‘Challengers’ ภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติกล่าสุดของผู้กำกับลูกา กวาดาญีโน (Luca Guadagnino) จาก ‘Call Me by Your Name’ (2017) และ ‘Bones and All’ (2022) นำแสดงโดย เซ็นเดยา (Zendaya) เข้าฉายโดยได้รับคำชื่นชมมากมายจากนักวิจารณ์ พร้อมฉากดวลแร็กเก็ตระหว่าง 2 นักเทนนิส ที่รับบทโดย ไมค์ เฟสส์ (Mike Faist) และจอช โอคอนเนอร์ (Josh O’Connor) ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม

ล่าสุด ไบรอัน เดรเวส (Brian Drewes) หัวหน้าทีมวิชวลเอฟเฟกต์ Zero VFX ที่ผ่านงานมาแล้วมากมาย เช่น ‘Uncharted’ (2022) และ ‘Gran Turismo’ (2023) เป็นต้น รวมถึง ‘Challengers’ ด้วย ได้เปิดเผยขั้นตอนการสร้างวิชวลเอฟเฟกต์ในฉากการดวลเทนนิสดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งได้รับการนำเสนอแบบ POV (Point of View) ในมุมมองบุคคลที่ 1 ของลูกเทนนิส ได้อย่างยอดเยี่ยม

เดรเวสได้กล่าวว่า ฉากนี้ใช้การถ่ายกล้อง Arri Alexa LF บนเครนกล้องความสูง 30 ฟุต ในการถ่ายทำ ซึ่งใช้ระยะเวลานานถึง 5 ชั่วโมง ร่วมกับนักแสดงแทน (Stunt Double)

จากนั้นทีมงานได้นำช็อตที่ได้มาเรียงต่อกันเพื่อสร้างลำดับภาพที่เหมาะสมตามที่ผู้กำกับต้องการ

เดรเวสได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมงานได้ใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการสแกนสภาพแวดล้อมของคอร์ตเทนนิสด้วยความละเอียดสูง เพื่อนำไปใช้ในการสร้างโมเดลคอมพิวเตอร์กราฟิก พร้อมใส่ตัวละครประกอบมากกว่า 100 คน ลงบนพื้นหลัง ทำให้ได้ฉากอัฒจันทร์บนสภาพแวดล้อมที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกที่มีความสมจริงที่สุด

จากนั้นได้นำคอมพิวเตอร์กราฟิกมาใช้ในการทำให้การเคลื่อนภาพมีความนุ่มนวล, ปรับทิศทางของแสงให้ถูกต้องแม่นยำ และเปลี่ยนใบหน้าของนักแสดงแทนให้เป็นใบหน้าของนักแสดงหลักทั้ง 2 คน

แม้ว่าฉากดังกล่าวจะมีความยาวเพียง 24 วินาที แต่ใช้เทคโนโลยีการถ่ายทำที่ซับซ้อน เพื่อแสดงให้เห็นความเร็วและมุ่งมั่นของนักเทนนิสบนคอร์ตให้มากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับธีมของภาพยนตร์

‘Challengers’ ทำรายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกในสหรัฐฯ ไป 15 ล้านเหรียญ ซึ่งสูงสุดในผลงานกำกับของกวาดาญีโน และหลังจากฉายไป 5 สัปดาห์ ก็สามารถทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 81.9 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 55 ล้านเหรียญ (จุดคุ้มทุนอยู่ที่ประมาณ 110 ล้านเหรียญ)