ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| science
Read More

ผลสำรวจชี้ หนุ่มรอแฟนช้อปปิ้งได้เฉลี่ย 26 นาที บางส่วนเลือกไปเหล่สาวระหว่างรอเแทน!

สิ่งที่หลายคู่น่าจะต้องเจอคือต่างคนต่างมีแหล่งที่ตัวเองอยากไปช้อปปิ้งในที่ ๆ ตัวเองต้องการ แต่จากผลสำรวจพบว่า ผู้ชายเนี่ยสามารถรอฝ่ายหญิงช้อปปิ้งได้เฉลี่ยเพียง 26 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายหญิงมีความสุขเป็นอย่างมาก สามารถช้อปปิ้งได้เป็นชั่วโมง
22/05/2021

ภาพลวงตานี้หลอกให้คุณเห็นลูกบอลเป็น 3 สี ทั้งที่มันเป็น ‘สีเดียวกัน’ ทั้งหมด!

ใคร ๆ ก็คงมองเห็นลูกบอลทรงกลมที่ลอยอยู่ในภาพเป็น 3 สี ได้แก่ แดง ม่วง และเหลือง แต่คุณเชื่อไหมว่า จริง ๆ แล้วทั้ง 12 ลูก เป็นลูกบอลสีเดียวกันคือ 'สีเบจ'
23/04/2021

นายไม่ได้แกร่งที่สุด! งานวิจัยพบไข่ได้เลือกสเปิร์มที่ใช่สำหรับการปฏิสนธิเอาไว้แล้ว

แต่ก่อนในคาบเรียนชีววิทยาไม่ว่าจะสมัยไหนก็ตาม เราอาจจะเคยได้ยินว่าสเปิร์มตัวที่แข็งแรงที่สุดจะวิ่งไปหาไข่เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ แต่การศึกษาใหม่ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์มและมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ NHS Foundation Trust (MFT) ชี้ให้เห็นว่าไข่เป็นตัวที่เลือกและดึงดูดให้สเปิร์มตัวที่ต้องการให้เข้ามาหาต่างหาก จากการศึกษาพบว่าไข่ของเพศหญิงจะใช้สารเคมีที่ชื่อว่า chemoattractants เป็นตัวส่งสัญญาณและดึงดูดสเปิร์มที่ต้องการให้เข้ามาปฏิสนธิ การศึกษายังพบว่าไข่มีการตอบสนองต่อสเปิร์มของแต่ละบุคคลต่างกันไป โดยการตอบสนองที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับคนที่เป็นคู่รัก นี่แสดงให้เห็นว่าการตอบสนองระหว่างไข่กับอสุจินั้นขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของผู้หญิงและผู้ชายด้วย ศาสตราจารย์จอห์น ฟิทซ์แพทริก (John Fitzpatrick) รองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม อธิบายว่าสเปิร์มมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวนั่นคือการปฏิสนธิ ดังนั้นจึงไม่สมเหตุสมผลที่สเปิร์มจะเป็นตัวที่เลือกที่จะเข้าไปหาไข่ ในทางกลับกันไข่จะได้ผลประโยชน์อย่างมากในการเลือกอสุจิที่มีคุณภาพสูง แข็งแรง มีลักษณะสมบูรณ์หรือมีความเข้ากันได้ของพันธุกรรม โดยการศึกษาครั้งนี้ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Proceedings of the Royal Society B ไม่เพียงเท่านั้น ศาสตราจารย์แดเนียล บริสัน (Daniel Brison) ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ของภาควิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรีส์ และเป็นผู้เขียนบทความนี้กล่าวว่า “แนวความคิดที่ว่าไข่ของเพศหญิงเป็นสิ่งที่เลือกอสุจิเป็นเรื่องแปลกใหม่ในการศึกษาการเจริญพันธุ์ของมนุษย์” และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "การวิจัยเกี่ยวกับวิธีที่ไข่และอสุจิมีปฏิสัมพันธ์กันจะช่วยให้วิธีการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ก้าวหน้ามากขึ้นและในที่สุดอาจช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตการศึกษานี้อาจเป็นประโยชน์ต่อคู่รักที่มีภาวะมีบุตรยาก" อ้างอิง SU พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
11/04/2021

40 วันในถ้ำ การทดลองสุดแปลกครั้งแรกของโลกที่ต้องการให้มนุษย์หลงลืมเวลา!

เห็นหัวข้อแบบนี้ไม่ใช่ว่าเราจะมารีวิวภาพยนตร์หรือซีรีส์ใหม่แต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องจริงที่มีคนเต็มใจทำและตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นก็ได้เข้าไปอยู่ในถ้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้ลิ้มรสความรู้สึกที่ถูกแยกห่างจากการกักตัว แต่ยังนับว่าโชคดีที่เรามีเทคโนโลยียุคใหม่ ทั้งช่องทางการสื่อสารและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยลดความรู้สึกที่เกิดจากความห่างนั้นลง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งที่สมัครใจทำยิ่งกว่าการเว้นระยะห่างทางสังคม นั่นคือกลุ่มอาสาสมัครในการทดลองอันแสนสุดโต่งที่ชื่อว่า 'Deep Time' ที่จะเข้าไปอยู่ในถ้ำอย่างโดดเดี่ยว ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันถึง 40 วัน! มูลเหตุแห่งการทดลอง  ในขณะที่คนทั่วโลกส่วนใหญ่จำใจกักตัวอยู่ในบ้าน แต่เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา อาสาสมัคร 15 คน แบ่งเป็นชาย 8 คน หญิง 7 คน ได้เข้าไปในถ้ำลอมบรีฟส์ (Lombrives) ในเขต Ariège ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส และจะไม่โผล่ออกมาเป็นเวลา 40 วัน  คริสเตียน ค็อต (Christian Clot) นักสำรวจชาวฝรั่งเศส - สวิส ผู้ก่อตั้งสถาบันเพื่อการปรับตัวของมนุษย์ (Institute for Human Adaptation) ในปี 2013 หนึ่งในผู้เข้าร่วมและผู้นำในงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า…
03/07/2019

แมลงสาบกำลังจะครองโลก! นักวิทยาศาสตร์เผยแมลงสาบแข็งแกร่งเกินกว่ายาฆ่าแมลงจะทำอะไรมันได้แล้ว

ในสภาวะที่สิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่อการใช้ชีวิต ไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด สิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่การปรับตัวของสัตว์ต่างๆ ก็คงไม่น่าสนใจเท่ากับแมลงสาบที่ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ออกมาบอกกับพวกเราว่า มันสามารถปรับตัวเพื่อต่อสู้กับยาฆ่าแมลงได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Purdue ได้ค้นพบว่าแมลงสาบเยอรมันสามารถวิวัฒนาการให้ต้านทานยาฆ่าแมลงได้ และ ดูเหมือนว่านอกจากยาฆ่าแมลงแบบเดิมๆ ที่เราเคยใช้ต่อกรกับมัน ยาฆ่าแมลงแบบใหม่มันก็สามารถปรับตัวให้ทนทานต่อสารในนั้นได้เป็นอย่างดี ยังไม่พอดูเหมือนว่าความสามารถนี้จะส่งต่อไปยังลูกหลานของมันได้อีกด้วย การค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่าแมลงสาบจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังซ่อนความเป็นไปได้อีกอย่างไว้ด้วย! การค้นพบภูมิคุ้มกันยาฆ่าแมลงเป็นปัญหาใหญ่เพราะนอกจากเราจะไม่สามารถควบคุมจำนวนของพวกมันได้แล้ว นั่นอาจหมายความว่า แมลงชนิดอื่นก็อาจจะมีภูมิคุ้มกันเช่นนี้อยู่ด้วยแต่นั่นก็เป็นเรื่องของการคาดการณ์เท่านั้น ภูมิคุ้มกันของแมลงสาบในแต่ละรุ่นเพิ่มขึ้น 4-6 เท่า ในขณะที่แมลงสาบออกลูกได้ครั้งละ 200-300 ตัว เพียงระยะเวลาสั้นๆ ในตอนนี้ยาฆ่าแมลงอาจสามารถควบคุมระดับประชากรแมลงสาบได้ แต่จริงๆ แล้วจำนวนของพวกมันไม่ได้ลดลงเลย หนึ่งสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลคือการเกษตร และ การเพิ่มของแมลงสาบในพื้นที่ที่มีรายได้ต่ำ อย่างที่เรารู้กันดีแมลงสาบเป็นพาหะของโรคบางชนิด ซึ่งมันจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา วิธีที่ดีที่สุดที่เราจะรับมือกับพวกมันในตอนนี้คือการเปลี่ยนวิธีการกำจัดแมลงที่หลากหลาย รวมทั้งการกำจัดเศษขยะรักษาความสะอาดในพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยอีกด้วย แมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกมาก่อนมนุษย์เป็นเวลาหลายล้านปี บางทีการวิวัฒนาการในครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพวกมัน เพราะในหลายล้านปีข้างหน้าแมลงสาบก็อาจจะยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหลือรอดอยู่แทนที่จะเป็นมนุษย์เราก็ได้ อ้างอิง
Natnaree TK | 2393 days ago
Read More
01/07/2019

งานวิจัยชี้! เกม Puzzle ไม่ได้ช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อมอย่างที่เราเข้าใจกัน

ความคิดที่ว่า 'ให้ใช้สมองก่อนที่จะความจำเสื่อม' เป็นคำพูดที่หลายคนคงเคยได้ยินบ่อย ๆ และหลาย ๆ คนก็จะแก้ปัญหาที่ว่านี้ด้วยการเล่นเกม Puzzle แต่ล่าสุดมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า การเล่นเกม Puzzle ไม่ได้ช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อม งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ใน The BMJ ซึ่งดำเนินการโดย Roger Staff ที่ Aberdeen Royal Infirmary และมหาวิทยาลัยแห่ง Aberdeen งานนี้ได้ทำการติดตามคน 498 คนที่เกิดในปี 1936 ที่เคยได้เข้ารับการทดสอบทางสติปัญญาตอนอายุ 11 ปี งานวิจัยนี้เริ่มทำในตอนที่พวกเขาเหล่านั้นมีอายุ 64 ปี และตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาจะถูกเรียกเพื่อมาทำการทดสอบในเรื่องของความจำ และความเร็วของกระบวนการทางจิตใจ ทุก ๆ 15 ปี ซึ่งผลการทดลองพบว่าการแก้ปัญหา Puzzle ไม่ได้ช่วยป้องกันพวกเขาจากภาวะสมองเสื่อมเลย แต่มันทำให้ช่วงระยะเวลาที่จะเกิดภาวะเสื่อมช้าลง ผลการวิจัยชี้ให้เราเห็นว่าการทำกิจกรรมที่มีการใช้สมอง อย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตจะช่วยเพิ่มความสามารถทางจิตใจและช่วยทำให้มีความรู้ความเข้าใจที่ดีขึ้น งานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการฝึกพัฒนาการทางสติปัญญา สามารถช่วยพัฒนาความสามารถในเรื่องของความจำและกระบวนการคิดได้ ในอาสาสมัครวัยกลางคนและผู้สูงอายุ พวกเขาพบว่าการฝึกสมองสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุทำกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ดีขึ้น แต่ไม่มีงานใด ๆ เลยที่บอกว่าการฝึกสมองช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อมได้ และเมื่อปีที่แล้วสภาสุขภาพสมองโลก…
Natnaree TK | 2395 days ago
Read More
20/06/2019

ภาพถ่ายดาวเทียมเผย! หิมะบนเทือกเขาหิมาลัยละลายอย่างต่อเนื่องตลอด 40 ปีที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่าไม่มีภาพถ่ายดาวเทียมที่ทันสมัยคุณก็สามารถเข้าใจสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แต่ในวันนี้นักวิจัยได้ตีพิมพ์ภาพธารน้ำแข็งที่เกิดจากการละลายของหิมะบนเทือกเข้าหิมาลัย ที่เก็บสะสมไว้เป็นเวลากว่า 40 ปี จากดาวเทียมสอดแนม KH-9 Hexagon (ที่ถ่ายมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น) ออกสู่สายตาประชาชนแล้ว ภาพถ่ายนี้แสดงพื้นที่และปริมาณน้ำแข็งที่ละลายลงจากเทือกเขา ช่วงปี 1970-1980 ข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่แสดงพื้นที่ 1,240 ไมล์ที่ธารน้ำแข็งครอบคลุม แต่สามารถนำข้อมูลไปสร้างแบบจำลอง 3 มิติ เพื่อดูปริมาณน้ำทะเลที่จะถูกหนุนขึ้นสูงในภายหลังได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นการเก็บข้อมูลอุณหภูมิในอดีตก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะนำมาคาดการณ์ปริมาณนำแข็งที่ถูกละลายในอนาคตได้ ในปี 2000-2016 ธารน้ำแข็งมีอัตราการละลายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปี 1975-2000 ในขณะที่ตะกอนและเขม่า ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำแข็งละลายเช่นกัน ข้อมูลดงักล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำความเข้าใจกับสภาวะโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญ ไม่ช้าก็เร็วอัตราการละลายน้ำแข็งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเล และทะเลสาปในหลายพื้นที่ทั่วโลก และปริมาณน้ำสะอาดในเอเชียได้ อ้างอิง
Natnaree TK | 2406 days ago
Read More
20/06/2019

เผยดวงตาของเจ้าตูบพัฒนามาหลายหมื่นปี เพื่ออ้อนเจ้านายของมันโดยเฉพาะ!

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมเมื่อไหร่ที่เรามองเข้าไปในแววตาของสุนัขเราถึงเกิดความรัก ความเอ็นดูมันได้มากมายขนาดนั้น? หลายคนบอกว่ามันคือความน่ารักที่ติดตัวสุนัขมาตั้งแต่แรก ในความเป็นจริงก็ไม่ผิดเพราะดวงตาของสุนัขถูกวิวัฒนาการมาเป็นเวลานานกว่าที่จะได้สายตาน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Portsmouth และผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิจัยกล้ามเนื้อรอบดวงตาของสุนัข และ หมาป่า เปรียบเทียบกัน พบว่าสุนัขเลี้ยงมีการพัฒนากล้ามเนื้อรอบดวงตาเพื่อการสื่อสารกับมนุษย์ที่ดีขึ้น หลังจากการศึกษาพวกเขาพบว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าของสุนัข กับหมาป่า คล้ายกันทุกส่วนยกเว้นบริเวณคิ้วที่สามารถพบได้ในสุนัขบ้านเท่านั้น ทำให้พวกมันสามารถเลิกคิ้วขึ้นได้ ก่อนหน้านี้งานวิจัยจาก Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America (PNAS) กล่าวว่าการยกคิ้ว จะทำให้ดวงตาดูใหญ่ขึ้น เป็นสิ่งที่เด็กทารกของทำเมื่อพวกเขาเกิดความสงสัย และคล้ายกับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมนุษย์เมื่อพวกเขาเกิดความเศร้า การตอบสนองดังกล่าวจึงกระตุ้นให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมนุษย์และสุนัขได้ เพราะมันมีลักษณะการแสดงออกที่คล้ายมนุษย์ผ่านดวงตาของมัน นั่นจึงทำให้มนุษย์รู้สึกตกหลุมรักพวกมันอย่างง่ายดาย นักวิจัยยังได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบสัตว์สปีชีส์ใกล้เคียงกับสุนัข พวกเขาพบว่าวิวัฒนาการนี้มีมามากกว่า 33,000 ปี มาแล้ว นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมสุนัขถึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์นิยมเลี้ยงไว้ข้างกายมาเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นงานวิจัยชิ้นนี้ยังบ่งชี้ข้อเท็จจริงที่ว่า ใบหน้าและดวงตา เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสารกันในสังคมอีกด้วย หากตอนที่คุณอ่านบทความนี้จบแล้วมีเจ้าตูบมานั่งข้างๆคุณละก็ ลองมองเข้าไปในดวงตาของพวกมันสิ แล้วคุณจะรู้ว่าธรรมชาติวิวัฒนาการมาให้พวกมันน่ารักขนาดไหน อ้างอิง
Natnaree TK | 2406 days ago
Read More
17/06/2019

เมื่อ VR รวมร่างกับกล้องจุลทรรศน์! ภาพเชื้อโรคที่เราเห็นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้คุณอาจจะเคยเรียนรู้เรื่องเซลล์มามากมายผ่านรูปภาพแบบ 2 มิติ และ สามารถเก็บรายละเอียดที่ภาพ 3 มิติ ที่ภาพแบนๆไม่สามารถบอกคุณได้ผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆของกล้องจุลทรรศน์ แต่ตอนนี้คุณสามารถเรียนรู้เรื่องเซลล์และโรคต่างๆได้เหมือนกับการนั่งดูภาพยนตร์ IMAX 3 มิติได้ผ่าน VR แล้ว! ในที่สุดวิทยาการเกม และ การแพทย์ก็มีเส้นทางมาบรรจบกันเมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon จับมือกับศูนย์การแพทย์ Virginia Mason สามารถพาเราไปเปิดประสบการณ์การเดินทางกลางกลุ่มเซลล์ผ่านอุปกรณ์ VR ที่ชื่อว่า 'ExMicroVR' ได้สำเร็จ 'ExMicroVR' เป็นการรวมร่างกันระหว่าง Virtual Reality (VR) กับกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายมากกว่า 100 เท่า เพื่อสำรวจเซลล์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่จะจัดการได้ นอกเหนือจากการเปิดมุมมองใหม่ในการเรียนรู้เซลล์แล้ว ทีมนักวิจัยมีความหวังว่า 'ExMicroVR' จะสามารถทำให้เราสามารถเรียนรู้กลไกการเกิดโรคต่างๆ เพื่อหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอุปกรณ์นี้สามารถใช้งานพร้อมกันได้สูงสุดถึง 6 คนเลยทีเดียว ทางทีมสร้างมีความคาดหวังว่าจะพัฒนาอุปกรณ์นี้ให้มีความสะดวก และ สามารถเข้าถึงได้ง่ายต่อทุกๆประเทศ เพื่อการศึกษาและการรักษาที่ดียิ่งขึ้น https://youtu.be/jpAcjoPO7UQ อ้างอิง
Natnaree TK | 2409 days ago
Read More
15/06/2019

Smart Phone อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนรุ่นใหม่กระดูกผิดรูปมากขึ้น!

การเลื่อนดูข่าวสาร หรือกิจกรรมต่างๆ บนสมาร์ทโฟน กลายเป็นกิจวัตรประจำวันหนึ่งของคนปัจจุบันไปเสียแล้ว และนักวิทยาศาสตร์ก็อธิบายถึงผลเสียของพฤติกรรมที่จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณมากมาย และล่าสุดพวกเขาสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นต้นเหตุของกระดูกที่เจริญผิดรูปในคนรุ่นใหม่อีกด้วย ท่าทางการเล่นโทรศัพท์ในปัจจุบันคือการก้มหน้า แล้วไถนิ้วไปเรื่อยๆ บนหน้าจอ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้กระดูกเหนือต้นคอของพวกเขา (กระโหลกที่บริเวณท้ายทอย เพียงแค่คุณคลำๆคุณก็จะเจอมันได้อย่างง่ายดาย) พัฒนาผิดรูป David Shahar นักวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มหาวิทยาลัย The Sunshine Coast ใน Australia กล่าวว่า เขาทำงานเป็นหมอมากว่า 20 และช่วง 10 ให้หลังมานี้ผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกผิดรูปนั้นมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในความเป็นจริงแล้วสาเหตุของอาการดังกล่าวยังไม่แน่ชัด แต่แพทย์คาดว่าที่กระดูกเกิดการผิดรูปเป็นเพราะพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์ที่จะต้องก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่กะโหลกควรจะอยู่ตรงนั้น ศีรษะมนุษย์มีน้ำหนักประมาณ 4.5 กิโลกรัม และการโน้มไปข้างหน้า จะสร้างภาระให้กับกล้ามเนื้อคอที่เชื่อมอยู่กับกะโหลก ดังนั้นร่างกายจึงทำการจัดการกับพฤติกรรมนี้โดยการจัดวางกระดูกใหม่ เพื่อถ่ายน้ำหนักลงไปยังพื้นที่อื่น งานวิจัยในปี 2016 ได้ทำการดูภาพ X-ray กะโหลกศีรษะของคนอายุ 18-30 ปี พบว่า พวกเขามีลักษณะของกระดูกที่ยาวขึ้น (จากปกติต้องมีขนาดประมาณ 5 มม. แต่ในงานวิจัยวัดได้ 10 มม.) อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานว่ากระดูกผิดรูปเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราได้ แต่การที่มีการเจริญเติบโตที่ไม่ปกติเกิดขึ้นก็คงเป็นเรื่องที่ไม่สบายใจอยู่ดี เพราะฉะนั้นอย่างรอให้มันส่งผลกระทบกับตัวคุณเลย เวลาเล่นโทรศัพท์ก็ลดลงบ้าง หรือไม่ก็พยายามเปลี่ยนท่าทางการเล่นลดภาระให้คอให้น้อยที่สุดนะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2411 days ago
Read More
Engineer manager check and control automation robot arms machine in intelligent industrial factory on real time monitoring system software. Welding robotics and digital manufacturing operation.
13/06/2019

อัลกอริทึ่มใหม่จาก MIT จะทำให้หุ่นยนต์สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะไปที่ไหนต่อ!

ปัจจุบันนี้ระบบอัตโนมัติถูกผลิต และ พัฒนาขึ้นมาแทนที่ระบบต่างๆในสังคมมนุษย์มากขึ้นนั่นหมายถึงการพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถทำงานได้ดีขึ้นเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่หุ่นเหล่านั้นมักจะเดินชนกันเอง หรือไม่ก็ชนกับเราเข้าซะก่อนที่จะได้เริ่มงานเสียอีก แต่วันนี้ MIT ได้พัฒนาระบบคำนวนเพื่อให้หุ่นยนต์สามารถคาดคะเนทิศทางที่เราจะเดินเพื่อไม่ให้ชนกับเราได้แล้ว! สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้พัฒนาอัลกอลิทึ่ม ให้หุ่นยนต์สามารถคาดคะเนเส้นทางการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ มันไม่เพียงแค่กะระยะห่างของร่างกายเรา แต่มันจะดึงข้อมูลการเคลื่อนที่ที่ถูกอ้างอิง เพื่อคาดว่าเราจะเดินไปทางไหนต่อ มันสามารถรู้ได้ว่าคุณกำลังจะเดินไปที่อื่น ได้เพียงแค่ดูท่าทางที่เปลี่ยนไปของคุณเท่านั้น จากการทดสอบหุ่นยนตน์มีความรวดเร็ว และมั่นใจในการตัดสินใจว่ามนุษย์จะเดินไปทางไหนมากขึ้นกว่าในระยะพัฒนามาก มันสามารถกลับมาทำงานได้อย่างต่อเนื่องทันทีที่มนุษย์เดินผ่านซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่จะมีการกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ระบบจะดึงหุ่นยนต์ให้กลับมาทำงานได้อีกครั้งหนึ่ง แต่หากจะนำระบบนี้เข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอาจจะยังคงห่างไกล แต่หากสามารถทำได้อัลกอริทึ่มนี้จะช่วยย่นระยะห่างระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ ทำให้สามารถร่วมงานกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น MIT เสริมว่าในอนาคตอัลกอริทึ่มนี้อาจสามารถนำมาใช้งานอย่างอื่นเพิ่มเติิมได้ เช่น การตอบโต้ และการจดจำท่าทางต่างๆของมนุษย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ได้มากขึ้นนั่นเอง https://youtu.be/mGEq6ou31mI อ้างอิง
Natnaree TK | 2413 days ago
Read More
12/06/2019

งานวิจัยชี้! หลุมดำระเหยได้ตามคำทำนายของ Stephen Hawking

ในปี 1974 มีหนึ่งคำทำนายที่โด่งดังมากของ Stephen Hawking ที่กล่าวว่า หลุมดำนั้นจะสามารถระเหยและหายไปในที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ และดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ในวันนี้มีงานวิจัยจำนวนมากออกมายืนยันแล้วว่า หลุมดำสามารถระเหยได้ และอาจระเหยหายไปได้ในที่สุดอย่างที่ Hawking กล่าวจริงๆ Stephen Hawking เชื่อว่าหลุมดำนั้นไม่ได้มีสีดำ แต่มันปล่อยอานุภาคออกมาทำให้กลายเป็นสีดำ Hawking เชื่อว่ารังสีเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับพลังงาน มวล และอนุภาคของหลุมดำ จนในวันหนึ่งหลุมดำจะหายไปก่อนหน้านี้ทฤษฎีนี้ไม่ได้รับการยอมรับ และยากจะทำการพิสูจน์ แต่ในวันนี้มันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากทีเดียว อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่นักฟิสิกส์ได้ทำการทดลองรังสี Hawking (เป็นการแผ่รังสีของวัตถุดำที่ปล่อยออกมาจากหลุมดำอันเนื่องจากกรากฎการณ์ทางควอนตัม) ในห้องปฏิบัติการ แม้ว่ารังสี Hawking ยากที่จะทำการตรวจจับได้ในอวกาศโดยเครื่องมือปัจจุบัน แต่นักฟิสิกส์ได้เห็นการแผ่รังสีนี้ในอะนาล็อกหลุมดำที่สร้างขึ้นโดยการใช้คลื่นเสียง และ สสารที่เย็นและแปลกที่สุดในจักรวาล คำถามคือมันระเหยได้ไงในเมื่อหลุมดำเป็นวัตถุที่มีแรงดึงดูดสูงจนขนาดที่แสงยังไม่รอด? คำตอบคือคู่อนุภาค ในขณะที่เราคิดว่าสูญญากาศนั้นว่างเปล่า แต่ในกลศาสตร์ควอนตัมกล่าวว่าภายในสูญญากาศเต็มไปด้วยคู่อนุภาค (Matter-Antimatter) ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อคู่อนุภาคเจอกันมันจะทำลายซึ่งกันและกัน แต่เมื่อมาเจอแรงดึงดูดของหลุมดำ คู่อนุภาคที่มีอนุภาคพลังงานเป็นลบจะถูกดูดเข้าไปข้างใน แต่โชคไม่ดีนักที่อนุภาคลบเหล่านั้นจะดูดซับพลังงาน และ มวลของหลุมดำให้ลดลงไปเรื่อยๆ และคู่อนุภาคเสมือนที่ถูกผลักออกมาก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อรังสี Hawking ถึงแม้ว่ารังสีนี้จะยังคงเบาบางมากเกินที่จะตรวจจับได้ แต่นักฟิสิกส์ก็สามารถจำลองการเกิดในห้องแลปได้แล้ว อย่างไรก็ตามการทดลองนี้ยังคงต้องถูกดำเนินต่อไปในห้องแล็ป แต่อย่างไรก็ตามดารทดลองที่นักฟิสิกส์จำลองขึ้นมาในห้องแล็ปก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าทฤษฎีของ Hawking นั้นเป็นไปได้จริง อ้างอิง  
Natnaree TK | 2414 days ago
Read More
11/06/2019

แพทย์สงสัยเรื่องไข่มุกที่ทำให้ท้องผูก ว่าอาจไม่ใช่ไข่มุกที่ทำจากแป้งธรรมดา

ชาไข่มุก เครื่องดื่มสุดฮิตที่กลายมาเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาว Millennial ร้านไหนเด็ด ร้านไหนดี ต้องได้ไปลิ้มลอง ทำให้ในปัจจุบันมีชานมหลายยี่ห้อเกิดขึ้นมาให้เราได้เลือกบริโภคกันมากมาย และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวน่าตกใจกรณีมีภาพ X-ray ลำไส้ของเด็กหญิงชาวจีนวัย 14 ปี โดยอ้างว่าฟองกลมๆ ที่เราเห็นนั้นคือเม็ดไข่มุกจากชานม จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีสื่อหลายแห่งตีพิมพ์เรื่องราวดังกล่าวนี้ออกไปเป็นวงกว้าง แต่ในความเป็นจริงนั้นมันคือเม็ดไข่มุกจากชานมไข่มุกจริงหรือ? Livescience ได้เสนอข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ว่าชาไข่มุกอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ก็จริงแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถแสดงผ่านเครื่อง X-ray ได้ เพราะสารที่จะสามารถปรากฏบนฟิล์มได้ส่วนมากจะเป็นสารแข็ง แต่จากการสอบถามจากเด็กหญิงเธอกล่าวว่าก่อนหน้าที่เธอจะมีอาการท้องผูกและปวดท้องอย่างรุนแรงเธอกินชาไข่มุกเป็นจำนวนมาก นั่นจึงทำให้แพทย์ฟันธงว่าฟองเหล่านี้คือไข่มุกจากชาไข่มุก ดร. Lina Felipez ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารที่โรงพยาบาลเด็ก Nicklaus ก็กล่าวว่าความจริงแป้งไข่มุกทำมาจากมันสำปะหลัง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ก็จริง แต่มันเป็นโอกาสที่เกิดยากมาก นอกจากว่าไข่มุกเหล่านั้นจะมีสารเติมแต่งอย่างอื่นที่ทำให้มันย่อยยากกว่าปกติ อย่างเช่น ยางหมากฝรั่ง (Guar Gum) เป็นต้น ซึ่งหากมีการบริโภคในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดอาการลำไส้อุดตันได้ https://www.facebook.com/ramachannel/videos/673752739736020 นอกจากสื่อต่างประเทศจะตั้งสมมุติฐานเช่นนี้แล้ว แพทย์รามายังได้อธิบายถึงเรื่องราวนี้ในลักษณะที่คล้ายกันอีกด้วยว่า เพียงแค่เม็ดไข่มุกปกติไม่น่าจะทำให้เกิดอาการลำไส้อุดตันเช่นนี้ได้ นอกจากว่าในไข่มุกจะมีสารอื่นๆ ปนอยู่ด้วย อ้างอิง อ้างอิง
Natnaree TK | 2415 days ago
Read More
11/06/2019

