10 เกมที่คนญี่ปุ่นคิดว่ายอดเยี่ยมน่าจดจำไม่รู้ลืม

เมื่อพูดถึงเรื่องราวในวิดีโอเกมยุคสมัยที่เครื่องเกมยังเพิ่งเริ่มตั้งไข่ให้ชาวโลกรู้จัก ก็ได้นักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ทำให้ตลาดในวงการนี้ จนตลาดของวิดีโอเกมเริ่มเติบโตด้วยเกมระดับตำนานมากมายออกสู่ตลาด รวมถึงเครื่องเกมยอดนิยมอีกหลายเครื่อง ที่ในอดีตเกมที่วางขายในตลาดเกินครึ่งจะมาจากค่ายพัฒนาประเทศญี่ปุ่น วันเวลาผ่านไปแม้ในตอนนี้หลายประเทศเริ่มจะทำเกมดี ๆ ออกมาแข่ง แต่ประเทศญี่ปุ่นก็ยังยืนหนึ่งในการผลิตและสร้างเกมน้ำดีออกมา จนทำให้หลายคนเริ่มคิดและสงสัยกันว่า ในเมื่อประเทศเขามีเกมออกมามากมายขนาดนี้ แล้วคนในประเทศญี่ปุ่นเขาชอบเกมอะไรมากที่สุด ผ่านแบบสอบถามคนญี่ปุ่น 7,158 คนในหัวข้อ “วิดีโอเกมที่คุณชอบที่สุดในยุคเฮเซ” (ยุคสมัยของญี่ปุ่นที่นับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1989 ถึงวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2019) ที่ถือว่าครอบคลุมวงการเกมที่สุด มาดูกันว่ามีเกมอะไรที่คนญี่ปุ่นชอบบ้างมาดูพร้อมกันเลย

คำเตือน เนื้อหาในบทความเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ไม่สามารถใช้เป็นตัวยืนยันได้ 100% โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

อันดับที่ 10 Xenogears

Xenogears

เริ่มต้นจากอันดับ 10 เกมที่ชาวญี่ปุ่นคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุด นั่นคือเกม RPG บนเครื่อง ‘PlayStation 1’ อย่างเกม ‘Xenogears’ เกมภาษาแนวโลกอนาคตที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ 1998 ตัวเกมเรียกว่าเป็นเกม 3D เต็มรูปแบบเกมแรก ๆ ในยุคนั้น ที่ฉากจะไม่ใช่การตัดแปะ 2D ในฉากแล้วให้ตัวละครเดิน แต่ทั้งฉากจะมีมิติสามารถหมุนรอบทิศได้ นับเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก ๆ แถมระบบต่อสู้ของเกมนี้ยังน่าสนใจ เพราะนอกจากการต่อสู้แบบปกติที่เราเล่นแบบเกมภาษาในยุคนั้นแล้ว ตัวเกมยังเพิ่มระบบขับหุ่นมาต่อสู้ด้วยยิ่งเพิ่งความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่เรียกว่าจุดเด่นจริง ๆ ก็คือเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งกินใจกับเรื่องราวของสงครามที่ยาวนานหลายศตวรรษระหว่างประเทศของ ‘Aveh’ และ ‘Kislev’ กับการทำสงครามด้วยชุดหุ่นยนต์ยักษ์ ซึ่งถ้าคุณสงสัยว่าเกมนี้มันเกี่ยวอะไรกับเกมซีรีส์ ‘Xenoblade’ ก็คงต้องตอบว่าใช่และไม่ใช่ เพราะเกม ‘Xenoblade’ คือเกมที่สานต่อจิตวิญญาณและทีมพัฒนาจาก ‘Xenogears’ และถ้าคุณชอบซีรีส์ ‘Xenoblade’ คุณก็ไม่ควรพลาดเกมนี้ ในส่วนของความเห็นของชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งบอกว่า “เกม ‘Xenogears’ ช่วยฉันได้จริง ๆ ในตอนนั้น เพราะเนื้อเรื่องที่กินใจและสอนฉันในการใช้ชีวิต  มันอาจจะค่อนข้างแปลกที่จะบอกว่าฉันไม่ต้องออกจากโรงเรียนมัธยมเพราะเกมนี้” ใครอยากรู้ว่าเกมนี้สนุกขนาดไหนก็ลองไปหามาเล่นดู

Xenogears

อันดับที่ 9 Dragon Quest V Hand of the Heavenly Bride

 Dragon Quest V Hand of the Heavenly Bride

อันดับที่  9 กับเกมระดับตำนานที่นักเล่นเกมในยุค 90s จดจำและหลงรัก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบเกมซีรีส์ ‘Dragon Quest’ มาก ๆ ขนาดที่ว่าแค่ขายในประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวก็ทำให้ค่าย ‘Enix’ อยู่ได้ และมีกำไรพอที่จะสร้างภาคต่อภาคแยกภาคเสริมเรื่อยมา ซึ่งภาคที่ทำให้นักเล่นเกมชาวรักและคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดก็คือเกมภาคที่ 5 ของซีรีส์ ในชื่อ ‘Dragon Quest V Hand of the Heavenly Bride’ ตัวเกมวางจำหน่ายในปี 1992 บนเครื่อง ‘Super Famicom’ ตัวเกมภาคนี้เรียกว่าเป็นการก้าวกระโดดทั้งกราฟิกระบบการเล่นที่พัฒนาจากภาคก่อนอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ตายตัวแต่จะเปลี่ยนไปตามเนื้อเรื่อง การชักชวนมอนสเตอร์ที่สู้มาเป็นพวก แต่สิ่งที่ทำให้นักเล่นเกมจดจำมากที่สุดก็คือระบบเกม ที่ภาคนี้เราจะไม่ใช่ผู้กล้าแต่จะเป็นพ่อของผู้กล้า ที่ต้องเลือกเจ้าสาวเพื่อคลอดลูกฝาแฝดก่อนที่เราจะถูกสาปเป็นหินรอให้ลูกชายที่เป็นผู้กล้ามาช่วย ตัวเกมสมบูรณ์แบบทั้งเนื้อหาระบบการเล่น และภาคนี้ก็เป็นภาคที่ถูกเอามา  Remake บ่อยที่สุด ใครสนอยากเล่นแนะนำให้หาฉบับ ‘PlayStation 2’ มาเล่นเลย เพราะตัวเกมมีกราฟิก 3D ที่สวยงามที่สุด แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมชาวญี่ปุ่นถึงรักเกมภาคนี้

 Dragon Quest V Hand of the Heavenly Bride

อันดับที่ 8 Pokemon Red Green Blue และ Yellow

Pokemon Red Green Blue และ Yellow

คงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราจะได้เห็นเกมซีรีส์ ‘Pokemon’ ติดอันดับในบทความนี้ เพราะเมื่อดูจากผลการลงคะแนนจากชาวญี่ปุ่นที่ลงคะแนนให้ เกม ‘Pokemon’ ภาค Red, Green, Blue และ Yellow ติดอันดับที่ 8 นั้นก็มาจากความรู้สึกประทับใจของคนญี่ปุ่นในยุคนั้น ที่ได้เล่นเกมซีรีส์นี้ครั้งแรกไม่ว่าจะเป็นความเห็นที่บอกว่า “เกม ‘Pokemon’ เป็นเกมแรก ๆ ที่ฉันได้เล่น มันคือความทรงจำที่สำคัญในวัยเด็ก เพราะฉันได้เพื่อนที่เล่นเกมนี้เราแลกเปลี่ยนตัว ‘Pokemon’ กัน และพูดคุยเกี่ยวกับเกมนี้ในชั้นเรียน และเมื่อฉันเข้าไปใน Hall of Fame ครั้งแรก มันคือความรู้สึกดี ที่ฉันบอกกับตัวเองว่าเราได้ทำเรื่องใหญ่สำเร็จแล้ว” และไม่ใช่แค่ชาวญี่ปุ่นแต่ในบ้านเราก็เป็นแบบในประเทศญี่ปุ่น ไม่เชื่อลองถามนักเล่นเกมในยุคนั้นดูว่ามีความรู้สึกแบบนี้ไหม

Pokemon Red Green Blue และ Yellow

อันดับที่ 7 Final Fantasy X

Final Fantasy X

เมื่อมี ‘Dragon Quest’ ไปแล้วจะขาดซีรีส์ ‘Final Fantasy’ ไปได้อย่างไร ซึ่งเกม ‘Final Fantasy X’ ที่มาติดในอันกับที่ 7 นั้นก็เป็นกรณีเดียวกับ ‘Dragon Quest V’ ที่เมื่อตัวเกมขึ้นมาสู่ภาคใหม่บนเครื่องใหม่ ทุกคนต่างก็คาดหวังความสนุกตื่นเต้นที่มากขึ้น  ซึ่งเกม ‘Final Fantasy X’ ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เพราะทั้งกราฟิกที่เปลี่ยนจากภาพตัวละคร SD ที่ไม่ค่อยสวยเปลี่ยนมาเป็นกราฟิก 3D ที่สวยงามอลังการงานสร้างระเบิดภูเขาเผากระท่อมตั้งแต่เริ่มเกม แถมเนื้อเรื่องของเกมก็สนุกน่าติดตามกับการเดินทางมาต่างโลกของพระเอก และที่เป็นจุดขายมากที่สุดคือระบบการเล่นที่ภาคนี้ที่เราสามารถอัญเชิญเหล่าอสูรมาร่วมสู้ได้ในฐานะตัวละครคนหนึ่ง ยิ่งเป็นการต้องย้ำความต้องการของแฟน ๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยในตอนนั้น ขณะที่ความเห็นของชาวญี่ปุ่นบอกว่าชื่นชอบเนื้อเรื่องและความสัมพันธ์ระหว่าง ยูนา (Yuna) และ ทีดัส (Tidus) ที่แปลกใหม่น่าสนใจ กับเนื้อเรื่องที่ตรงกับคำที่ว่าจินตนาการที่ไม่มีวันสิ้นสุดจริง ๆ

Final Fantasy X

อันดับที่ 6 Ocarina of the Legend of Zelda

Ocarina of the Legend of Zelda

มาถึงอันดับที่ 6 ของเกมที่ชาวญี่ปุ่นลงคะแนนว่าเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุด กับเกมที่หลายคนซึ่งได้เล่นต่างพากกันยกนิ้วในความสนุก ทั้งเรื่องรูปแบบการเล่นกราฟิกไปจนถึงตัวละครในเกม ‘Ocarina of the Legend of Zelda’ เกมนำดีที่วางจำหน่ายบนเครื่อง ‘Nintendo 64’ ตัวเกมจะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเด็กชายชุดเขียว ที่ต้องเดินทางข้ามเวลาเพื่อแก้ไขสิ่งต่าง ๆ บนโลกที่กว้างใหญ่กับเนื้อหาที่เข้มข้นจริงจัง ซึ่งความเห็นของชาวญี่ปุ่นทั้งหมดที่เลือกเกมนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคือความรู้สึกประทับใจที่ได้เล่นเกมนี้ มันคือความสนุกน่าจดจำที่สุดบนเครื่องเกมที่ไม่ประสบความสำเร็จที่สุดของ ‘Nintemdo’ แต่กลับสร้างเกมที่เป็นตำนานมากที่สุดของค่าย ใครสนใจก็ลองไปหาฉบับ ‘3DS’ มาเล่นดู แล้วคุณจะหลงรักเกมนี้เหมือนคนอื่น ๆ

Ocarina of the Legend of Zelda

อันดับที่ 5 Okami

Okami

ผ่านมาครึ่งทางเรียบร้อยกับอันดับที่ 5 กับเกมที่มาก่อนก่อนกาลทั้งเนื้อเรื่องกราฟิกระบบการเล่น ที่เรียกว่าโดดเด่นสนุกน่าสนใจกับเกมหมาป่าเทพ ‘Okami’ เกมที่เราจะได้รับบทเป็น อามาเตราซุ (Amaterasu) หมาป่าเทพที่ออกมาช่วยผู้คน ซึ่งจุดเด่นของเกมนี้คือกราฟิกของเกมที่เป็นสีน้ำเหมือนภาพวาดด้วยพู่กันตลอดทั้งเกม แถมระบบการเล่นก็ใช้การเขียนตัวอักษรลงบนฉากเพื่อสร้างสิ่งต่าง ๆ  กับระบบต่อสู้ที่รวดเร็วเหมือนเกมแอ็กชัน ตัวเกมวางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง ‘PlayStation 2’ แต่น่าเสียดายที่ยอดขายเกมไม่ค่อยสวยเหมือนคำชมจากคนเล่น จึงทำให้เราไม่เห็นเกมนี้ภาค 2 ในตลาด ส่วนความเห็นของชาวญี่ปุ่นบอกว่า “ฉันสนุกกับเกมนี้มาก ข้อมูลบันทึกของของของพ่อที่เสียชีวิตในเกมนี้ฉันก็ยังคงเก็บเอาไว้” อีกความเห็นบอกว่า “แม่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบเล่นเกม แต่พอท่านเห็นเกม ‘Okami’ ท่านถึงกับหยุดดูและพูดว่าเป็นเกมที่สวยงามมาก ๆ นั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวที่ฉันเห็นแม่พูดถึงวิดีโอเกม” ส่วนใครที่สนใจตัวเกมก็มีให้เล่นแบบ HD บน ‘PlayStation 4’ และ ‘PC’ ใครชอบงานวาดภาพสีน้ำต้องไม่พลาดเกมนี้

Okami

อันดับที่ 4 Final Fantasy VII

Final Fantasy VII

เชื่อว่าหลายคนคงจะไม่รู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นเกม ‘Final Fantasy VII’ มาติดอยู่อันดับที่ 4 เกมยอดเยี่ยมของชาวญี่ปุ่น แต่ที่น่าแปลกใจมากกว่าคือเกมนี้น่าจะอยู่อันดับที่ 3 หรือ 2 เสียด้วยซ้ำ เพราะถ้าใครที่เคยเกิดทันในยุคที่เกม ‘Final Fantasy VII’ วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง ‘PlayStation 1’ ในปี 1997 จะทราบดีว่าในตอนนั้นไม่ใช่แค่ในประเทศญี่ปุ่นที่เกมภาคนี้เป็นกระแส แต่เป็นทั่วโลกที่พูดถึงความสนุกของเกมนี้ ที่นับเป็นครั้งแรกของซีรีส์เกมที่เปลี่ยนตัวเองจากเกม 2D มาเป็นเกม 3D ที่มีกราฟิกสวยงาม แถมด้วยเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนน่าค้นหา จนคนเล่นอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งถ้าคุณคิดว่าเนื้อเรื่องใน ‘Final Fantasy VII Remake’ ยอดเยี่ยมแล้ว เกมต้นฉบับอันนี้ยอดเยี่ยมกว่านี้หลายสิบเท่า ซึ่งถ้าคุณอยากรับรู้เรื่องราวทั้งหมดของจริงคุณต้องไปเล่นภาคต้นฉบับมาก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมคนทั่วโลกถึงดีใจเหมือนถูกหวยเมื่อเห็นเกม ‘Final Fantasy VII Remake’ ส่วนความเห็นช่วงญี่ปุ่นท่านหนึ่งบอกว่า “ฉันไม่เก่งภาษาญี่ปุ่นเมื่อสมัยประถม พ่อจึงซื้อเครื่อง ‘PlayStation 1’ กับเกม ‘Final Fantasy VII’ มาให้เล่น จนการอ่านภาษาญี่ปุ่นของฉันดีขึ้นจากเกมนี้ และเกมนี้ก็ทำให้ฉันใกล้ชิดกับพ่อมากขึ้นด้วย” นับเป็นเกมระดับตำนานที่คุณไม่ควรพลาด

