Connect with us

บทความ

10 อันดับเกมที่ขายดีที่สุดตลอดกาล

ในฐานะของนักเล่นเกม เรามักจะเห็นข่าวต่างๆที่นำเสนอถึงยอดขายของเกมนั้นเกมนี้ ว่าขายไปได้กี่ร้อยกี่ล้านชุดในช่วงเวลาเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเราในฐานะผู้บริโภคที่ได้อ่านข่าว ก็คงจะดีใจที่เกมที่ตัวเองรักชื่นชอบขายได้ดี บางเกมก็ขายได้หลักล้านชุด แต่คุณรู้รึไม่ว่าเกมไหนที่ขายได้มากที่สุดในโลก ตั้งแต่ที่วีดีโอเกมเครื่องแรกถูกสร้างขึ้นมา โดยเราจะนับเฉพาะเกมภาคเดียว ไม่นับทั้งซีรี่ส์ มาดูกันว่าจะมีเกมอะไรภาคไหนที่ขายดีที่สุดตลอดกาลกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย

อันดับที่ 10 New Super Mario Bros

เริ่มต้นอันดับที่ 10 กับเกมที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เกมภาคต่อที่เป็นตำนานมาจนถึงตอนนี้ อย่าง New Super Mario Bros โดยเกมนี้วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 15 พฤษภาคม 2006 บนเครื่อง Nintendo DS โดยเกม New Super Mario Bros เกมนี้ เป็นการกลับมาอีกครั้งของเกม Super Mario ที่เป็นแบบแนวแอคชั่นผ่านด่านมุมมองด้านข้าง แบบเดียวกับที่ภาคเก่าๆ ซึ่งในภาคนี้ตัวเกมก็ได้เพิ่มเห็ดรูปแบบต่างๆ เช่นเห็ดขยายร่างยักษ์ใหญ่ กับเห็ดที่หดร่างขนเล็กจิ๋ว กับเส้นทางที่ให้เราเลือกไปได้ตามการเล่นของเรา  และด้วยความสนุกนี้เองจึงทำให้เกม New Super Mario Bros มียอดขายสูงถึง 30,800,000 ชุด โดยจำหน่ายเพียงแค่ Nintendo DS เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

อันดับที่ 9 Wii Sports Resort

มาที่อันดับ 9 กับเกมบนเครื่อง Nintendo Wii อย่างเกม Wii Sports Resort ที่วางจำหน่ายวันที่ 25 มิถุนายน 2009 โดยเกม Wii Sports Resort เกมนี้คือมินิเกมที่เน้นความสนุกสนานเฮฮา ของผู้เล่นที่จะได้จำลองใบหน้าตัวเองไปอยู่ในเกม เพื่อเล่นมินิเกมต่างๆไม่ว่าจะเป็นยิงธนู ฟันดาบ ขี่เจ็ตสกี ที่มีมากมายให้เราได้เล่น ซึ่งเกมนี้จะเล่นคนเดียวก็ว่าสนุกแล้ว แต่ถ้าจะให้เล่นสนุกกว่านี้ ก็ควรเล่นพร้อมกับเพื่อนๆหลายๆคน เกม Wii Sports Resort จัดเป็นเกมที่เล่นได้ทั้งครอบครัว เฮฮากันทั้งบ้านไม่มีพิษภัย แถมยังได้ออกกำลังกายอีกต่างหาก และด้วยความสนุกนี้เองจึงทำให้เกม Wii Sports Resort มียอดขายสูงถึง 33,090,000 บนเครื่อง Nintendo Wii เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

อันดับที่ 8 Mario Kart Wii

ยังคงวนเวียนอยู่กับ Nintendo กับเกมแข่งรถในตำนานที่เล่นสนุกทุกภาค แต่ภาคที่สนุกและมียอดขายเยอะที่สุดในซีรี่ส์ Mario Kart ก็ต้องเป็นเกม Mario Kart Wii ที่ลงบนเครื่อง Nintendo Wii วันที่ 10 เมษายน 2008 กับยอดขาย 37,140,000 ชุด ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกม Mario Kart Wii ภาคนี้เป็นภาคที่ขายดีที่สุด ส่วนหนึ่งมาจากกราฟิกของเกมที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด มาจาก Mario Kart ของเครื่อง Nintendo DS ที่เรียกว่าสวยงามจนผิดหูผิดตา รวมถึงรถใหม่ๆ สนามใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างมากมาย และสิ่งที่เป็นจุดขายที่สำคัญที่สุดคือจอยพวงมาลัย ที่เราสามารถซื้อแยกออกมาเพื่อเล่นเกมนี้ได้สนุกกว่ากว่าการกดด้วยมือมากมายนัก ใครที่เคยเล่นเกม Mario Kart Wii มาแล้วคงจะทราบดีว่าเกมนี้สนุกมากมายขนาดไหน ไม่เชื่อลองหามาเล่นดูแล้วคุณจะติดใจ

อันดับที่ 7 Super Mario Bros

มาต่อกันที่อันดับที่ 7 เกมที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ซึ่งเกมที่ได้อันดับนี้ไปก็คือเกมที่เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานลุงหนวดในวงการเกมอย่าง Super Mario Bros บนเครื่อง Famicom ที่วางจำหน่ายวันที่ 13 กันยายน 1985 กับยอดขายกว่า 40,240,000 ชุดเป็นเครื่องยืนยันความสนุกและเป็นตำนานของเกมนี้ และนอกจากอันดับที่ 7 เกมที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกแล้ว เกม Super Mario Bros เกมนี้ยังเป็นเกมที่ขายดีตลอดกาลบนเครื่อง Famicom อีกด้วย เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นลองไปหามาเล่นดู แล้วคุณจะรู้ว่าทำไม่เกมนี้ถึงเป็นตำนานมาจนถึงตอนนี้

อันดับที่ 6 Pokémon Red/Green/Blue/Yellow

มาถึงอันดับที่ 6 ที่คราวนี้เป็นเกมบนเครื่อง GameBoy กับเกมในตำนานอีกหนึ่งซีรี่ส์ที่ชาวเกมเมอร์รู้จัก นั่นคือเกม Pokémon Red/Green/Blue/Yellow โดยเกมนี้วางจำหน่ายวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1996 ซึ่งเป็นเกมภาคแรกสุดของซีรี่ส์ ที่ทำให้เรารู้จักโลกของการจับสัตว์ประหลาดมาเป็นเพื่อน แล้วเอาพวกมันไปต่อสู้กัน ที่ในตอนแรกตัวเกมออกมาเพียง 2 เว่อร์ชั่น นั่นคือ Pokémon Red และ Blue ก่อนที่ตัวเกมจะดังเป็นพลุแตก ทาง Nintendo จึงทำภาค Green ออกมาเพื่อให้ครบจำนวนธาตุที่ควรมี ซึ่งทั้งสามเว่อร์ชั่นนั้นจะแทบไม่มีจุดแตกต่างกันเลย นอกจากภาคพิเศษอย่าง Yellow ที่เพิ่มเจ้า Pikachu มาเป็น Pokémon ตัวที่ 4 และเราก็สามารถพาเจ้า Pokémon มาเดินตามได้ด้วย ซึ่งถ้าเรานับยอดขายของเกมทั้ง 4 เวอร์ชั่นรวมกันก็จะได้ยอดขายที่สูงถึง 45,000,000 ล้านชุด

อันดับที่ 5 PlayerUnknown’s Battlegrounds

มาถึงครึ่งทางกันแล้วกับการจัดอันดับ เกมที่มียอดขายสูงที่สุดตลอดกาล โดยคราวนี้ไม่ใช่เกมจากฝั่ง Nintendo แล้ว (นึกว่าเป็นการจัดอันดับเกมขายดีของ Nintendo เสียอีก) กับเกมยิงชื่อยาวๆอย่าง PlayerUnknown’s Battlegrounds หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า PUBG ที่วางจำหน่ายวันที่ 20 ธันวาคม 2017 ซึ่งเมื่อตัวเกมเปิดได้ไม่นาน ก็สร้างกระแสยอดผู้เล่นที่ซื้อเกมนี้ไปกว่า 50,000,000 ล้านชุด ซึ่งคนที่ไม่เคยเล่นหรือรู้จักเกมนี้ คือเกมแนว Battle Royale ที่จะส่งผู้เล่น 100 คนลงไปในฉากอันกว้างใหญ่ แล้วให้เราไปหาอาวุธชุดเกราะเอาในฉากและฆ่ากันให้ตาย จนเหลือผู้เล่นเพียงคนเดียว ล่าสุดเกมนี้วางจำหน่ายบน PS4 แล้วใครสนใจก็ไปหามาเล่นได้

