Missed Movie: Netflix 2020
Missed Movie: Netflix 2020

หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!

What the Fact ได้นำรายชื่อของหนังดีที่คอหนังอาจพลาดไปแห่งปี 2020 มาแนะนำกันไปแล้ว ซึ่งหนังดีจริง ๆ แล้วยังมีหนังของสตรีมมิง Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับชาวไทยในปี 2020 ด้วย จึงต้องขอเขียนแยกเป็นอีกหนึ่งบทความซึ่งจะขอแนะนำกันแบบเน้น ๆ ไปเลยว่า Rare Items หนัง Original Content ที่อาจจะหลงหูหลงตากันไปใน Netflix มีเรื่องอะไรบ้างที่เราไม่อยากให้คุณพลาดด้วยประการทั้งปวง

ชวนอ่าน 10 หนังดี-สุดมันจาก Netflix ปี 2020

DA 5 BLOODS

หนังเรื่องรองสุดท้ายของ Chadwick Boseman ซึ่งเสียชีวิตในปี 2020 ที่ผ่านมา (เรื่องสุดท้ายก็เป็นหนัง Netflix ที่อยู่ในลิสต์นี้ด้วยเช่นกัน) และเรื่องนี้ก็ยังเดินทางเข้ามาถ่ายทำในไทยอีกด้วย Da 5 Bloods นั้นเป็นผลงานของผู้กำกับผิวดำมากฝีมืออีกคนแห่งยุคอย่าง Spike Lee ซึ่งมีหนังอย่าง BlacKkKlansman (2018) , Inside Man (2006) และ Malcolm X (1992) อยู่ในเครดิต หนังได้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยช่วงปี 2019 ที่กรุงเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย นนทบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี แต่ก็น่าเสียดายที่ในตัวอย่างหนังนั้นบอกว่าเหตุการณ์เกิดที่เวียดนาม เพราะเท้าความถึงสงครามเวียดนามยุค 70s

หนังเล่าเรื่องของทหารผ่านศึกสัญชาติแอฟริกัน-อเมริกัน 4 คนที่กลับไปยังประเทศเวียดนาม เพื่อตามหาศพของผู้บัญชาการหน่วยรบของพวกเขา (Chadwick Boseman) และสมบัติที่ถูกฝังเอาไว้ สมทบด้วยนักแสดง Jean Reno (Leon: The Professional), Delroy Lindo (Get Shorty), Clarke Peters (The Wire), Isiah Whitlock Jr. และ Paul Walter Hauser (I, Tonya) หนังได้รับคำชื่นชมเรื่องการแสดงที่เข้าขาของทีมนักแสดง โดยเฉพาะ Delroy Lindo ที่น่าจะมีบทบาทบนเวทีรางวัลอย่างแน่นอน และหนังก็ยังใช้ลูกเล่นด้านภาพได้อย่างน่าสนใจ และน่าศึกษางานภาพไว้สำหรับนักเรียนภาพยนตร์ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF) (Rotten Tomatoes: 92%/iMDB Rating: 6.5/10)

HIS HOUSE

หลังจากหนีรอดจากประเทศซูดานใต้ที่แหลกสลายด้วยสงครามมาได้อย่างหวุดหวิด คู่รักผู้ลี้ภัยต้องปรับตัวกับชีวิตใหม่ในเมืองเล็ก ๆ ของอังกฤษอย่างยากลำบาก และในเมืองนี้มีสิ่งชั่วร้ายที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงรอขย้ำพวกเขาอยู่ด้วย ปัญหาผู้อพยพในยุโรปน่าจะเป็นวาระแห่งทวีปที่คลุมบรรยากาศตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา Remi Weekes ผู้กำกับหน้าใหม่ชาวอังกฤษ เก่งที่นำความรู้สึกหวาดกลัวลึก ๆ ในใจของทั้งผู้อพยพหอบหิ้วความทรงจำอันโหดร้ายจากสงครามกลางเมืองในบ้านเกิดมาสู่ชีวิตใหม่อันแปลกแยก และทำให้เห็นว่าผู้ให้ที่พำนักก็หวาดระแวงฝั่งผู้มาอาศัยอยู่เช่นกัน ทั้งปัญหาต่างวัฒนธรรม โรคระบาด การแย่งงานแย่งอาชีพ

หนังฉลาดที่นำประเด็นทางสังคมมาเล่าโดยเติมรสความลึกลับปนสยองขวัญได้อย่างถึงกึ๋น และทำออกมาได้โดดเด่นไม่แพ้ผลงานสะท้อนสังคมของผู้กำกับ Jordan Peele จาก Get Out (2017) และ Us (2019) เจ้าหากแต่ Weekes อาจยังขาดลูกลีลาหรือรสนิยมด้านศิลปะภาพยนตร์ แต่กระนั้นเขาก็นำเสนอมันด้วยมาตรฐานของหนังคุณภาพได้อย่างจัดเจน เชื่อว่าอนาคตถ้าเขาได้ฝึกกรำจนเจนมือ น่าจะสร้างเอกลักษณ์ของตนเองออกมาได้เด่นชัดกว่านี้ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF) (Rotten Tomatoes: 100%/iMDB Rating: 6.5/10)

I’M THINKING OF ENDING THINGS

หนังที่มีชื่อไทยสุดโรแมนซ์ว่า “อยากให้เธออยู่ดูตอนจบด้วยกัน” เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่แม้จะไม่แน่ใจเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอง แต่เธอก็ตัดสินใจไปโรดทริปกับ Jake แฟนใหม่เพื่อเที่ยวฟาร์มของครอบครัวเขา หลังจากติดพายุหิมะอยู่กับแม่และพ่อของ Jake สาวคนนี้เริ่มสงสัยทุกเรื่องที่เธอรู้มาหรือเข้าใจเกี่ยวกับแฟนหนุ่ม ตัวเอง และโลกใบนี้ สร้างจากนิยายชื่อดังของ Iain Reid กำกับและเขียนบทโดย Charlie Kaufman ผู้เขียนบทหนังดัง ๆ อย่าง Being John Malkovich (1997), Adaptation. (2002), Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ซึ่งเรื่องหลังสุดก็เป็นหนึ่งในหนังรักชั้นดี

