ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

งานวิจัยในคนหลายร้อยคน พบว่าข้อความจาก AI มีความเห็นอกเห็นใจกว่ามนุษย์

Table of Content

แม้ว่าเราทุกคนล้วนเข้าใจว่า AI เป็นเพียงระบบที่มีวิธีการสื่อสารที่คล้ายกับมนุษย์ และไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึก หรือความเห็นอกเห็นใจใด ๆ แต่การวิจัยในคนกว่า 556 คน จาก University of Toronto พบว่าข้อความจาก AI แสดงความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ และใส่ใจได้ดีกว่ามนุษย์ที่ได้รับการเทรนมาเพื่อให้คำปรึกษาและปลอบใจ

นักวิจัยได้ป้อนข้อมูลแบบเดียวกันให้กับบุคลากรที่เข้าร่วม และ AI ซึ่งขอชวนคุณมาทดสอบร่วมกันว่าคุณรู้สึกดีกับคำปลอบโยนแบบไหนมากกว่ากัน โดยเรายกตัวอย่างข้อมูลเชิงลบ และคำตอบทั้ง 2 แบบมาให้ได้ลองอ่านกัน

*แปลภาษาโดย Google Translate และปรับแต่งคำเพิ่มเติม สามารถอ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ด้านล่างสุดของบทความ

ข้อมูลเชิงลบ

คำตอบที่ 1 : ฉันเสียใจที่ครอบครัวของคุณทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ ฉันเข้าใจว่าการไม่เคารพขอบเขตของกันและกัน และปล่อยให้คุณแบกรับความรับผิดชอบมากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกแย่ คุณสมควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและเห็นอกเห็นใจมากกว่านี้

คำตอบที่ 2 : ดูเหมือนว่าคุณกำลังอยู่ในจุดที่ยากลำบากจริง ๆ กับความรู้สึกถูกกดดันจากการคาดหวังและภาระที่เข้ามาหาคุณ และต้องเจอกับปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวภายในครอบครัว โปรดจำไว้ว่า ความต้องการมีพื้นที่ส่วนตัว และการมีอิสระในตัวเองของคุณ ท่ามกลางภาระของครอบครัวเป็นสัญญาณของการตระหนักรู้ในตัวตนของคุณและการใส่ใจต่อความเป็นอยู่ที่ดีของตัวคุณเอง

คุณรู้สึกว่าคุณชอบคำตอบแบบไหน…อันไหนเป็นคำตอบของมนุษย์หรือ AI ทดไว้ในใจแล้วดูเฉลยที่ท้ายบทความ

โดยผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบและรู้สึกดีกับคำตอบจาก AI มากกว่า นั่นเพราะว่า AI ถูกดีไซน์มาเพื่อตอบสนองต่อมนุษย์ได้ดีที่สุด AI สามารถรับรู้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และเป็นกลาง ซึ่งทำให้ AI แสดงความเห็นอกเห็นใจได้ดีกว่า

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังบอกด้วยว่า ในการปลอบประโลมใครสักคนนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย บุคลากรที่ต้องตอบสนองต่ออารมณ์ของผู้คน อาจมีความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน โดยเฉพาะการแสดงความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ยกตัวอย่างของคนที่ทำงานให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตผ่านโทรศัพท์ที่ต้องรับฟังปัญหาชีวิตของผู้คนหลายชั่วโมงต่อวัน

อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริบททางสังคมและจิตวิทยาได้ดีนัก ในความเป็นจริงในหลายสถานการณ์อาจต้องใช้ความละเอียดอ่อนทางด้านมนุษยธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในการปลอบประโลมความรู้สึกโดยคำนึงผลที่ตามมามากกว่าคำปลอบใจที่ทำให้รู้สึกดี โดยผู้เชี่ยวชาญทิ้งท้ายว่า AI สามารถเติมเต็มช่องว่างได้ แต่ไม่ควรเข้ามาแทนที่สัมผัสทางสังคมระหว่างมนุษย์”

เฉลย : คำตอบที่ 1 = มนุษย์ และคำตอบที่ 2 = AI

ข้อความต้นฉบับจากการทดลอง

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

‘Cats Lock’ นวัตกรรมแมวไล่แมว แอปฯ ล็อกคีย์บอร์ดกันแมวป่วนบน Macbook 

18/05/2026
Read More

ระดับโลก 3 ปีติด ! BDMS ยืนหนึ่งกลุ่ม Health Care Providers & Services ติด Top 1% ด้านความยั่งยืนจาก S&P Global 2026

18/05/2026
Read More

จากหนังสู่โลกจริง ! จีนเปิดตัว Unitree GD01 “หุ่นยนต์แปลงร่างขับได้” ในราคารถซูเปอร์คาร์

18/05/2026
Read More

XREAL แว่น AR อันดับ 1 ของโลก โดย Vgadz เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมโปรฯ “Exclusive First Batch” ประกันศูนย์ไทยและการดูแลโดยมือโปร

18/05/2026
Read More

เทียบสเปก Fitbit Air VS WHOOP 5.0 แกดเจตสายสุขภาพ ตัวไหนจบ

18/05/2026
Read More

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์เข้ากะคัดแยกพัสดุต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง ประสิทธิภาพเทียบเท่ามนุษย์

15/05/2026
Read More

Related Content