Connect with us

What The Fact

ชักธงรบ! มองศึกเลือกตั้ง BNK48 ผ่านผลด่วน ใครจะอยู่ใครจะไป!

ภาพจาก【MV Full】RIVER / BNK48

เปิดแนวรบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึกเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งแรกของ BNK48 โดยระบบได้เปิดให้ลงคะแนนเมื่อเวลา 12 นาฬิกาของวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 และจะเปิดให้ลงคะแนนไปจนถึงเวลา 12 นาฬิกาของวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562

และคะแนนที่แฟน ๆ ได้ลงให้บรรดาเม็มเบอร์ใน 24 ชั่วโมงแรกก็ได้ถูกนำมานับและประกาศเป็นผลด่วนไปแล้วเมื่อเวลา 19 นาฬิกาของวันพุธที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมาและผลออกมาก็เป็นดังต่อไปนี้

อันดับที่ 32 ก่อน 1306 คะแนน
อันดับที่ 31 มายยู 1401 คะแนน
อันดับที่ 30 จิ๊บ 1428 คะแนน
อันดับที่ 29 มินมิน 1491 คะแนน
อันดับที่ 28 มิวนิค 1537 คะแนน
อันดับที่ 27 อุ้ม 1675 คะแนน
อันดับที่ 26 เค้ก 1758 คะแนน
อันดับที่ 25 น้ำใส 1925 คะแนน
อันดับที่ 24 จูเน่ 2030 คะแนน
อันดับที่ 23 ขมิ้น 2164 คะแนน
อันดับที่ 22 แบมบู 2282 คะแนน
อันดับที่ 21 ฟ้อนด์ 2286 คะแนน
อันดับที่ 20 ผักขม 2614 คะแนน
อันดับที่ 19 นิ้ง 2742 คะแนน
อันดับที่ 18 จ๋า 3091 คะแนน
อันดับที่ 17 ไข่มุก 3223 คะแนน

อันดับที่ 16 มิโอริ 3425 คะแนน
อันดับที่ 15 มายด์ 4140 คะแนน
อันดับที่ 14 แนทเธอรีน 4635 คะแนน
อันดับที่ 13 อร 5541 คะแนน
อันดับที่ 12 ตาหวาน 5984 คะแนน
อันดับที่ 11 ปูเป้ 6058 คะแนน
อันดับที่ 10 แก้ว 6192 คะแนน
อันดับที่ 9 วี 6837 คะแนน
อันดับที่ 8 น้ำหนึ่ง 6983 คะแนน
อันดับที่ 7 ปัญ 7389 คะแนน
อันดับที่ 6 เจนนิษฐ์ 9081 คะแนน
อันดับที่ 5 เจน 9155 คะแนน
อันดับที่ 4 เนย 10209 คะแนน
อันดับที่ 3 มิวสิค 11154 คะแนน
อันดับที่ 2 โมบายล์ 13579 คะแนน
อันดับที่ 1 เฌอปราง 15856 คะแนน

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการปะทะกันระลอกแรกแต่ก็ยังดุเดือด และเป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้ว่าเฌอปราง กัปตันของ BNK48 จะมาเป็นอันดับที่ 1 ในรอบนี้

แต่สงครามยังอีกยาวไกล

อันคะแนนที่แฟน ๆ ลงให้กับเม็มเบอร์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งหมดนั้นมาจากโค้ดสำหรับลงคะแนนที่มากับ BNK Festival ซิงเกิ้ลที่ 5 ของ BNK48 โดยแบ่งเป็น CD limited edition ที่ผลิตออกมาทั้งสิ้น 3 แสนแผ่น ราคาแผ่นละ 350 บาท (ขายหมดแล้ว) และ music card ราคาใบละ 200 บาท ที่เปิดให้สั่งซื้อได้ไม่จำกัดไปจนถึงเวลา 12 นาฬิกาของวันอังคารที่ 22 มกราคม 2562 (สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่ครับ)

จะเห็นได้ว่าคะแนนของเม็มเบอร์ทั้ง 32 คนที่ประกาศออกมาในผลด่วนนั้นรวมกันเท่ากับ 159171 คะแนน และคะแนนของเม็มเบอร์อีก 19 คนที่ไม่ถูกประกาศแต่ละคนนั้นมีได้ไม่เกิน 1305 คะแนน (เพราะก่อน เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 32 ได้ 1306 คะแนน) แปลว่าคะแนนที่ลงไปแล้วใน 24 ชั่วโมงแรกมีได้อย่างมากเพียง 183966 คะแนนเท่านั้น น้อยกว่าจำนวนคะแนนจาก CD limited edition ที่มีอยู่สามแสนคะแนนถึงหนึ่งแสนกว่าคะแนน แถม music card ก็ยังสั่งได้ไม่อั้นอีกได้อีกเดือนกว่า ณ จุดนี้จึงบอกได้เลยว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

และในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการซื้อเสียง เพราะทุกเสียงต้องซื้ออยู่แล้วจ้า!

เปิดหน้าชก ประกาศแนวร่วม ทุ่มสุดตัว มีเท่าไหร่ต้องใส่ไม่ยั้ง

เมื่อมีการประกาศผลด่วนออกมาแล้ว ย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวัง แต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น ผลด่วนไม่ใช่ผลการเลือกตั้งจริง ผลการเลือกตั้งจะวัดกันที่ผลคะแนนสุดท้ายเท่านั้น แปลว่าแฟน ๆ ยังมีเวลาอีกมากที่จะลงคะแนนให้เม็มเบอร์ และถ้าต้องการให้เม็มเบอร์ไต่อันดับขึ้นไปสูงที่สุด ก็ต้องใส่พลังกันให้เต็มเหนี่ยว ทุ่มกันให้เต็มที่ (งานนี้ไม่ใช่วันแมนวันโหวต) อันกลุ่มแฟนคลับของเม็มเบอร์แต่ละคนที่ประกาศตัวเป็นหัวคะแนนนั้นมีให้เห็นได้ทั่วไป แต่ก็มีกลุ่มที่ “แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ” มานานและเพิ่งประกาศตัวสนับสนุนเม็มเบอร์และเป็นหัวคะแนนก็มีให้เห็นเหมือนกัน อย่างแมคไทยดอทคอมก็ประกาศสนับสนุนซัทจังในการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว (เชื่อว่าแรงกระตุ้นสำคัญคือการที่ซัทจังไม่ติดผลด่วน)

“นายห้างครับ แมคไทยดอทคอมประกาศตัวเป็นหัวคะแนนให้ซัทจังแล้ว เราจะยอมน้อยหน้าไม่ได้นะครับ”
“ปล่อยเขาไปเถอะ เราต้องวางตัวเป็นกลาง”
“กลางใจเฌอปรางกับซัทจัง?”
“สั่งแอดมินเว็บแบไต๋เปลี่ยนแบนเนอร์เป็นรูปเฌอปรางกับซัทจังให้หมด แล้วโพสต์รูปเฌอปรางกับซัทจังในเพจแบไต๋วันละสามเวล… ไม่ใช่แล้ว!”

ไม่เพียงแฟน ๆ เท่านั้นที่ต้องทุ่มสุดตัว ทางด้านเม็มเบอร์ก็ต้องทุ่มสุดตัวไม่แพ้กัน บ้างก็อ้อนแฟน ๆ ขอคะแนนเพิ่ม อย่างมิโอริที่มีในอันดับที่ 16 ของผลด่วนก็อยากให้แฟน ๆ ส่งให้เธอติดอันดับที่ 1

บ้างก็เสนอ “นโยบาย” สัญญิงสัญญากันไป อย่างมิวสิคที่ประกาศว่าจะอัพ IG ทุกวันติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 เดือนถ้าชนะการเลือกตั้งครั้งนี้

ใครอยากเห็นมิวสิคอัพ IG ทุกวันติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 เดือน ก็อย่าลืมไปโหวตให้เธอนะจ๊ะ

และเราเชื่อว่าจะมีเม็มเบอร์คนอื่น ๆ ผลัดกันมาเสนอ “นโยบาย” จูงใจแฟน ๆ อีกแน่นอนจ้า

ย้ำกันอีกครั้ง เซ็มบัตสึนี้ตัดสินกันที่คะแนนเท่านั้น

ความสามารถไม่มีผล ยอดบัตรจับมือไม่เกี่ยว ยอดไลก์ยอดติดตามในแฟนเพจหรือกระแสข่าว ๆ ใดก็พาเม็มเบอร์ให้ติดเซ็มบัตสึในซิงเกิ้ลที่ 6 นี้ไม่ได้ (อันดับที่ 1 -16 จะได้อยู่ในเซ็มบัตสึ ทำการแสดงเพลงหลัก ส่วนอันดับที่ 17 – 32 จะได้อยู่ในอันเดอร์เกิร์ลส์ ทำการแสดงเพลงรอง) เม็มเบอร์ที่เป็นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจะไม่ได้เป็นเซ็นเตอร์ถ้าคะแนนไม่ได้มาเป็นอันดับที่ 1 และเม็มเบอร์ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักก็สามารถติดเซ็มบัตสึได้ถ้าคะแนนมาอยู่ใน 16 อันดับแรก งานนี้ไม่เกี่ยงทีม ไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องครับ

มิวสิคอธิบายสิ่งที่เราเพิ่งอธิบายไปในย่อหน้าข้างบนโดยไม่ต้องพูดแม้แต่คำเดียว

ใครเป็นใครใน 7 อันดับแรกของผลด่วน

ใน 48 กรุ๊ปนั้น แฟน ๆ มักให้ความสนใจกับเม็มเบอร์ที่อยู่ใน 7 อันดับแรกของการเลือกตั้งและเรียกพวกเธอว่า คามิเซเว่น (神7 แปลตรงตัวได้ว่า เจ็ดเทพ) เรามาดูกันดีกว่าว่า 7 อันดับแรกในผลด่วนมีใครกันบ้าง

อันดับที่ 7 ปัญ

สมาชิกรุ่นที่ 1 กัปตันทีม BIII และเซ็นเตอร์ของเพลง BNK Festival เพลงหลักจากซิงเกิ้ลล่าสุดของ BNK48 (อ่านบทความได้ที่นี่) ล่าสุดเธอยังมีผลงานพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Bumblebee ที่กำลังจะเข้าฉายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ด้วย

อันดับที่ 6 เจนนิษฐ์

สมาชิกรุ่นที่ 1 รองกัปตันทีม BIII และเซ็นเตอร์ของเพลง 365 Nichi no Kamihikouki 365 วันกับเครื่องบินกระดาษ เพลงรองจากซิงเกิ้ลแรกของ BNK48 และเธอยังมีผลงานการแสดงโดยรับบทนำในละครเรื่อง Be My Boy รักแล้วไง…หยุดไม่ได้แล้วล่ะ และบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Where We Belong ผลงานการกำกับของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ที่ได้เปิดเผยเรื่องย่อและเปิดกล้องไปเรียบร้อยแล้ว

อันดับที่ 5 เจน

สมาชิกรุ่นที่ 1 เธอคือนางเอก MV เพลง ติดตลก อันลือลั่นของโอ๊ต ปราโมทย์

อันดับที่ 4 เนย

สมาชิกรุ่นที่ 1 และเซ็นเตอร์ของเพลง Shonichi วันแรก เพลงหลักจากซิงเกิ้ลที่ 3 ของ BNK48 (อ่านบทความได้ที่นี่) และเพลง Kimi wa Melody เธอคือ…เมโลดี้ เพลงหลักจากซิงเกิ้ลที่ 4 ของ BNK48 (อ่านบทความได้ที่นี่)

อันดับที่ 3 มิวสิค

สมาชิกรุ่นที่ 1 และเซ็นเตอร์ของเพลง Aitakatta อยากจะได้พบเธอ เพลงหลักจากซิงเกิ้ลแรกของ BNK48 เพลง Oogoe Diamond ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ เพลงรองจากซิงเกิ้ลแรกของ BNK48 และเพลง Shonichi วันแรก เพลงหลักจากซิงเกิ้ลที่ 3 ของ BNK48 (อ่านบทความได้ที่นี่) นอกจากนี้เธอยังมีผลงานการพากย์เสียงและร้องเพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง เทพจิ๋วฝึกหัด แก๊งป่วนโคโคทามะ และบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Where We Belong ผลงานการกำกับของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ที่ได้เปิดเผยเรื่องย่อและเปิดกล้องไปเรียบร้อยแล้ว

และที่สำคัญ เธอติดอันดับในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึโลกของ AKB48 ในปีนี้ด้วย โดยติดอันดับที่ 72

อันดับที่ 2 โมบายล์

สมาชิกรุ่นที่ 1 เซ็นเตอร์เพลง Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย เพลงหลักจากซิงเกิ้ลที่ 2 ของ BNK48 ที่ทำให้ BNK48 เป็นที่รู้จักในวงกว้าง (อ่านบทความได้ที่นี่) และเธอยังเคยเป็นเม็มเบอร์แลกเปลี่ยนระยะสั้นของ AKB48 โดยได้ไปฝึกวิชาไอดอลที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 เดือนและเคยขึ้นแสดงในเธียเตอร์ของ AKB48 อีกด้วย

อันดับที่ 1 เฌอปราง

สมาชิกรุ่นที่ 1 กัปตันวง BNK48 และเซ็นเตอร์เพลง BNK48 เพลงรองจากซิงเกิ้ลที่ 2 และเพลงประจำวงของ BNK48 และเธอยังมีผลงานแสดงโดยรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Homestay ของ GDH ด้วย

และที่สำคัญ เธอติดอันดับในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึโลกของ AKB48 ในปีนี้ด้วย โดยติดอันดับที่ 39

ผลด่วนบอกอะไรเราได้บ้าง

ถ้าจะให้ตอบแบบยียวนและกำปั้นทุบดิน ผลด่วนนั้นก็บอกได้แค่ว่าเม็มเบอร์ 32 คนแรกได้คะแนนเสียงเท่าไหร่ใน 24 ชั่วโมงแรก แต่ถ้าถามว่าผลด่วนจะมีผลกับผลสุดท้ายหรือไม่นั้น อันนี้ก็บอกได้ยาก เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งนี้เป็นครั้งแรกของ BNK48 จึงมีข้อมูลสำคัญหลายอย่างที่เรายังไม่ทราบ โดยเฉพาะพฤติกรรมและรูปแบบการลงคะแนนของแฟน ๆ BNK48 แต่ถ้าจะพิจารณาจากการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึที่ผ่านมาของวงพี่สาวต้นฉบับอย่าง AKB48 ก็พอจะบอกได้ว่า ผลด่วนกับผลสุดท้ายอาจมีสหสัมพันธ์ (correlation) อยู่บ้าง แต่ใช้ฟันธงอะไรแทบไม่ได้เลย

การไม่ได้อันดับที่ 1 ในผลด่วนไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้อันดับที่ 1 ในผลสุดท้าย

ในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึที่ผ่านมาทั้ง 10 ครั้งของ AKB48 มีเพียง 4 ครั้งเท่านั้นที่เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 1 ของผลด่วนได้อันดับที่ 1 ในผลสุดท้ายด้วย โดยในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 (ปี 2553) ครั้งที่ 3 (ปี 2554) ครั้งที่ 6 (ปี 2557) และครั้งที่ 8 (ปี 2559) นั้น เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 1 ในผลด่วนตกลงไปอยู่อันดับที่ 2 ในผลสุดท้ายและเม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 2 ในผลด่วนพลิกกลับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1


วินาทีแห่งความโล่งใจปนเสียดายของวาตานาเบะ มายุเมื่อเธอทราบว่าเธอได้อันดับที่ 2 ในผลสุดท้ายของการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึครั้งที่ 8 ของ AKB48 ด้วยคะแนนเสียง 175613 คะแนน (ภาพจากงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 8 วันที่ 18 มิถุนายน 2559 ทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิ)

ส่วนในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 (ปี 2560) และครั้งที่ 10 (ปี 2561) นั้น โองิโนะ ยูกะ เม็มเบอร์จาก NGT48 (วงน้องสาวของ AKB48 ที่ประจำอยู่ที่จังหวัดนีงาตะ) มาเป็นอันดับที่ 1 ในผลด่วนด้วยคะแนน 55061 คะแนน (ปี 2560) และ 59531 คะแนน (ปี 2561) แต่ผลสุดท้ายมีคะแนน 73368 คะแนน (ปี 2560 ได้อันดับที่ 5) และ 81629 คะแนน (ปี 2561 ได้อันดับที่ 4) นั่นแปลว่าคะแนนที่แฟน ๆ ของเธอลงให้ใน 24 ชั่วโมงแรกคิดเป็นประมาณร้อยละ 75 (ปี 2560) และร้อยละ 73 (ปี 2561) ของคะแนนที่เธอได้ทั้งหมด ทำให้เห็นได้ชัดว่าแฟน ๆ ของโองิโนะ ยูกะเลือกที่จะทุ่มคะแนนให้กับเธอใน 24 ชั่วโมงแรกนั่นเอง


โองิโนะ ยูกะตื่นเต้นตกใจจนเข่าอ่อนเมื่อทราบว่าเธอได้อันดับที่ 1 ของผลด่วนในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 (ภาพจากการถ่ายทอดสดการประกาศผลด่วนในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 9 ของ AKB48 ณ เธียเตอร์ของ NGT48 วันที่ 31 พฤษภาคม 2560)

ทว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 ซาชิฮาระ ริโนะได้คะแนนในผลสุดท้าย 246376 คะแนน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ได้คะแนนในผลด่วนเพียง 32340 คะแนน คิดเป็นประมาณร้อยละ 13 ของคะแนนที่เธอได้ทั้งหมด ทำให้เห็นได้ชัดว่าแฟน ๆ ของซาชิฮาระ ริโนะนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลงคะแนนใน 24 ชั่วโมงแรกมากนัก


วินาทีที่ซาชิฮาระ ริโนะทราบว่าเธอได้คะแนนมากกว่าสองแสนสี่หมื่นคะแนนในการเลือกตั้งครั้งที่ 9 (ภาพจากงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 9 วันที่ 17 มิถุนายน 2560 ทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิ)

ณ จุดนี้จึงอาจสรุปได้ว่า เม็มเบอร์ที่มีคะแนนนำจะประมาทเช่นกระต่ายไม่ได้ ส่วนเม็มเบอร์ที่มีคะแนนตามก็อย่าได้ถอดใจ อาจค่อย ๆ ทำคะแนนตามมาจนเข้าเส้นชัยชนะกระต่ายเช่นเต่าได้เช่นกัน

และการไม่ติดอันดับในผลด่วนก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ติดอันดับในผลสุดท้ายเช่นกัน

ในการเลือกตั้งครั้งที่ 10 ของ AKB48 นั้น โซดะ ซารินะไม่ติดอันดับในผลด่วน (แปลว่าเธอได้คะแนนใน 24 ชั่วโมงแรกน้อยกว่า 3493 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่มิวสิค BNK48 ได้ใน 24 ชั่วโมงแรกและพาให้เธอติดอันดับที่ 120 ในผลด่วน) แต่เธอมาในอันดับที่ 11 ในผลสุดท้ายด้วยคะแนน 48671 คะแนน นั่นแปลว่าคะแนนที่แฟน ๆ ของเธอลงให้ใน 24 ชั่วโมงแรกไม่ถึงร้อยละ 7.2 ของคะแนนที่เธอได้ทั้งหมดนั่นเอง


สีหน้าแห่งความโล่งใจของโซดะ ซารินะเมื่อเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าแฟน ๆ ไม่ได้ลืมหรือทอดทิ้งเธอไปไหน (ภาพจากงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 10 วันที่ 16 มิถุนายน 2561 ทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิ)

มาถึงจุดนี้ เอาเป็นว่าถ้าใครจะลงคะแนนให้เม็มเบอร์ก็ขอให้ลงตามที่ชอบที่สบายใจ หนทางยังอีกยาวไกลกว่าจะถึงวันประกาศผลสุดท้าย ไม่ต้องไปกังวลว่าคะแนนของท่านจะสูญเปล่าหรือด้อยคุณค่า เพราะหัวใจสำคัญของเลือกตั้งไอดอลคือการได้สนับสนุนเม็มเบอร์คนโปรดของท่าน ความสุขของท่านเกิดขึ้นได้ทันทีที่ท่านได้ทำเพื่อไอดอลที่ท่านชื่นชอบชื่นชม แต่ก็อย่าลงคะแนนด้วยความวู่วามจนลำบากทางการเงิน เพราะถ้าเม็มเบอร์รู้ว่าแฟน ๆ ของพวกเธอลงคะแนนจนลำบากก็คงจะไม่มีความสุขแน่ ๆ ครับผม!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

Nulbarich “Sweet and Sour”  ชีวิตสนุกได้แค่เปลี่ยนมุมมอง

Published

on

It’s like tasting a sweet and sour candy 

ปล่อยออกมาให้ได้ฟังกันอีกเพลงแล้วกับ “Sweet and Sour” ผลงานใหม่จากอัลบั้มที่ 3 ของ Nulbarich ที่มีชื่อว่า “Blank Envelope” ซึ่งจะออกวางแผงในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้

MV ตัวนี้กำกับโดย Taichi Kimura (CEKAI / CAVIAR UK) วีดิโออาร์ตติสต์ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในอังกฤษผู้ซึ่งชื่นชอบและคุ้นเคยกับงานเพลงของ Nulbarich เป็นอย่างดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ของการ “เปลี่ยนมุมมอง”

“Sweet and Sour”  มาพร้อมท่วงทำนองสบายๆสไตล์ Nulbarich ความป็อปผสานอาร์แอนด์บีและการเรียบเรียงดนตรีที่โปร่งสบาย สดใส เนื้อหาของเพลงพูดถึงการที่เราลองเปลี่ยนมุมมองจากจุดเดิมไป อาจทำให้เราเห็นอะไรใหม่ๆ นำพาชีวิตไปอยู่ในจุดที่สดใสและเป็นอิสระกว่าเดิม

I wish upon a star 

世界は相変わらず 

急ぎ足で run 

追いつけないまだ 

Pain と笑みで racing 

答えはその先に 

It’s like tasting a sweet and sour candy 

言わないで which is gonna win 

ปรารถนาที่จะไขว่คว้าหาดวงดาว

จงรีบเข้า วิ่งเข้า

ถึงแม้จะยังไม่ถึงฝัน

แต่ก็ให้วิ่งไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับความเจ็บปวดนั้น

คำตอบรอเราอยู่แล้ว

มันก็เหมือนกับการอมลูกอมรสหวานอมเปรี้ยว

ไม่ต้องพูดอะไรก็แค่ลุยมันต่อไป

瞬きで change the way you view 

Don’t hesitate 大丈夫でしょ 

Maybe 

後先は let me freely choose 

自分のペースで lose yourself 

飛べないけど spread your arms 

แค่เพียงชั่วพริบตาที่คุณได้ลองเปลี่ยนมุมมองดู

อย่าลังเลเลยมันโอเค

บางที ในอนาคตอันใกล้นี้ ให้เราลองเลือกด้วยใจเสรี

ปลดปล่อยใจไปในท่วงทำนองของตัวเอง

ถึงแม้จะโบยบินไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ได้กางแขนของตัวเองออกไป

 

 

Nulbarich เป็นศิลปินป็อป อาร์แอนด์บีชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานน่าจับตามองมากๆอยู่ ขณะนี้ ชื่อ “Nulbarich” เป็นวิธีการคิดชื่อด้วยการใช้คำที่ขัดแย้งกันเหมือนกับการตั้งชื่อของวง “Mr.Children” ที่เป็นการผสมคำระหว่างคำว่า Mr. กับ Children 

ชื่อ Nulbarich นั้นเกิดมาจากการผสมคำของคำว่า “null but rich” Null คือ ว่างเปล่า ไม่มีอะไร ส่วน Rich คือความร่ำรวยมั่งมี  เมื่อเอามาผสมรวมกันและเชื่อมด้วย But จึงมีความหมายว่า การพอใจในชีวิตแม้เราจะไม่มีอะไรเลยก็ตาม

Nulbarich ได้สร้างตัวละคร นารุบาริคุง (Narubari Kun)” ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของวงโดยนารุบาริคุง จะปรากฏตัวด้วยรูปลักษณ์เป็นเงาสีดำ สวมแจ็คเก็ตดำ แว่นตาและหมวกปีกกว้าง อันเป็นสัญลักษณ์ของวงที่ชวนจดจำ

วงนี้มีสมาชิกหลักคือ  Jeremy Quartz (JQ) ส่วนสมาชิกคนอื่นๆนั้นหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายกันไปมา พูดง่ายๆว่า Nulbarich นั้นก็ชายคนนี้นี่เอง

งานดนตรีของ Nulbarich มีเสน่ห์และลงตัวมากๆเพราะมันยืนอยู่บนรากฐานของเพลงป็อปที่ผสานไปด้วยกลิ่นของแนวดนตรีอันหลากหลายไม่ว่าจะ R&B ฟังก์ ร็อค หรือแม้แต่ เอซิดแจ๊ซ ส่วนเนื้อเพลงนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจด้วยการผสมผสานคำร้องที่เป็นภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษเข้าไว้ในแต่ละท่อนของเพลงอย่างลื่นไหล มีทั้งความเป็นญี่ปุ่นและสากลผสมผสานกันไป ใครที่ฟังญี่ปุ่นไม่ออกเห็นคำอังกฤษจากเนื้อเพลงก็พอเดาได้ว่าเพลงกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่

เพลงของ Nulbarich ฟังง่าย มีเมโลดี้ที่สวยงาม และมีมวลอารมณ์ที่สดใส ไม่มีเพลงใดของเขาที่ฟังแล้วดูเศร้าเลย จึงเหมาะแก่การเปิดฟังในทุกช่วงเวลา

Nulbarich ออกผลงานซิงเกิ้ลแรก “Hometown” ในปี 2016 จากนั้นก็ปล่อย EP และอัลบั้มออกมาอีกสองอัลบั้ม คือ “Guess Who?” (2016) และ HOT (2018) และในปีนี้ก็ตามมาติดๆด้วย “Blank Envelope” (2019)

ตอนนี้ Nulbarich ก็มีทัวร์คอนเสิร์ตในหลายที่ในญี่ปุ่น ใช้ชื่อว่าNulbarich ONE MAN TOUR 2019 – Blank Envelope -” โดยจะมีเล่นที่ Zepp และอีกห้าเมืองในญี่ปุ่น นอกจากนี้เขายังได้แต่งเพลงธีมเปิดและปิดให้กับแอนิเมชั่นเรื่อง “Carroll & Tuesday” ที่จะฉายทาง NETFLIX ในเดือนเมษายนนี้อีกด้วย

ฮ้าาา ว่าแล้วก็อยากให้ Nulbarich มาเล่นคอนเสิร์ตบ้านเราสักที จะตีตั๋วไปดูคนแรกเลย

รอฟังอัลบั้มใหม่ของ Nulbarich ได้ที่นี่เลยครับ

Blank Envelope

ที่มา

https://belongmedia.net

http://mikiki.tokyo.jp/articles/-/12311

https://ja.wikipedia.org/wiki/Nulbarich

https://okmusic.jp/news/316701

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]On The Basis Of Sex : วีรกรรมหญิงแกร่ง

เป็นหนังที่มีส่วนผสมหลากหลายแนวรวมอยู่ในเรื่องนี้ เป็นทั้งหนังชีวประวัติบุคคลสำคัญของสหรัฐ , หนังคอร์ตรูมดราม่า , หนังให้กำลังใจคนสู้ชีวิต และ หนังเฟมินิสต์ หรือหนังแนวคิดสตรีนิยม ที่ว่าด้วยวีรกรรมของรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก หญิงแกร่งสู้ชีวิตในยุค 50s ที่เอาชนะศาลสูงสหรัฐจนสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญกว่า 100 ปี ให้ปรับเปลี่ยนเพื่อความเสมอภาคแก่สิทธิสตรี และปัจจุบันเธอยังคงมีชีวิตอยู่กับวัย 85 ปี และตำแหน่งสุดท้ายของเธอคือ หนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาประจำศาลสูงของสหรัฐ

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

เป็นหนังที่มีส่วนผสมหลากหลายแนวรวมอยู่ในเรื่องนี้ เป็นทั้งหนังชีวประวัติบุคคลสำคัญของสหรัฐ , หนังคอร์ตรูมดราม่า , หนังให้กำลังใจคนสู้ชีวิต และ หนังเฟมินิสต์ หรือหนังแนวคิดสตรีนิยม ที่ว่าด้วยวีรกรรมของรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก หญิงแกร่งสู้ชีวิตในยุค 50s ที่เอาชนะศาลสูงสหรัฐจนสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญกว่า 100 ปี ให้ปรับเปลี่ยนเพื่อความเสมอภาคแก่สิทธิสตรี และปัจจุบันเธอยังคงมีชีวิตอยู่กับวัย 85 ปี และตำแหน่งสุดท้ายของเธอคือ หนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาประจำศาลสูงของสหรัฐ

เฟลิซิตี้ โจนส์ และผู้กำกับ มิมี ลีเดอร์

ด้วยเรื่องราวที่ว่าด้วยหญิงแกร่ง หนังก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยทีมงานหญิงแกร่งทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง เบื้องหน้าคือ เฟลิซิตี้ โจนส์ ดาราสาวฝีมือดีที่มีงานให้เราเห็นกันมาหลายเรื่องแล้วอย่าง Rogue One , Inferno และ A Monster Call และเธอยังเคยเข้าชิงออสการ์มาแล้วจาก The Theory of Everything ในเรื่องนี้เธอเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หลังจากที่นาตาลี พอร์ตแมน บอกผ่านไปเพราะหนังชะงักอยู่ในช่วงเตรียมการสร้างอยู่นาน แล้วยังได้ มิมี ลีเดอร์ ผู้กำกับหญิงมากประสบการณ์ที่ห่างหายจากวงการไปนาน แต่หลายคนก็น่าจะจำ The Peacemaker และ Deep Impact ผลงานโดดเด่นในอดีตของเธอได้ และอีกหนึ่งเบื้องหลังคนสำคัญแต่ไม่ได้เป็นผู้หญิงก็คือ แดเนียล สตีเปิลแมน ผู้เขียนบทภาพยนตร์ เหตุเพราะเขาเป็นหลานชายแท้ ๆ ของรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าเรื่องราวไม่น่าจะผิดเพี้ยนไปจากความจริงมากนัก นอกเหนือจากการถ่ายทอดเรื่องราว แดเนียล ก็มีทีเด็ดซุกซ่อนไว้ในบทสนทนา ที่ออกจากปากของรูธแล้วสร้างเสียงหัวเราะได้บนถ้อยคำจิกกัดประชดประชัน

หนังย้อนไปเล่าเรื่องราวในยุค 50s ในวันที่เธอเพิ่งสอบเข้าเรียนกฏหมายที่ฮาร์วาร์ดได้สำเร็จ ซึ่งอยู่ในช่วงที่เพิ่งเปิดรับนักศึกษาหญิง แต่ก็โดนสบประมาทตั้งแต่แรกเข้าเรียน ด้วยเหตุที่เธอเข้าเรียนตาม มาร์ติน สามีของเธอซึ่งเรียนอยู่ปี 2 แต่รูธ ก็แสดงให้เห็นว่าเธอทำหน้าที่ได้เปอร์เฟ็คทั้งการเป็นภรรยา แม่ และนักเรียนที่ขยันตั้งใจ รูธ สามารถทำคะแนนได้เป็นที่หนึ่งของชั้น ก่อนจะย้ายไปเรียนจนจบที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย หนังปูความให้เห็นความกดดันของรูธ ที่ต้องเติบโตมาท่ามกลางสังคมยุคที่สตรีแทบไม่มีบทบาทในสังคม ยังไม่มีสิทธิ์แม้จะออกเสียงเลือกตั้ง ที่มีฐานันดรเหนือกว่าชนผิวสีมาหน่อยเดียวแค่นั้น แม้ว่าเธอจะเรียนจบด้วยคะแนนสูงสุด

รูธใฝ่ฝันอยากเป็นทนาย เธอเดินสมัครงาน 10 กว่าที่แต่ก็ไม่มีสำนักงานกฏหมายสักแห่งยอมรับเธอเข้าทำงาน สุดท้ายรูธก็ลงเอยด้วยการเป็นอาจารย์ ที่ต้องกล้ำกลืนสอนลูกศิษย์ด้วยการยกอ้างคดีสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่สตรีต้องถูกตัดสินให้แพ้คดีมากมายเพราะกฏหมายขีดเส้นข้อจำกัดให้สตรีไว้ 100 กว่าตัวบทกฏหมาย และเมื่อมาร์ติน สามีของเธอได้รับว่าความให้คดีหนึ่งที่ผู้ฟ้องร้องเป็นชาย แต่ถูกตัวบทกฏหมายขีดข้อจำกัดไว้เช่นกัน รูธ มองเห็นว่านี่คือโอกาสทองของเธอ ที่จะใช้คดีเป็นใบเบิกทางให้บรรดาผู้พิพากษาได้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศในกฏหมายของอเมริกาที่สืบทอดมากว่า 100 ปีและถึงเวลาที่สมควรจะต้องปรับเปลี่ยนเสียที จากนาทีที่รูธลุกขึ้นมาขอทำคดี ก็ทำให้ดีกรีของหนังเร่งร้อนขึ้นอย่างรู้สึกได้ชัด

ด้วยความที่หน้าหนังเป็นทั้งหนังย้อนยุคไปถึง 60 ปีที่แล้ว และยังเป็นหนังที่ว่าด้วยวงการกฏหมาย มีทั้งอัยการ ทนาย และบรรยากาศในศาล จึงไม่ใช่หนังที่เรียกความสนใจจากผู้ชมในวงกว้างได้มากนัก แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบหนังแนวคนตัวเล็กล้มยักษ์ด้วยข้อกฏหมายอย่าง A Civil Action (1998), Erin Brockovich (2000), Spotlight (2015) ก็น่าจะสนุกไปกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน หนังเล่าเรื่องให้ดูง่ายกว่า Spotlight แต่ก็ไม่ถึงกับเอาใจตลาดแบบ Erin Brockovich เหตุเพราะเป็นหนังในแวดวงกฏหมายอย่างลึกซึ้งจริงจัง จึงทำให้หนังอัดแน่นไปด้วยบทสนทนา เรียกได้ว่าแทบไม่มีสักนาทีที่ซับไตเติ้ลจะห่างหายไปจากจอหนัง เป็น 2 ชั่วโมงที่ต้องอ่านซับไตเติ้ลหนักมาก และทุกถ้อยคำก็เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทางกฏหมายยาก ๆ และหลาย ๆ ฉากที่บทสนทนาจะอ้างอิงคดีนั้น คดีนี้ มีชื่อบุคคลจากคดีต่าง ๆ ซึ่งว่าตามตรงก็ตามเนื้อหาไม่ทันได้ครบถ้วนหรอก แต่กระนั้นประเด็นของคดีหลักที่รูธหมายมั่นปั้นมือจะต่อกรกับศาลสูง ก็ยังน่าติดตาม และจับความสนใจคนดูไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง

หนังปูให้เราเห็นถึงความยากลำบากของรูธ ที่จะดันคดีนี้ให้ไปถึงศาลสูง ทั้งการฝึกซ้อม ศึกษาคดีในอดีต หาแนวร่วม และเมื่อหนังเปิดเผยว่าคู่ต่อสู้ของเธอในคดีนี้ล้วนเป็นอดีตอาจารย์จากฮาร์วาร์ดของเธอ ยิ่งทำให้เห็นว่านี่เป็นคู่มวยที่ต่างชั้นกันเหลือเกิน แล้วหนังก็ขับเคี่ยวอารมณ์จนพาเรามาถึง 15 นาทีสุดท้าย ที่ทำได้ตึงเครียด กดดัน แต่ก็ชวนลุ้นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร เน้นย้ำว่ายกสุดท้ายที่เธอได้แถลงกับศาลสูงนั้น คม เฉียบ ลึกซึ้ง และได้ใจความ เห็นพ้องจริงที่ทำให้ศาลหยุดและตั้งใจฟัง ส่วนนี้ต้องชื่นชมกับคุณ เจไดยุทธ ที่แปลซับไตเติ้ลจากกฏหมายยาก ๆ ออกมาได้ความหมายภาษาไทย เชื่อว่าทำการบ้านมาพอสมควรล่ะ

 

และตัวหลักที่จับให้คนดูจดจ่ออยู่กับหนังได้ก็คือการแสดงของเฟลิซิตี้ โจนส์ ที่ถ่ายทอดความรู้สึกมากมายที่เธอเก็บไว้มาถึงผู้ชมได้ครบถ้วน และเห็นได้ชัดถึงความเป็นนักสู้ผ่านสายตาของเธอในหลาย ๆ ตอน และการที่เธอต้องประกบกับ อาร์มี่ แฮมเมอร์ ผู้มารับบทมาร์ติน สามีของเธอนั้น ยิ่งทำให้เฟลิซิตี้ ที่สูง 1.60 เมตร ก็เป็นมาตรฐานปกติของผู้หญิง แต่อาร์มี่ แฮมเมอร์ นั้นเป็นนักแสดงชายตัวโคตรสูง 1.96 เมตร ก็เลยทำให้ภาพลักษณ์”รูธ”ของเธอนั้นเป็นสาวน้อยตัวเล็ก ดูช่างอ่อนแอบอบบางมากขึ้นไปอีก แต่ขณะเดียวกันเธอก็ทำให้เราเชื่อได้ว่าหญิงตัวเล็กคนนี้เป็นนักสู้ มีความภูมิฐาน และมีสติปัญญาที่จะต่อกรกับศาลสูงได้แม้จะเป็นมือใหม่ ที่ผู้คนรอบข้างต่างชี้ชัดว่าเธอไม่มีทางเอาชนะได้

อีกรายที่เป็นคนโปรดของผู้เขียนเองคือ แคธี เบตส์ ดารายอดฝีมือรุ่นลายคราม ดีกรี 1 ออสการ์ แคธี่ โผล่ออกมาแค่ 2 ฉากรวมแล้วไม่น่าจะถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ ในบทโดโรธี แคนยอน ทนายหญิงรุ่นเก๋าชื่อดังที่เราได้ยินรูธเอ่ยชื่อเธอมาหลายครั้ง ก่อนที่เธอจะปรากฏตัว แล้วทุกนาทีที่แคธี อยู่บนจอก็สะกดความสนใจให้อยู่กับเธอได้ ไม่เคยทำให้เสียชื่อดีกรี 1 ออสการ์ของเธอเลย

รูธ และ มาร์ติน กินส์เบิร์ก ตัวจริง

แม้ว่าOn The Basis Of Sex จะไม่ใช่หนังในกลุ่มเอาใจตลาด แต่ก็เป็นหนังที่ให้ความบันเทิงได้จริง ถ้าเป็นคนที่ชอบหนังว่าความในศาลจะยิ่งถูกใจเป็นพิเศษ เป็นหนังที่ให้ครบทั้งความบันเทิง และความรู้เรื่องราวสำคัญในการพลิกหน้าประว้ติศาสตร์กฏหมายสหรัฐฯ และน่าจะส่งผลถึงทั้งโลก ที่มีผลมาจากสตรีผู้นี้ รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก และนาทีสุดท้ายที่ตัวจริงของเธอมาปรากฏโฉมให้เห็น ก็เรียกเสียงเฮด้วยความชื่นชมได้เช่นกัน

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (18 – 20 ม.ค.) : Glass เปิดตัวน่าประทับใจ 89 ล้านเหรียญทั่วโลก จากทุนสร้าง 20 ล้านเหรียญ

เข้าฉายสัปดาห์แรกสำหรับ Glass ของผู้กำกับ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน ที่นำตัวละครจาก Unbreakable และ Split มาเผชิญหน้ากัน

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Glass ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดโดย เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน ซึ่งเป็นการขยายโลกของซูเปอร์ฮีโรต่อจาก Unbreakable และ Split ทำรายได้เปิดตัวไปอย่างงดงาม อยู่ที่ 40.6 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำได้ 89.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 20 ล้านเหรียญเท่านั้น

Dragon Ball Super : Broly อนิเมชันฉบับยาวของอนิเมขันซีรีส์ Dragon Ball ทำรายได้ไปอย่างน่าประทับใจถึง 10.6 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 78.2 ล้านเหรียญ

สำหรับ Aquaman ก็ยังคงฟอร์มแรง รวมทั่วโลกทำไปเกือบ 1.1 พันล้านเหรียญแล้ว จากทุนสร้างเพียง 160 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Glass

40.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 40.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 48.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 89.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 20 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Upside

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 1.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 45.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 37.5 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Dragon Ball Super : Broly

10.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 21 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 57.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 78.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : –

อันดับที่ 4 : Aquaman

10.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 304.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 759.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 1,063 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 160 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Spider-Man: Into the Spider-Verse

7.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 158.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 164.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 322.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 90 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : A Dog’s Way Home

7.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 21.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 5.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.4 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 18 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Escape Room

5.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 32.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 2.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 34.9 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 9 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Marry Poppins Returns

5.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 158.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 147.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 306 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 130 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Bumblebee

4.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 115.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ :  296.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 412.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 135 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : On the Basis of Sex

3.9 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 16.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 667,959 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 17.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!