Google เปิดตัว Gemini 3 และ 3 Pro รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยรอบนี้เคลมว่า ฉลาด ลึกซึ้ง มีเหตุมีผล และคิดเป็นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม BT beartai รวบรวมมาไว้ให้ลูกเพจแล้วครับว่า ฟีเจอร์และจุดเด่นของโมเดล Gemini 3 และ 3 Pro ทำอะไรได้บ้าง ?
ระบบการคิดวิเคราะห์แบบใหม่ (Thinking Mode)
จุดเด่นที่สุดของ Gemini 3 คือการหยุดคิด แล้วค่อยตอบคำถาม (Thinking Models) ทำให้สามารถจัดการกับโจทย์ที่มีความซับซ้อนสูงได้ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ การวางแผนงาน หรือการเขียนโปรแกรม โดยระบบจะปรับระดับการคิด ให้เหมาะสมกับคำถามนั้น ๆ โดยอัตโนมัติ หรือผู้ใช้สามารถเลือกกำหนดเองได้
เก่งรอบด้าน ทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ
Gemini 3 Pro ถูกออกแบบมาให้เข้าใจข้อมูลหลายรูปแบบพร้อมกันได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่รวมถึงรูปภาพ เสียง และวิดีโอ ตัวอย่างเช่น เราอัปโหลดวิดีโอการเล่นกีฬาเพื่อให้ AI ช่วยแนะนำท่าทางที่ถูกต้อง หรือถ่ายรูปเอกสารลายมือที่อ่านยากเพื่อให้ AI ช่วยแกะความให้ ซึ่งรุ่นนี้ทำได้ดีมากกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
เขียนโคดและสร้างแอปฯ
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจมาก ๆ คือ “Vibe Coding” ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างแอปฯ เกม หรือหน้าเว็บง่าย ๆ ได้จากการพิมพ์ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องโคดเยอะมากก็ได้ แต่ AI จะทำหน้าที่เขียนโคดและสร้างหน้าตาโปรแกรม ออกมาให้ใช้งานได้จริงทันที
ผ่านการทดสอบเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก
จากการทดสอบด้วยเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก (Benchmarks) Gemini 3 Pro ทำคะแนนได้สูงเป็นอันดับ 1 ในหลายรายการ Humanity’s Last Exam (HLE) ทำคะแนนได้ 37.5% (และรุ่น Deep Think ทำได้ 41%) ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอย่าง GPT-5.1 ส่วนด้านความแม่นยำ Google ระบุว่ารุ่นนี้มีความแม่นยำของข้อมูลสูงขึ้น ตอบมั่วน้อยลง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
เปิดให้ใช้งานหรือยัง ?
Gemini 3 Pro เปิดให้ใช้งานแล้วทั้งแอปฯ Gemini และบนเว็บไซต์ ส่วน Gemini 3 Deep Think เป็นรุ่นที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ขั้นสูงกว่า จะเปิดให้ใช้งานในภายหลังสำหรับผู้สมัครสมาชิก Google AI Ultra และกลุ่มผู้ทดสอบความปลอดภัยก่อน










