Avengers: Endgame
Avengers: Endgame

10 เรื่องที่เราขอท้าว่าคุณ “พลาดไปแน่ๆ” จาก Avengers: Endgame (ตอนที่ 2)

What the Fact เคยนำเสนอเรื่องราวที่เราขอท้าว่าคุณ “พลาดไปแน่ ๆ” จากการดู Avengers: Endgame (ตอนที่ 1) เกี่ยวกับหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวาลมาร์เวล หรืออาจจะพูดได้ว่า เป็นหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกภาพยนตร์ (อย่างน้อย ๆ ก็วัดจากการทำรายได้รวมทั่วโลกสูงสุดตลอดกาล) เมื่อเดือนที่แล้วหนังเข้าฉายครบรอบ 1 ปี และคงยังไม่มีหนังเรื่องไหนมาโค่นตำแหน่งนี้อีกพักใหญ่ (ที่มีลุ้นก็ Avatar 2 ที่กว่าจะเข้าฉายก็ปี 2022)

ในโอกาสเพิ่งครบรอบ สองพี่น้องผู้กำกับ Russo ก็ออกมาเผยข้อมูลหลายอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน และหลายอย่างก็เป็น Easter Egg ที่เราไม่อยากให้แฟนมาร์เวลพันธุ์แท้พลาดไป จึงขอนำเสนอเป็นตอนที่ 2 เลยก็แล้วกัน

การเข้าฉากครั้งแรกของ Brie Larson ในฐานะกัปตันมาร์เวล

ในฉากที่กัปตันมาร์เวล ร็อกเก็ต และอเวนเจอร์สคนอื่น ๆ ขึ้นยานมุ่งหน้าไปดาวไททัน ผู้กำกับ Russo บอกว่า ฉากนี้คือการเข้าฉากครั้งแรกของ Brie Larson ในบทนี้ ซึ่งการถ่ายทำ Avengers ทั้งภาค Infinity War (2018) และ Endgame (2019) นั้น เป็นการถ่ายสลับกันไปมาและการถ่ายทำเกิดขึ้นในปี 2017 ซึ่งเกิดก่อนการถ่ายทำหนังเดี่ยว Captain Marvel (2019) ในปี 2018

บ้านริมทะเลสาบของโทนี สตาร์ค ห่างจากฉากเมืองวากานดาแค่นิดเดียว

ผู้กำกับ Russo บอกว่า ฉากบ้านริมทะเลสาบของโทนี สตาร์ค หลังจาก 5 ปีที่ทีมอเวนเจอร์สพ่ายแพ้ให้กับการดีดนิ้วของธานอสจนต้องแยกย้ายกันไปนั้น สถานที่ถ่ายทำจริง ๆ อยู่ห่างจากสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำฉากการสู้รบในองก์ที่สามของ Infinity War ไปแค่ไม่กี่ร้อยหลา โดยบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักที่เปิดให้คนทั่วไปเช่าในราคา 335 เหรียญฯ หรือประมาณ 10,500 บาท สร้างติดอยู่กับแม่น้ำแชตทาฮู บริเวณชายแดนทางใต้ของรัฐแอละแบมาและรัฐจอร์เจีย ซึ่งมีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้องนอน 4 เตียง และ 3 ห้องน้ำ บ้านยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องอื่นอย่างเช่น Godzilla: King of the Monsters (2019) ด้วย

โลเคชันที่ใช้ถ่ายทำบ้านของโทนี สตาร์คใน Avenger: Endgame
ฉากต่อสู้ในองก์ 3 ไคลแมกซ์ของ Avengers: Infinity War (2018)

ฉากที่เขียนบทยากที่สุดคือ ฉากระหว่างบรู๊ซ แบนเนอร์และแองเชียน วัน

สองผู้กำกับรุสโซบอกว่า ฉากที่เขียนบทยากที่สุดของทั้ง Infinity War และ Endgame คือ การต้องเขียนอธิบายเรื่องไทม์ไลน์การย้อนเวลาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนแปลงห้วงเวลาในอดีต ที่เป็นคำพูดของบรู๊ซ แบนเนอร์กับแองเชี่ยน วัน มาสเตอร์ของด็อกเตอร์สเตรนจ์ ซึ่งเป็นตอนที่บรู๊ซย้อนเวลาไปขอไทม์สโตนจากเธอ ตามช่วงเวลาของเหตุการณ์ The Avengers (2012) ภาคแรก แม้ว่าสองผู้กำกับจะสอดแทรกคำอธิบายเบื้องต้นไปแล้ว ตอนที่บรู๊ซอธิบายให้สก็อต แลง หรือ Ant-Man ฟังว่า มันจะทำนองเดียวกันกับหนังอย่าง Back to the Future, Terminator และ Hot Tub Time Machine ก็ตาม แต่แฟน ๆ ที่เกิดไม่ทันหนังเหล่านั้นก็อาจจะไม่เข้าใจ

