Connect with us

คงไม่ต้องสาธยายความกันมากเกี่ยวกับ “คดียูฟัน” เพราะคุณผู้อ่านก็คงอ่านเรื่องราวกันมากว่า 2 เดือนแล้วจากหน้าข่าวหนังสือพิมพ์,ทีวีและทุกๆสื่อ ผมเองในฐานะ “ผู้ประกาศข่าว” อ่านข่าวทุกเช้าที่ไทยรัฐทีวีก็อ่านข่าวนี้มายาวนานต่อเนื่องทุกวันมาตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2558 คำพูดหลายๆคำเป็นคำที่เข้าปากไปแล้วหลับตาอ่านได้ เช่นชื่อ “พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา” ผู้ช่วยผบตร.ที่ทำคดีนี้ หรือจะเป็นคำว่า “ชุดคลี่คลายคดีเครือข่ายยูฟัน” “ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน(ยูฟัน)” ตัวย่อ บก.ปคบ.ที่จำได้ขึ้นใจ “กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค”

image4

ในที่สุด..ชื่อสถานที่และตัวละครทั้งหมดที่เคยอ่านผ่านปากไปก็กลายเป็นสถานที่และบุคคลที่ผมต้องพบเจอจริงๆในวันเสาร์ที่ผ่านมา เริ่มต้นจากเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน เจ้าพนักงานตำรวจโทรศัพท์มาเรียกตัวให้ไปพบในเช้าวันรุ่งขึ้นทันที ..เมื่อขอต่อรองไปว่าขอไปพบเช้าวันอาทิตย์ เนื่องจากวันเสาร์รุ่งขึ้นนั้นเป็นวันสำคัญของลูกสาวที่นัดเพื่อนโรงเรียนอนุบาลมาทานข้าวร้องเพลงการ์ตูนดีสนีย์กันที่บ้านมีแขกกว่า 20 คนและผมเป็นกำลังหลักทั้งในเรื่องปิ้งย่างอาหารและเอ็นเตอร์เทน ..อาจดูเป็นเหตุผลที่ดูสำคัญน้อยกว่าการออกหมายเรียก คุณตำรวจจึงต้องใช้ยาแรงกับผมคือ “ถ้าไม่มา เราก็จะต้องออกหมายจับ” … ฟังคำนี้ปุ๊บก็ขนลุกซู่เลยครับ ผู้ใหญ่สายข่าวที่เคารพนับถือโทรมาด้วยเสียงซีเรียสว่า “คุณงานเข้าแล้ว… และสถานการณ์ไม่ดี”

เหตุที่ทำให้ประสบก็คือวันนั้นเป็นวันศุกร์สุดท้ายก่อนปิดสำนวนคดีนี้ส่งอัยการในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปคบ.ได้รับแผ่น DVD บันทึกภาพงาน The Black Night Party By URICH หลักฐานสำคัญโค้งสุดท้ายที่แหกโค้งมาถึงมือตำรวจได้โดยพลเมืองดี เมื่อเปิดวิดีโอดังกล่าวความยาว 1ชั่วโมงครึ่งก็พบกับ “ผม” ผู้ซึ่งรับหน้าที่เป็น “พิธีกร” ของงานในค่ำคืนนั้น (13 ธันวาคม 2557) ที่โรงแรมรามาการ์เด้น ย่านวิภาวดีรังสิต …ที่ประชุมตำรวจลงความเห็นกันว่า นายพงศ์สุขนั้น “คล่อง” มากพูดจาฉะฉานและได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “ยูโทเค่น” สกุลเงินอิเลกทรอนิกของเครือข่ายนี้ คล่องขนาดนี้น่าจะเป็นสมาชิกของเครือข่ายแน่ๆ “ครบองค์ประกอบความผิด” ไหนเรียกลองเรียกมันมาสอบปากคำซิ? …

image6

ผมรับทันทีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผมไปเป็นพิธีกรงานดังกล่าวจริง แต่ในวันที่ 13 ธันวาคม ปีที่แล้วผมและคนทั้งสยามประเทศก็ยังไม่มีใครรู้ได้ว่า “ยูฟัน” คือบริษัทแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชน ตำรวจยังไม่ได้จับและยังไม่มีการประกาศเป็นความผิด ..ผมมีสัมมาอาชีพเป็นพิธีกรมา 17 ปีแล้ว จึงรับงานตามสายอาชีพเมื่อมีบริษัทผู้จัดออกาไนเซอร์ติดต่อเข้ามาแล้วระบุว่าเป็นงานเปิดตัว “เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ” ตัวใหม่ …แต่เมื่อไปถึงงานก็พบกับบรรยากาศอีกแบบเป็นลักษณณะงานเลี้ยงฉลองชัย ทุกคนใส่สูททักซิโด้,ราตรีสีดำมากันเต็มยศ ผมถูกพาเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อซักถามสคริปต์งานที่ผมได้รับฉบับสมบรูณ์ทางอีเมลเมื่อเวลา 13.02น. ของวันนั้น (ผู้จัดนัดหมาย 17.00น.) เรียนด้วยความมึนแบบจริงใจเลยว่า “ไม่ได้ค้นข้อมูลประกอบไปก่อน” ปกติผมมีดนัย DriverAEC ขับรถให้ ระหว่างเดินทางไปถึงสถานที่จัดงานผมจะมีมือว่างและอ่านสคริปต์ทำการบ้านไปได้ก่อนถึงงานอยู่แล้ว แต่งานนี้อ่านๆไปก็รู้สึกแหละว่ามันดูเสี่ยวๆ ใช้ศัพท์ไอทีปนกันมั่วไปหมดเช่น “ระบบ U-Token อันยอดเยี่ยมของเราเป็น E-Money ที่อาศัย E-Marketplace ที่เป็น Internet Platform อันยอดเยี่ยมและเป็น E-Commerce ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ UBTMall.com” เรียกภาษาบ้านๆ ว่ากระแดะมาก ไทยคำอังกฤษคำ ..แต่ปกติมันก็เป็น “หน้าที่ของผม” อยู่แล้วที่ต้องอธิบายเทคนิคเหล่านี้ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้คน เจ้าภาพ-ผู้จัดต่างๆ ที่จ้างงานก็คาดหวังสิ่งนี้จากผมกันทั้งนั้น ..ผมเก็บความสงสัยบางอย่างในสคริปต์ไปถามกับเจ้าภาพ พบนายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า สมาชิกระดับแถวหน้าของเครือข่ายยูฟัน (ที่ต่อมาโดนจับไปเป็นคนแรกเลย) เขาแสนกล้าสมชื่อเขากล้าทำธุรกิจนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสันและเป็นเจ้าของงานในค่ำคืนนั้น แกเล่าสิ่งที่ผมสงสัยว่า “ยูโทเค่นคืออะไร?” ให้ฟังโดยเรียกแทนตน “อ.นัด” และ “พี่นัด” เวลาพูดกับผม ได้อธิบายว่ามันเป็นสกุลเงินอิเลคทรอนิกส์ ผมเองถามสวนว่าใช่แบบเดียวกับ “บิตคอยน์” หรือไม่? แกส่งสายตามองผมอย่างสนใจ “ใช่เลยคุณหนุ่ยนี่หลักแหลมมากที่เข้าใจบิตคอยน์” ..”แต่บิตคอยน์ไม่ได้รับการยอมรับจากธนาคารแห่งประเทศไทยนี่ครับ?” ผมแย้งต่อด้วยความสงสัย “อ้าว! ก็ของเราได้รับการยอมรับจากประเทศมาเลเซียนี่นา” เขาเสริมให้ผมมั่นใจ “แต่ถึงอย่างไรกฎหมายไทยก็ไม่อนุญาตให้มีการตั้งสกุลเงินเองนี่นา” ผมยังสงสัยอยู่แบบเด็กโลกสวย ..เขาจึงปิดท้ายการอธิบายด้วยประโยคเด็ดว่า “ทุกอย่างอยู่ในโลกไซเบอร์…คุณหนุ่ยก็เข้าใจโลกไซเบอร์ดีมิใช่รึ?” หลังจากนั้นผมก็หันกลับมารับบรีฟจากทีมสตาฟ์จากบริษัทออกาไนเซอร์ที่รับหน้าที่ดูแลงาน