หลายคนชอบสไตล์ความว้าวุ่นและวุ่นวายของหนัง Kaufman อยู่แล้ว (ซึ่งคงเป็นชื่อที่ใช้ขายหนังอยู่แล้ว) ถึงแม้ว่าสุดท้ายคนดูจะไม่เข้าใจรายละเอียดทุกอย่างก็ตาม หนังของเขาล้วนว่าด้วยตัวละครที่มักต้องจัดการกับความล้มเหลวบางอย่างในชีวิต และความรู้สึกนี้มักจะโยงใยไปพัวพันกับเรื่องความรัก ความสัมพันธ์กับผู้หญิง นำไปสู่ภาวะความโศกเศร้า Kaufman เป็นผู้กำกับและมือเขียนบทที่พยายามจำลองการทำงานของสมองมนุษย์ ทั้งความคิด ความทรงจำ ความรู้สึกออกมาในแบบที่เราคาดไม่ถึงเช่นผลงานเก่า ๆ ที่แล้วมาและเรื่องนี้ก็ด้วย หนังพูดกันตลอดเรื่องและไม่ถูกใจคอหนังทั่วไปแน่นอน แต่สำหรับใครที่ชอบหนังแนวนี้ หนังฉลาดมากในการเล่าเรื่อง โดยนักแสดงนำ Jessie Buckley และ Jesse Plemons (Rotten Tomatoes: 81%/iMDB Rating: 6.6/10)

FATHER SOLDIER SON

เจ้าของรางวัลตัดต่อยอดเยี่ยมและเข้าชิงภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์ Tribecca Film Festival ของปี 2020 เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2010 ที่เมือง Wautoma รัฐวิสคอนซินของสหรัฐฯ หนังเล่าเรื่องจริงของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูกชาย 2 คนอย่าง Brian Eisch พ่อของ Joey วัย 7 ขวบ และ Isaac วัย 12 ขวบ Brian ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอัฟกานิสถาน และเลือกที่จะฝากฝังให้ลุงดูแลเด็กทั้งสองคน สองพี่น้องต้องย้ายที่อยู่ รวมไปถึงปรับตัวเข้ากับโรงเรียนและสังคมใหม่ โดย Brian ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเขาได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องสำหรับลูก ๆ ของเขาแล้วหรือไม่

ในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามทำหน้าที่เป็นทหารที่ประเทศชาติเรียกร้องอย่างเต็มที่ หนังสารคดีเรื่องนี้ได้พาคนดูร่วมติดตามความเปลี่ยนแปลงของ Brian ทั้งการเป็นพ่อและทหารควบคู่กันไป การสูญเสียจากสงครามไม่ใช่เพียงแค่การบาดเจ็บทางร่างกาย หรือเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลกระทบอื่น ๆที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ผลงานการกำกับของ Leslye Davis และ Catrin Einhorn ซึ่งเป็น 2 นักข่าวจาก The New York Times ที่ใช้เวลาในการติดตามและถ่ายทำสารคดีชุดนี้จริง ๆ นานถึง 10 ปี หนังได้รับคำชื่นชมเรื่องราวการนำเสนออย่างสะเทือนอารมณ์ และสะท้อนชีวิตทหารและครอบครัวอเมริกันได้อย่างสมจริง (Rotten Tomatoes: 91%/iMDB Rating: 7.3/10)

LOST GIRLS

ดัดแปลงจากนิยายติดอันดับ Best Sellers ของ New York Times “Lost Girls: An Unsolved American Mystery” และเปิดฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์เมื่อต้นปี 2020 ก่อนจะมาลง Netflix เรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่สร้างจากเรื่องจริงอย่างคดี Long Island Serial Killer เกี่ยวกับ Mari Gilbert แม่ผู้ขาดการติดต่อกับลูกสาวของเธออย่าง Shannan ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ แม้ผู้เป็นแม่จะแจ้งทางตำรวจไปแล้วก็ได้กลับมาเพียงความว่างเปล่า เธอจึงพยายามออกสืบหาลูกสาวด้วยตนเอง เพื่อหาคำตอบว่าลูกสาวหายไปไหน

หนังเป็นผลงานของผู้กำกับที่เคยเสนอถูกเสนอเข้าชิงสองรางวัลออสการ์อย่าง Liz Garbus จากหนังสารคดี The Farm: Angola, USA (1998) และ What Happened, Miss Simone? (2015) ซึ่งก็เชื่อมั่นได้เลยว่าความสมจริงระดับหนังสารคดีนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยม หนังมีช่วง 20 นาทีแรกมีความน่าสนใจที่ให้คนดูและตัวละครไล่ตามปริศนาไปพร้อม ๆ กัน ตัวละคร Mari ของนักแสดง Amy Ryan (เคยเข้าชิงออสการ์จาก Gone Baby Gone (2007)) สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความเป็นแม่คนออกมาได้อย่างน่าจดจำ งานโปรดักชั่น ดนตรีประกอบ และการถ่ายทอดภาพสารคดีภายในเรื่องดูสมจริงมาก แต่ข้อเสียคือตัวละครอื่นนอกจาก Mari นั้นช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเลย (Rotten Tomatoes: 73%/iMDB Rating: 6.1/10)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)