แองเชียน วัน และบรู๊ซ แบนเนอร์หรือฮัลค์

ฉากที่ถ่ายทำสั้นที่สุดคือ ฉากในลิฟต์ของกัปตันอเมริกา

พอมีแฟน ๆ ทวีตถามว่า ฉากไหนคือฉากที่ใช้เวลาถ่ายทำสั้นที่สุดของ Avengers: Endgame สองผู้กำกับบอกว่า คือฉากที่กัปตันอเมริกาเข้าไปในลิฟต์ที่ฐานทัพของ S.H.I.E.L.D. ซึ่งเป็นฉากย้อนเวลากลับไปช่วงเนื้อเรื่องในหนัง Captain America: Winter Soldier (2014) โดยตอนที่ถ่ายฉากนี้ใน Endgame พวกเขาใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ใน Winter Soldier กลับใช้เวลาถ่ายฉากนี้แค่ฉากเดียวถึง 4 วัน นั่นก็เป็นเพราะมันเป็นฉากแรกของเรื่องที่เริ่มถ่ายทำ และอะไร ๆ ก็ยังไม่ค่อยลงตัวนัก ทั้งนักแสดง ทีมงาน และผู้กำกับ

ธอร์และร็อคเก็ตต้องรอให้การร้องเพลงในโบสถ์เดอแรมเสร็จก่อน

ในฉากที่ธอร์และร็อคเก็ต ต้องย้อนเวลากลับไปยังแอสการ์ดเพื่อแย่งชิงอัญมณีเรียลลิตีสโตนจากอดีตคนรักของธอร์อย่างเจน ฟอสเตอร์ นั่นทำให้ทีมงานมาร์เวลได้กลับไปถ่ายทำที่อาสนวิหารเดอรัม ที่เมืองเดอรัมในสหราชอาณาจักรอีกครั้ง แต่ยังไงก็ตาม พวกเขาก็ได้รับเงื่อนไขไม่ให้กวนกิจกรรมของโบสถ์ นั่นทำให้ การถ่ายทำฉากของธอร์และร็อคเก็ตในวิหาร ต้องรอให้นักร้องประสานเสียงซ้อมร้องเพลงจบก่อน พวกเขาจึงจะถ่ายทำแต่ละฉากได้

ฉากสตาร์ลอร์ดร้องเพลง Come and Get Your Love เป็นการถ่ายทำใหม่

หลายฉากที่เป็นฉากย้อนเวลาของทีมอเวนเจอร์สที่ย้อนไปปฏิบัติภารกิจแย่งอัญมณีจากในอดีต ก็เป็นการนำฟุตเตจเดิมมาใช้ร่วมกับ CGI อย่างเช่น ฉากของเจน ฟอสเตอร์ที่เคยถ่ายไว้ใน Thor: The Dark World (2013) อย่างที่รู้ ๆ กันว่า Natalie Portman ไม่ได้กลับมาถ่าย Endgame แต่ฉากสตาร์ลอร์ดร้องเพลง Come and Get Your Love บนดาวโมแรกที่ก็เป็นฉากเปิดตัวสตาร์ลอร์ดในภาคแรกของ Guardians of the Galaxy (2014) ด้วยนั้น ในหนัง Endgame เป็นการถ่ายทำใหม่ ทวีตนี้แม้ผู้กำกับรุสโซ ไม่ได้ทวีตเอง แต่พวกเขาได้รีทวีตลงบนฟีดของตัวเอง ก็เป็นอันยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงตามทวีตต้นทาง

อัญมณีวิญญาณเคยจะเป็น “กัปตันอเมริกา” ในบทร่างแรก ๆ

อัญมณีวิญญาณดูจะเป็นอัญมณีที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาอินฟินีตีสโตนทั้งหมด เพราะในภาค Infinity War ธานอสก็ได้เสียสละชีวิตของลูกบุญธรรมกาโมร่าเพื่อให้ได้มาซึ่งอัญมณีชิ้นนี้ ส่วนใน Endgame เราก็ต้องเสียสละชีวิตของแบล็ควิโดว์เช่นกัน เมื่อมีแฟน ๆ ทวีตถามผู้กำกับว่า เคยมีไอเดียอื่นสำหรับอัญมณีวิญญาณที่จะไม่อยู่บนดาววอร์เมีย ให้กะโหลกแดงเฝ้าไว้และให้ใครต่อใครไปเอามาหรือไม่ ผู้กำกับได้ตอบว่า เคยมีแนวคิดว่าจะให้อัญมณีคือ กัปตันอเมริกาหรือสตีฟ โรเจอร์สแต่ดั้งเดิมเลย เพราะเขาคือตัวแทนของความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ และจิตใจอันสูงส่ง ซึ่งนั้นก็จะทำให้ต้องมีการเสียสละชีวิตของเขาเพื่อธานอสจะได้อัญมณีมาครอบทุกชิ้น (ดีแล้วที่บทร่างนั้นไม่ได้ถูกใช้จริง ๆ)

ในบทสรุปของ Endgame กัปตันก็คู่ควรจะถือค้อนของธอร์ได้

โรห์ดี้เกือบจะได้แซวแรง ว่าธอร์เป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

ในฟุตเตจที่ไม่ได้ถูกเลือกมาใช้ของ Avengers: Endgame นั้น ฉากที่เหล่าฮีโรอเวนเจอร์สแย่งกันว่า ใครจะเป็นผู้เสียสละสวมถุงมืออัญมณีอินฟินีตี แล้วกระทำการดีดนิ้วเพื่ิอให้ทุกคนที่กลายเป็นฝุ่นกลับมา ธอร์ก็เป็นหนึ่งในคนที่เสนอตัวจะรับพลังสะท้อนกลับอันมหาศาลจนอาจทำให้ตายได้ ด้วยความหลังฝังใจว่า ตัวเองพลาดโอกาสที่จะสังหารธานอสได้สำหรับในภาค Infinity War ซึ่งในฉากที่ตัดไปจะเป็นฉากที่โรห์ดี หรือวอร์แมชชีน แซวธอร์ว่า ธอร์คงไม่เหมาะจะเป็นผู้ดีดนิ้ว เพราะตอนนี้มีไขมันเกาะผนังเส้นเลือดมากเกินไป!

Chris Evans รู้ตัวนานแล้วว่าจะได้ถือค้อนโยเนียร์ของธอร์ในฉากไคลแมกซ์

ฉากที่สร้างเสียงฮือฮาในโรงภาพยนตร์ตอนที่หนังฉาย และกลายเป็นหนึ่งในฉากประทับใจของแฟน ๆ มาร์เวลโดยเฉพาะแฟน ๆ ของกัปตันอเมริกา ก็คือฉากที่เขาถือค้อนโยเนียร์ของธอร์ อันจะหมายถึงเขาคู่ควรกับค้อนนี้แล้วในภาคนี้ (หลังจากภาคก่อน ๆ ไม่มีใครยกค้อนของธอร์ได้มาโดยตลอด) เมื่อแฟน ๆ ทวีตถามผู้กำกับว่า นักแสดง Chris Evans ผู้รับบทกัปตันอเมริการู้ตอนไหนว่าเขาจะได้ถือค้อนโยเนียร์ ผู้กำกับตอบว่า เขารู้มาก่อนนานแล้วตั้งแต่เริ่มพัฒนาหนังใหม่ ๆ ซึ่งน่าจะหมายความรวมด้วยว่า ทั้งพี่น้องรุสโซ และ Kevin Fiege หัวเรือใหญ่โปรดิวเซอร์ของ Marvel Studios รู้และตั้งใจจะให้มีฉากนี้มาตั้งแต่ก่อนเริ่มทำหน้ง Infinity War เสียอีก

เพลงสกอร์เรียกน้ำตาของหนัง ฝีมือของ Alan Silvestri

Alan Silvestri ผู้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์หรือสกอร์ ได้กลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้ง หลังจากเคยทำเพลงไว้ใน The Avengers ภาคแรก (เขายังเป็นผู้ทำเพลงประกอบหนังดัง ๆ มาแล้วอย่าง Back to the Future ทุกภาค, Contact, The Mummy Returns และ Ready Player One) ซึ่งนั่นก็อาจทำให้แฟน ๆ รู้สึกเชื่อมโยงกับเพลงประกอบที่ได้ยินในภาคแรกด้วย Silverstri ทำเพลงประกอบมาใช้เปิดระหว่างถ่ายทำ แม้จะไม่ใช่เวอร์ชันสุดท้ายที่ได้ยินกันในโรงภาพยนตร์ก็ตาม (ผู้กำกับหนังของ Marvel หลายคนก็มีวิธีการเอาเพลงมาประกอบหนังที่แตกต่างกันไป อย่าง James Gunn ผู้กำกับ Guardian of the Galaxy จะเอาเพลงประกอบไปเปิดตอนนักแสดงถ่ายทำเลย เพื่อให้นักแสดงอินสุด ๆ กับบทเพลงต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของหนัง)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส