Read
| Trends
23/12/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 31 days ago
“ข่าวใหญ่แห่งปี 2025” รวมเหตุการณ์สำคัญ จากภัยพิบัติสะเทือนโลก สู่จุดเปลี่ยนการเมืองไทย
ปี 2025 เป็นปีที่ประเทศไทยและโลกต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญในหลายด้าน ทั้งวิกฤตความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติรุนแรง และความผันผวนทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้สูตรอำนาจใหม่ ตลอดจนการก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวที่ส่งผลต่อตลาดแรงงานทั่วโลก BT รวบรวมพร้อมสรุปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นตลอดปี รีแคปโมเมนต์สำคัญ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ? เมียนมาวิปโยค แผ่นดินไหวสะเทือนถึงกรุงเทพฯ นโยบาย "American First" และมรสุมภาษีทรัมป์ ไวรัล "อังเคิลฮุนเซน" กับปมคลิปเสียงหลุด วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา วิกฤตเลิกจ้างพนักงานเทคฯ ระลอกใหญ่ "นายกฯ หนู" รัฐบาลชั่วคราว ปรากฏการณ์ iPhone 17 Pro Max "Cosmic Orange" พระพันปีหลวงเสด็จสวรรคต ข้อตกลง "แรร์เอิร์ท" NVIDIA ผงาดขึ้นเบอร์ 1 ของโลก มหาอุทกภัยภาคใต้ ยุบสภาคืนอำนาจ ปิดตำนานรัฐบาล 4 เดือน จะเห็นได้ว่าปี 2025 เป็นปีที่มีครบรสทั้งความสูญเสีย วิกฤตการณ์ และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสู่ทิศทางของประเทศไทยในปี 2026…26/11/2025
วิธีจัดกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติแบบ 7 วัน
ภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่คาดเดาได้ยาก ซึ่งสามารถนำไปสู่การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม เราสามารถเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยที่ไม่คาดคิดนี้ได้ ทาง BT beartai ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการจัดกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับกรณีเกิดภัยพิบัติแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงจากหน่วยงานด้านสาธารณภัยของสหรัฐอเมริกา (Federal Emergency Management Agency) และสมาคมกาชาดสหรัฐอเมริกา ในโลกของสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎเหล็ก 72 ชั่วโมง (3 วัน) คือมาตรฐานสากล แต่เมื่อภัยพิบัติลากยาวถึงระดับสัปดาห์ โจทย์จะเปลี่ยนจาก "การรอความช่วยเหลือ" ไปสู่ "การเอาตัวรอดด้วยตนเอง" ทันทีครับ การเตรียม Survivor Pack หรือ กระเป๋าฉุกเฉิน สำหรับ 7 วัน จะเน้นการเลือกสิ่งของที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดและมีน้ำหนักเบาเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนที่หรืออพยพ ดังนั้น ก่อนการจัดกระเป๋าให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อนว่าจุดประสงค์หลัก คือการเอาชีวิตรอด ทั้งเพื่อรอการช่วยเหลือ และการเอาตัวรอดด้วยตนเอง ไม่ใช่การรักษาทรัพย์สินหรือความสะดวกสบาย วิธีจัดกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติแบบ 7 วัน กระเป๋าฉุกเฉินที่จะเล่าต่อไปนี้ ทุกคนควรจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงที่ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเราพร้อมเอาตัวรอดทุกเมื่อ 1. กระเป๋า ควรเน้นกระเป๋าที่มีความจุสอดคล้องกับน้ำหนักและปริมาณสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเอาตัวรอด 1 สัปดาห์ ซึ่งอาจอยู่ระหว่าง 40-50…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 59 days ago
Read More25/11/2025
พัทยาแพตช์ใหม่ น่าเที่ยว น่าอยู่ และยั่งยืนกว่าเดิม
ภาพจำของพัทยาสำหรับคนไทยและต่างชาติอาจเป็นภาพเมืองท่องเที่ยวชายทะเลและแสงสียามค่ำคืน แต่ปัจจุบันพัทยากำลังอัปแพตช์ใหม่ ปรับโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ซึ่งทาง BT beartai ได้ไปบุกถึงถิ่นพัทยา และบอกได้เลยว่า 'พัทยาเปลี่ยนไปแล้ว' สิ่งที่มาพร้อมความเจริญและการเติบโตทางเศรษฐกิจ คงที่ไม่ผลปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ยิ่งสถานะการเป็นเมืองท่องเที่ยวของพัทยา ทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีขยะสูงถึง 500-600 ตันต่อวัน เมื่อเทียบปริมาณขยะต่อพื้นที่ตารางกิโลเมตรแล้ว ถือว่าหนาแน่นกว่ากรุงเทพมหานครด้วยซ้ำ แต่ภาพที่ BT beartai ได้ไปเห็นกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะสภาพแวดล้อมของพื้นที่ส่วนใหญ่ของพัทยากลับดูสะอาดตาแบบไม่น่าเชื่อ ยิ่งเทียบกับภาพของนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านและเศรษฐกิจที่คึกคักผ่าน วอล์กกิงสตรีต และร้านค้าต่าง ๆ ยิ่งแลนด์มาร์กสำคัญอย่างชายหาดพัทยาตั้งแต่เหนือ กลาง จรดพัทยาใต้ หากลองเดินดูจะเห็นทางเท้าที่ปูเรียบเสมอ เดินได้ง่าย และถังขยะแยกประเภทที่วางไว้ถี่พอ ๆ กับเสาไฟฟ้า LED ที่เมืองพัทยาเพิ่งเปลี่ยนไปใหม่ ชวนให้เราสงสัยถึงนโยบายและการจัดการปัญหาขยะ เพราะอย่างที่ทุกคนรู้ว่ามนุษย์เป็นผู้ผลิตขยะให้กับโลกนี้ และเรากำลังเผชิญกับภาวะสิ่งแวดล้อมในระดับวิกฤต แต่เมืองคนต้องกินต้องใช้ เมืองต้องโต สิ่งที่เราทำได้ คือจัดการกับสิ่งที่เราก่อให้ได้ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพที่สุด พัทยา กับภารกิจแก้ปัญหาขยะล้นเมือง Pattaya Go Green หนึ่งในนโยนบายของเมืองพัทยา ภายใต้การนำของ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 59 days ago
Read More24/11/2025
[บทความ] การเลี่ยงบาลีในยุคดิจิทัล สงครามคำศัพท์ที่ไม่ได้หนีกฎหมายอย่างเดียว แต่หนี ‘ทัวร์ลง’ ด้วย !
เคยสังเกตกันมั้ย? บนโซเชียลฯ มันเหมือนมี ลิสต์คำลับ ที่เราพูดตรง ๆ ไม่ได้ ใคร ๆ ก็คิดแบบนั้นแหละ แต่อาจจะเคยเห็นว่าเดี๋ยวนี้คนชอบเลี่ยงคำแปลก ๆ บนโซเชียลฯ เช่น แทนที่จะพูดว่า "ฆ่า" ก็พูดว่า "อูนอไลฟ์" (Unalived) หรือแทนที่จะพูดถึงปืน ก็เรียกมันว่า "ปิ้ว ๆ" (Pew Pews) ส่วนเรื่องบนเตียงของผู้ใหญ่ที่ยอมพร้อมใจกัน ก็กลายเป็น "เซ็กส์" (สะกดแปลก ๆ) ชาวเน็ตเองก็ยอมรับแหละว่าพูดแบบนี้แล้วดูตลก ดูปัญญาอ่อนไปหน่อย แต่หลายคนก็บอกว่า ทำไงได้วะ? ไม่มีทางเลือกชลธิชา คำแสน | 61 days ago
Read More16/09/2025
เห็นลิงก์แปลกอย่ากด ! มิจฉาชีพระบาดหนัก ปล่อยข่าวลือ “ดารา-คนดังเสียชีวิต” หลอกดูดข้อมูล
ในยุคที่คนไทยชอบเสพข่าวด่วน ข่าวฮอต มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสใช้ช่องทางนี้มาหลอกลวงได้แยบยลขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดต้องเตือนกันอีกครั้ง เมื่อพบการแพร่กระจายของ เฟกนิวส์เกี่ยวกับดาราและคนดังเสียชีวิต ที่สร้างความตกใจให้แฟนคลับและสังคมออนไลน์ หากเผลอหลงเชื่อแล้วกดเข้าไปอ่าน อาจถูกดูดข้อมูลส่วนตัวหรือตกเป็นเหยื่อสูญเงินได้ในพริบตา ล่าสุดเกิดกรณีที่สร้างความเข้าใจผิดในสังคมออนไลน์ เมื่อมีการนำภาพของนักแสดงสาวรายหนึ่งไปตัดต่อ พร้อมใส่ข้อความแสดงความอาลัยราวกับว่าเสียชีวิตแล้ว ทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความตกใจและเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หลายคนเผลอกดเข้าไปที่ลิงก์ที่แนบมากับโพสต์ดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วลิงก์นั้นเป็นกับดักของมิจฉาชีพ เมื่อกดเข้าไป ผู้ใช้งานจะถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลอมที่มีการหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น เบอร์โทรศัพท์ รหัสผ่าน หรือแม้แต่ข้อมูลบัตรเครดิต หากเผลอกรอกข้อมูลลงไปอาจนำไปสู่การถูกขโมยข้อมูลสำคัญ สูญเสียเงิน หรือถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดได้ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า มิจฉาชีพใช้วิธี “ปล่อยข่าวลวง” หรือ เฟกนิวส์ ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะข่าวการเสียชีวิตของบุคคลมีชื่อเสียง ซึ่งมักทำให้ผู้คนขาดสติและอยากคลิกเข้าไปตรวจสอบทันที จึงตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอมและลิงก์หลอกลวง ถ้าเผลอกดลิงก์ไปแล้วควรทำอย่างไร การเสพข่าวในโซเชียลมีเดียต้องใช้สติและวิจารณญาณอยู่เสมอ เพราะมิจฉาชีพมักใช้ช่องโหว่ทางอารมณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็น ความตกใจ ความอยากรู้ หรือความหวังดีในการแชร์ต่อ มาเป็นเครื่องมือหลอกลวง หากเราไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนกดลิงก์หรือแชร์ข้อมูล ก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ๆ ดังนั้น ก่อนจะคลิกหรือส่งต่อข่าว ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว และใช้ความระมัดระวังเป็นเกราะป้องกัน เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในกับดักของมิจฉาชีพรัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 129 days ago
Read More15/09/2025
ทรัมป์เปลี่ยนกฎประกาศงบบริษัท จากรายไตรมาสเป็นครึ่งปี หวังกระตุ้นการลงทุนระยะยาว
โดนัลด์ ทรัมป์ จุดประเด็นร้อนแรงในวงการการเงินโลก ด้วยการเสนอให้บริษัทในสหรัฐฯ ยกเลิกการรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส และเปลี่ยนมาเป็นรายงานทุก 6 เดือนแทน โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดภาระและกระตุ้นให้ผู้บริหารมุ่งเน้นการเติบโตของบริษัทในระยะยาวได้มากขึ้น ทรัมป์ ผ่านโพสต์บนสื่อโซเชียลส่วนตัว Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า ข้อเสนอใหม่นี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายในการทำรายงาน และทำให้ผู้บริหารมีเวลามากขึ้นในการบริหารงานเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างแท้จริง เขายังได้เปรียบเทียบมุมมองการบริหารของบริษัทสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นผลกำไรระยะสั้นรายไตรมาส กับแนวคิดของจีนที่มองการเติบโตในระยะยาวถึง 50-100 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเสนอให้เปลี่ยนรูปแบบการรายงานนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในปี 2018 วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง และ เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase ก็เคยแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การรายงานผลประกอบการรายไตรมาสทำให้ผู้บริหารมุ่งเน้นแต่กำไรระยะสั้นมากเกินไป จนอาจละเลยกลยุทธ์การเติบโตและความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนการรายงานรายไตรมาสในปัจจุบันมองว่า รูปแบบนี้ช่วยให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่โปร่งใสและทันเวลา ทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้หลักการบัญชีที่เป็นมาตรฐาน (GAAP) ก็ยังคงช่วยรักษาความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรายงานของบริษัทในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบที่มีมาตรฐานสูงสุดในโลก แม้ทรัมป์จะยกตัวอย่างจีนเพื่อสนับสนุนแนวคิดของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทในจีนก็มีข้อกำหนดในการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสเช่นเดียวกับสหรัฐฯ รวมถึงรายงานครึ่งปีและรายงานประจำปีด้วย ซึ่งข้อเสนอของทรัมป์จะทำให้สหรัฐฯ…ธีรภัทร์ ธีระโรจนพงษ์ | 130 days ago
Read More15/09/2025
เปิดวิสัยทัศน์ “ธนิศร์-กรวัฒน์ เจียรวนนท์” บนเวที Forbes Under 30 Summit Asia 2025
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 - กรุงเทพฯ ได้เป็นเจ้าภาพครั้งแรกสำหรับงาน Forbes Under 30 Summit Asia 2025 ภายใต้ธีม “Jumpstarting the Future” ที่รวมพลนักธุรกิจและผู้นำรุ่นใหม่กว่า 350 คนทั่วเอเชียมาแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมถอดบทเรียนการขับเคลื่อนธุรกิจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีผู้สนับสนุนหลักอย่างธนาคารกรุงเทพ, เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และไทยเบฟเวอเรจ ธนิศร์ เจียรวนนท์ กับเคล็ดลับการปรับตัวในยุคดิจิทัล นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ซีอีโอแม็คโคร ประเทศไทย ในเครือซีพี ได้ขึ้นเวทีแบ่งปันวิสัยทัศน์ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีก โดยระบุว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แม็คโครมุ่งมั่นปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี หนึ่งในความสำเร็จที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล จากเดิมที่มีธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพียง 3% สามารถขยายตัวจนมีสัดส่วนถึง 30% ในเวลา 2.5 ปี พร้อมเพิ่มจำนวนรถจัดส่งจาก 400 เป็น 4,000 คัน นอกจากนี้…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 130 days ago
Read More12/09/2025
ข้อมูลบิดเบือนล้นโซเชียล ! หลังเกิดเหตุสะเทือนใจ กับนักเคลื่อนไหวสหรัฐฯ
นับว่าเป็นเรื่องน่ากังวลในยุคที่ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างข่าวลือหรือแม้แต่ข่าวปลอมได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้น โดยล่าสุด เกิดข่าวปลอมแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุยิงชายนักเคลื่อนไหวคนหนึ่งเสียชีวิต ในงานที่มหาวิทยาลัยในรัฐยูทาห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตามล่าคนร้าย ข่าวลือและข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริงก็แพร่สะพัดอย่างหนัก ทั้งเรื่องตัวตนของผู้ต้องสงสัย และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแชร์หัวข่าวปลอม และใช้แชตบอต AI เพื่อทวีความรุนแรงและขยายความสับสนให้มากยิ่งขึ้น" ระบุตัวตนผิดคนและสร้างเรื่องปลอม วิดีโอที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียหลายคลิปพยายามชี้ตัวผู้ต้องสงสัยอย่างผิด ๆ มีทั้งการนำวิดีโอเก่าที่เคยใช้จับกุมคนร้ายในคดีอื่นมาแชร์ซ้ำ รวมไปถึงนำภาพของคนที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่คนละรัฐและใช้ชีวิตปกติมากล่าวหาว่าเป็นมือปืน เท่านั้นไม่พอ ยังมีการนำภาพของหญิงสาวคนหนึ่งมาอ้างอย่างผิด ๆ ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนข้ามเพศ ซึ่งเธอก็ต้องออกมายืนยันว่าภาพของเธอถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและเธอไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการสร้างข่าวปลอมขึ้นมา โดยมีหัวข่าวหนึ่งที่อ้างว่าสำนักข่าว CNN เคยลงข่าวในอดีตว่านักเคลื่อนไหวผู้นี้เคยพูดในทำนองว่า "ถ้าถูกยิงมันก็เจ๋งดี" ซึ่ง CNN ก็ออกมาชี้แจงแบบทันควัน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยเผยแพร่ข่าวดังกล่าวเลย ผู้ไม่หวังดีใช้ภาพหน้าจอของหัวข่าวจาก New York Times ที่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google มาอ้างว่าสื่อรู้ล่วงหน้าเรื่องการยิงครั้งนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าสื่ออาจมีส่วนรู้เห็นล่วงหน้ารึเปล่า ? โดยระบุว่า พาดหัวข่าวดังกล่าวถูกโพสต์ก่อนเกิดเหตุการณ์จริงหลายชั่วโมง แต่เมื่อตรวจสอบกับทางสำนักข่าวแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากความคลาดเคลื่อนของเวลาที่แสดงในระบบค้นหา จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด แชตบอต AI ก็กลายเป็นเครื่องมือขยายความสับสน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งแชตบอตของ Perplexity และ Grok…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 133 days ago
Read More12/09/2025
วิจัยล่าสุดเผย Gen Z มั่นใจที่จะใช้ AI มากกว่า Baby Boomers แถมช่วยสอนด้วย !
เป็นยุคของเด็ก Gen Z จริง ๆ จากงานวิจัยล่าสุดเผยว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราทำงาน และพนักงาน Gen Z กำลังเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ คำว่าเด็กรุ่นใหม่ชอบหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ คงไม่เกินจริงแล้ว รายงานจาก International Workplace Group (IWG) ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่สำนักงานระดับโลก พบว่า 33% ของพนักงาน Gen Z มีความมั่นใจที่จะใช้ AI สูงกว่าพนักงานรุ่น Baby Boomers (อายุ 61-79 ปี) ที่มั่นใจเพียง 6% และ 59% ของพนักงาน Gen Z ทำหน้าที่สอน AI ให้กับเพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่าอีกด้วย มาร์ค ดิกสัน (Mark Dixon) CEO ของ IWG กล่าวว่า "คนรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในการแบ่งปันทักษะดิจิทัล…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 133 days ago
Read More10/09/2025
เงื่อนไข ลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 คาดอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม พิเศษผู้เสียภาษี รัฐจ่าย 60% ประชาชน 40%
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยแนวคิดเกี่ยวกับโครงการ "คนละครึ่ง" รอบใหม่ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากเดิม โดยมีการแบ่งสิทธิประโยชน์ให้ประชาชนออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในระบบภาษีได้รับสิทธิพิเศษที่แตกต่างจากประชาชนทั่วไป สิทธิพิเศษสำหรับผู้เสียภาษีในโครงการคนละครึ่ง 2568 กลุ่มแรกคือ ผู้เสียภาษี ใช้สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีจำนวนประมาณ 11 ล้านคน จะได้รับสิทธิแบบ 60:40 คือรัฐช่วยจ่ายให้ 60% ส่วนผู้ใช้งานจ่ายเอง 40% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มากกว่าปกติ เพราะถือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในระบบภาษี สิทธิสำหรับประชาชนทั่วไปในโครงการคนละครึ่ง 2568 ในขณะที่ ประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของผู้เสียภาษี รวมถึงผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะยังคงได้รับสิทธิแบบเดิมคือ 50:50 ซึ่งรัฐช่วยจ่ายให้ 50% และผู้ใช้งานจ่ายเอง 50% เหมือนที่เคยคุ้นเคย นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการคลังยังกล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์โดยรวมของโครงการยังคงคล้ายคลึงกับคนละครึ่งเดิมประมาณ 80-90% เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้สะดวก อาจมีการปรับปรุงบางส่วนให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น การแบ่งสัดส่วนการช่วยจ่ายแบบ 60:40 ในส่วนของงบประมาณ หากโครงการเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2568 จะใช้งบประมาณจากปี 2569 ในส่วนของงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 135 days ago
Read More09/09/2025
ย้อนดู เงื่อนไขลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 วิธีลงทะเบียน รอบใหม่คาดเร็วสุด ต.ค. นี้ !
คนละครึ่ง อาจคัมแบ็กมาในรัฐบาลนายกหนู หรือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เตรียมปัดฝุ่นฟื้นฟูเศรษฐกิจเร่งพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ “คนละครึ่ง” เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงในอดีต และจากผลโหวตของสวนดุสิตโพลเผย ความคาดหวังของประชาชนที่แท้จริง มาพร้อมกับภารกิจเร่งด่วนที่อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ดำเนินการมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพและปากท้องกว่า 68.26% "คนละครึ่ง" ระบบพร้อมใช้ทันที มีงบรองรับ 2.5 หมื่นล้านบาท นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความพร้อมในการดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง” ที่รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า หากรัฐบาลมีนโยบายนำโครงการคนละครึ่งมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากระบบต่าง ๆ ที่เคยพัฒนาไว้ยังคงมีความพร้อมใช้งาน ขณะที่ในส่วนของงบประมาณก็มีการเตรียมไว้แล้วในงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 จำนวน 25,000 ล้านบาท และหากวงเงินไม่เพียงพอ ก็สามารถพิจารณาปรับโยกจากงบกลางได้ ส่วนรูปแบบโครงการจะใช้สัดส่วน 50 ต่อ 50 หรือ 60 ต่อ 40 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล เพราะในทางเทคนิคสามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดร้านค้าที่เข้าร่วม, สัดส่วนการใช้จ่าย, หรือวงเงินต่อวัน ตอนนี้จึงเหลือเพียงรอรับนโยบายที่ชัดเจนเท่านั้น…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 137 days ago
Read More05/09/2025
OpenAI เปิดศึกชิงตลาดจัดหางานด้วย AI เตรียมท้าชน LinkedIn
OpenAI บริษัทผู้สร้าง AI ชื่อดังอย่าง ChatGPT กำลังจะขยายธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดหางานของตัวเองในชื่อ OpenAI Jobs Platform ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการได้ภายในกลางปี 2026 จุดเด่นของแพลตฟอร์มคืออะไร ? แพลตฟอร์มนี้จะใช้ AI เป็นหัวใจหลักในการจับคู่คนที่ใช่กับงานที่ใช่ โดยจะวิเคราะห์ความต้องการของทั้งบริษัทและพนักงาน เพื่อให้เกิดการจ้างงานที่ลงตัวที่สุด และสามารถเข้าถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI ได้ง่ายขึ้น แพลตฟอร์มนี้มีชื่อว่า "OpenAI Jobs Platform" และคาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในกลางปี 2026 โดย ฟิดจิ ซิโม (Fidji Simo) ซึ่งเป็น CEO ฝ่ายแอปพลิเคชันของ OpenAI บอกในบล็อกโพสต์ว่า พวกเขาจะ "ใช้ AI เพื่อช่วยหาคนที่ใช่ให้กับบริษัท และหาบริษัทที่ใช่ให้กับคนทำงาน" นอกจากนี้ ซิโม ยังบอกอีกว่า แพลตฟอร์มนี้จะมีช่องทางพิเศษสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้เข้าถึงคนที่มีความสามารถด้าน AI ได้โดยเฉพาะ การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า OpenAI ไม่ได้ต้องการเป็นแค่บริษัททำแชตบอตเท่านั้น…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 140 days ago
Read More05/09/2025
ปฏิวัติวงการแพทย์ ! จีนสร้างโรงพยาบาล AI แห่งแรกของโลก รองรับผู้ป่วยได้ถึง 10,000 คนต่อวัน ความแม่นยำ 93%
โลกจะพัฒนาไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ! เมื่อล่าสุดแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นแพทย์ AI เจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างจีน ได้เปิดตัว “Agent Hospital” โรงพยาบาล AI แห่งแรกของโลก ซึ่งเป็น “โรงพยาบาลเสมือน” โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดเวลาการรอใช้บริการ ทำให้คนเข้าถึงการรักษาได้เร็วและมากขึ้น Med Tech World ระบุว่า ภายในปี 2030 จีนตั้งเป้าจะลงทุนใน AI เป็นเม็ดเงินมหาศาลกว่า 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 45 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP ของหลายประเทศเสียอีก ที่น่าทึ่งคือเงินจำนวนนี้ได้ถูกนำไปใช้แล้วกับโครงการที่เรียกว่า “โรงพยาบาล AI” ที่มีแพทย์เป็น AI ไม่ใช่มนุษย์ แต่ก่อนจะไปเจาะลึกโครงการที่เป็นจุดเริ่มต้นของโรงพยาบาล AI ในจีน เราจะพามาย้อนดูจุดกำเนิดของการนำ AI มาใช้ในแวดวงการแพทย์ว่า กว่าจะพัฒนามาถึงขั้นที่มีแพทย์เป็น AI จริง ๆ เส้นทางก่อนหน้านั้นเป็นอย่างไร ? จุดกำเนิดของ AI ในวงการแพทย์ รากฐานของ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 140 days ago
Read More05/09/2025
เปิดประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกคนที่ 32 ของประเทศไทย
BT beartai ชวนส่องประวัติ "อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือ "เสี่ยหนู" ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ที่กรุงเทพมหานคร มีชื่อเล่นที่สื่อมวลชนนิยมเรียกกันว่า "เสี่ยหนู" และถูกเรียกว่า "หมอหนู" ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างการระบาดของโควิด-19 นายอนุทินเป็นบุตรคนโตของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มีน้องชายคือ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล และน้องสาวคือ นางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ ซึ่งทั้งสองคนต่างเป็นผู้บริหารในเครือบริษัท ซิโน-ไทย ประวัติการศึกษา นายอนุทินสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก มหาวิทยาลัย Hofstra สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2532 นอกจากนี้ยังได้เข้าศึกษาในหลักสูตรพิเศษอีกหลายแห่ง เช่น นอกจากนี้…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 140 days ago
Read More01/09/2025
ทำไม AI ต้องมีจริยธรรมกำกับ ?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราในฐานะผู้ใช้งาน AI ได้เห็นพัฒนาการของ AI มามากมาย ซึ่งในช่วงแรกหลายคนมักใช้ AI ในการค้นคว้าหาข้อมูลทั่วไป แต่ไม่นานมานี้เราก็ได้เห็นผู้ใช้งานนิยมเข้าไประบายอารมณ์ เล่าความรู้สึก และปรึกษากับ AI มากขึ้น ดูเหมือนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือค้นคว้าข้อมูลอีกต่อไป แต่คือเพื่อนคู่ใจของใครหลาย ๆ คนไปซะแล้ว แม้เราจะรู้ดีว่า AI ไม่สามารถเป็นเพื่อนในเชิงกายภาพกับเราได้ แต่แน่นอนว่าในมุมของที่ปรึกษาเชิงอารมณ์ หรือคุยแก้เหงา AI ส่วนใหญ่ถือว่าทำได้ดีเกินคาด ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า AI ถูกตั้งค่าให้ตอบคำถามที่มีแนวโน้มเห็นด้วยกับผู้ใช้งาน และ อัตตา ของมนุษย์ที่เมื่อได้รับการยอมรับ ก็ไม่แปลกใจที่จะทำให้มีความผูกพันกับ AI หมายความว่าข้อมูลหลายอย่างที่เราป้อนให้ AI แบบนี้จะถือเป็นการเปิดเผยความเป็นส่วนตัวมากเกินไปหรือเปล่า ? อย่างไรก็ตาม มีปัญหาที่น่ากังวลซ่อนอยู่เบื้องหลังการทำงานของ AI เพราะข้อมูลที่ AI ใช้ในการตอบคำถาม การสร้างเนื้อหา และรูปภาพ มาจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมจากผลงานและการให้ข้อมูลของ ‘มนุษย์’ ซึ่งการกระทำนี้อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และทำให้เกิดคำถามที่สำคัญตามมาว่า เราควรมีหลักการทางจริยธรรมเพื่อควบคุมการทำงานของ AI อย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 145 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 7 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 10 days ago
Read More































