Samsung ได้พัฒนาชิปเซตที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร รุ่นแรกของแบรนด์ นั่นคือ Exynos 2600 มาอย่างยาวนาน โดยทางแบรนด์ได้เริ่มเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนให้ทราบเป็นลำดับ ซึ่ง Samsung ตั้งเป้าจะเริ่มจัดส่ง Exynos 2600 ในปี 2026 โดยจะเริ่มนำไปใช้กับสมาร์ตโฟนเรือธงซีรีส์ Galaxy S26 ของแบรนด์ เวอร์ชันที่จะจำหน่ายในตลาดโซนยุโรปก่อนเป็นลำดับแรก
ล่าสุด Samsung ได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ Exynos 2600 ในรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 (ระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568) ระบุว่าทางแบรนด์คาดหวังกับชิปเซตเรือธงรุ่นล่าสุดนี้เอาไว้ค่อนข้างสูง
เดิมที Samsung ประสบปัญหาด้านกลยุทธ์สำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงที่จะจำหน่ายระดับโลก โดยผู้บริโภคในตลาดโซนยุโรปมักได้ใช้ศักยภาพจากชิปเซตตระกูล Exynos ของแบรนด์ ที่มีความเร็วในการประมวลผลและจัดการพลังงานได้น้อยกว่าชิปเซตตระกูล Snapdragon ของ Qualcomm ที่ติดตั้งในสมาร์ตโฟนเรือธงสำหรับจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ

แต่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในปี 2026 นี้ เนื่องจาก Samsung Galaxy S26 และ Galaxy S26+ จะได้ใช้ศักยภาพจาก Exynos 2600 ในขณะที่ Galaxy S26 Ultra เวอร์ชันจำหน่ายทั่วโลกนั้น คาดว่าจะยังคงติดตั้งชิปเซต Snapdragon ของ Qualcomm เช่นเดิม โดยคาดว่าจะเป็น Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 3 นาโนเมตร
Samsung ได้แสดงความมั่นใจว่า กระบวนการ GAA (Gate-All-Around) ระดับ 2 นาโนเมตร นี้ ช่วยให้ Exynos 2600 มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 5%, ลดการใช้พลังงานลง 8% และลดขนาดของชิปเซตลง 5% เมื่อเทียบกับชิปเซต Exynos ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 3 นาโนเมตร
แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ก็เพียงพอจะทำให้เรือธงของ Samsung กลับมาเป็นที่สนใจในตลาดระดับโลกอีกครั้ง โดยทางบริษัทได้รับคำสั่งซื้อเรือธงซีรีส์ Galaxy S26 จำนวน 1 ใน 4 ของทั้งหมดที่บริษัทวางแผนผลิต
นอกจากนี้ Samsung ยังสามารถคว้าสัญญามูลค่า 16,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 634,600 ล้านบาท) สำหรับการผลิตชิป AI6 ให้แก่ Tesla ซึ่งชิปดังกล่าวจะได้รับการผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร เช่นเดียวกัน

Samsung ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ Exynos 2600 มีอัตราความสำเร็จจากการผลิตบนแผ่นซิลิคอน 1 แผ่น (Yield Rate) อยู่ที่ 60% ซึ่งเพียงพอให้ทางบริษัทตัดสินใจเริ่มการผลิตอย่างเต็มกำลัง และคาดว่าจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนในการผลิตได้ 20 – 30 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 650 – 1,000 บาท) ต่อชิ้น เมื่อเทียบกับชิปเซตของ Qualcomm
กล่าวคือ Eyxnos 2600 จะช่วยให้ Samsung ลดต้นทุนวัตถุดิบ (BoM : Bill of Material) สำหรับ Galaxy S26 ในตลาดโซนยุโรปลงได้
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Samsung จะแบ่งการติดตั้ง Exynos 2600 และ Snapdragon 8 Elite Gen 5 ใน Galaxy S26 สำหรับตลาดต่าง ๆ ออกเป็น 50/50 ดังนี้
- Samsung Galaxy S26 ที่วางจำหน่ายในเกาหลีใต้, ยุโรป และประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น จะติดตั้ง Exynos 2600
- Samsung Galaxy S26 ที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ, จีน และญี่ปุ่น จะติดตั้ง Snapdragon 8 Elite Gen 5