Final Fantasy VII

อันดับที่ 3 NieR Automata

NieR Automata

เรียกว่าประสบความสำเร็จทั้งเสียงชื่นชมและรายได้ กับเกมแอ็กชันที่ขายเนื้อเรื่องที่เข้มข้นกับตัวละครที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลกับเกม ‘NieR Automata’ เกมแนวโลกอนาคตล่มสลายที่เราจะได้รับบทเป็นหุ่นยนต์ที่ออกมาช่วยเหลือมนุษย์ จากเหล่าเอเลียนที่มารุกรานโลก ตัวเนื้อเรื่องค่อนข้างซับซ้อนและมีฉากจบมากมายตามแต่การกระทำของเรา ที่ไม่ว่าจะจบแบบไหนมันก็คือเนื้อเรื่องจริงทั้งหมด (ผู้สร้างบอกมาแบบนั้น) ดังนั้นสิ่งที่คุณเลือกสิ่งที่คุณทำในเกมนี้จึงไม่มีสิ่งที่ถูกหรือผิด หรือถ้าคุณไม่สนใจเนื้อเรื่องแต่เล่นเอาสนุกเกมนี้ก็พร้อมจัดให้คุณ ในส่วนของความเห็นชาวญี่ปุ่นบอกว่า “เป็นการจบเกมที่ดีที่สุดในการเล่นเกมของฉัน ตอนนั้นฉันร้องไห้ออกมาความปวดร้าว” ส่วนอีกคนให้ความเห็นว่า “หลังจากเคลียร์เกมแล้ว ฉันก็อยู่ในภาวะขาดสติอยู่พักหนึ่งก่อนจะร้องไห้ออกมา มันคือความทรงจำที่สวยงามแต่ก็น่าเศร้าไปพร้อม ๆ กัน และตอนที่ฉันร้องไห้พ่อกับแม่ก็มองมาทางฉันว่าเป็นอะไร” ใครสนใจก็ไปหามาเล่นกันได้บน ‘PC’ และ ‘PlayStation 4’ แล้วมาดูกันว่าคุณจะร้องไห้เพราะเกมนี้แบบคนญี่ปุ่นไหม

NieR Automata

อันดับที่ 2 The Legend of Zelda Breath of the Wild

The Legend of Zelda Breath of the Wild

กลับมาที่เกมซีรีส์ ‘The Legend of Zelda’ อีกครั้งกับอันดับที่ 2 ของเกมที่ชาวญี่ปุ่นคิดว่ายอดเยี่ยม ที่จะเป็นเกมอะไรไปไม่ได้นอกจากเกม ‘The Legend of Zelda Breath of the Wild’ เกมภาคล่าสุดในซีรีส์ที่หลายคนที่ซื้อเครื่อง ‘Nintendo Switch’ ต้องซื้อเกมนี้ติดมาด้วย เพราะความสนุกของเรื่องราวในเกมที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ภาคก่อนหน้านี้ แถมกราฟิกระบบการเล่นก็เอาภาคเก่ามาดัดแปลงจนเป็นเกมแอ็กชันที่ดีที่สุดของ ‘Nintendo’ เลยก็ว่าได้ ส่วนความเห็นของชาวญี่ปุ่นส่วนมากจะออกไปทางชื่นชมระบบการเล่นที่สนุกกว่าภาคเก่า อย่างความเห็นนี้บอกว่า “ระดับความเป็นอิสระของเกมนี้เกือบเรียกว่าสมบูรณ์แบบ ขนาดที่ว่ามีผู้เล่น 100 คน ตัวเกมก็มี 100 วิธีในการดำเนินการต่อและสนุกไปกับมัน จนฉันไม่คิดว่าจะมีเกมอื่นทำแบบนี้ได้” ใครที่มีเครื่อง ‘Nintendo Switch’ แต่ยังไม่ได้เล่นคุณได้พลาดของดีไปแล้ว

