การเรียนรู้และเติบโตของ “อิ้งค์ วรันธร” จาก Girl Group แห่ง KAMIKAZE สู่การเป็นศิลปิน Synth – Pop ที่น่าจับตามอง

หากให้พูดถึงชื่อศิลปินหญิงเดี่ยวที่มีความโดดเด่นเป็นที่จับตามองในปัจจุบัน เชื่อได้ว่าจะต้องมีชื่อของ “อิ้งค์ วรันธร เปานิล” อยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน หลายคนอาจรู้จักเธอจากบทบาทของการเป็นศิลปินเดี่ยวในนาม “อิ้งค์ วรันธร” เจ้าของบทเพลงสดใสไพเราะหรือช้าเศร้าซึ้งอย่าง ‘เหงา เหงา’ ‘เกี่ยวกันไหม’ ‘ดีใจด้วยนะ’ หรือว่าซิงเกิลล่าสุดอย่าง ‘ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม’ บ้างก็รู้จักเธอจากบทบาทการแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง ‘Snap’ ของคงเดช จาตุรันต์รัศมี บ้างก็อาจรู้จักและติดตามเธอมาตั้งแต่เป็นเกิร์ลกรุ๊ปในค่าย Kamikaze ในนามวง ‘Chilli White Choc’ !

นี่คือเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาจาก ‘อิ้งค์ วรันธร’ จากความสดใสของการเป็นศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปแห่ง Kamikaze สู่การสร้างตัวตนใหม่ในฐานะของศิลปิน Synth – Pop ที่น่าจับตามองในปัจจุบัน เรื่องราวที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ของสาววัย 26 ปีคนนี้พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสแล้วครับ

คุณ คงเดช จาตุรันต์รัศมี เคยบอกกับอิ้งค์เอาไว้ว่า เมื่อโตขึ้นไปจะถูกโบกโบยตี ตอนที่ได้ยินคำนี้ครั้งแรกรู้สึกยังไง และเมื่อผ่านมาจนถึงวันนี้รู้สึกกับคำนี้ยังไงบ้าง

ตอนที่ได้ยินครั้งแรกอิ้งค์รู้สึกว่ามันจะโบยตีอะไรหรอ ตอนนั้นอิ้งค์เล่นหนังกับพี่เดชเมื่อ 6 ปีที่แล้ว กำลังเรียนอยู่ปี 3 ตอนนั้นเป็นคนสดใสมาก ไม่เคยเจอความทุกข์มากมายอะไรในชีวิตอ่ะค่ะ แล้วก็สนุกสนานพูดอะไรก็ขำ เป็นเด็กหญิงคนนึงที่มีความสดใส แล้วพี่คงเดชก็จะหมั่นไส้ความสดใสของเราเวลาอยู่กอง เราก็จะแบบร้องเพลงเล่น แกล้งเพื่อนไปเรื่อย ๆ จนพี่เดชมองตาเราและบอกว่าเก็บความสดใสอันนี้เอาไว้นะ ถ้าวันนึงโตขึ้นไปให้จำความสดใสอันนี้เอาไว้ อิ้งก็เลยถามว่าทำไมอ่ะ ก็เราเป็นคนสดใสอยู่แล้วโตไปมันก็ต้องสดใส พี่คงเดชเลยบอกว่า ไม่ วันนึงแกจะโดนโลกโบยตี แกจำคำชั้นไว้นะ “แกจะโดนโลกโบยตี แล้วความสดใสของแกมันจะหายไป” ตอนนั้นพอฟังก็ยังไม่ได้กลัวว่าความสดใสจะหายไป แต่ว่าพอโตขึ้นมาอ่ะค่ะ รู้เลยว่ามันค่อย ๆ ลดไปจริง ๆ ความสดใสที่เคยมีอ่ะค่ะ

The Beginning จุดเริ่มต้น

ชีวิตของอิ้งค์น่าสนใจมาก ป.1 ได้ร้อง ได้บันทึกเสียงเพลงของวง Time อายุ 12 มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ม.ปลายเรียนดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยเรียนโอเปร่า และปัจจุบันนี้ก็เป็นศิลปิน เหมือนว่าอิ้งค์ชัดเจนและมุ่งมั่นในแนวทางนี้มาก ๆ อะไรที่มันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