image1

งานดำเนินไปอย่างคึกคักตามที่วิดีโอแผ่นที่ตำรวจได้หลักฐานมาบันทึกไว้ ผมเพิ่งได้ดูไฟล์บันทึกภาพนี้ครั้งแรกที่บก.ปคบ.ไปพร้อมๆกับนักข่าวจำนวนมากที่รุมล้อมรอทำข่าว นึกในใจ “เออ..กุคล่องแคล่วเกินไปอย่างที่คุณตำรวจเค้าบอกจริงๆ” ตำรวจพินิจว่าผมพูดได้เองโดยไม่ได้อ่านสคริปต์เลย.. ผมโชคดีที่ไฟล์สคริปต์ยังถูกรื้อออกมาได้จากอีเมลของภรรยา ทั้งๆที่ผมเพิ่งเคลียร์เมล์บ๊อกซ์แบบยกเข่งไปไม่นานนี้ (ตอนพลตำรวจโทสุวิระบอกกับผมทางโทรศัพท์ว่าให้หาหลักฐานปกป้องตนเองที่เป็นสคริปต์มาแสดงด้วยให้ได้ ผมขนลุกซู่เลย เพราะผมเพิ่งเคลียร์ Gmail ไปเกลี้ยง) งานนี้ก็เรียกว่ารอดได้เพราะภรรยาแหละครับ ภาพบ่งชี้ว่าผมถือ iPad Air2 เครื่องที่ภรรยาผมซื้อให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงานเมื่อปีก่อน ผมถือเครื่องเดิมไปเลยพร้อมบอกคุณตำรวจว่า “นี่..ไง เห็นไหมครับว่าผมมีจังหวะก้มอ่านสคริปต์บ้างเป็นระยะๆ” ..ต่อไปนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจการทำงานที่คล่องแคล่วเกินไปของผมว่าควรก้มอ่านสคริปต์บ้างอย่าได้อาย

กระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและยากมากต่อการลงรายละเอียดสำนวน ผมเกือบไปแล้วจริงๆ กับเท้าที่เหยียบเข้าตะรางไปแล้วครึ่งหนึ่ง เส้นแบ่งระหว่างการเป็น “ผู้ต้องหา” กับ “พยาน” นั้น “บางมากๆ” .. ตำรวจทั้งคณะเชื่อใจผมว่าผมอ่านและพูดมันออกมาจากสคริปต์งาน และสคริปต์งานชิ้นนี้ก็ดันมี “รายชื่อ” ของผู้ได้รับรางวัลในค่ำคืนฉลองชัยอีก 44 รายนาม (บางรางวัลนั้นซ้ำคนกันบ้าง) ..ตำรวจชุดคลี่คลายคดียูฟันนี้จึงตัดสินใจร่วมกันที่จะกันผมออกไปเป็น “พยาน” และเป็น “พยานปากสุดท้าย” ของคดีนี้ พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา (เมตตาสมชื่อครับ) ได้แถลงต่อหน้าสื่อมวลชนว่าตำรวจทำงานไปได้ 98% แล้วและผมเป็น 2% สุดท้ายให้ตำรวจทำงานครั้งนี้ได้ 100% เต็ม … ท่านอนุญาตให้ผมกลับบ้านได้ชั่วคราวเพื่อไปดูแลงานเลี้ยงของลูกสาว โดยย้ำว่า “ผมเข้าใจความรู้สึกคุณ” และผมกลับสู่บก.ปคบ.อีกครั้งในอีก 3 ชม.ถัดมา และได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจโดยการตอบทุกคำถามให้เหมาะสมกับความรู้ที่มี ผมได้เห็นเอกสารสำนวนกองโตที่ตำรวจทำมาตลอด 3 เดือน แค่เอกสารคำพูดของผมจากแผ่น DVD ที่ตำรวจต้องถอดออกมาก็หนามากเกินกว่าวิทยานิพนธ์ 1 เล่มแล้ว (เวลาชั่วโมงครึ่ง ผมพูดมันอะไรหนักหนานะ?) คุณตำรวจถามผมว่าผมพูดอย่างไรถึงได้ตั้ง 70,000.- คุณตำรวจท่านนี้จบดร.ด้วย บ่นตัดพ้อแบบขำๆว่า เขาถูกราชการเชิญไปพูดให้ผมชั่วโมงละ 300.-เอง บางทีพูดเสร็จให้แค่ “ปากกา” มาด้ามเดียว! (ฮา) … ผมชี้ชัดคุณตำรวจไปว่า ผมแค่รักษามาตรฐานงานของผม ผมรู้สึกแปลกๆบ้างแหละกับงาน พวกเขาพูดบนเวทีว่าชีวิตลำบากมานานพอมาเจอยูฟันก็ร่ำรวยพรวดๆกอดกันร้องห่มร้องไห้ แถมพูดให้ผมสะดุดกึกอย่าง “เงินคือพ่อของพระเจ้า!!” แต่ผมก็มีมารยาทพอที่จะไม่เดินหันหลังออกมาก่อนจบงานในเมื่อความผิดตรงนั้นมันยังมองไม่ชัด (ชัดอย่างเดียวเลยคือ ‘ไอ้พวกนี้เพี้ยนป่าววะ?’) น้องสตาฟออกาไนซ์ฯทั้งชาย-หญิงถามตอนเดินมาส่งผมที่รถว่า “มันเป็นไปได้จริงๆหรือพี่ที่ได้เงินกันขนาดนี้?” ผมทำได้ดีที่สุดตอนนั้นคือตอบไปว่า “เงินที่เห็นขึ้นพรวดๆในแอปมันคือเลขสมมติ มันคงจะสมมติให้เราคิดไปเองว่าได้แล้วๆ แต่แท้จริงแล้วเรายังไม่ได้เบิกเงินมันออกมาใช้จริงต่างหาก! พี่ว่าถ้ามันจริงอ่ะนะ…ก็คงไม่มีใครต้องลำบากประกอบสัมมาอาชีพแบบสุจริตชนกันหรอกนะ” …สู้ๆครับคนทำงานสุจริตชนทุกคน 🙂

image5

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

หนุ่ยรู้โลกรู้

หนุ่ยแนะนำละเอียด บัตร SCB M VISA ใหม่ทั้ง 5 ใบ ของมันต้องมีแต่ไม่ต้องพก!?

Published

on

ขอเล่ายาวถึงสิ่งที่ผมเห็นมาด้วยตากับความอลังดั่งวังคฤหาสน์หรูของการเปิดตัว “บัตรเครดิต/เดบิตและบัตรพรีเพด” ใหม่ของไทยพาณิชย์ที่ร่วมกับเดอะมอลล์กรุ๊ป ในชื่องาน SCB M Call it #eMperience จัดได้ชนิดที่เรียกได้ว่าศุกร์สะท้านสะพานสะเทือนเลื่อนลั่นสนั่นย่านพร้อมพงษ์ The Em District เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา

ดีลนี้มีเพื่อนพี่น้องบุคคลในแวดวงไปร่วมเฮกันเยอะมาก เรียกว่าอยากเจอใครก็ได้เจอ ไม่ได้เจอใครมานานก็ได้เจอในงานนี้ …สาเหตุก็เพราะ “เดอะมอลล์กรุ๊ป” โดยแม่ทัพหญิงคือคุณแอ๊ว ศุภลักษณ์ อัมพุช เธอตัดสินใจ “เปิดและปิด” ดีลยักษ์ใหญ่ใหม่นี้กับ SCB แทนที่จะเป็นแบงค์เดิมที่เคยออกบัตรคู่กันมาแต่แรกห้าง …ทุกคนจึงพร้อมมาร่วมแสดงความยินดี

… #SCB เองโดยคุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO คนหนุ่มหัว Digital Disruption เปิดเผยบนเวทีว่าที่ได้ดีลนี้มาเพราะโทรจีบคุณแอ๊วด้วยคำว่า “เรามาทำอะไรอย่าง ‘สุดซอย’ ด้วยกันเพื่อให้ลูกค้าดีกว่าครับพี่”

เลยเกิดบัตรเครดิตใหม่ภายใต้ชื่อ #SCBM VISA อีก 3 ประเภทบัตร (+1 เดบิต และ 1 พรีเพด) ไล่เรียงตั้งแต่ใหญ่สุดคือ (ดูภาพบัตรบนมือผมประกอบได้เลยครับ)

  1. SCBM “Legend” VISA Infinite : ใบนี้ต้องได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งชีวิตการเป็น VVIP ก็ต้องเหนื่อยนิดนึงคือต้องรักษายอดซื้อ 2,000,000.-/ปี จึงจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตร 10,000.-/ปี *ปีแรกฟรี
  2. SCBM “Luxe” VISA Signature : ใบนี้เหมาะกับผมเลย ใครมีเงินเดือน 100,000 ขึ้นไปก็สมัครบัตรนี้ได้ รักษายอดซื้อ 400,000.-/ปี ก็ฟรีค่าธรรมเนียม 4,000.-/ปี *ปีแรกยังไงก็ฟรี
  3. SCBM “Live” VISA Platinum : ใบนี้ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยทำงาน เงินเดือน 15,000 ขึ้นไปก็สมัครได้เลย ฟรีค่าธรรมเนียมปีแรกเช่นกัน และใช้ยอดซื้อเพียง 50,000.-/ปีเพื่อรักษาสถานะบัตร (ไม่งั้นก็จ่าย 500.-/ปีซะดีๆ ฮา)

ส่วนบัตรเดบิต SCBM นั้นของ่ายเลยก็เวลาคุณไปทำบัตร ATM ที่ธนาคารไทยพาณิชย์คุณก็รีเควสเป็นบัตร SCBM VISA Debit ได้เลย

อีกหนึ่งใบใหม่คือ SCBM VISA Prepaid นี่คือ “บัตรของขวัญ” ดีๆนี่เองครับ ซื้อเพื่อโหลดเงินใส่เข้าไปเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญของฝากแบบเกร๋ๆไปอีกแบบ คนได้รับก็ Wow นะแบบนี้เนื่องด้วยลายหน้าบัตรสวยงามเหลือเกิน ซื้อบัตรได้จากบูธ SCB Exchange ภายในห้างได้เลยครับ

ข้อดีของบัตร SCBM ใบต่างๆ คือการซื้อสินค้าในห้างทั้งเครือของ The Mall ได้ลด% ทุกชิ้น จะแบ่งจ่าย 0% 6 เดือนเขาก็ยอม ยังได้ M Point คูณตั้งแต่ 1 ถึง 4 เท่า (หากช้อปนอกเครือเดอะมอลล์ได้คะแนนตามปกติ 25 บาทเป็น 1 M Point) และนำ M Point ทั้งหมดที่ได้กลับมาแทนเงินสดซื้อสินค้าทุกชิ้นได้ในห้างโดยไม่มีข้อแม้

หน้าบัตรต่างๆให้ส่วนลดสูงสุดต่างกันดังนี้…

  • Legend : ลด 10% ได้รับคะแนน M Point X4 เท่า
  • Luxe : ลด 10% ได้รับคะแนน M Point X4 เท่า
  • Live : ลด 5% ได้รับคะแนน M Point X3 เท่า
  • Debit : เป็นครั้งแรกที่นักเลงเงินสดจะได้ลด 5% และคะแนน M Point X2 เท่า
  • Prepaid : เป็นครั้งแรกที่บัตรพรีเพดจะได้สะสมคะแนน M Point ไว้ได้ด้วย และเอาไปซื้อของนอกห้างได้ภายใต้บริการจาก VISA

แต่นั่นคือเรื่องปกติ… ที่ไม่ปกติคือ~!!!

บัตรทั้งหมด นอกจากจะได้เป็นบัตรจริงแล้ว ยังทำเป็น Virtual Card ไว้ในแอบ SCB Easy ได้ด้วย!!

โดยทุกจุดแคชเชียร์ของเดอะมอลล์กรุ๊ปทุกห้าง ทุกชั้น ทุกแผนก จะมีติดตั้งเครื่อง Smart EDC แบบใหม่ที่อ่าน QR Code จากแอป SCB Easy ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุดในการทำธุรกรรม เพราะ QR Code เปลี่ยนทุกครั้ง เรียกข้อมูลใหม่จากระบบเสมอ ไม่มีซ้ำ แถมเราไม่ต้องส่งบัตรจริงผ่านมือใครเลย … จะอยู่ที่ห้างไหน หรือลืมเอาบัตรมาก็ช้อปได้ทุกเวลา (หวังว่าจะไม่มีใครลืมเอามือถือมานะครับ ฮา!)

***ต่อไปนี้ในแอป SCB Easy ของเราก็เลือกได้เสมอว่าจะใช้ QR Code Pay จากเงินในบัญชีหรือเครดิตจากบัตร …นับเป็นความง่ายที่ไม่ต้องเดือดร้อนมือถือรุ่นใหม่ยี่ห้อดังจากผู้ใช้เลย เครื่องรุ่นไหนก็ใช้แอปจ่ายได้เสมอ***

ส่วน Benefit ที่ให้กับผู้ถือบัตรได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้มาก่อนจากบัตรเครดิต Co Branded ของห้างใดก็ตาม ตามแนวคิด “The First Evolution of Experiential Shopping” ก็คืออออออ….

  1. ไม่ต้องแย่งที่จอดรถแล้ว : เพราะสมาชิกบัตรระดับ Legend และ Luxe จะสามารถกด “จองที่จอด” ที่เรียกว่า I-Reserved Parking โดยให้กดจองมาก่อนล่วงหน้าได้ 1 ชั่วโมง จากแอป MCard เดิมของ The Mall Group นี่แหละครับระบบจะแสดงสิทธิ์การจองให้เมื่อเราได้สถานะบัตร Legend หรือ Luxe แล้ว
  2. เพิ่มระยะเวลาจอดฟรี : Extended Parking Hour – จอดฟรีเพิ่ม 2 ชม แก่ลูกค้าทุกหน้าบัตร รวมทั้งบัตรเดบิต (ยกเว้นสยามพารากอนอันร้อนแรง!)
  3. ไม่ต้องหิ้วของเข้ารถ : ซื้อเสร็จแล้วมีเจ้าหน้าที่หอบของที่คุณช้อปไปส่งลงรถให้ ไม่ต้องเหมื่อยถือเอง ให้สมกับความเป็น “ระดับตำนาน” ของผู้ถือบัตร Legend ทุกคน!! 🙂
  4. คุยกับ CHATBOT ผ่าน LINE THE MALL GROUP หุ่นยนต์ผู้ช่วยช้อปจะคอยตอบคำถาม และส่งลิงก์ช่องทางในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สะดวกเลยไม่ต้องไปห้าง!
  5. เมื่อมาห้างจะได้ Indoor Navigation เครื่องมือนำทางภายในศูนย์การค้า เพื่อความสะดวกในการค้นหาร้านค้า
  6. หากซื้อสินค้าด้วยบัตร Legend หรือ Luxe จะได้ “Purchase Protection” ประกันสินค้าที่คุ้มครองความเสียหาย สูญหาย และค่าซ่อม
  7. เครดิตเงินคืน 2-3% จากการเติมน้ำมันที่ปั้มเชลล์ทั่วราชอาณาจักร

อ่านจบแล้วร้อง “บ้าจริมๆ” เหมือนผมได้ …คนบ้าบัตรเครดิตและ Enjoy Benefit แบบผมมีรึจะไม่สมัคร … สมัครเล๊ย~ พนักงานพร้อมให้คุณสมัครอยู่ทั่วห้างทั้งเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป #โลกใหม่ประสบการณ์ใหม่

———————————————————-
ช่องทางการสมัครบัตร SCB M VISA เพื่อรับประสบการณ์ “eMperience” สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ที่เคาน์เตอร์ SCB M เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอร์เทียร์, สยามพารากอน, บลูพอร์ต หัวหิน และ กูร์เมต์มาร์เก็ต ทุกสาขา

หรือโทร SCB M Call Center : 1295

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

Vlog – หนุ่ยรู้โลกรู้ เครื่องพริ้นต์พิมพ์เสื้อยืดเองได้ที่บ้าน Ricoh Ri100

Published

on

หนุ่ย พงศ์สุข พาคุณมาชมนวัตกรรมใหม่จาก Ricoh ที่ ณ วันนี้สามารถสร้างเครื่องพิมพ์ที่สามารถ “พิมพ์เสื้อเองที่บ้าน” ได้แล้ว !! บอกได้เลยว่าออกมาสวยงามทีเดียว

Ricoh Ri100

เครื่อง Printer พิมพ์เสื้อ (หรือกระเป๋าผ้า) ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ใช้เวลาพิมพ์ต่อ 1 ชิ้นเพียง 5 นาที โดยมีขั้นตอนที่ต้องทำดังต่อไปนี้

  • ต้องเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของ Cotton เยอะ ๆ หรือ 100% เลยยิ่งดี
  • พับเสื้อใส่แม่พิมพ์ให้เรียบร้อย ไม่มีรอยยับ
  • นำไปอบในอุณหภูมิ 150 – 170 องศา (ด้านใต้เครื่อง) เป็นเวลา 30 วินาที
  • เสร็จแล้วนำขึ้นมาพิมพ์ โดยให้เราเลือกลายได้ตามที่ต้องการ (แต่อย่าสูงเกินไปเพราะจะทำให้ลายขาดได้) ใช้เวลา 1:30 นาทีในการพิมพ์
  • พิมพ์เสร็จเรียบร้อย ก็ให้นำเสื้อออกมาแล้วนำไปอบอีกครั้งเป็นเวลา 3 นาที ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

โดยจุดสังเกตคือ สามารถพิมพ์ได้ที่ขนาด A4 เท่านั้นสำหรับเครื่องรุ่นนี้ และสำหรับใครที่สนใจเครื่อง Ricoh Ri100 ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02-088-8000 ต่อ 4761 แผนก Production Printing ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

หนุ่ยรู้โลกรู้

หนุ่ย พงศ์สุข #สรุปความรู้ที่ได้จากทริปเชียงใหม่ 1 ธันวาคม 2017

Published

on

‘หนุ่ย พงศ์สุข’ พบ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ และ ‘กบ อภิพันธ์’ หัวหอกแอป #SCBEasy กับมาดการจ่ายง่ายแบบ #แม่มณี

***บทความนี้พงศ์สุขเขียนจากการถาม พูดคุยแลกเปลี่ยนแบบใกล้ชิดบนโต๊ะอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ และหยิบเนื้อหามาสรุปมวลความรู้ให้เข้าใจง่ายตามสไตล์ #ไม่ใช่การหยิบยกคำพูดจากผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งหมดที่ท่านกำลังจะได้อ่านเป็นสำนวนจากลีลาพงศ์สุขเอง

เล่าถึง Status ของการพัฒนาแอป SCB Easy และระบบ QR Code Pay

SCB ออกจาก Sandbox (กะบะทดลอง) ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า (ที่เปิดๆตัวกันมาก่อนหน้านี้คืออยู่ใน Sandbox เท่านั้น) ขณะนี้จึงสามารถรองรับการรับ-จ่าย #QRCodePay โดยสมบรูณ์แบบ อ่าน QR Code ข้ามได้ทุกธนาคาร และขณะนี้ก็มี 5 ธนาคารใหญ่ที่พร้อมแล้วแบบนี้เช่นเดียวกัน

…วิธีนี้ผูกกับภาพของระบบ #PromptPay นโยบายด้านการเงินใหญ่ของประเทศ (ที่คนไทยเสือกกลัว) ทำให้ประชาชนหมดภาระเรื่องค่าธรรมเนียม การโอนต่างธนาคารที่เคยมีมาตั้งแต่อดีตกาล (รัฐบาลสั่งทุบโต๊ะให้ทุกธนาคารพัฒนาระบบหลังบ้านใหม่ร่วมกันเพื่อลดต้นทุนการโอน) ธนาคารขาดรายได้ด้านค่าธรรมเนียมก็จริง แต่ทุกธนาคารเห็นดีด้วยที่จะทำเพื่อที่มันจะกระตุ้นให้คนไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ได้ ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น เพราะแต่เดิมการจัดการเก็บรักษาธนบัตรก็เป็นคอร์สบริหารจัดการที่มหาศาลของธนาคารเหมือนกัน *ทั่วโลกมีแนวทางเดียกันในด้านนี้ และประสบความสำเร็จมากแล้วในจีน

… วิธีนี้ดีมากๆ และคงโง่มากหากใครจะมัวหลงเชื่อข้อความหลอกลวงทาง LINE ที่กล่าวว่าจะโดนแฮกง่ายหากเปลี่ยนเบอร์มือถือ (แม่งไม่ได้เกี่ยวเล๊ย~! เพราะเบอร์โทรเราเอาไว้ “รับเงิน” ไม่ใช่เอาไว้ Log In เข้าระบบ ซึ่งนั่นก็ต้องใช้รหัสลับอันยาวเหยียดที่เรากำหนดเองอยู่ดี (หรือสแกนนิ้วหากมือถือคุณรองรับ)

การสมัคร QR Code Pay ง่าย ๆ เพียง 3-4 จิ้ม

.. การสมัคร QR Code Pay ทำได้เพียงกด 3-4 จิ้ม บนแอป มันสัมพันธ์กับการเปิด PromptPay เลือกผูกบัญชีกับเบอร์โทรศัพท์ หรือ เลขบัตรประชาชน (เอาที่สบายใจ) จบเลย! รอ ‘รับการจ่าย’ ง่าย คนจ่ายไม่มีค่าธรรมเนียม คนขายไม่ถูกตัดเปอร์เซ็นต์ใดๆ ได้เงินเต็มๆ เพราะมันคือการ “โอนไว” ไม่ใช่บริการบัตรเครดิตนี่นะ

คุณโจ้ ธนายอมรับว่าการทำแอปใช้งานง่ายประเภทนี้ทำให้ธนาคารขาดรายได้จาก SMS Alert ไปเป็นหลักพันล้านบาท/ปี แต่ต้องทำ ไม่งั้นธนาคารอาจสูญพันธ์เหมือน Kodak® และ Nokia® ถ้าไม่ปรับตัวเดี๋ยวนี้

SCB สร้าง Users จากมหาวิทยาลัยก่อนเพราะเด็ก Gen Z เขาไวต่อการรับเทคโนโลยี พอเด็กใช้กันมาก แม่ค้าแม่ขายก็จะยอมเปิดบัญชีรับจ่ายด้วย QR Code นี้เอง (หลักการเดียวกับ AliPay®ในไทย คือพอนักท่องเที่ยวจีนทะลักเข้ามามาก ใครๆก็อยากได้เงินจากนักท่องเที่ยวจีน ก็ยอมเปิดบัญชี AliPay® ใช่ไหมล่ะ!)

โมเดล Cashless Society ของจีนแข็งแรงมาก มากซะจน SCB มั่นใจว่าจะเกิดในไทยด้วย แม้จังหวะเวลานี้อาจไม่สวยนักเนื่องจากคนยังติดใจกังวล(ไปเอง) ในสมองด้วยข้อความสับขาหลอกทางไลน์เกี่ยวกับพร้อมเพย์ ทำให้เกิดความกังวลใจและไม่กล้าใช้ แต่ยังไงก็แล้วแต่

ถ้าธนาคารไทยไม่ทำ มันก็จะเป็นการปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาทุ่มตลาดทำ

สุดท้ายเราก็จะสูญเสียตลาดนี้ให้กับต่างชาติเหมือนกับที่สูญเสียตลาดเพลงให้แอปจีน ตลาดหนังให้กับแอปอเมริกา/มาเลย์ฯ หรือตลาดรายการทีวี-บันเทิงให้เฟซบุ๊ก ยูทูป ฯลฯ จะเอางั้นกับเรื่องการเงินด้วยหรือ??? มันคือเรื่องเสถียรภาพของประเทศเลยนะจ้ะ

การที่ SCB เข้ามาเชียงใหม่และโหมโรงโปรโมตแรงกับระบบที่พัฒนามาอย่างดีครั้งนี้จึงถือเป็นการเดิมพันอนาคตของธนาคารไทยที่จะต้องไม่สูญเสียตลาดการเงินให้กับ FIN Tech ข้ามชาติ .. ซึ่งจำเป็นมาก และเราคงไม่อยากเห็นวันที่เราสูญสิ้นธุรกิจในประเทศไทยให้กับเทคโนโลยีต่างชาติไปซะทั้งหมด (มีบ้างได้ครับ เป็นสีสัน แต่ไม่ใช่จะไม่มีที่ยืนให้แอปไทยที่แข็งแกร่งเลย)

ขณะนี้ SCB ใช้เงินลงทุนกับการกระตุ้นตลาดตรงนี้เกิน 100 ล้านบาทแล้ว

…เปิดใช้กันเยอะๆนะครับ #SCBEasy

—— ข้อฉุกคิด ——-

ปัจจุบันธนาคารน่าจะได้เปรียบคนทำแอป eWallet ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เพราะว่าธนาคารเองมีบัญชีออมทรัพย์ของลูกค้าอยู่แล้ว แค่ Convert มันมาเป็น eWallet ได้เลยด้วยหน้าตาใช้งานที่เข้าใจง่ายโดยไม่ต้องให้ผู้คนไปโอนใส่ หรือไปเติมเงิน

แต่ธนาคารเองก็ต้องทำโปรโมชั่นหรือจับใส่บริการจอง-จ่าย-จบ ง่ายๆไว้ในแอป เช่น ซื้อตั๋วหนัง จองร้านอาหาร ซื้อของเล็กๆน้อยๆ ผมเสนอไอเดียซื้อล็อตเตอรี่ออนไลน์ ถ้าทำได้น่าจะกระฉูดนะ แต่กฎหมายต้องปรับตัวไวกว่านี้ ไม่ต้องไปกลัวคนมอมเมา เพราะทุกวันนี้เป็นฉลาก ก็ลุ้นกันเยี่ยวเหนียวเยี่ยวแตกกันอยู่แล้ว สถานีข่าวไหนไลฟ์ถ่ายทอดการออกรางวัลนี่วิวท่วม! แต่ถ้าเป็นการซื้อผ่านแอป มันตรวจให้เลยไง เสียเวลาชีวิตน้อยลงด้วยต่อการไปลุ้น …ดูแอปธนาคารออมสินเป็นตัวอย่าง GSB MyMo™ ซื้อสลากดิจิทัลออมสิน เวิร์คมากอย่างผิดหูผิดฟอร์มรัฐ

พี่โจ้ ธนา และพี่กบ อภิพันธ์ ฟันธงว่าปีหน้า 2018 จะเป็น ‘ปีแห่งแบงค์’ การตลาดจะทุ่มอีกมาก ฟาดฟันกันอีกบาน ด้วยงบการตลาดมหาศาล เหมือนยุคเรียกลูกค้าเข้าค่ายของบริษัทโทรคมนาคมตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพอมาถึงวันนี้ คนเคยสร้าง dtac ให้เติบโตมากับมืออย่างพี่โจ้ ก็สลับหน้าที่มาเหนื่อยด้วยอีกครั้ง!

องค์กร SCB เองปีหน้าก็น่าเร้าใจมาก เพราะได้ “วิลาสินี พุทธิการันต์” หรือพี่แอ๊ว มือสร้าง AIS Serenade Call Center ที่เกษียนอายุแล้วแต่ยังไฟเธอยังแรง (ทำงานหนักมาตลอดชีวิต จะให้หยุดคงเหงา) มาช่วยสร้างวัฒนธรรมความเนี๊ยบแห่งการให้บริการภายใต้แบงก์ใบโพธิ์ม่วงนี้ด้วย

เอาใจช่วยครับ …มีอะไรก็ให้บอก เพราะผมชอบบอกต่อผู้คน 🙂 ขอบคุณทีมงานทุกฝ่ายที่ชวนไป

หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ : ผู้บันทึก

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

เรื่องร้อนแรง!