งานวิจัยชี้! ยิ่งคุณใช้เวลากับพ่อแม่มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้พวกท่านอายุยืนมากขึ้น

เป็นเรื่องน่าเศร้าหากวันหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จหรือเจอเรื่องน่ายินดี แต่พ่อและแม่ไม่ได้อยู่ชื่นชมความสำเร็จเหล่านั้นร่วมกับคุณ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย California เขาได้ทำการวิจัยออกมาแล้วว่า หากอยากให้ผู้สูงอายุ (พ่อแม่ของคุณ) มีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น คุณควรใช้เวลาอยู่กับพวกเขาให้มากที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณอย่างเดียวเท่านั้นแต่งานวิจัยชี้ไปที่การรักษาสังคมให้พวกท่าน หรือพูดง่ายๆ อย่าให้ผู้สูงอายุนั่งเหงาอยู่คนเดียว งานวิจัยชิ้นนี้หาความสัมพันธ์ระหว่างความเหงา กับ แนวโน้มความเสื่อมของร่างกายผู้สูงอายุ งานวิจัยนี้วิจัยใน American Associate of Retired Person (AARP) ผู้สูงอายุอายุ 60 ขึ้นไปจำนวน 1,600 คน ผลปรากฏว่าการมีสังคมให้พวกท่านทำให้ผู้สูงอายุยืดระยะเวลา และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตช่วงแก่ได้ดีกว่าปกติ จากการสอบถามจากอาสาสมัครบอกว่า เมื่อพวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวมันทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขายากขึ้น อย่างเช่นการขึ้นบันได และพวกเขายังค้นพบอีกว่าผู้สูงอายุที่มีความรู้สึกโดดเดี่ยวมากๆ จะตายเร็วกว่าปกติ งานวิจัยก่อนหน้านี้เคยนิยาม 'ความเหงา' ไว้ว่าเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการขาดสังคมซึ่งแปลงออกมาเป็นความรู้สึกที่แน่นอนไม่ได้ แต่เจ้าความเหงาจะพ่วงโรคเครียดเรื้อรัง ที่สามารถส่งผลกระทบต่อภูมิต้านทานในร่างกาย และการอักเสบได้ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการนอนไม่หลับ ซึ่งหากนอนไม่หลับจะมีผลเสียเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณตามมาอีกมากมาย อ้างอิง
Natnaree TK | 2415 days ago
Read More
04/06/2019

จีนเปิดตัวถนนสายจักรยาน เพื่อลดความแออัดของประชากรบนรถไฟในช่วง Rush Hour!

ในตอนเหนือของ Beijing ประเทศจีน ได้มีการเปิดถนนเส้นแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจักรยานโดยเฉพาะ ถนนนี้มีระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง Huilonguan และ Shangdi ถนนจักรยานเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ลดระยะเวลาการเดินทางไปทำงานของคนในพื้นที่ และลดความแออัดในการเดินทาง เนื่องจากผู้คนในพื้นที่เฉลี่ยแล้ว 11,600 คน ต้องเดินทางไปมาระหว่างเมืองเพื่อเข้าทำงาน ผู้คนจำนวนมากต้องรีบเร่งขึ้นรถไฟที่แออัดในช่วงเช้า และต้องคอยลุ้นว่าจะทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายในตอนกลางคืนหรือไม่ แต่ถนนเส้นนี้จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น ถนนมีความยาวทั้งหมด 6.5 กิโลเมตร และมีประตูเข้าออก 8 ทาง และจำกัดความเร็วที่ 15 กิโลเตรต่อชั่วโมง ถนนเส้นนี้อนุญาติให้นำเพียงแค่จักรยานเข้ามาเท่านั้น scooters รถจักรยานไฟฟ้า มอเตอร์ไซต์ รถยนตร์ หรือแม้กระทั่งคนเดินเท้าไม่มีสิทธิใช้ถนนเส้นนี้ และเมื่อคุณปั่นถึงที่หมายแล้ว ที่บริเวณประตูทางเข้าก็จะมีลานจอดจักรยานไว้ให้คุณใช้บริการด้วยเช่นกัน หลังจากการเปิดใช้งานถนนเส้นนี้พบว่ามันสามารถลดระยะเวลาการเดินทางไปทำงานลงได้ถึง 15 นาที รวมถึงลดความกังวลที่เกิดขึ้นกับประชาชนลงได้มากทีเดียว นอกจากนี้ยังทำให้คนในพื้นที่ได้ออกกำลังกายอีกด้วย https://twitter.com/xhscitech/status/1135126748235030528?s=21&fbclid=IwAR2qnrdFyhn6vHBBUKhPjOJnKmu6WwPQX-OW3ePuYn5VKk_6flKTCKBWiTI อ้างอิง อ้างอิง
Natnaree TK | 2422 days ago
Read More
03/06/2019

ง่ายๆ แต่ใช้ได้! นักวิจัยสร้างหุ่นยนต์แรงดันอากาศที่จะช่วยให้การสำรวจในพื้นที่ขรุขระเป็นไปได้ง่ายขึ้น

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีถูกขับเคลื่อนไปด้วยเครื่องจักรที่ซับซ้อน สายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง รวมถึงเครื่องมือต่างๆ แต่ต้องขอบคุณงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard ที่ทำให้ระบบง่ายๆ อย่างแรงดันอากาศได้กลับมามีบทบาทในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอีกครั้ง พวกเขาได้ทำการประดิษฐ์ Softrobot ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันอากาศที่ไม่ต้องใช้ระบบควบคุมอะไรที่วุ่นวายซับซ้อนเลย เพียงแค่ใส่ท่อปั๊มอากาศเข้าไปที่ขาของหุ่นยนตร์ ด้วยขนาดท่อที่ต่างกันคุณก็จะสามารถออกกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของหุ่นยนตร์ได้แล้ว หุ่นยนตร์ตัวอย่างในรูปร่างกากบาทในตอนนี้ยังคงต้องใช้แหล่งอากาศจากภายนอกในการปั๊มลมเข้าไป แต่อย่างไรก็ตามนี้เป็นเพียงแค่เครื่องต้นแบบ แต่ด้วยความเรียบง่ายในหลักการ และโครงสร้างที่ยืดหยุ่นได้ทำให้มันได้เปรียบในการใช้งานสำรวจพื้นที่อวกาศ หรือ งานค้นหา และ ช่วยเหลือ พวกมัสามารถเดินทางผ่านภูมิประเทศที่ขรุขระได้โดยไม่ต้องกังวลเหมือนกับหุ่นยนตร์ทั่วไป และที่สำคัญราคามันไม่แพงเท่าด้วย https://youtu.be/Puavxww6K9k อ้างอิง
Natnaree TK | 2423 days ago
Read More
Woman standing on weight scale showing error message
03/06/2019

งานวิจัยชี้ ‘แค่หายใจก็อ้วนได้’ เป็นเรื่องจริง!

ใครจะไปคิดว่าประโยค 'แกเราอ้วนจนแค่หายใจเข้าไปก็อ้วนแล้ว' มันจะเป็นเรื่องจริง เมื่อวันนี้นักวิจัยชี้ให้เราเห็นว่าสารเคมีในอากาศที่เราสูดดมเข้าไปสามารถทำให้เราน้ำหนักขึ้นได้เช่นกัน ในปัจจุบันค่าเฉลี่ยน้ำหนักของผู้หญิงอายุ 30 และ 60 ปี เพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัมในปีที่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีใครรู้ว่ากลิ่นสังเคราะห์ที่เรียกว่า Obesogens ที่พบในภาชนะบรรจุอาหาร พลาสติก เครื่องสำอางค์ ขวดนมเด็ก และในอากาศ สามารถเพิ่มน้ำหนักของคุณได้เพียงแค่การหายใจเข้าเท่านั้น ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่อย่างที่บอกวิทยาศาสตร์อธิบายเราได้ ที่ Bright Side ได้อธิบายเรื่องราวของสาร Obesogen ไว้ว่า โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมี Hormones ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเผาผลาญ แคลลอรี่ หรือแม้แต่ความอยากอาหารของเรา แต่ในปัจจุบันนี้ สารเคมีที่มาจากอุตสาหกรรมต่างๆ ส่งผลกับร่างกายของเรามากกว่าที่เราคิด มันสามารถก่อกวนการทำงานของ Hormones หรือแม้กระทั่งส่งผลต่อร่างกายของเราเช่นเดียวกับที่ Hormones ทำเช่นกัน สาร Obesogen จะเข้าไปรบกวนเซลล์ไขมันทำให้ร่างกายเข้าใจว่าเราขาดไขมัน ทำให้ร่างกายเริ่มเข้าสู่โหมดกักเก็บไขมันมากขึ้น ส่วนวิธีลดความเสี่ยงจากสารเคมีต่างๆเหล่านี้ ง่ายๆ เลยคือ หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีอุตสาหกรรม หรือมลพิษทางอากาศ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุด คุณก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการสูดดมสารที่สามารถทำให้คุณน้ำหนักขึ้นได้แล้ว อ้างอิง
Natnaree TK | 2423 days ago
Read More
01/06/2019

สองนักวิทย์สุดเจ๋ง! คิดค้นจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายพลาสติกได้แล้ว

ในปัจจุบันปัญหาพลาสติกล้นโลกเป็นเรื่องที่ทุกประเทศ และทุกหน่วยงานเริ่มหันมาให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแค่มันเป็นขยะที่ย่อยยากแล้ว มันยังส่งผลกระทบต่อหลายชีวิตใต้ท้องทะเลอีกด้วย แต่ในวันนี้สองนักวิทยาศาสตร์ Jeanny Yao และ Miranda Wang ที่ต่อยอดโครงการตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนจนตอนนี้พวกเขาสามารถคิดค้นแบคทีเรียที่ย่อยสลายถุงพลาสติกได้สำเร็จด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น จุลินทรีย์เหล่านั้นจะทำหน้าที่ย่อยพลาสติกโดยขั้นแรกพลาสติกจะถูกทำให้อ่อนลง และถูกเร่งปฏิกริยาการย่อยด้วยเอนไซม์ หลังจากนั้นมันจะถูกเปลี่ยนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และ น้ำ ได้ภายใน 24 ชม. Miranda Wang กล่าวว่า มันเป็นไปได้ยากที่จะให้คนลดการใช้ถุงพลาสติกลง เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะรอให้ขยะเหล่านั้นย่อยสลายไปเอง เราควรต้องทำอะไรสักอย่างกับมันก่อนที่มันจะสร้างปัญหาไปมากกว่านี้ นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัล Perlman science prize รวมถึงผลงานของพวกเธอก็กวาดรางวัลไปแล้วอีกหลายรางวัล ทั้งนี้จุลินทรีย์นี้ยังได้รับการจดสิทธิบัตร พร้อมเงินสนับสนุนการทดลองไปอีก 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ต่อยอดอีกด้วย อ้างอิง
Natnaree TK | 2425 days ago
Read More
29/05/2019

WHO ระบุชัดเจนหมดไฟในการทำงานถือเป็นอาการป่วย!

ความเครียดจากการทำงาน ความเหนื่อยล้าของร่างกายที่สะสมมาเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี รวมถึงความเครียดจากที่ทำงาน อาจส่งผลให้เราเกิดภาวะหมดไฟได้ง่ายๆ หลายคนมองว่ามันคือความขี้เกียจ และอีกหลายคนต้องอดทนอยู่กับมันให้ชิน แต่วันนี้ องค์การอามัยโลก (WHO) ประกาศออกมาแล้วว่าอาการหมดไฟในการทำงานถือเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่ง! ในตอนนี้ WHO ได้ระบุให้อาการหมดไฟในการทำงานเป็นอาการป่วยทางการแพทย์ที่ถูกกฏหมายใน ICD-11 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นอาการป่วยที่มีความสัมพันธ์กับการทำงาน และการว่างงาน ที่มีอาการร่วมดังต่อไปนี้ รู้สึกหมดพลังงาน หรือ อ่อนเพลีย ยอมรับคำถากถาง ดูถูก หรือความคิดเห็นเชิงลบที่เกิดขึ้นกับงานของคุณ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ก่อนที่จะตีโพยตีพายว่าคุณมีอาการหมดไฟจริงๆ คุณต้องแน่ใจก่อนว่าอาการเหล่านี้ไม่มีความสัมพันธ์กับความกังวลในเรื่องอื่น ปัญหาทางด้านจิตใจ (ที่คุณอาจจะมีอยู่ก่อนแล้ว) และที่สำคัญ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นสัมพันธ์กับที่ทำงานเท่านั้น (สำหรับคนว่างงานคุณจะแยกความรู้สึกยากขึ้นมาหน่อย) นักวิจัยใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาอาการหมดไฟ มันเหมือนเป็นที่ถูกเลี่ยงที่จะพูดถึงมาตลอดในวัฒนธรรมการทำงาน ทั้งๆ ที่มันเกิดมาพร้อมๆ กับการทำงานเป็นเวลานานแล้วเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามที่จะให้คำนิยามกับมันมานานกว่าที่จะได้คำจำกัดความที่ตรงกันว่า 'อาการหมดไฟในการทำงาน' นั้นเป็นอย่างไร ทำให้นักวิทยาศาสตร์ และ นักจิตวิทยา สามารถแยกแยะอาการซึมเศร้า และ อาการเบื่อหน่ายการทำงานออกจากกันได้ และระบุให้มันกลายเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อ้างอิง
Natnaree TK | 2428 days ago
Read More
28/05/2019

สัญญาณไฟจราจรแห่งอนาคตที่สามารถรู้ได้เมื่อคุณต้องการข้ามถนน!

หากคุณบอกว่าปุ่มกดสัญญาณไปเมื่อต้องการข้ามถนน มันใช้ไม่ได้ผลเราจะไม่เถียงคุณ (เพราะเห็นๆกันอยู่ว่ามันไม่เวิร์คจริงๆ) หรือไม่ในบางครั้งคุณก็ไม่มีมีว่างที่จะกดมัน และที่สำคัญหลังจากคุณกดคุณยังต้องรออีกหลายวินาทีด้วยกว่ารถจะชะลอกยุดให้คุณได้ข้ามถนน แต่นักวิจัยชาวออสเตรเลียคิดแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้สัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนไฟแดงให้คุณข้ามถนนได้เอง โดยคุณไม่ต้องกดปุ่ม หลักการไม่มีอะไรมากมาย เพียงแค่พวกเขาจะติดกล้องในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นคนที่ต้องการจะข้ามถนน (ในที่ที่ถูกต้องด้วยนะ) เมื่อมีคนเดินเข้ามาในพื้นที่กล้องจะส่งสัญญาณไปที่สัญญาณไฟให้รถหยุด ทำให้เราข้ามได้ทันที มันสามารถลดระยะเวลาการรอได้มากขึ้น เพราะเมื่อเราเดินเข้าไปในบริเวณที่จะรอข้ามถนนเพียง 26-15 ฟุต กล้องก็จะส่งสัญญาณทันทีทำให้เราไม่ต้องหยุดรอนักวิจัยบอกว่าวิธีการนี้จะประหยัดเวลาคนเดินเท้าไปได้ถึง 3-4 วินาที และที่สำคัญกว่านั้น ระยะเวลาการเปิดสัญญาณไฟสามารถยืดหยุ่นได้ อ่างเช่นหากกล้องจับภาพคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินข้ามถนน กล้องจะยืดระยะเวลาไฟแดงบของรถให้นานขึ้นเพื่อให้คนข้ามถนนได้ และสามารถเปลี่ยนไฟได้ถ้าจู่ๆคนข้ามถนนเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากข้ามขึ้นมา ส่วนเรื่องกล้องไม่ต้องกังวลเพราะกล้องจะไม่มีการบันทึกภาพมันจะทำหน้าที่คล้ายเครื่องเซนเซอร์ดูคนเท่านั้นเอง สำหรับในเวียนนาได้มีการลองติดตั้งสัญญาณไฟนี้จากบริษัท Günther Pincher เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพวกเขาตั้งในจะนะระบบใหม่นี้ติดแทนที่สัญญาณไฟแบบกดปุ่มให้เสร็จสิ้นภายในปี 2020 มันอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานหากจะขยายสัญญาณไฟจราจรแบบใหม่ทั่วโลก แต่ไม่แน่สักวันหนึ่งระบบไฟข้ามถนนทั่วโลกอาจเป็นแบบนี้ก็ได้ อ้างอิง
Natnaree TK | 2429 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…