Read
| LIFE
14/10/2025
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 227 days ago
เมื่อ ‘ประสบการณ์’ กลายเป็นอุปสรรค เรากำลังติดกับดัก ‘สมัยฉัน…’ หรือเปล่า ?
ถ้าถามว่าทำไมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในอดีตอย่าง Nokia ถึงสามารถครองตลาดโทรศัพท์มือถือโลกได้ยาวนาน คำตอบคงหนีไม่พ้นคำว่า 'ประสบการณ์' และความเชี่ยวชาญในการสร้างโทรศัพท์ที่ทนทานและมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้อย่างมั่นคง แต่พอถึงยุคหนึ่งที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งข้อมูลและเทคโนโลยี การยึดมั่นใน 'ประสบการณ์' เพียงอย่างเดียวอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งแบรนด์ไว้ จนทำให้ติดกับดักความคิดแบบ 'สมัยฉันใช้ Symbian ก็ดีอยู่แล้ว...' จนลืมไปว่า วิธีการที่เคยใช้ได้ผลดีในอดีต ไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้ผลดีเสมอไปในโลกยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับ ‘คนมีประสบการณ์’ ในที่ทำงานของเรา หลายคนอาจจะยึดติดกับคำว่าประสบการณ์มากจนลืมไปว่านี่คือยุคที่ข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แค่ ‘ประสบการณ์’ อย่างเดียวอาจไม่พอ วลีเด็ดอย่าง ‘สมัยฉัน…’ จึงอาจใช้ไม่ได้แล้วหรือเปล่า ? แล้วเมื่อไหร่ที่ ‘ประสบการณ์’ จะเป็น ‘อุปสรรค’ ? ประสบการณ์อาจกลายเป็นอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ถ้ามันไม่ได้ทำหน้าที่ ‘ชี้นำ’ แต่กลับกลายเป็นการ ‘ปิดกั้น’ แทน แกนหลักของปัญหานี้คือการที่ยึดติดกับวิธีคิดแบบ 'สมัยฉันเคยทำ...' จนทำให้ปฏิเสธที่จะรับชุดข้อมูลหรือแนวโน้มใหม่ ๆ ที่เข้ามา หากคุณเริ่มใช้ความสำเร็จในอดีตมาเป็นเกราะกำบังการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมใหม่ ๆ นั่นแหละคือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังติดกับดักประสบการณ์ของตัวเองแล้วล่ะ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เราปิดกั้นการเติบโต สัญญาณเหล่านี้มักแสดงออกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น มีแนวโน้มที่จะตัดสินและปฏิเสธนวัตกรรมใหม่…04/08/2023
จัดการกับความรู้สึกวิตกกังวลในความสัมพันธ์กับคนรัก
ความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก หมายถึง ความกังวล ความไม่มั่นคง และความสงสัยในสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ได้ แม้ว่าในความสัมพันธ์ครั้งนี้ทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีก็ตาม สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากคุณกำลังมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญที่คุณรัก คุณจะได้พัฒนาความไว้วางใจ ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเรียนรู้รูปแบบการสื่อสารของกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังตั้งคำถามกับคู่ของคุณ และความสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา ความวิตกกังวลเหล่านี้บางครั้งอาจหายไปเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายก็อาจกลับมาได้อีกจนกลายเป็นทำร้ายความสัมพันธ์ของคุณกับคนรักอย่างที่ไม่ควรจะเป็น คิดมากเรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ? คำตอบคือ ใช่ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ได้เคยกล่าวไว้ว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติธรรมดามาก บางคนอาจประสบกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าคู่ของตนเองไม่ได้มีเรื่องอย่างที่กังวลไป ในบางคนอาจมีความคิดว่าแท้จริงแล้วตัวเองอาจไม่ได้ต้องการมีความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ระยะยาวที่มีความมั่นคงเช่นกัน และเมื่อเวลาผ่านไป ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์อาจนำไปสู่ปัญหาหลายด้าน เช่น อะไรคือสัญญาณของความวิตกกังวลในความสัมพันธ์ ? ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์สามารถแสดงออกได้หลายวิธี คนส่วนใหญ่จะรู้สึกไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในบางจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการออกเดทและการสร้างพันธะสัญญาต่าง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่บางครั้งความคิดวิตกกังวลเหล่านี้ก็เติบโตและเล็ดลอดเข้ามาในชีวิตประจำวันของคุณได้เช่นกัน โดยมีสัญญาณดังนี้ 1.สงสัยว่าตัวเองมีความสำคัญสำหรับคนรักหรือไม่ ? การแสดงออกของความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุด คือ คำถามที่ว่า 'ฉันสำคัญไหม' หรือ 'คุณจะอยู่ตรงนี้เพื่อฉันไหม’ สิ่งนี้พูดถึงความต้องการขั้นพื้นฐานในการเชื่อมต่อความเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในชีวิตคู่ คุณอาจมีความคิด หรือเกิดความสงสัย ดังนี้ แม้ว่าคนรักของคุณดูมีความสุขเสมอที่ได้พบคุณและทำท่าทางใจดี แต่คุณยังคงไม่สามารถสลัดความคิดที่ว่า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1029 days ago
Read More04/08/2023
รู้ตัวก่อนสายไป…สัญญาณเตือนระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นระบบที่ซับซ้อนของเซลล์เม็ดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคที่เป็นอันตรายซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ หากคุณพบว่าตัวเองติดเชื้อบ่อย ๆ อาจหมายความว่าคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และหากยิ่งปล่อยไว้นานวันโดยไม่หันมาใส่ใจสุขภาพหรือไปพบแพทย์ก็อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันประกอบไปด้วย เซลล์เม็ดเลือดขาว แอนติบอดี และส่วนประกอบอื่น ๆ รวมทั้งอวัยวะและต่อมน้ำเหลือง ประกอบกันเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อบ่อยกว่าคนอื่น ความผิดปกติหลายอย่างอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และทำให้บางคนมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความผิดปกติเหล่านี้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง บางอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดในขณะที่บางอย่างเป็นผลมาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาต่อไปนี้ สัญญาณที่บอกว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน บางครั้งเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะในร่างกายของคุณอาจเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ซึ่งมีจากหลายสาเหตุและในบางครั้งการหันมาพักผ่อน หรือแม้แต่การไปหาหมออาจช่วยได้ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยเกินไป คุณอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือโรคเรื้อนกวาง หรือหากระบบภูมิคุ้มกันของคุณเริ่มโจมตีร่างกายของคุณแทนที่จะปกป้องคุณจากโรคต่าง ๆ คุณอาจมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคไขข้ออักเสบหรือโรคเบาหวานประเภท 1 และภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่น ๆ ได้แก่ โรค celiac, lupus, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง, โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุของปัญหาระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติอาจไม่ได้เกิดจากเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่อาจมาจากสาเหตุอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1029 days ago
Read More04/08/2023
คิวบาแบนธุรกิจใช้ตู้ ATM จำกัดธุรกรรมเงินสด 3,100 บาท สู้วิกฤตเศรษฐกิจ-คุมเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางของคิวบาห้ามบริษัทของรัฐและเอกชน ใช้ตู้เอทีเอ็ม รวมถึงจำกัดการทำธุรกรรมเงินสดระหว่างกัน เนื่องจากพยายามจะควบคุมภาวะเงินเฟ้อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงพนิตา สืบสมุทร | 1029 days ago
Read More04/08/2023
Pareidolia ปรากฏการณ์สมองที่ทำให้หลายคนเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ (มีภาพ)
‘ก้อนเมฆก้อนนั้นเหมือนยีราฟเลยอะ’ ‘ต้นไม้ต้นนั้นเหมือนคนเลยเนอะ’ วลีเหล่านี้มักปรากฏขึ้นเมื่อใครบางคนสังเกตเห็นวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ‘Pareidolia’ (แพริโดเลีย) Pareidolia เป็นกลไกตามธรรมชาติของสมองที่เชื่อมโยงภาพที่เราเห็นไปเทียบคลังของความทรงจำและกระบวนการคิดของเราแบบอัตโนมัติ และตีความออกมาเป็นผลลัพธ์ว่าอันนั้นเหมือนสิ่งนี้ สิ่งนี้เหมือนสิ่งโน้น โดยคนบางส่วนเชื่อว่าวิวัฒนาการของสมองสร้างกลไกนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญชาติในการเอาตัวรอดจากอันตรายตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ Para = ขนาน หรือ เทียบเคียง, Eidolon = รูปทรง หรือ รูปร่าง Pareidolia = การเทียบเคียงระหว่าง 2 สิ่งที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน ปรากฏการณ์ Pareidolia ถูกนำมาใช้อธิบายเรื่องราวของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ เพราะปรากฏการณ์นี้อาจทำให้สมองของเราสร้างความจริงเกี่ยวกับการเห็นใบหน้าของคนที่ฝังอยู่ในต้นไม้ วิญญาณในรูปถ่าย ปีศาจที่มุมห้อง หมู่ดาวบนท้องฟ้าที่ดูเหมือนตาชั่งหรือสิงโต กระต่ายในพระจันทร์ ตลอดจนสุนัขชิวาวาที่อยู่ในคุกกี้และคัปเค้ก นอกจากนี้ Pareidolia ไม่ได้เกิดขึ้นกับภาพที่ตาเห็นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่คนเราได้ยินด้วย อย่างคนที่ได้ยินเสียงเด็กทารกร้อง ทั้งที่เป็นเสียงแมว หรือเสียงลมพัดใบไม้ที่ฟังหวีดหวิวยามค่ำคืนอาจถูกสมองตีความเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณผีผู้หญิง มนุษย์อาจใช้ประโยชน์ของ Pareidolia ในแง่ของการสร้างจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือทำให้รู้สึกกลัวเมื่อเข้าไปในที่ที่ดูไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจช่วยชีวิตเราได้ อย่างการเข้าไปในป่า หรือที่มืด ๆ ที่อาจมีสัตว์ป่า หรือสัตว์มีพิษซ่อนอยู่ไม่ใช่ผีหรือวิญญาณแต่อย่างใด ไปจนกระทั่งเอามาสร้างภาพตลกบนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ เคยมีการประมูลขนมปังปิ้งที่มีรอยไหม้คล้ายกับพระแม่มารีในราคา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1029 days ago
Read More04/08/2023
ประธานสภา สั่งเลื่อนประชุม พิจารณาแก้ไข ม.272 ปิดสวิตช์ สว. หลังเปิดประชุมไปเพียงชั่วโมงเศษ
การประชุมรัฐสภาในวันนี้ ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. โดยเปิดประชุมไปเมื่อ 10.38 น. และปิดประชุม ไปตอน 11.30 น. หลังนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ใช้อำนาจตามข้อบังคับข้อที่ 22 สั่งเลื่อนการประชุมรัฐสภา และปิดการประชุมรัฐสภาในวันนี้ เพราะความไม่ลงตัวในข้อถกเถียงเรื่องการเสนอญัตติขอให้ทบทวนมติรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 66 แต่ไม่ได้ข้อยุติพนิตา สืบสมุทร | 1029 days ago
Read More04/08/2023
ควรทำอย่างไรกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน
หนึ่งในพื้นที่ที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุดนั่นก็คือ “พื้นที่ของการทำงาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับอาวุโส พนักงานระดับช่วงกลาง หรือแม้แต่พนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ และยังมีผู้คนจากหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เกิดความแตกต่าง ทั้งทางด้านความคิด และทัศนคติที่แตกต่างกันไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ด้วยกันก็คือ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีจัดการบริหารช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน ให้มีความเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องของทัศนคติที่แตกต่างกัน ทำให้ก่อเกิดสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ นอกเหนือไปจากการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวและทำความเข้าใจ ที่จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วันอีกด้วย 1. อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะนำไปสู่การปิดกั้นทางความคิดและทำให้เกิดความหมางใจกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสกระทำต่อผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้วใส่ผู้อาวุโส ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในที่ทำงานทั้งนั้นเพราะบุคคลในแต่ละช่วงวัยต่างก็มีความรู้มีประสบการณ์ แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงมีความรู้ดี ๆ ให้เรานำมาปรับใช้กับชีวิต และทำงานอยู่เสมอ 2. เปิดพื้นที่ให้คนต่างวัยได้ศึกษา และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่ทำงานอยู่ในวงการหรือธุรกิจนั้น ๆ มาอย่างยาวนาน จะมีประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียน ในทางกลับกัน คนรุ่นมิลเลนเนียลได้เติบโตขึ้นมาในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านและทำให้ก่อเกิดการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งบุคคลทั้ง 2 วัยนี้ต่างก็มีเรื่องที่ตนเองถนัดและเรื่องที่ตนเองไม่ถนัด การแชร์ประสบการณ์ และแชร์ความรู้กัน นอกจากจะเป็นการเพิ่มเติมความรู้แล้ว ก็ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1029 days ago
Read More04/08/2023
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! หลักจิตวิทยาว่าด้วยการยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ
ทำไมถึงห้ามใจไม่ค่อยได้จริงจริ๊ง! ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ คุณเคยรู้สึกเช่นนี้หรือไม่? วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักจิตวิทยาว่าทำไมเมื่อคนเราถูกห้ามมักจะยิ่งอยากทำ ยกตัวอย่างเช่น เช่น บางครอบครัวห้ามลูกเที่ยวกลางคืน แต่ลูกก็ยิ่งหนีเที่ยว หรือคุณเจอป้ายที่เขียนในสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ ที่เขียนว่า “Don't touch” ยิ่งทำให้อยากสัมผัสเข้าไปอีก หรือเจอป้ายที่เขียนว่า “อย่าเดินลัดสนาม” เท้าเจ้ากรรมยิ่งอยากเดินไปสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าแบบเต็ม ๆ เสียเหลือเกิน วันนี้เรามีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากกัน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Reactance” ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า รีแอกแตนซ์ (Reactance) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรู้สึกว่าเสรีภาพหรือความเป็นอิสระของตนกำลังถูกคุกคามหรือถูกจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่ความปรารถนาที่ทำพฤติกรรมต้องห้ามมากขึ้น เมื่อมีคำสั่งต้องห้าม สิ่งนี้มักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่ทำให้บุคคลต้องการยืนยันเสรีภาพของตนเอง และทำสิ่งต้องห้าม ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นจากความต้องการโดยธรรมชาติของเรา เพราะมนุษย์ต้องการความเป็นอิสระและต้องการควบคุมชีวิตของเราเอง และเมื่อเรารับรู้ว่าเสรีภาพของเราถูกจำกัด ทำให้มักเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากต่อต้านข้อจำกัดนั้น ยิ่งห้ามยิ่งเร้าใจ อยากท้าทายสุด ๆ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการประกาศเตือน ด้วยป้าย POP UP ห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกดคลิกเข้าไปใช้งานเว็บเด็ดขาด! และจากการประกาศเตือนเช่นนี้ บางคนก็อาจรู้สึกอยากไปดูมากขึ้น เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นหรือความปรารถนาที่จะท้าทายอำนาจในการสั่งห้าม ในทำนองเดียวกัน เมื่อพ่อแม่สั่งห้ามไม่ให้ลูก ๆ ออกไปเที่ยวกลางคืน ก็อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกถูกจำกัด และเด็กบางคนอาจลงมือฝ่าฝืนกฎของพ่อแม่เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของตนเอง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีปรากฏการณ์ รีแอกแตนซ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1029 days ago
Read More03/08/2023
เตือนแค่หน้าซองไม่พอ แคนาดาพิมพ์อันตรายของบุหรี่ลงบนบุหรี่ทุกมวน
หากย้อนไปก่อนหน้านี้หลายปี ซองบุหรี่ในบ้านเรายังไม่มีรูปภาพน่ากลัว ๆ อย่างปอดที่เป็นมะเร็ง ปอดที่เป็นถุงลมโป่งพอง หรือฟันที่ดูเหยเกปรากฏอยู่ เป็นเพียงซองบุหรี่ธรรมดาที่เขียนชื่อยี่ห้อบุหรี่เอาไว้ ในยุคต่อมาได้มีการนำภาพโรคเหล่านี้พิมพ์ลงไปบนกล่องหรือซองบุหรี่เพื่อสร้างความตระหนักคิดในกับนักสูบ อารมณ์ประมาณว่า ถ้าคุณสูบ แล้วต้องป่วยแน่นอน ล่าสุด ประเทศแคนาดากำลังจะเป็นชาติแรกที่เพิ่มความน่ากลัวให้กับบุหรี่ ซึ่งคนก็น่าจะกลัว (แหละ) ด้วยการพิมพ์ข้อความลงไปบนบุหรี่ทุกมวน ซองบุหรี่ของแคนาดาก็มีภาพประกอบที่ดูน่ากลัวเหมือนกับของไทยด้วย ตัวอย่างของข้อความบนมวนบุหรี่ ข้อความที่พิมพ์ลงไปจะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากคนแคนาดาพูดได้ 2 ภาษา โดยบุหรี่ล็อตที่มีตัวหนังสือเหล่านี้จะถูกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นจากบุหรี่และยาสูบที่ขนาดใหญ่และขนาดมาตรฐานก่อน ซึ่งรัฐบาลแคนาดาวางแผนเอาไว้ว่าในปี 2025 จะกำหนดให้บุหรี่ขนาดและรูปแบบอื่นมีคำเตือนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน หน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดาพยายามที่จะลดสัดส่วนของคนสูบบุหรี่ให้เหลือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ภายในปี 2035 เพราะปัจจุบันชาวแคนาดาเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ 48,000 คน ส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการมีข้อความเตือนปรากฏบนมวนบุหรี่อาจช่วยเตือนให้ผู้ใหญ่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น และการเพิ่มจำนวนของนักสูบรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทยมีคนเสียชีวิตเนื่องจากบุหรี่ 72,000 คน ในปี 2022 และสังคมไทยเผชิญปัญหาเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก คือ การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มวนเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแทนภายใต้ข้ออ้างว่าไอน้ำจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่อันตราย ที่มา: BBC พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1030 days ago
Read More02/08/2023
Cancer จากคำว่า ‘ปู’ ในภาษาละตินสู่โรคมะเร็ง
หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าชื่อของโรคมะเร็งในภาษาอังกฤษเขียนว่า Cancer (แคนเซอร์) ซึ่งเหมือนกับ Cancer ที่หมายถึงราศี กรกฎ จนทำให้คนสงสัยว่าโรคมะเร็งกับราศีกรกฎเกี่ยวข้องกันอย่างไร? แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ว่าคนราศีนี้จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งมากกว่า คนที่เข้ามาอ่านน่าจะรู้แล้วว่า Cancer หมายถึงปูในภาษาละติน ซึ่งในภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาใช้เพื่อเรียกทั้งกลุ่มดาวประจำราศีกรกฎและชื่อโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก การเรียกโรคมะเร็งว่า Cancer มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเป็นปู? โรคมะเร็งเป็นโรคดึกดำบรรพ์ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่แสงแรกในอารยธรรมมนุษย์ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมวลมนุษย์ เคยมีการขุดค้นพบฟอสซิลกระดูกมนุษย์หรือซากมัมมี่โบราณที่มีร่องรอยของโรคมะเร็งที่คงเหลือไว้ในกระดูก Cancer มีรากมาจากคำว่า Carcinos (คาซิโนส์) และ Carcinoma (คาร์ซิโนมา) ในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงปู คำนี้ถูกใช้เพื่อเรียกโรคมะเร็งครั้งแรกเมื่อ 460–370 ปีก่อนคริสตกาล โดยฮิปโปเครติส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกที่มีชีวิตจริงอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก ฮิโปเครติสใช้คำว่า Carcinos และ Carcinoma เรียกเนื้องอก ทั้งชนิดที่ทำให้เกิดแผลและไม่ทำให้เกิดแผล โดยการแพร่กระจายของเนื้องอกมีลักษณะเป็นขาหลายขาแผ่กระจายออกมาคล้ายกับขาของปู โดยส่วนที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวปู หลังเวลาผ่านไป หมอชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำว่า Carcino และ Carcinoma จากภาษากรีกให้กลายเป็นภาษาละติน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1031 days ago
Read More02/08/2023
เทคนิคการเลือกสบู่ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
การอาบน้ำชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรกเป็นกิจวัตรที่ทุกคนทำทุกวัน และการเลือก ‘สบู่’ เพื่อช่วยขจัดคราบความมันและแบคทีเรียต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เนื่องจากสบู่แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของรูปแบบ และคุณสมบัติในการบำรุงผิว ดังนั้น จึงควรเลือกใช้สบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง เลือกสบู่ให้เหมาะกับผิวของตนเอง โดยปกติคนเราจะมีสภาพผิวอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนเลือกสบู่ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทผิวของตนเอง เพราะการเลือกสบู่อาบน้ำที่ต้านแบคทีเรียและมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวจะช่วยคุณจัดการปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยคุณสามารถทดสอบสภาพผิวของตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แล้วซับให้แห้ง 2.อย่าทาครีม มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือโทนเนอร์บนใบหน้าหลังจากเช็ดหน้าจนแห้ง 3.ปล่อยให้ใบหน้าแห้งอย่างน้อย 30 นาที 4.หลังจากผ่านไป 30 นาที หลังจากทำความรู้จักกับประเภทผิวของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกสบู่ให้เหมาะกับตนเองได้อย่างง่ายดาย 1.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวแห้ง หากคุณมีผิวแห้ง คุณต้องเลือกใช้สบู่ที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเป็นขุยและมีอาการคันได้ง่าย นอกจากนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลังล้างออกไม่แห้งตึงจนเกินไป ควรเน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว 2.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวมัน ผิวมันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย จะดีที่สุดถ้าคุณเลือกสบู่ที่ดูดซับความมันส่วนเกินจากผิวของคุณเพื่อป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ ผิวมันจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินเป็นประจำ เพื่อให้ผิวไม่รู้สึกมันเยิ้มจนเกินไป 3.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวผสม หากคุณเป็นคนผิวผสม คุณก็สามารถเลือกสบู่ได้หลากหลายประเภท เนื่องจากผิวของคุณไม่ได้บอบบางขนาดนั้น แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าคุณใช้สบู่ธรรมชาติที่ปราศจากพาราเบน และสารเคมีอันตรายอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1031 days ago
Read MorePR Partners
See All28/05/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 days ago
ทรูเปิดบ้าน TRUE AF 2026 รับ 12 นักล่าฝัน ส่งต่อพลังฝันคนรุ่นใหม่ ก่อนเริ่มเรียลลิตี้ บนทุกแพลตฟอร์มทรู
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมเปิดบ้านต้อนรับ 12 นักล่าฝันจากเวที “TRUE AF 2026” ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก อย่างอบอุ่น พร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อต้อนรับเข้าสู่ “ครอบครัวทรู” อย่างเป็นทางการ มุ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการผลักดันความฝัน ศักยภาพ และแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด เซอร์ไพรส์แรก ! 1228/05/2026
แม็คโคร จับมือพันธมิตรระดับโลก ยกระดับ Own Brand สู่มาตรฐานสากล ชู “Aro Gold” พร้อมตอกย้ำผู้นำ Food Destination ครบวงจรในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026
28 พฤษภาคม 2026– “แม็คโคร” ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับกลุ่มสินค้า Own Brand หรือ House Brand อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาสินค้าร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ “Aro” และ “Aro Gold” เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมอาหาร คุณภาพสินค้า และมาตรฐานระดับสากล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Food Destination ครบวงจร หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสินค้า Own Brand หรือ House Brand ของแม็คโคร ครอบคลุมกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอาหาร โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์ผู้ประกอบการผ่าน 3 แนวคิดสำคัญคือ คุณภาพดี รสชาติอร่อย พร้อมช่วยเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนในการจัดเตรียมวัตถุดิบ การผลิตได้มาตรฐาน มีความสม่ำเสมอภายใต้การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน รวมถึงราคาคุ้มค่า ด้วยสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในราคาที่เหมาะสม พร้อมช่วยผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นแนวคิดสำคัญในการพัฒนา “Aro” (เอโร่) แบรนด์ที่อยู่เคียงคู่ผู้ประกอบการไทยมากว่า 37 ปี…รัชนี สังข์แก้ว | 1 days ago
Read More26/05/2026
แม็คโคร โชว์ศักยภาพใน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 ยกระดับประสบการณ์ “Live Like A PRO” เสริมแกร่งผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับภูมิภาค
“แม็คโคร” ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจอาหารในระดับภูมิภาค เปิดตัว Makro Pavilion ในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Makro No.1 Together” สะท้อนความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ การพัฒนาสินค้าและโซลูชันทางธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการค้า เพื่อยกระดับศักยภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืน แม็คโครนำเสนอประสบการณ์ Food Destination ครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Live Like A PRO” ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการโฮเรก้า (HoReCa) และธุรกิจอาหารยุคใหม่ ผ่าน 5 โซลูชันหลัก ได้แก่ PRO Chef พื้นที่สาธิตการทำอาหารโดยเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง PRO Mixologist การรังสรรค์เครื่องดื่มโดยบาริสต้าและมิกซ์โซโลจิสต์มืออาชีพ PRO Cafe นำเสนอกาแฟเกรดคัดพิเศษพร้อมโซลูชันสำหรับธุรกิจคาเฟ่และเบเกอรี่ PRO Kitchen โซลูชันอุปกรณ์ครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพมาตรฐาน และ PRO Business…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 3 days ago
Read More25/05/2026
MoVida Bangkok ฉลองครบรอบ 1 ปี มอบค่ำคืนสุดพิเศษ พร้อม Chef Frank Camorra และบรรยากาศแห่งการแบ่งปันสไตล์สเปน
MoVida Bangkok ร้าน Modern Tapas จาก Melbourne ใจกลางเอกมัย ฉลองก้าวเข้าสู่ปีแรกอย่างเป็นทางการ ผ่านค่ำคืนแห่งการแบ่งปัน “MoVida First Anniversary: The Tapas Night” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา กับประสบการณ์อาหาร ดนตรี และการสังสรรค์ในแบบฉบับ MoVida ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา MoVida Bangkok ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบ Shared Dining ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอาหารสเปน ผ่านเมนูซิกเนเจอร์ที่กลายเป็นความทรงจำของลูกค้าหลายคน พร้อมสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเรื่องราว เสียงหัวเราะ และช่วงเวลาร่วมกัน ค่ำคืนพิเศษครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Tapas Night” โดยรวบรวมแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และคนรักอาหาร มาร่วมเฉลิมฉลองผ่าน Free-flow Tapas & Drinks พร้อมดนตรีสดและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองตลอดทั้งคืน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏตัวของ Chef Frank Camorra ผู้ก่อตั้ง…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More