The Legend of Zelda Breath of the Wild

อันดับที่ 1 Chrono Trigger

Chrono Trigger

และก็มาถึงอันดับที่ 1 เกมที่คนญี่ปุ่นบอกว่าเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งจะเป็นเกมใดไปไม่ได้นอกจากเกมฝ่าเวลาทะลุมิติในเกม ‘Chrono Trigger’ เกม RPG ระดับตำนานที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในยุค 1995 ที่จู่ ๆ นักสร้างเกมในตำนาน 3 คนจะมาร่วมมือกันสร้างเกมในตำนานเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้กำเนิดเกม ‘Final Fantasy’ มาดูเรื่องระบบการเล่น ผู้ให้กำเนิดเกม ‘Dragon Quest’ มาดูแลด้านเนื้อเรื่อง และนักวาดการ์ตูน ‘Dragon Ball’ มาออกแบบตัวละคร จนทำให้เกิดคำว่า ‘Dream Team’ ขึ้นมา ซึ่งถ้าคุณไม่เคยเล่นเกมนี้ มันจะเริ่มต้นจากวันที่แสนธรรมดากับเรื่องง่าย ๆ เล็กน้อย ก่อนจะบานปลายไปเป็นการทำลายมิติเวลา กับการย้อนเวลาไปในช่วงเวลาต่าง ๆ ตัวเกมมีฉากจบและเนื้อหาให้เราเลือกหลายเส้นทาง ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเกมไหนที่ทำได้ยอดเยี่ยมทั้งระบบการเล่นเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยมเท่าเกมนี้ ซึ่งความเห็นของชาวญี่ปุ่นมักจะเป็นคนรุ่นเก่าที่เคยเล่นเกมนี้มาแล้ว ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจในเกมนี้ ที่แม้แต่เด็กยุคใหม่ที่ได้ลองเล่นยังชื่นชอบ ใครสนใจก็ลองไปหาต้นฉบับดั่งเดิมมาเล่นดู แล้วคุณจะรู้ว่าตำนาน ‘Dream Team’ นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาบ่อย ๆ ในโลกวิดีโอเกม

Chrono Trigger

ก็จบกันไปแล้วกับ 10 เกมที่ชาวญี่ปุ่นคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดทั้งเนื้อเรื่องกราฟิกระบบการเล่น ใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็มาบอกกันได้ เพราะเชื่อว่าหลายคนต้องรู้สึกแปลกใจว่าทำไมไม่มีเกมในซีรีส์ ‘Super Maio’ รวมถึงหลาย ๆ มาติดอันดับด้วย ซึ่งนอกจาก 10 อันดับนี้แล้วก็ยังมีเกมที่ได้รับเลือกแต่ติดอันดับที่  11 อย่าง ‘Devil May Cry V’ อันดับที่ 12 ‘Yakuza’ อันดับที่ 13 ‘Judgment’ และ ‘Demon’s Souls’ อันดับที่ 14 ซึ่งเป็นเกมใหม่ที่นักเล่นเกมยุคนี้ชื่นชอบ แต่ด้วยความทรงจำอันสวยงามในอดีตจึงทำให้หลายคนยังจดจำและชื่นชอบเกมทั้ง 10 อันดับนี้ แล้วคุณละมีเกม 10 อันดับในดวงใจเกมไหนก็บอกกันมาได้ ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรในวงการเกมก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส