งแต่ Covid-19 เริ่มระบาด และคาดว่าจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสายการบินที่กำลังฟื้นฟูจากการแพร่ระบาดของไวรัสด้วย หน่วยงานได้ออกมาอัปเดตข้อมูลเนื่องจากมีการศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวัคซีนและจำนวนประชากรที่ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 3 ล้านคนต่อวัน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกามีประชากรกว่า 100 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้อำนวยการ CDC โรเชล วาเลนส์กี (Rochelle Walensky) กล่าวในการบรรยายสรุป ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ ว่า คนที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนสามารถเดินทางได้ในประเทศหรือนอกประเทศได้กว้างมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าคนทั่วไป “วิทยาศาสตร์แสดงให้เราเห็นว่า การได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วน ช่วยให้ผู้คนสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะต้องให้คำแนะนำดังกล่าว แม้ในกรณีที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็ตาม” วาเลนส์กี กล่าว “ในขณะเดียวกันข้อเท็จจริงที่ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนก็เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเหมือนกัน” ดังนั้น เธอกล่าวว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคต้องเพิ่มความสำคัญของการประชาสัมพันธ์มาตรการสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากให้มากขึ้น สำหรับการเดินทางภายในประเทศผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานกว่า 2 สัปดาห์ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจไวรัสในก่อนหรือหลังการเดินทาง และไม่จำเป็นต้องกักตัวหลังการเดินทางเว้นแต่จะถูกกำหนดโดยเขตอำนาจของรัฐหรือท้องถิ่น นั่นหมายความว่า ปู่ย่าตายายที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนสามารถบินไปเยี่ยมหลานที่มีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องรับการตรวจโคโรนาไวรัสหรือกักตัวเอง แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอื่น ๆ ที่แนะนำ…
09/04/2021

Moderna ปล่อยสูตรวัคซีน​โควิด ‘ฟรี’ ทางออนไลน์

นักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมคิดค้นวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาได้โพสต์สูตรสำหรับการสร้างวัคซีนโควิด-19 ฟรีทางออนไลน์ ซึ่งนั่นหมายว่า ในทางเทคนิคแล้ว ทุกคนสามารถสร้างวัคซีนเป็นของตัวเองได้ทันที (ถ้ารู้วิธี) ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้โพสต์ลำดับ mRNA (รหัสในการตัดต่อสารพันธุกรรม) ของวัคซีน Moderna ที่ใช้ต่อสู้กับไวรัสโคโรนาและโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ GitHub เพื่อให้ทุกคนดาวน์โหลดไปดูกันได้แบบฟรี ๆ ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า mRNA คืออะไร เทคโนโลยี mRNA นี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการนำมาทำเป็นวัคซีนเพื่อต่อต้านโรคโควิด-19 ซึ่งจะอธิบายตามหลักการได้ดังนี้ เมื่อเราสามารถถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสได้แล้ว นักวิจัยก็จะนำบางส่วนของรหัสพันธุกรรมนั้นไปใช้เพื่อทำเป็นต้นแบบ RNA เมื่อ RNA หรือบางส่วนของรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสดังกล่าวถูกขับออกมาจากเซลล์ มันก็จะตกเป็นเป้าให้กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่จะตรวจพบได้ทันที ดังนั้นระบบภูมิคุ้มกันก็จะมีความพร้อมอย่างมากที่จะจัดการกำจัดไวรัสดังกล่าวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สูตรวัคซีนที่ถูกโพสต์ให้ดูกันฟรี ๆ บนเว็บไซต์ก็เป็นการเผยแพร่วิธีการของการทำ mRNA ของ Moderna นั่นเอง โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมากล่าวว่า “วัคซีนอาร์เอ็นเอกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการก้าวไปข้างหน้า เพื่อผ่านความท้าทายที่เกิดขึ้นทั้งในการระบาดในปัจจุบันและความท้าทายด้านสาธารณสุขและการแพทย์อื่น ๆ อีกมากมาย” ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลายวันหลังจากมีแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนามบอกกับ CNBC ว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณาระงับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับวัคซีน ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติจากประเทศกำลังพัฒนา พร้อมบอกว่า “แม้ว่าสูตรดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้ลำดับสำหรับ RNA ดังกล่าวได้เสมอไป” ท่ามกลางความกังวลของหลาย ๆ ฝ่ายว่าสูตรดังกล่าวที่ถูกโพสต์ขึ้นมาในโลกของอินเทอร์เน็ตที่เป็นพื้นที่เปิดและใคร ๆ…
31/01/2021

ปุ๊บปั๊บรับโชค!! ชาว Seattle โดนโทรเรียกฉีดวัคซีน COVID-19 กลางดึก หลังตู้เย็น รพ. เสีย

เรียกได้ว่าอยู่ดี ๆ ก็โดนโทรเรียกไปฉีดวัคซีนกลางดึกซะงั้น หลังจากตู้เย็นรักษาอุณหภูมิของโรงพยาบาลเสีย ทำให้วัคซีน COVID-19 จำเป็นต้องกระจายฉีดให้ไวที่สุด เพื่อรักษาประสิทธิภาพ
15/01/2021

ผู้ผลิตวัคซีน Moderna บอกว่า “Covid-19 จะอยู่กับเราตลอดไป”

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Covid-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น (endemic disease) หรือหมายถึงเป็นโรคหรือไวรัสที่เจอได้ทั่ว ๆ ไป อยู่ในชุมชนตลอดเวลา แค่ในอนาคตจะมีแนวโน้มที่น้อยลงกว่าปัจจุบัน ซึ่งบริษัท Moderna หนึ่งในผู้ผลิตวัคซีน Covid-19 ก็ดูเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้เช่นกัน Stephane Bancel, CEO ของ Moderna กล่าวระหว่างการอภิปรายที่ JPMorgan Healthcare Conference ว่า เราต้องอยู่กับไวรัสตัวนี้ ซึ่งเราคิดว่ามันจะอยู่กับเราตลอดไป ไม่หายไปไหน นักวิจัยในโอไฮโอกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ค้นพบ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ทั้งหมด 2 สายพันธุ์ที่น่าจะมีต้นกำเนิดในสหรัฐอเมริกาและหนึ่งในนั้นกลายเป็นสายพันธุ์แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วในโคลัมบัส, โอไฮโอในช่วงปลายเดือนธันวาคม-มกราคม อ้างอิง CNBC พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
06/01/2021

โรชร่วมมือกับโมเดอร์นา นำการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ไปใช้ในระยะทดลองของการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19

โรช (SIX: RO, ROG; OTCQX: RHHBY) ประกาศความร่วมมือกับโมเดอร์นา (Moderna Inc.) นำการตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อโปรตีนหนาม (Spike Protein) ของเชื้อซาร์ส-โควี-ทูเข้าไว้ในงานวิจัยทดลองวัคซีน mRNA-1273 ของโมเดอร์นา ความร่วมมือนี้จะช่วยให้สามารถวัดปริมาณของภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู และระบุความเชื่อมโยงระหว่างกลไกการป้องกันที่วัคซีนสร้างขึ้นและระดับของสารภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น  ความร่วมมือนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอนุมัติให้โรชสามารถใช้การตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ได้ภายใต้อำนาจตามมาตรการฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization หรือ EUA) ดังที่ได้ประกาศให้ทราบแล้วเมื่อไม่นานมานี้ “โรชเห็นคุณค่าของการได้ร่วมมือกับโมเดอร์นา หลังจากก่อนหน้านี้ ที่เราได้นำเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทูซึ่งเป็นการตรวจหาภูมิต่อโปรตีนนิวคลีโอแคพซิด มาร่วมอยู่ในช่วงแรกของงานวิจัย และได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี” นายโธมัส ชิเนคเกอร์ ประธานบริหารของโรช ไดแอกโนสติกส์ กล่าว “เราดีใจที่ได้เห็นว่า ตอนนี้จะมีการนำเทสต์การตรวจภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทูของเรา ซึ่งเป็นการทดสอบหาปริมาณภูมิต้านทาน มารวมเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยทดลองวัคซีนของโมเดอร์นาอีกครั้ง และมันอาจมีส่วนช่วยหยุดยั้งภาวะโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้” การใช้เทสต์ของโรชเพื่อวัดระดับปริมาณภูมิต้านทานที่ตำแหน่งรับ-ยึดเกาะของเชื้อซาร์ส-โควี-ทู จะช่วยให้โมเดอร์นา มีข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่ามหาศาลในการระบุความเชื่อมโยงระหว่างกลไกการป้องกันจากการได้รับวัคซีนและระดับของสารภูมิต้านทาน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินว่า ควรมีการฉีดวัคซีนซ้ำหรือไม่ และควรทำเมื่อใด อีกทั้งยังช่วยตอบคำถามทางการแพทย์อื่นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ด้วยเช่นกัน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องวัคซีนต้านเชื้อซาร์ส-โควี-ทู การทราบระดับตั้งต้นของภูมิต้านทานในร่างกายก่อนได้รับวัคซีนมีประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อช่วยให้เราประเมินได้ว่าวัคซีนนั้นสามารถภูมิต้านทานได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในกรณีของภูมิต้านทานต่อเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทู เพราะสารภูมิต้านทานเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถต้านเชื้อไวรัสและมีศักยภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันได้1 การวัดระดับภูมิต้านทานยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อ และ/หรือ ยับยั้งการระบาดและความรุนแรงของโรคโควิด-192 การทำงานร่วมกันของสององค์กรใหญ่ในครั้งนี้ เริ่มด้วยการนำเทสต์การตรวจสารภูมิต้านทานต่อโปรตีนหนามของเชื้อซาร์ส-โควี-ทูของโรชมาตรวจสอบหาสารภูมิต้านทาน anti-N ซาร์ส-โควี-ทู ในร่างกายของผู้เข้าร่วมการทดลองก่อน เพื่อเป็นการประเมินระดับการติดเชื้อตามธรรมชาติของผู้ป่วย ก่อนรับวัคซีน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในงานวิจัยทดลองวัคซีนของโมเดอร์นา…
Tozinameran วัคซีนจาก Pfizer/BioNtech
Army Spc. Angel Laureano holds a vial of the COVID-19 vaccine, Walter Reed National Military Medical Center, Bethesda, Md., Dec. 14, 2020. (DoD photo by Lisa Ferdinando)
05/01/2021

อัปเดตสถานการณ์! ตอนนี้มีวัคซีน Covid-19 กี่ตัวที่ได้รับการอนุมัติแล้ว

หลังจากที่วัคซีน Oxford-AstraZeneca วัคซีนตัวที่ 2 ที่ได้รับการอนุมัติใช้ในสหราชอาณาจักร หลายคนอาจเกิดคำถามว่า แล้วมันแตกต่างกับวัคซีนตัวแรกอย่างไร และวัคซีนนี้สำคัญจริงไหม วันนี้เราจะอัปเดตข้อมูลวัคซีนที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อป้องกัน Covid-19 ให้ทุกท่านกันค่ะ (ข้อมูลจากสำนักข่าว BBC อัปเดตล่าสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2563) วัคซีนนั้นสำคัญไฉน? ส่วนใหญ่คนทั่วไปมีโอกาสติดเชื้อไวรัส Covid-19 จากปัจจัยต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยการป้องกันตัวของประชาชน และการตรวจรักษาสามารถช่วยลดการเสียชีวิตลงได้ แต่วัคซีนจะเข้าไปฝึกสอนระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ให้รู้จักรับมือกับการติดเชื้อ หากเกิดผลสูงสุดวัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี หรืออย่างน้อย วัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งตอนนี้มีวัคซีน 3 ตัวที่ได้รับการอนุมัติใช้ในประเทศต่าง ๆ ดังนี้ Pfizer/BioNtech vaccine Tozinameran วัคซีนตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับ Covid-19 หลังจากที่ได้เผยแพร่งานวิจัยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางบริษัทกล่าวว่าวัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 95% โดยต้องรับวัคซีน 2 ชุด ชุดแรกและชุดที่ 2 ห่างกัน 3 สัปดาห์ ซึ่งในตอนนี้สหราชอาณาจักรมีกำหนดรับวัคซีนไป 40…
Natnaree TK | 1832 days ago
Read More
World Events 2021
World Events 2021
26/12/2020

ย้อน 10 เหตุการณ์สำคัญของโลก ปี 2020: ปีร้าย ๆ ที่จะผ่านไปได้ด้วยกัน

ปี 2020 นับเป็นปีที่มวลมนุษยชาติต้องเผชิญกับเรื่องราวร้าย ๆ ในวิกฤตอยู่หลากหลายเรื่อง ทั้งโรคระบาดที่คร่าชีวิตคนไปเกินล้าน และส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลกอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงผู้นำของสหรัฐฯ ที่ศึกเลือกตั้งนั้นก็ลุ้นกันจนรดต้นคอทั้งคนเก่า (ที่อาจนับเป็นวิกฤตชนิดหนึ่ง) และคนใหม่ สงครามการค้าที่แทบจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐและจีน ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่เกิดจากภาวะโลกร้อนและอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ถึงอย่างนั้นข่าวดีก็มีอยู่ (แม้จะมีน้อย) และถึงจะมีเรื่องร้าย ๆ มากขนาดไหน วันหนึ่งเรื่องเหล่านี้ก็จะผ่านไปเหมือนกับทุกเรื่องและทุกปี ที่พวกเราจะร่วมเรียนรู้และผ่านไปได้ด้วยกัน วันนี้ Beartai ขอชวนย้อน 10 เหตุการณ์สำคัญของโลกในปีที่ผ่านมา เพื่อจดจำไว้เป็นบทเรียนว่ามีอะไรผ่านเข้ามาในประวัติศาสตร์หน้านี้ โควิด-19 วิกฤตการณ์สั่นสะเทือนโลกชนิดที่หลาย ๆ คนก็ไม่เคยได้ประสบพบเจอในชั่วชีวิตของตัวเอง เพราะนอกจากชาวโลกทุกพื้นที่จะต้องเสี่ยงอันตรายกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 แล้ว ความล่มสลายทางเศรษฐกิจก็ตามมาเป็นเงาตามตัวอย่างที่หลายคนพูดว่า ระหว่างตายเพราะเชื้อไวรัสกับตายเพราะไม่มีจะกิน ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ถูกนิยามว่าเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ (Emerging Infectious Diseases) หมายถึงโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นใหม่ที่โลกไม่เคยรู้จักมาก่อน การแพร่ระบาดของ "โควิด-19" ได้รับการบันทึกว่า เป็นสถานการณ์โรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่วิทยาการทางการแพทย์ทันสมัย (หากเทียบกับโรคระบาดใหญ่ในอดีตที่การแพทย์ยังไม่เจริญมากนัก อย่างกาฬโรค (มีผู้เสียชีวิต 75-200 ล้านคนทั่วโลก) ฝีดาษ (มีผู้เสียชีวิต…
vaccine
vaccine
20/12/2020

สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้ Moderna วัคซีน COVID-19 ในกรณีฉุกเฉินได้แล้ว

Moderna วัคซีนป้องกัน COVID-19 ตัวที่ 2 ได้รับอนุญาตจาก อ.ย. สหรัฐฯ ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในประเทศสหรัฐฯ ได้แล้ว หลังจากที่ได้ยื่นขอการอนุมัติในกรณีฉุกเฉินจาก อ.ย. สหรัฐฯ เมื่อปลายเดือนที่แล้วต่อจากวัคซีนของ Pfizer ทำให้ขณะนี้สหรัฐฯ มีวัคซีนป้องกัน COVID-19 จำนวน 2 ตัวที่จะช่วยรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากในสหรัฐฯ

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)