ตอนที่ได้ร้องเพลง ‘ก่อนมะลิบาน’ ของวง Time ตอนนั้นอิ้งค์น่าจะเรียนอยู่ประมาณ ป.2 อิ้งค์นั่งเรียนข้าง ๆ แอ๊นท์ลูกพี่โอ๊บ (เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ สมาชิกวง Time และผู้บริหาร Muzik Move Records) แล้วอิ้งค์เป็นเด็กที่ต้องอ่านทำนองเสนาะ ต้องประกวด แล้วตอนนั้น Time กำลังทำเพลง ‘ก่อนมะลิบาน’ แล้วอยากได้เสียงเด็ก แอ๊นท์ก็คงไปบอกคุณพ่ออ่ะค่ะว่ามีเพื่อนร้องเพลงเพราะนะ ก็เลยได้ไปลองอัดดูค่ะ

ตอนที่เข้าไปอยู่กับ Kamikaze ตอนนั้นมันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ

ตอนนั้นก็ประมาณ ม. 1 อิ้งค์เข้าไปเรียนร้องเพลงที่โรงเรียนสอนร้องเพลงของ ครูกานต์ KPN ค่ะ แล้วครูกานต์ก็ทำ casting อยู่ที่อาร์เอสด้วย ปกติเวลาเรียนเราจะเรียนกันเป็นกลุ่ม ๆ ไม่ได้เรียนเดี่ยว มีวันนึงก็มีทีม casting มาจากอาร์เอสมาที่โรงเรียนก็จะมีพี่เอฟู (ณรงค์ศักดิ์ ศรีบรรฎาศักดิ์วัชรากรณ์ อดีตโปรดิวเซอร์มากฝีมือของ Kamikaze) อ่ะค่ะ แล้วก็ให้เราสี่คนยืนร้องเพลงด้วยกัน เราก็ลองดูลองทำ เค้าก็ติดต่อเราเข้าไปในค่าย ไปลองถ่ายโพรไฟล์ ถ่ายนู่นถ่ายนี่ก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี แล้วพอเค้าประกาศว่าเราจะได้ทำเพลงกับ Kamikaze นะจะเดบิวต์ในอีกหนึ่งปี เราก็โอเค

ตอนนั้นค่าย Kamikaze ยังไม่มีแต่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมา อิ้งค์รู้สึกยังไงกับความเป็นค่ายอาร์เอสบ้าง เราเป็นแฟนเพลงอาร์เอสมั้ย เพลงที่เราฟังยุคนั้นมันเป็นเพลงอะไร

ยุคนั้นอิ้งค์น่าจะฟังหลายแนวมากเลยค่ะ ทั้งที่คุณพ่อชอบฟัง ทั้งที่โรงเรียน เยอะมาก แล้วก็ในหัวเรารู้จักแต่แกรมมี่ อาร์เอส สำหรับอาร์เอสตอนนั้นก็คิดว่าเป็นอะไรที่น่าทำ เพราะรู้จักพี่ ๆ โฟร์-มดที่ดังมาก เราก็แบบ…เราชอบโฟร์-มด

เราเป็นเด็กน้อยอายุ 12-13 ที่เข้าไปทำงานในค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ตอนนั้นบรรยากาศการทำงานเป็นยังไงบ้าง

การทำงานตอนนั้นเหมือนอิ้งค์ไปเข้าค่ายมากกว่าค่ะ เหมือนได้ไปเจอเพื่อน ไปเรียนเต้น ซ้อมเต้น 20 กว่าคนอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ แล้วทุกคนก็จะมีของใหม่ ๆ อย่างเกมนินเทนโด ตุ๊กตา อะไรแบบนี้มาอัปเดต พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนกัน ตอนนั้นอิ้งค์เด็กที่สุดในค่ายเลยด้วย เพื่อนร่วมคลาสก็หมดทุกคนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น หวาย ขนมจีน มิล่า เฟ-ฟาง-แก้ว พี่ ๆ โฟร์-มด K-otic ที่นั่นก็จะมีจัดคลาสเอาไว้ เวลาเราเลิกเรียนที่โรงเรียนก็จะมาที่อาร์เอสเพื่อเรียนคลาสพัฒนาในแต่ละวัน ซึ่งบางวันเราก็ไม่ได้เรียนกับเพื่อนร่วมวง ก็จะมีเรียนสลับ ๆ กันทำให้ได้รู้จักกันหมดเลย ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนไปโรงเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง ได้ไปเจอเพื่อน งานจ้างก็ไม่ได้มีเยอะมาก ยิ่งเป็นเด็กด้วยงานตามร้านนี่เล่นไม่ได้แน่ ก็จะได้ไปเล่นตามสยามเซ็นเตอร์น่ารัก ๆ เหมือนได้ไปเล่นกับเพื่อนค่ะ

ตอนนั้นมีบรรยากาศของการแข่งขันกันบ้างมั้ยครับ

ถ้าถามว่ามีการแข่งขันกันมั้ย อิ้งค์ว่าไม่มีค่ะ เพราะทุกคนถูกจัดเป็นกลุ่มก้อน มีวงเป็นของตัวเองหมด ถ้าจะให้ไปแข่งกับพี่ ๆ โฟร์-มด มันก็ไม่ใช่ มันเหมือนทุกคนมาทำในเรื่องของตัวเองให้ดีที่สุดอ่ะค่ะ ทุกคนก็ทำตามที่พี่ ๆ เค้าบอก อย่างอิ้งค์ก็อะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ ใส่อะไรก็ได้

แล้วเรารู้สึกแบบว่าต้องมาทำงาน สูญเสียชีวิตวัยรุ่นอะไรแบบนี้มั้ยครับ

ไม่รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ รู้สึกสนุกมาก เพื่อนที่โรงเรียนก็เล่นกันเต็มที่ในตอนกลางวันอยู่แล้วค่ะ แล้วเพื่อนก็จะเชียร์เรามาก อย่างวันไหนมีคอนเสิร์ตที่จะสยามก็จะตามไปดูกัน

ประสบความสำเร็จแค่ไหนครับตอนนั้นกับ ‘Chilli White Choc’

ถ้ามองในแง่รายได้อาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่สำหรับเด็กอิ้งค์มองว่ามันเป็นการที่เราได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากเลยค่ะ เราก็ร้องเพลงมาตั้งแต่ ป. 1 จนถึงตอนนั้นก็  6 ปี เราก็เพิ่งมีเพลงที่เป็นเสียงของเราจริง ๆ ได้แต่งตัว ได้มาทำงานอยู่ในค่ายเพลง มันเหมือนเป็นอีกสเต็ปหนึ่งของเด็กคนนึงที่มองเห็นการร้องเพลง ที่ไม่ใช่การร้องเพลงเฉย ๆ เราได้เอาเพลงเราไปให้คนอื่นฟัง และเค้าก็ชอบเรา และก็ทำให้เราได้เห็นเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง

[หนึ่งในเพลงที่เป็นที่รู้จักของ Chilli White Choc คือ ‘Chatsanova’ ซึ่งมีท่าเต้นเหมือนสแครตช์แผ่นซึ่งทำให้อิ้งค์ถูกล้อมาจนถึงทุกวันนี้]

อะไรทำให้อิ้งค์ตัดสินใจไม่ทำต่อ

ตอนนั้นจบอัลบั้มพอดี แล้วเราได้มีเวลาทบทวนค่ะ ตอนนั้นผลการเรียนอิ้งค์แย่มากเลยค่ะ มันเหมือนเราแบ่งเวลาไม่เป็น บาลานซ์มันไม่ได้ และทางนึงก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จขนาดที่เราจะทิ้งอีกสิ่งนึงไปทำ อิ้งค์ก็เลยคิดว่าเบรกก่อนมั้ย ตอนนั้นสัญญาจริง ๆ ก็ยังอยู่ แต่มันก็ไม่ได้มีแพลนว่าจะทำอะไรต่อ ก็เลยขอกลับมาเรียนก่อนดีกว่า  ก็เลยออกมาแบบไม่ได้มีปัญหาอะไรกันค่ะ

ตอนนั้นก็โดนคุณพ่อดุด้วยอ่ะค่ะ เหมือนเราไม่รับผิดชอบทิ้งการเรียนไปเลย หลงไปอีกโลกนึง มีโทรศัพท์มีอะไรออกใหม่เราก็หลงเราก็ตามมันไป แล้วทีนี้ก็กำลังจะจบม. 3 จะขึ้นม.4 แล้วด้วย อิงค์ก็เลยคิดว่าน่าจะยังไม่ใช่เวลาของมันรึเปล่า ก็เลยออกจาก Kamikaze แล้วกลับมาเรื่องเรียนก่อนดีกว่าค่ะ

(อ่านต่อหน้า 2 ถึงจุดเปลี่ยน ออกจาก Kamikaze)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก