ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| สุขภาพ
Read More

ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…
22/04/2024

5 สูตรสำเร็จอดอาหารแบบ IF | อดอย่างไรให้สุขภาพดี

IF กินอะไรได้บ้าง ? ห้ามกินอะไรหรือไม่ ? ทำแล้วจะเป็นโรคกระเพาะไหม ? และมีเทคนิคให้ทำสำเร็จอย่างไร ? และเสี่ยงโรคหัวใจจริงหรือเปล่า ? ไปตามหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันครับ การทำ IF (Intermittent Fasting) เป็นวิธีการลดน้ำหนักและปรับสมดุลร่างกายที่ได้รับความนิยม โดยใช้วิธีการจำกัดเวลาการกินอาหาร (Feeding/Eating) สลับกับช่วงเวลาอดอาหาร (Fasting) ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น ทำสูตร 16/8 เสี่ยงโรคหัวใจถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ? แม้ช่วงก่อนหน้านี้แวดวงคนทำ IF อาจสะเทือนจากการเผยแพร่ผลการวิจัยที่ช็อกวงการว่า คนทำ IF แบบ 16/8 เสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจถึง 91 เปอร์เซ็นต์ แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว พบว่า ยังสรุปไม่ได้ชัดเจนว่าการทำ IF เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ  โดย รศ. ดร. พญ.ฉันทชา สิทธิจรูญ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้อธิบายว่า “การศึกษาวิจัยดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากอาศัยข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเวลาการกินอาหารของพวกเขาเท่านั้น และเป็นการสำรวจจากความทรงจำ…
22/04/2024

5 แนวทางการควบคุมและป้องกันความดันโลหิตสูง

“ผู้ใดก็ตามที่มีความดันโลหิตวัดได้มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง” องค์การอนามัยโลก, 2542 “ความดันโลหิตสูง” (Hypertension) จัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases; NCDs) 1 ใน 5 ฆาตรกรเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด โดยปัจจุบันพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด แม้ไม่มีอาการแสดงชัดเจนแต่หากปล่อยไว้นาน ๆ ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ ข้อมูลทางการแพทย์จากสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยได้ระบุว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตจากหัวใจวายร้อยละ 60-70 เสียชีวิตจากหลอดเลือดในสมองอุดตันหรือแตกร้อยละ 20-30 และเสียชีวิตจากไตวายเรื้อรังร้อยละ 5-10 คุณเป็นความดันโลหิตสูงหรือเปล่า ? คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวเพราะไม่แสดงอาการ แต่บางรายก็อาจมีอาการปวดหัว เวียนหัว มึนงง และเหนื่อยง่ายผิดปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่มีการควบคุมหรือทำการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม อาจทำให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ในร่างกายถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด และตา เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงจะไปทำให้ผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้นและรูเล็กลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อยลง ส่งผลให้อวัยวะทำงานผิดปกติ…
22/04/2024

Retail Therapy แก้เครียดด้วยการช็อปปิ้งที่อาจทำให้คุณเครียดกว่าเดิม

แค่ออกไปช็อปปิ้ง (ราชบัณฑิตยสภาพ: ชอปปิง)ก็ช่วยลดความเครียดได้จริง! แต่ระวังช็อปหนักไป เครียดกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว ในวงการจิตวิทยาเราเรียกการออกไปช็อปปิ้งสิ่งนี้ว่า “Retail Therapy” หรือการบำบัดใจด้วยการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ และเป็นกันทั่วโลก นักวิจัยจาก Pennsylvania State University เคยทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพบว่า 62 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาออกไปช็อปปิ้ง เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เหตุผลที่ทำให้การช็อปปิ้งทำให้เรามีอารมณ์ที่ดีขึ้น ก็เพราะว่า การออกไปซื้อของหรือเลือกสินค้าต่าง ๆ ทำให้เรากลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แทนที่จะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับความทุกข์ และยังทำให้เราสัมผัสอำนาจในตัวเอง ที่อยากจะตัดสินใจซื้ออะไรก็ได้ และรู้สึกว่าเราควบคุมชีวิตของตัวเองได้  อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใช้เงินแบบไม่บันยะบันยัง ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าไม่มีเงินใช้จ่ายพอกับเรื่องอื่น ๆ หรือสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเพราะเป็น “หนี้”  ดังนั้น คุณสามารถออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดได้ แต่ก็อย่าลืมบริหารงบของตัวเองให้ดี ๆ และการทำ Retail Therapy ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของชิ้นใหญ่ หรือซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป แค่ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ราคาแค่ไม่กี่บาทก็ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว  เพราะวิธีคลายเครียดที่ดี ควรเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาเพิ่มเติม และการเลือกซื้อของที่คุณชอบจริง ๆ หรือซื้อมาแล้วใช้งานได้จริง ก็จะทำให้คุณเกิดความแฮปปี้มากขึ้นเข้าไปอีก
16/01/2023

เด็กติดมือถือ… เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ไม่ว่าใครก็เข้าถึงสมาร์ตโฟนได้ แม้แต่เด็ก ๆ การให้ลูกเล่นมือถือคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายบ้านเคยทำ อาจเพื่อความสนุกของเด็ก บ้างก็เปิดวิดีโอสอนภาษาให้เด็กดู แต่หลายครั้งที่เราเห็นผู้ปกครองใช้สมาร์ตโฟนเป็นเครื่องทุ่นแรงในการเลี้ยงเด็ก จนเด็กติดมือถือ โดยขาดความเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปัญหาเด็กติดมือถือจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเด็กเห็นตรงกันว่าพฤติกรรมติดมือถือนำไปสู่ปัญหาพัฒนาการในเด็ก มากแค่ไหนถึงเรียกติดมือถือ? จากสถิติปัจจุบันพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับมือถือเฉลี่ย 5 ชั่วโมง/วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเด็กไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง/วัน หรือมากสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน หากเกินกว่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการใช้มือถือมากเกินไป นอกจากเรื่องเวลาแล้ว หากเด็กเริ่มไม่สนใจเรียน ทำกิจกรรมอื่นน้อยลง ใช้เวลากับมือถือมากขึ้น โมโหหรืองอแงเมื่อไม่ให้เล่นมือถือ ปวดหัว ปวดคอ หรือมีปัญหาด้านการนอนหลับก็เรียกว่าติดมือถือได้แล้ว  เกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กติดมือถือ? การให้เด็กเล่นมือถือเพียงครั้งคราวไม่ได้ส่งผลเสียที่น่ากังวลใจ แต่เมื่อเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดมือถือและใช้เวลาอยู่กับมือถือมากขึ้นอาจส่งผลกระทบในด้านต่อไปนี้ได้ พัฒนาการช้า การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือวันละหลายชั่วโมงเป็นการปิดกั้นเด็กจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาควรได้ทำตามช่วงวัย อย่างการออกไปวิ่งเล่น พูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน และการเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของเด็ก โดยผลลัพธ์ของพัฒนาการที่ช้าลงพบได้ดังนี้ อาการสมาธิสั้น เราได้ยินกันมานานว่าพฤติกรรมติดมือถือทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น ซึ่งเป็นเรื่องจริง แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมติดมือถือยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น ใจร้อน หงุดหงิดง่าย แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ แต่หากสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังจนเป็นความเคยชินอาจส่งผลเสียที่รุนแรงให้กับตัวเด็กตั้งแต่ช่วงอายุนั้นดังกล่าวจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จากการสำรวจในโรงเรียนมัธยมปลาย 2,500…
Beautiful Model Girl With Perfect Fresh Clean Skin. Youth And Skin Care Concept. Isolated On Pastel Brown Background.
16/01/2023

ดูแลผิวอย่างไรเมื่อเข้าใกล้เลข 3 ? เทคนิคหน้าเด็ก ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย

หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในของร่างกายตนเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานไม่ดี และเริ่มรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยอาการเหล่านี้เราสามารถดูแลได้ด้วยการใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้ เราไม่ได้จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เราจะพูดถึงริ้วรอย หรือสภาพผิว ที่แสดงออกให้เห็นชัดที่สุดว่า คุณเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว! เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น ไม่กระชับนั่นเอง ขณะเดียวกันบางคนอาจจะแย้งว่า แล้วทำไมบางคนที่อายุมากแล้วแต่กลับมีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยได้ ? ทำไมบางคนถึงหน้าเด็กกว่าวัย ? เหตุผลข้อแรกคงต้องยกให้เรื่องของพันธุกรรม เพราะเราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าพันธุกรรมเป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ บางคนพื้นฐานมีผิวพรรณที่ดี ชุ่มชื้น อิ่มฟู ก็จะทำให้ใบหน้าดูสดใสราวกับยังอายุยี่สิบต้น ๆ แต่หากพันธุกรรมมาดีแต่ไม่ดูแลตนเองเพิ่มเติมก็สามารถมีผิวที่ดูแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน  หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ากลุ่มคนที่มีรูปหน้าทรงกลม มักจะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากกว่าคนที่มีหน้าทรงรูปไข่ เพราะคนรูปหน้าทรงกลมจะมี Baby Fat หรือ ไขมันบริเวณหน้าแก้มมากกว่ากลุ่มคนที่มีใบหน้ารูปไข่  ทำให้เมื่ออายุมากขึ้น Baby Fat เหล่านี้จะทำให้ดูผิวพรรณเต่งตึง ในขณะที่คนทรงหน้ารูปไข่เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง ใบหน้าก็จะยิ่งดูเล็ก หน้าตอบขึ้น และทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้มากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวย…
10/01/2023

แดดแรงแค่ไหนก็ไม่กลัว ด้วยแอปพลิเคชัน UVLens

แสงแดดและรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผิวได้โดยตรง ตั้งแต่ปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวอ่อนแอ ผิวไหม้แดด เสี่ยงต่อโรคผิวหนัง และที่น่ากังวลที่สุดคือรังสียูวีเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งแดดเมืองไทยก็ร้อนแทบตลอดทั้งปี การปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อเลี่ยงปัญหาผิว UVLens เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้การป้องกันผิวจากรังสียูวีมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแอปพลิเคชันนี้จะบอกความเข้มข้นของรังสียูวีในแต่ละช่วงเวลา พร้อมให้คำแนะนำในการปกป้องผิวและอีกหลากหลายฟีเจอร์ที่คนรักผิวไม่ควรพลาด UVLens ใช้งานอย่างไร มีฟีเจอร์อะไรบ้าง? คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน UVLens ลงบนสมาร์ตโฟนได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนวิธีใช้งานก็ง่ายมาก เมื่อเข้าไปในแอปพลิเคชันจะมีการขอเข้าถึงโลเคชันหรือสถานที่ของคุณเพื่อความแม่นยำในการระบุความเข้มข้นของแสงยูวีในแต่ละพื้นที่ พอกดตกลงแอปพลิเคชันจะดึงข้อมูลสถานที่ให้อัตโนมัติ หน้าแรกด้านบนสุดคุณจะเห็น (1) ข้อมูลโดยรวม ทั้งอุณหภูมิ ปริมาณก้อนเมฆ ช่วงเวลาที่คุณควรระวังแสงยูวี และตำแหน่งที่คุณอยู่ โดยตรงตำแหน่งที่ตั้ง คุณสามารถแตะเพื่อเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นที่คุณต้องการได้ (2) ถัดมาคือฟีเจอร์ไฮไลต์ของ UVLens ซึ่งก็คือนาฬิกายูวีที่ทำหน้าที่ในการบอกว่าในแต่ละช่วงเวลามีความเข้มข้นของรังสียูวีมากน้อยแค่ไหน คุณสามารถใช้นิ้วแตะเพื่อนเลื่อนเพื่อดูความเข้มข้นของรังสียูวีได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับด้วยกัน ส่วนด้านล่าง สามารถเลือกดูความเข้มข้นของรังสียูวีในส่วนของวันนี้และวันพรุ่งนี้ได้ เมื่อใช้รวมกับฟีเจอร์เปลี่ยนสถานที่ในข้อ (1) จะเหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางหรือไปเที่ยวต่างสถานที่ เพราะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือกับแสงแดดและสภาพอากาศได้มากขึ้น (3) My Skin เป็นฟีเจอร์ที่ให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นเพศ สีตา…
29/12/2022

4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นตลอดหน้าหนาว

แม้หน้าหนาวเมืองไทยจะอยู่ไม่นานและไม่ได้หนาวอย่างที่เราหวังไว้ทุกปี แต่ปัญหาผิวแห้งก็เกิดขึ้นได้ เพราะความชื้นในอากาศลดลง พอความชื้นในอากาศต่ำกว่าผิวเรา น้ำในผิวจะถูกดึงออกไปจากผิวชั้นนอก การเผชิญลมหนาวในช่วงปลายปีหรือการอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ อาจพรากความชุ่มชื้นในผิวหนังออกไปจนเกิดปัญหาผิวแห้งแตก เป็นขุย เกิดอาการคันและระคายเคืองง่ายจนส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตได้ การดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอเลยเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจและทำเป็นประจำไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ตาม และหากคุณผิวแห้งเป็นทุนเดิมก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บทความนี้เลยเอา 4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นเพื่อป้องกันผิวแห้งที่ใช้ได้ทั้งในช่วงหน้าหนาวและตลอดปีมาฝากกัน 4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้น การเติมความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้ง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและเลือกสกินแคร์ให้เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว 1. อาบน้ำอุ่นได้ แต่อย่านานเกิน การอาบน้ำอุ่นเป็นทางรอดในหน้าหนาวที่หลายคนเลือกใช้เมื่อเผชิญกับน้ำและอากาศที่เย็นขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสบายตัว แต่การอาบน้ำอุ่นเพลินเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งได้ รวมถึงคนที่ชอบการอาบน้ำที่ร้อนจัด เพราะน้ำที่อุณหภูมิสูงจะชะล้างไขมันบนชั้นผิวออกมากเกินไป รวมถึงไขมันบนชั้นผิวที่ช่วยเคลือบผิวเพื่อป้องกันน้ำในชั้นผิวระเหยด้วย โดยเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำคือ 5–10 นาทีสำหรับการอาบน้ำแต่ละครั้งไม่ว่าจะน้ำอุณหภูมิไหนก็ตาม และอีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว หากสบู่ที่ใช้อยู่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้ แนะนำว่าไปหาซื้อสบู่หรือครีมอาบน้ำใหม่จะดีกว่า เพราะความรู้สึกแห้งตึงหลังทำความสะอาดนั้นหมายถึงสารทำความสะอาดที่แรงต่อผิวเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาผิวแห้งและระคายเคืองได้ 2. ทาสกินแคร์หลังอาบน้ำทันที อาบน้ำเสร็จแล้วใช่ว่าจะจบ เพราะต่อให้คุณอาบน้ำตามเวลาหรือแม้แต่อาบน้ำเย็น สบู่ที่ฟอกผิวก็กำจัดไปทั้งสิ่งสกปรกและไขมันบนผิวบางส่วนออก หลังอาบน้ำจึงเป็นช่วงเวลาที่น้ำในชั้นผิวเสี่ยงต่อการระเหยออกมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาทองของการเติมความชุ่มชื้นและสารบำรุงให้ผิว การทาครีมหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังหมาด ๆ จะช่วยให้น้ำที่หลงเหลือบนผิวและมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ซึมสู่ผิวและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ยิ่งถ้าสกินแคร์ของคุณมีสารบำรุง ช่วงเวลานี้แหละที่คุณไม่ควรพลาด 3. เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ตามสภาพผิว ไม่ว่าผิวแบบไหนก็ต้องการความชุ่มชื้น แม้ว่าคุณจะเป็นคนผิวมันก็ตาม…
pork sliced grilling on hot pan - asian style
29/12/2022

บอกเทคนิค กิน ‘หมูกระทะ-ชาบู’ ยังไงให้สุขภาพดี!

ไหนใครสายหมูกระทะ-ชาบูบ้าง ? เชื่อว่าการกินบุฟเฟต์ปิ้ง ย่าง หมูกระทะ ชาบู กลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับใครที่กำลังคุมน้ำหนักเห็นทีคงโอดครวญ เพราะการกินบุฟเฟต์แทบจะเป็น ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับคนที่กำลังอยากลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณอยากกินนาน ๆ ครั้ง ยิ่งช่วงเทศกาลแบบนี้ขอสักหน่อยคงไม่เป็นไร เรามีเทคนิคการกินหมูกระทะ-ชาบู แบบไม่ต้องกลัวอ้วน และบอกเลยว่าเมนูนี้กินแล้วสุขภาพดีกว่าที่หลายคนคิด! 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารแปรรูป ทราบกันดีว่าเมนูที่ติดมันมักจะอร่อยเสมอ ทั้ง หมูสามชั้น ทั้งเบคอน ให้ห้ามคงยาก แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ควบคุมปริมาณการกินน่าจะดีกว่าการหักดิบไม่กินเลย หรือลองเปลี่ยนมาสั่งเนื้อที่ไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนพวกลูกชิ้นและไส้กรอกต่าง ๆ ที่เป็นอาหารแปรรูปเลี่ยงได้เลี่ยง เพราะมีทั้งแป้งและโซเดียมทำให้เกิดอาการตัวบวมน้ำได้ ที่สำคัญเนื้อไก่มีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้ออีกด้วย 2. สั่งซุปน้ำใส เดี๋ยวนี้เวลาไปกินชาบูแต่ละร้านก็มักจะมีน้ำซุปให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส ซุปน้ำดำ หรือซุปต้มยำ ทางเลือกสำหรับสายสุขภาพก็คือ ควรเลือกซุปน้ำใส เพราะมักเป็นซุปที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด ปริมาณโซเดียมไม่เยอะเท่าน้ำซุปชนิดอื่น แต่ถามว่าพอสั่งซุปน้ำใสแล้วเราจะมาสามารถซดน้ำได้อย่างสบายใจหรือไม่ บอกเลยว่าถึงอย่างไรในน้ำซุปใสก็มีโซเดียมอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการซดน้ำเยอะ ๆ เพราะโซเดียมจะทำให้ตัวบวมได้ เกร็ดเล็ก ๆ วิธีแก้ตัวบวมจากโซเดียมง่าย ๆ…
วิธีรับมือกับซึมเศร้าหลังหยุดยาว
28/12/2022

สุดเหวี่ยงกับวันหยุด แล้วกลับมาเศร้าสุด ๆ กับ Post-Holiday Blue

ช่วงวันหยุดยาวคงหลายคนคงได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกิน จะนอน ไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นกันแบบสุดเหวี่ยง แต่เคยสังเกตไหมว่า พอกลับมาทำงานหลังจากวันหยุดยาวมักจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงาน หมดไฟ ทำงานไม่เสร็จ บางคนถึงกับดูซึมลงจนเพื่อนร่วมงานเข้ามาทัก ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจมาจากภาวะซึมเศร้าหลังหยุดยาวที่เรียกว่า Post-Holiday Blue หรือ Post-Vacation Blue Post-Holiday Blue คืออะไร? Post-Holiday Blue เป็นภาวะทางอารมณ์ที่พบได้หลังช่วงวันหยุดยาว เหตุผลก็มาจากการที่ในช่วงหยุดยาวเราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้ทำสิ่งที่ชอบ เกิดความทรงจำและความรู้สึกที่ดีมากมาย ซึ่งสมองและความรู้สึกยังคงต้องการและผูกติดกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ แต่พอตัดภาพมาวันถัดไปที่ต้องทำงาน บางคนต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เจอรถติด บางคนอาจจะต้องทำงานเดิมซ้ำ ๆ หรือต้องทำงานภายใต้ความเครียดหรือความกดดัน ซึ่งแตกต่างจากโมเมนต์ดี ๆ ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาลิบลับ ผลลัพธ์เลยอาจออกมาเป็นความเศร้า ความเครียด ไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ คิดงานไม่ออก หรืออารมณ์ไม่ดี แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่นอกจากการกลับมาทำงานหลังหยุดยาวแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็อาจเพิ่มโอกาสของภาวะนี้ได้ด้วย เช่น บรรยากาศช่วงปลายปี ฟ้าครึ้ม อากาศที่เย็นลง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจผลต่อกลไกบางอย่างของสมอง พักผ่อนน้อยจากการสังสรรค์หรือเดินทาง หรืองบการไปเที่ยวนั้นบานปลายกว่าที่คิดไว้…
28/12/2022

ดื่มยังไงให้ตื่นไหว? 5 เคล็ดลับไม่กลัวแฮง พร้อมฉลองปีใหม่

เทศกาลสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กำลังจะมาถึงอีกปี หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่เฉลิมฉลอง หรือบางคนก็อาจจะกินเลี้ยงและพักผ่อนกับครอบครัวตนเอง ส่วนสายดื่มทั้งหลายอาจจะตั้งใจเมาข้ามปีกันไปเลย แต่หากคุณรู้ตัวว่าวันรุ่งขึ้นยังมีภารกิจต้องทำ และอาจไม่ชอบความรู้สึกเวลาแฮงหรือเมาค้าง เรามีเคล็ดลับดื่มได้นาน เมาช้า และไม่เมาค้างในวันรุ่งขึ้นมาฝาก 1. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เคยสังเกตไหมว่าเวลาดื่มแอลกอฮอล์ทีไร หากปล่อยให้ท้องว่างไม่ได้รับประทานอาหารก่อน มักจะรู้สึกมึนเมาง่ายและไวมากกว่าปกติ นั่นเพราะว่าการปล่อยให้ท้องว่างแล้วดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากในกระเพาะไม่มีอาหารให้ดูดซึมนั่นเอง การรับประทานข้าวหรือของว่างก่อนดื่มก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ช้าลง และไม่เมาไว 2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ต่อให้ตั้งใจว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มหลักของคืนนี้ แต่น้ำเปล่าก็ยังจำเป็นต่อร่างกายเสมอ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ การดื่มน้ำระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยเติมน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป  อีกทั้ง น้ำเปล่ายังเข้าไปทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดจางลง ดังนั้น หากอยากเน้นดื่มสนุกไม่เมาไว หรือเมาค้างในวันรุ่งขึ้นก็อย่าลืมหันมาจิบน้ำเปล่าบ้าง 3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิดผสมกัน ทุกคนที่เคยผ่านประสบการณ์ ‘ดื่มผสม’ ก็คงจดจำความรู้สึกได้ดี เพราะการดื่มผสมไม่เพียงแต่ทำให้เมาเร็วกว่าปกติเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบตอนตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นอีกด้วย เพราะในแอลกอฮอล์มีสาร Congeners ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการหมักแอลกอฮอล์ หากดื่มในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง และการดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทผสมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ เหล้า เบียร์ หรือโซจู  ก็อาจทำให้คุณดื่ม Congeners ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้รู้สึกเมาง่าย และเมาค้าง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง…
22/12/2022

ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด?

หลับในระหว่างขับรถเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ของอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้สถิติจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมจะระบุว่าพบอุบัติเหตุจากการหลับในแค่เพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่คนขับหลับในอาจทำให้เกิดการสูญเสียได้ไม่ต่างจากสาเหตุอื่น ทั้งทรัพย์สิน อวัยวะ และชีวิต ทั้งต่อตัวคนขับและคนอื่น ๆ ปัจจัยที่ทำให้หลับในระหว่างขับรถเกิดได้ทั้งจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โรคเกี่ยวกับการนอน การใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึม การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงความเหนื่อยล้าสะสม แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เวลาในช่วงที่ขับขี่ก็ส่งผลอาจเพิ่มความเสี่ยงของการหลับในได้เช่นเดียวกัน Hack for Health จะพาคุณไปดูช่วงเวลาที่คนมักจะหลับในกัน ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด? คุณเคยมีประสบการณ์ง่วงตอนขับรถ ขณะทำงาน หรือขณะเรียนไหม? หากมีก็คงจะพอรู้ว่าสติ สมาธิ และความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ลืมตาไม่ขึ้น หรือบางคนก็ถึงขั้นสัปหงก แต่เคยสังเกตไหมว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของวัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าคนมักจะหลับในได้บ่อยใน 2 ช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงเวลาแรก: เที่ยงคืน ถึง 6 โมงเช้า การจะรู้สึกง่วงในช่วงเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับ เดิมทีร่างกายมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian rythm) อยู่ พอตกกลางคืนขึ้นร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลั่งสารที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้ร่างกายและสมองผ่อนคลายพร้อมนอนหลับเลยทำให้คุณรู้สึกง่วงแบบสุด ๆ จึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุจากการหลับในจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลานี้…
22/12/2022

Holiday Heart Syndrome โรคฮิตช่วงหยุดยาว

ทุกเทศกาลและวันหยุดยาว อย่างช่วงปีใหม่และสงกรานต์ การเฉลิมฉลองด้วยอาหารและการตั้งวงสังสรรค์ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย และไม่ใช่แค่คืนเดียวเท่านั้น หลายคนอาจฉลองด้วยต่อเนื่องกันหลายคืน Hack for Health เลยอยากพาคุณไปรู้จักกับ Holiday Heart Syndrome หรือ โรคหัวใจในวันหยุด ที่อาจถามหาเมื่อคุณปาร์ตี้มากเกินไป Holiday Heart Syndrome คืออะไร? Holiday Heart Syndrome เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิดหนึ่งก็ได้ แต่ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Holiday Heart Syndrome ก็เพราะว่าในช่วงหยุดยาวและหลังหยุดยาว คนมักมาโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้กันบ่อยขึ้น แม้เดิมทีจะพบได้ตลอดปีอยู่แล้วก็ตาม ปัจจัยก็มักมาจากการที่ผู้คนเฉลิมฉลองด้วยการกินดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงเทศกาล โดยเฉพาะอาหารที่รสเค็มจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับบางคนได้มาเจอครอบครัวหรือเพื่อนที่มีเรื่องราวให้คุยกันมากมาย ทำให้พักผ่อนน้อยก็อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ง่ายขึ้น เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่นอนน้อย ปาร์ตี้หนักก็อาจเจออาการของภาวะนี้ได้ เช่น อาการ Holiday Heart Syndrome มักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หากใครมีอาการติดต่อกันนานหรือดูรุนแรงกว่าปกติ…
Morgan Freeman World Cup Qatar 2022
22/11/2022

ทำไม Morgan Freeman สวมถุงมือข้างเดียวในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เรื่องนี้เกี่ยวกับสุขภาพของเขา

ไขข้อสงสัย ทำไม มอร์แกน ฟรีแมน (Morgan Freeman) ปรากฏตัวพร้อมกับถุงมือสีเบจที่มือข้างซ้าย ในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์
Chris Hemsworth
18/11/2022

Chris Hemsworth ตรวจพบยีนเสี่ยง มีแนวโน้มเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนปกติ 8-10 เท่า!

นักแสดงหนุ่ม คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) เปิดเผยในสารคดี ‘Limitless with Chris Hemsworth’ ว่าตรวจพบยีนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไป 8-10 เท่า
26/08/2022

กลับมาอีกแล้ว! ‘ไข้หวัดมะเขือเทศ’ กำลังระบาดในอินเดีย โดยเฉพาะในเด็ก

ประเทศอินเดียกำลังพบเจอกับไวรัสตัวใหม่ที่เรีกยว่า 'ไข้หวัดมะเขือเทศ' ซึ่งเริ่มระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่เด็กเล็ก จนทำให้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเร่งศึกษาเพื่อออกคำแนะนำด้านสุขภาพ หลังพบเคสติดเชื้อกว่า 100 รายในประเทศแล้ว
22/08/2022

ไม่ใช่แค่เบาหวานแล้ว! นักวิจัยทดลองให้หนูกินน้ำอัดลม 2 เดือน พบว่าหนู ‘ฉลาดน้อยลง’

เรารู้กันดีว่าการดื่มน้ำอัดลมจำนวนมากอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ แต่จริง ๆ มันอาจส่งผลถึงสมองด้วย ในการศึกษาไม่นานมานี้ ทีมวิจัยค้นพบว่าการให้น้ำอัดลมแก่หนูอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองของพวกมันได้รับความเสียหายมากพอจนเกิดปัญหาด้านความจำ สติปัญญา และความเครียดได้
ผลการศึกษาเผยว่าการสัมผัสมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’
24/05/2022

ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’

การศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่าการสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Cognitive Decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควร
ผ่าตัด
15/04/2022

หมอขอร็อก! วิจัยเผย แพทย์ที่ฟังเพลงร็อกวง ‘AC/DC’ ระหว่างผ่าตัด จะทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิม ยิ่งเปิดดังยิ่งดี!

การฟังเพลงไม่ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตเพียงแค่ให้ความบันเทิงเริงใจเท่านั้น ล่าสุด ผลงานการวิจัยของประเทศเยอรมนีได้เปิดเผยว่า การฟังเพลงของวงร็อกระดับตำนาน มีส่วนช่วยทำให้การผ่าตัดมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
Emilia Clarke
31/03/2022

ย้อนรอย ‘เอมิเลีย คลาร์ก’ รอดตายจากโรคสมอง 2 ครั้ง และ ‘อาการบกพร่องทางการสื่อความ’ ที่ทำให้จำชื่อตัวเองไม่ได้

ข่าวการประกาศวางมือจากอาชีพนักแสดงของนักแสดงรุ่นใหญ่ 'บรูซ วิลลิส' (Bruce Willis) เนื่องจากตรวจพบอาการ 'Aphasia' หรือ 'โรคภาวะบกพร่องทางการสื่อความ' กลายเป็นประเด็นน่าสนใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่า 'เอมิเลีย คลาร์ก' (Emilia Clarke) ก็เคยต้องประสบกับโรคนี้เช่นกัน

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…