ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ชนะศึกแต่แพ้สงคราม ? เมื่อสหรัฐฯ All-in ด้าน AI แต่จีนกระจายความเสี่ยงผสาน AI ยึดครอง Real Sector

Table of Content

ในสมรภูมิเทคโนโลยีที่ร้อนแรงที่สุดในศตวรรษนี้ สหรัฐอเมริกาและจีนต่างขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สหรัฐฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลกว่า 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีหน้า ซึ่งทิ้งห่างจีนที่ลงทุนในด้านนี้เพียง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างขาดลอย

ดูเผิน ๆ สหรัฐฯ อาจเหมือนผู้ชนะที่นอนมาในเกมนี้ แต่ความจริงอาจซับซ้อนกว่านั้น เพราะในขณะที่สหรัฐฯ ทุ่มหมดหน้าตักไปกับ AI จีนกลับเลือกเดินเกมที่ต่างออกไป ด้วยการกระจายทรัพยากรไปยึดครองตลาดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จับต้องได้อย่าง ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ และพลังงานสะอาดอย่างอื่นแทน

มุมมองต่อการพัฒนา AI ที่ไม่เหมือนกันแต่แรก 

จีนเคยย้ำว่า AI ถือเป็นความสำคัญหลักในการพัฒนาเชิงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และอยากเป็นผู้นำด้าน AI ภายในปี 2030 ด้วยซ้ำ แต่ในความหมายนี้อาจจะไม่ได้หมายถึงการพัฒนา AI อย่างเดียว เพราะทางฝั่งนักเศรษฐศาสตร์ของจีนมองว่า AI เปรียบเสมือน ‘เครื่องมือ’ ในการสร้าง ‘Superintelligence’ คือ AI จะถูกนำมาพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้าและบริการควบคู่กับการครองตลาดอื่นเช่น รถไฟฟ้า แผงโซลาร์ และแบตเตอรี่ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือ AI โดด ๆ แบบที่สหรัฐฯ เลือกทุ่มทุน 

มาในฝั่งของสหรัฐฯ ที่มองว่า การที่สหรัฐฯ ทุ่มงบกว่า 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้าง Chatbot ที่เก่งขึ้น หรือหารายได้จากการโฆษณาเท่านั้น แต่ลึกลงไปในซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley) มันคือการเดิมพันด้วยความเชื่อระดับจิตวิญญาณที่มองว่า AI คือทางรอดเดียวของมนุษยชาติ 

ความเสี่ยงของสหรัฐฯ ที่จีนอาจจะมองว่าไม่คุ้ม 

ตอนนี้เรากำลังเห็นว่าสหรัฐฯ มอง AI เป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งก็เป็น AI ประเภทที่เราเห็นว่ามันจะเข้ามาแทนที่อาชีพของมนุษย์อย่างที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะเขาต้องการสร้าง AI ให้เป็นเทพจริง ๆ นั่นคือเป้าหมายหลักอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่ AI ไม่สามารถสร้างผลกำไรหรือเปลี่ยนแปลงโลกได้ตามที่โฆษณาไว้ สหรัฐฯ จะไม่มีแผนสำรอง เพราะได้ลดการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและพลังงานสะอาดลง (ภายใต้นโยบายตัดงบพลังงานสะอาดของโดนัลด์ ทรัมป์ล่าสุด)

ดังนั้นหากมองในมุมนี้ จีนเลือกที่จะกระจายการลงทุนอย่างระมัดระวัง มากกว่าเอาชนะในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง โดยจีนกระจายความเสี่ยงไว้หลายทาง หาก AI สะดุด จีนก็ยังมีรากฐานอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีการผลิตที่แข็งแกร่งรองรับ

สรุปได้ว่า ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังหลงระเริงกับกับดักของเทคโนโลยี จนอาจละเลยรากฐานอื่น ๆ ทางเศรษฐกิจ จีนกำลังวางกลยุทธ์ที่เน้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืนมากกว่า โดยใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อเชื่อมโยงและเสริมแกร่งให้อุตสาหกรรมหลักที่ตนครองตลาดอยู่แล้วอย่างรถไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ 

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

สายอ่านเตรียมกรี๊ด ! Amazon ยกเครื่องตระกูล ‘Kindle’ ปี 2026 บางเบากว่าเดิม หน้าจอเรียบไร้ขอบ สีสันคิวต์ ๆ

02/10/2026
Read More

ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

02/10/2026
Read More

Bose เปิดตัวหูฟังมีสาย ตัดเสียงรบกวนได้ ไม่ต้องชาร์จ

02/10/2026
Read More

นักอ่านทุกเพศทุกวัย ฟังทางนี้ Big Bad Wolf กลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง ขนหนังสือภาษาอังกฤษ และภาษาไทยราคาดีมาให้เหมากันจุก ๆ

02/10/2026
Read More

กระทรวงมหาดไทย จับมือ คปภ. และ TGIA ย้ำผู้ว่า 76 จังหวัด เตรียมจ่ายประกันภัยพิบัติ เริ่ม 1 ตุลาคม 2026 

02/10/2026
Read More

ทรัมป์รวมพลตัวพ่อวงการเทคฯ สั่งเปลี่ยนชื่อ AI เป็น ‘Super Intelligence’ ลั่นอเมริกาต้องนำจีน !

02/10/2026
Read More

Related Content