อันดับที่ 4 Wii Sports

กลับมาที่ Nintendo อีกครั้ง กับเกมที่เล่นได้ทั้งครอบครัวอย่าง Wii Sports ที่วางจำหน่ายวันที่ 19 พฤศจิกายน 2006 ซึ่งเจ้าเกม Wii Sports นี้จะเป็นมินิเกมแบบต่างๆที่คล้ายๆกับ Wii Sports Resort ทุกอย่าง จะต่างกันแค่ตัวเกมเท่านั้น และอีกสิ่งที่จะแตกต่างกันก็ คือ Wii Sports นั้นจะถูกแถมมากับเครื่อง Wii ที่วางจำหน่าย นั่นจึงเท่ากับว่า ทุกๆ(เกือบ) เครื่อง Wii ที่ขายได้ก็จะนับเกม Wii Sports ไปด้วย เกมนี้จึงมียอดขายสูงถึง 82,860,000 ชุด เกมนี้ไม่มีพิษภัยเล่นได้ทั้งครอบครัว

อันดับที่ 3 Grand Theft Auto V

มาถึงอันดับที่ 3 กันแล้วกับเกมที่สร้างกระแสในแง่ลบในบ้านเราเป็นอย่างมาก อย่าง  Grand Theft Auto V เกมที่วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง PS3 วันที่ 17 กันยายน 2013 ซึ่งเราจะนับเกม Grand Theft Auto V ทุกเกมที่ถูกปล่อยออกมาบนเครื่องต่างๆ ทั้ง PC และ PS4 ไปด้วย และจนถึงตอนนี้ตัวเกมก็ยังคงทำสถิติยอดขายอันดับต้นๆ ของทุกเครื่องแบบกระแสไม่ตก โดยความสนุกของเกมนี้ที่นอกจากเนื้อเรื่องของเกมแล้ว ยังมีโหมดออนไลน์ ที่สร้างความสนุกและเล่นได้ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ขนาดบนเครื่อง PS3 ที่หยุดการพัฒนาตัวเกมออนไลน์ไปแล้ว ก็ยังมีคนเข้าไปเล่นอยู่ นับเป็นเกมกระแสดีแห่งยุคจริงๆ กับยอดขาย 100,000,000 ชุดและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อันดับที่ 2 Minecraft

และก็มาถึงอันดับที่ 2 กับเกมที่แค่เห็นรูปทุกคนต่างก็ต้องร้องอ๋อขึ้นมาทันที โดยเกมนี้คือเกมที่สร้างตำนานให้ชาวเกมเมอร์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลงรัก กับความสนุกในโลกเหลี่ยมๆใบนี้ นั่นคือเกม Minecraft ที่วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 18 พฤศจิกายน 2011 โดยตัวเกมนั้นจะให้อิสระกับเราในการสร้างสิ่งต่างๆ ตามแต่ที่เราคิดได้อย่างไม่จำกัดจินตนาการ หรือจะเล่นต่างเนื้อเรื่องที่เกมมีให้ก็สนุกไปอีกแบบ ตัวเกมเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าเราจะนับเกม Minecraft ทุกเกมที่วางจำหน่ายทุกเครื่อง ก็จะได้ยอดขายที่สูงถึง 154,000,000 ชุด

อันดับที่ 1 Tetris

ย้อนกลับไปวันที่ 6 มิถุนายน 1984 เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน เกมตัวต่อในตำนานอย่าง Tetris ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก ด้วยแนวคิดง่ายๆของการเรียงบล็อกที่หล่นลงมาให้มันหายไป ซึ่งแนวคิดง่ายๆนี่เองกลับเล่นได้สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่ว่าคุณจะเป็นเซียนเกม หรือไม่เคยเล่นเกมอะไรมาเลย เพียงแค่วินาทีแรกที่คุณเห็นเกม Tetris คุณก็สามารถเล่นมันได้ทันที และถ้านับตั้งแต่วันแรกที่เกมนี้วางจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบันทุกเครื่อง เกมนี้ก็มียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 170,000,000 ล้านชุดเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลที่เราเอามานำเสนอ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่ถูกบันทึกแก้ไขจาก Wikipedia จึงค่อนข้างมั่นใจในความเที่ยงตรงของข้อมูล และในปี 2019 อันดับทั้งหมดอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้นเราจะกลับมารวบรวมให้อ่านกันอีกครั้งอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ถ้าคุณไม่เคยเล่นเกมไหนจาก 10 อันดับนี้ก็ลองไปหามาเล่นดู แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมเกมเหล่านี้ ถึงติดอันดับเกมขายดีที่สุดตลอดกาลกัน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

มุมมองป๋าเต็ด-ยุทธนา กับอนาคตของวงการเพลงในโลกไฮเทคโนโลยี

Published

on

เรื่องราวของเทคโนโลยีนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับเรื่องกีกๆ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนอย่างเดียว แต่โลกดนตรีก็เปลี่ยนไปเยอะมากตามเทคโนโลยีที่อยู่รอบตัว ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครให้ข้อมูลได้ดีกว่า ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ผู้คร่ำหวอดในวงตรีเพลง ดีเจ และการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเสียงเพลงมายาวนาน ซึ่งให้ความเห็นภายในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ไว้อย่างน่าสนใจครับ

สถานที่ที่ฟังเพลง มันเปลี่ยนวงการเพลงในแต่ละยุคแต่ละสมัย

  • ยุคเพลงคลาสสิก ทำเพลงเพื่อสรรเสริญพระเจ้า เครื่องดนตรีเลยต้องดัง และเสียงยาวๆ เลยกลายเป็นออแกนเป็นพระเอก
  • ต่อมาคนรวยอย่างฟังเพลงที่บ้าน ซึ่งห้องที่ฟังก็เปลี่ยนไป เสียงไม่ได้ก้องอย่างห้องใหญ่ ดนตรีเลยเปลี่ยนเป็นวงเล็กลง
  • ดนตรีแจ๊ส เกิดในผับ ต้องต่อสู้กับเสียงคนที่คุยกัน ทำให้เสียงดนตรีต้องดัง และมีจังหวะที่จะแทรกเข้าไประหว่างผู้คนได้
  • ปัจจุบัน สถานที่จัดคอนเสิร์ตของวงดังๆ กลายเป็นสถานที่ใหญ่มาก เช่นสนามกีฬา ซึ่งคนที่มาฟังก็แมสมากๆ เพลงจึงต้องมีท่อนที่จำง่ายๆ ให้คนร้องตามได้

เทคโนโลยีการบันทึกเสียง ก็เปลี่ยนรูปแบบเพลง

  • ยุคแผ่นเสียงต้องทำให้เพลงสั้นลง เพราะหน้าแผ่นเสียงมีจำกัด จะเพลงยาวแบบเพลงคลาสสิกที่มีหลาย Movement ก็ไม่ไหว
  • ยุควิทยุต้องเปิดทีละเพลง เพลงเลยสั้นลงเหลือราว 3.30 นาที เพราะนานไปเดี๋ยวคนหมุนหนี ทำให้สถานีวิทยุไม่เปิด
  • ยุคเทปมีหน้า B ก็เอาไว้ลงเพลงแปลกๆ ที่ไม่ฮิต เลยมีศัพท์เรียกว่า B side
  • ยุคหนึ่ง ringtone ฮิตมาก การแต่งเพลงก็ต้องดีไซน์ฮุคหนึ่ง ความยาวสัก 30 วิเพื่อไปอยู่ใน ringtone ได้เพราะๆ
  • ยุคโซเซียล อันนี้น่าสนใจมาก เมื่อ Tierra Whack ออกเพลง 1 นาทีทั้งอัลบั้ม เพื่อออกใน instragram ได้

เทรนด์วงการเพลงในอนาคตจะเป็นยังไง

  • ศิลปิน noname จะดังเร็วขึ้น ถ้าทำเพลงฮิตจริงๆ เพราะตอนนี้กระจายได้เร็วมากผ่าน Social Media (ลองดูตัวอย่างในบทความนี้นะครับ “10 ที่สุดของเนื้อร้องเพลงไทยในปี 2018” )
  • ธุรกิจคอนเสิร์ตเติบโตอย่างรุนแรง บัตรก็แพงขึ้น เพราะคนออกมาร่วมมากขึ้น
  • ตอนนี้ AI สามารถช่วยแต่งเพลงได้ โดยเฉพาะช่วยแต่งทำนอง แต่ง Beat ที่คนน่าจะติดหู
  • เพลงสำหรับผู้สูงอายุ คนแก่เริ่มใช้ออนไลน์มากขึ้นแล้ว
  • ไวนิลจะเริ่มกลับมา เทปก็กลับมาในบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มซื้อความทรงจำ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

สรุปเทรนด์เทคโนโลยี 2019 โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Techsauce

Published

on

เนื่องจากว่าเว็บแบไต๋นั้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งหัวข้อในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2019 (CTC 2019) คือเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดในปี 2019 ครับ ซึ่งในหัวข้อนี้ได้คุณมาร์ค-อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Brand Inside พร้อมคุณมิมี่-อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Techsauce ขึ้นให้ข้อมูลครับ

เทรนด์เทคโนโลยีปี 2019 คือ ABC

ความเห็นจากคุณมาร์ค เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนไปมากในปี 2019 คือ ABC ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย

AI – Artificial Intelligence

ซึ่งความหมายของปัญญาประดิษฐ์ในช่วงปี 2019 AI คือระบบ Automation หรือระบบช่วยทำงานต่างๆ นะครับ ยังไม่ใช่ AI แบบที่เป็นหุ่นยนต์แทนมนุษย์ได้เหมือน Terminator ตัวอย่างของ AI ในยุคปี 2019 เช่นการคัดแยกรูป ซึ่งถ้าไม่ใช้ AI จะต้องใช้แรงคนถึกแยกเอง ซึ่งลักษณะ AI แบบนี้จะเติบโตและหลากหลายขึ้นในปี 2019

แต่คุณมาร์คก็ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นฐานของ AI คือมันพัฒนายากอยู่แล้ว ต้องใช้นักวิจัยเก่งๆ อ้างอิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ระดับสูงถึงจะทำได้ ซึ่งทำให้การสร้าง AI แบบเฉพาะทางสักชุดหนึ่งทำยาก ถ้าบริษัทไม่มีทรัพยากรเพียงพอ แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปที่คนทั่วไปใช้ เช่นแยกรูป แยกเสียง ก็มีบริษัทใหญ่ๆ ก็วิจัยและทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้ใช้บริการแล้ว

BLOCKCHAIN

คุณมาร์คคาดว่าปี 2019 เทคโนโลยี Blockchain กำลังจะตายลง เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับทุกอย่าง อย่างที่เราเห็นหลายๆ บริษัทประกาศว่าจะนำ Blockchain มาใช้ แต่สุดท้ายก็ออกสู่ตลาดจริงไม่ได้ ทำให้ทิศทางของ Blockchain ไปในกลุ่มเฉพาะมากขึ้น เพราะมันเหมาะสำหรับงานที่เป็นลำดับ หรือ sequential และยกตัวอย่างไปที่ BitTorrent ที่ออกแบบมาสำหรับยุคที่เน็ตช้าๆ พอเน็ตเร็วขึ้นก็ทำให้ BitTorrent เลื่อมความนิยมลงไป เพราะกด Steaming ก็ดูได้เลย

CLOUD

คลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่เกิดมานานแล้ว แต่ก็ยังมีความสำคัญอยู่ตลอด ตอนนี้เกิดกระแสในธุรกิจคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำให้รายใหญ่กินรวบในตลาด รายเล็กๆ สู้ไม่ได้ทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งทำให้รายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น

ความคิดเห็นด้านเทรนด์เทคโนโลยีจาก Techsauce

คุณมิมี่จาก Techsauce มองว่า AI จะมาคู่กับ Data เสมอ ทำให้องค์กรต้องเอาคนมาทำงานกับข้อมูลมากขึ้น แต่ปัญหาของทุกองค์กรคือหาคนไม่ได้ โดยเฉพาะคนไทยที่หายากมาก ทำให้ต้องไปดึงมาจากต่างประเทศ

และบริษัทไทยเริ่มถูกคุกคามมากขึ้น จากคู่แข่งที่เมื่อก่อนอยู่นอกวงการกัน กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่รู้ข้อมูลดีที่สุดกลับเป็นบริษัท Technology แม้ว่าบริษัทเราจะอยู่ในธุรกิจมานาน เช่น แบงค์ หรือการสื่อสาร แต่ข้อมูลไปอยู่กับ facebook, google ที่รู้จักลูกค้าเรามากกว่า ปีที่ผ่านมาเราจึงเห็นว่าแบงค์เข้าไปจับมือกับบริษัทเทคโนโลยี เพื่อให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ และเก็บข้อมูลเองมากขึ้น

ถ้าเป็นนักธุรกิจ ตอนนี้เราต้องรู้เรื่องอะไร

  • มาร์ค Blognone – เทคโนโลยีภาพรวมของ 2019 เทียบกับ 2018, 2017 นั้นต่างไปไม่มาก เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้านี้ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนกันโหดมาก เช่นดูสมาร์ตโฟนตอนนี้ ไม่ได้ต่างกันมากแล้วในแต่ละปี เทรนด์ความก้าวหน้าตอนนี้คือใครต่อยอดได้เจ๋งกว่า ดีกว่า ก็จะชนะ ซึ่งคุณมาร์คยกตัวอย่างอย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันมีแคมเปญการตลาดเจ๋งๆ มากมายที่เล่นกับเทคโนโลยี แต่สุดท้ายผลแพ้ชนะของแคมเปญวัดกันที่ Operation หน้างานว่าใครจะจัดการได้ดีกว่า ถ้าสื่อสารออกไปดี ทั่วถึง แต่หน้างานไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ มีข้อผิดพลาดในการทำงาน สุดท้ายพังไปก็มีมาก
  • มิมี่ Techsauce – คือการปรับความคิดของคนที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี มองว่า People กับ Process เป็นกระบวนการสำคัญ ซึ่งต้องเริ่มจากคนที่เป็นหัวก่อน ต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจภาพรวมว่าอะไรกำลังจะเปลี่ยนไป กระทบกับธุรกิจเรายังไง ตอนนี้อาจจะตื่นตัว กลัวโดน Disrupt แต่โฟกัสออกมาว่าจะทำอะไร แก้อะไร ต้องทำออกมาเป็น Action ให้ได้ แล้วจะหาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาของเรา สรุปคือ ต้องรู้ก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไรกันแน่ แล้วค่อยหาเครื่องมือ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

บก. The STANDARD เล่าให้ฟัง อนาคตสื่อเป็นยังไง คนทำสื่อควรทำอย่างไรบ้าง?

Published

on

เป็นอีกหนึ่ง Session ในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ที่น่าสนใจ เมื่อ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ Editor-in-Chief ของสื่อยุคใหม่ที่เติบโตเร็วอย่าง THE STANDARD พูดในหัวข้อ “The Future of Content Creation” ซึ่งในฐานะของคนทำสื่อยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในไทย เราก็ต้องอยากฟังอยู่แล้วว่าคุณเคนมีแนวคิดอย่างไรบ้าง

ปัญหาของการสื่อสารใน Social Media ตอนนี้คือสารพัดสิ่งที่เปลี่ยนไปตลอด

เรื่องแรกที่คุณเคนพูดถึงคือเรื่อง Disruption ที่มาเป็นระลอกๆ กลุ่มแรกที่โดนคือเพลงที่โดนไปก่อนหน้านี้แล้วหลายปี ส่วนปี 2018 คือสื่อหรือแบงค์ และปี 2019 น่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์

สิ่งที่มา Disrupt คือ Platform ซึ่งแพลทฟอร์มหมายถึงตัวกลางที่แลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างกัน เมื่อก่อนผู้ผลิตกับผู้บริโภคเนื้อหาแยกกันอย่างชัดเจน ผู้อ่านก็ไม่สามารถเป็นผู้ผลิตได้ง่ายนัก แต่ตอนนี้ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันหมด มีโอกาสแสดงตัวให้คนอื่นได้ไถผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ทุกคนเป็นสื่อได้หมด

ตอนนี้บรรณาธิการกลายเป็นหุ่นยนต์ (อัลกอริทึมของเฟซบุ๊ก) ข่าวที่ผ่านตาเราใช้หุ่นยนต์เลือกทั้งหมด

การจะสร้างเนื้อหาที่ดีได้ต้องเข้าใจ 3 อย่างคือ

  1. เข้าใจตัวเองว่าตัวเองเด่นเรื่องอะไร เช่น The Standard ทำนิตยสารมาก่อน ก็เก่งเรื่องการทำให้สวย หรือใส่ความคิดสร้างสรรค์ เราก็มุ่งทางนี้
  2. ต้องเข้าใจกลุ่มผู้อ่าน หรือกลุ่มที่อ่านสื่อของคุณเป็นใคร เราทำกำลังทำเนื้อหาให้ใครเสพ
  3. เข้าใจโลก เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ เข้าใจอัลกอริทึมว่าคิดยังไง

มองภาพ Social Media แทนอะไรในไทยตอนนี้

  • facebook คือสังคมเสมือนของไทย ทุกอย่างรวมอยู่ในนี้หมด เหมือนโลกเสมือนออนไลน์
  • Twitter คือเทรนด์ตอนนี้ เป็นตัวจุดกระแส กระแสหลายอย่างมาจาก # ทวิตเตอร์เป็นสิ่งที่ทำให้คนไปร่วมกับประเด็นนั้นๆ แตกต่างจาก facebook ที่คนจะบอกเรื่องของตัวเองออกมา
  • Instagram คือ Lifestyle Magazine
  • Youtube คือทีวี อย่างในต่างจังหวัดเปิดค้างไปเรื่อยๆ เลย วิ่งไปทั้งวันแทนช่องทีวีไปแล้ว
  • LINE Today เป็นหนังสือพิมพ์

ซึ่งเนื้อหาของเราก็เหมือนเป็นไข่ ที่เอาไปทำได้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นการจะไปอยู่กับแพลทฟอร์มไหนก็ต้องปรุงให้เหมาะกับแพลทฟอร์มนั้นๆ ไม่ใช่เนื้อหาเดียวกันไปอยู่ในทุกแพลทฟอร์ม ได้รับการปรุงแบบเดียว มันก็ไม่เกิด

สื่อระดับโลกจึงมี Social Media Editor เพื่อปรุงเนื้อหาเดียวกันให้แตกต่างกัน

พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน สื่อยุคเก่าคือ Lean back คนดูเหมือนนั่งชิวๆ พิงไปกับเบาะ แล้วรับสิ่งที่สื่อจะนำเสนอออกมาอย่างเดียว ส่วนปัจจุบันคนเสพสื่อเป็นแบบ Lean forward คือผู้บริโภคเป็นคนเลือกเนื้อหาได้ทันที และมีสิทธิโวยวายเมื่อทำเนื้อหาไม่ถูกใจ และเปลี่ยนได้ทันที

ทำให้คนทำสื่อไม่ใช่ผู้เลือกนำเสนอเนื้อหาอีกต่อไป คนทำสื่อเป็นผู้ถูกเลือกโดยผู้เสพสื่อ คนทำสื่อต้องถ่อมตัว เพราะเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น ทำให้โฆษณาใน social น่ารำคาญมาก ในขณะที่โฆษณาทีวีไม่น่ารำคาญเท่า ซึ่งเรามีเวลาเพียง 1.7 วินาทีในการดึงคนให้สนใจ

เนื้อหาที่ดีคืออะไร

  1. มันน่าสนใจรึเปล่า เช่นข่าวดารา แมว พวกนี้น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ผู้เสพก็ไม่ได้ความรู้อะไรเพิ่มเติม
  2. เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่มันจะน่าเบื่อๆ หน่อย
  3. แต่ถ้าทำข้อมูลที่มีประโยชน์และน่าสนใจไปด้วย ก็จะได้ดียิ่งกว่า คือ เรื่องดี และ เล่าดี
    1. เรื่องดี มันเป็นเหมือนสูตรสำเร็จว่า เรื่องที่มีประโยชน์คืออะไร ไม่ว่าเมื่อไหร่ เรื่องดี เนื้อหาดี มันก็มีรูปแบบตายตัวของมัน
    2. แต่เล่าดีมันเปลี่ยนไปตามสื่อที่ไปอยู่ตลอดเวลา ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใช้เครื่องมือที่มีทั้งหมด เพื่อให้เล่าดี ตื่นตาตื่นใจ

สรุปพฤติกรรมผู้ใช้ตอนนี้

  1. ทุกอย่างต้องตอนนี้ Generation Now ยิ่งเร็ว ยิ่งดี
  2. ไม่สนใจว่าจะฉายเมื่อไหร่ ตอนไหน เพราะคนดูจะดูย้อนหลังเอาในเวลาที่เหมาะ Anywhere anytime
  3. รูปภาพและวิดีโอจู่โจมได้มากกว่าตัวอักษรอย่างเดียว
  4. คนแชร์เพราะเนื้อหาบอกตัวตนของตัวเอง

“ทางที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!