10 Days of President Joe Biden
10 Days of President Joe Biden

10 เรื่องของ “โลกที่เปลี่ยนไป” ภายใน 10 วัน หลังมีประธานาธิบดีอเมริกาชื่อว่า Joe Biden

Amanda Gorman หญิงสาวผู้ขึ้นกล่าวขานบนกวีคือใคร?

WASHINGTON, DC – JANUARY 20: Youth Poet Laureate Amanda Gorman speaks at the inauguration of U.S. President Joe Biden on the West Front of the U.S. Capitol on January 20, 2021 in Washington, DC. During today’s inauguration ceremony Joe Biden becomes the 46th president of the United States. (Photo by Rob Carr/Getty Images)

อีกหนึ่งคนที่กลายเป็นดาวเด่นของพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของ Biden ก็คือ Amanda Gorman กวีหญิงวัย 22 ปี ผู้ได้รับรางวัลกวีเยาวชนแห่งชาติคนแรกของสหรัฐฯ หลังจากที่เธอกลายเป็นกวีอายุน้อยที่สุดที่ได้ขึ้นขับขานบทกวีในพิธีนี้ Gorman ร่ายบทร้อยแก้วชื่อ “เนินเขาที่เราข้าม (The Hill We Climb)” สะกดผู้ชมทั้งในพิธีและผู้ชมที่รับชมผ่านการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นบทกวีที่กล่าวว่า “เมื่อวันเวลามาถึง เราเฝ้าถามตัวเองว่า จะหาแสงสว่างในร่มเงาที่มืดมิดไร้จุดจบนี้ได้ที่ไหน?

เราได้เห็นพลังอำนาจที่อาจทำลายชาติเรา มากกว่าการร่วมแบ่งปัน มันอาจทำลายประเทศเรา หากหมายถึงการฉุดรั้งประชาธิปไตย ความพยายามนี้เกือบสำเร็จ ในขณะที่ประชาธิปไตยถูกฉุดรั้งไว้ชั่วคราว แต่นับแต่นี้ ประชาธิปไตยจะไม่อาจถูกปฎิเสธได้อีกต่อไป” เนื้อหาบทร้อยแก้วความยาว 5.30 นาที ยังอ้างอิงถึงเหตุจลาจลบุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

ภายหลังการขับขานบทร้อยแก้วของ Gorman บรรดานักการเมืองหญิงและบุคคลมีชื่อเสียง ทั้ง Hillary Clinton อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและสุภาพสตรีหมายเลข 1, Michelle Obama อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 และ Oprah Winfrey พิธีกรผิวดำคนดังต่างออกมาชื่นชมและแสดงความภาคภูมิใจในบทกวีอันน่าทึ่งของเธอ

แล้วเธอคนนี้เป็นใคร จึงได้รับโอกาสอันใหญ่ยิ่งนี้? Gorman เกิดที่เมืองลอสแอนเจลิส ในปี 1998 และเคยมีปัญหาด้านการพูดในวัยเด็ก ก่อนจะเอาชนะได้และหายดีในที่สุด จนกลายเป็นนักกวีตั้งแต่วัยเยาว์ ปัจจุบันเธอได้เข้าเรียนในสาขาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัย Harvard ที่ผ่านมาเธอเคยเข้าร่วมเป็นผู้แทนรุ่นเยาว์ของสหประชาชาติในปี 2013 ก่อนที่ในปี 2017 เธอจะคว้ารางวัลกวีเยาวชนแห่งชาติคนแรกของสหรัฐฯ ขณะที่เธอยังมีผลงานหนังสือรวมบทกวีเล่มแรกชื่อว่า “The One for Whom Food is not Enough” ที่ตีพิมพ์ในปี 2015 และเตรียมเปิดตัวหนังสือภาพประกอบบทกวีอีกเล่มในปีนี้ ความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอคือการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีภายในปี 2036

ชุดของประธานาธิบดีและเหล่าคนสำคัญในพิธีสาบานตน

จุดเด่นของงานพิธีสาบานตนอีกอย่างที่เป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไปและคนในวงการแฟชั่นก็คือ ชุดของประธานาธิบดีคนใหม่และสุภาพสตรีหมายเลข 1 โดย Jill Biden นั้นเลือกสวมใส่โอเวอร์โค้ตผ้าทวีดประดับคริสตัลสวารอฟสกีสีฟ้าและปักประดับสร้อยคอมุกลงไปในชุด รวมถึงชุดเดรสสีฟ้าเซรูเลียน จากแบรนด์ Markarian ซึ่งนับว่าผิดคาดไปจากที่กูรูแฟชั่นหลายคนคาดไว้ว่า เธอจะสวมใส่แบรนด์แถวหน้าของแฟนชั่นอเมริกัน เช่น Oscar de la Renta เหมือนชุดลายดอกที่เธอใส่ในวันประกาศตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของ Biden เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แต่เธอกลับเลือกแบรนด์หน้าใหม่มาแรงแบรนด์เล็ก ๆ อย่าง Markarian ซึ่งเป็นของดีไซเนอร์หญิงชาวอเมริกันชื่อว่า Alexandra O’Neill แทน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่ใช้วัตถุดิบง่าย ๆ ของเมืองนิวยอร์ก O’Neill จะทำการตัดเย็บเมื่อมีการสั่งเท่านั้น เพื่อลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เลือกโทนสีฟ้าซึ่งเป็นสีของพรรคเดโมแครต

ส่วนทางด้าน Kamala Harris รองประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ เธอเลือกสวมชุดสีม่วงสวมทับด้วยโอเวอร์โค้ตสีม่วงจากแบรนด์ Christopher John Rogers และสร้อยคอมุกจากแบรนด์ Wilfreo Rosado โดยทั้งสองเป็นอเมริกันดีไซเนอร์แบรนด์เล็ก ๆ ที่ไม่ใช่แบรนด์ระดับโลก โดย Christopher John Rogers เป็นกลุ่มคนเควียร์ใน LGBTQ และเป็นผิวดำ ขณะที่ Rosado นั้นเป็นชาวเปอโตริกันอเมริกัน (เกิดในสหรัฐฯ แต่มีพ่อแม่เป็นชาวเปอโตริโก)

ไม่เพียงแค่นั้น สีม่วง-ขาวยังเป็นสีตัวแทนของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งของผู้หญิงในอเมริกาที่ชื่อว่า ขบวนการ Suffragette ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 อีกด้วย ซึ่งในวันประกาศตัวชิงตำแหน่งของ Biden ในเดือนพฤศจิกายน Kamala ก็สวมชุดสูทกางเกงสีขาว ที่เป็นสัญลักษณ์แทนขบวนการ Suffragette มาแล้ว

ในหน้าประวัติศาสตร์นั้นหญิงสาวในขบวนการนี้ ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้หญิงมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในสหรัฐฯ และได้สวมชุดสูทสีขาวล้วนออกมาเดินขบวนประท้วงในเมืองนิวยอร์ก เมื่อปี 1913 ชุดสูทสีขาวล้วนจึงมีความหมายในการระลึกถึงและเฉลิมฉลองความสำเร็จของขบวนการสิทธิสตรีในการมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือการได้เข้าร่วมทางการเมืองตั้งแต่นั้นมา อีกคนที่สวมใส่ชุดสูทกางเกงสีขาวเพื่อแสดงเป็นนัยในพิธีดังกล่าวก็คือ ศิลปินชื่อดังอย่าง Jennifer Lopez ที่สวมชุดสูทกางเกงสีขาวจาก Chanel

ไม่เพียงแค่นั้น ทั้ง Kamala Harris และ Jill Biden ยังเลือกสวมใส่เครื่องประดับเป็นสร้อยมุกทั้งคู่ โดยมุกนั้นได้แฝงนัยทางการเมืองเอาไว้สำหรับผู้หญิงและคนผิวดำ ในหนังที่ได้เข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัสออสการ์อย่าง Hidden Figures (2016) ตัวละครที่มีตัวตนอยู่จริงอย่าง Katherine G. Johnson ผู้หญิงผิวดำคนแรกที่โดดเด่นในองค์การ NASA ซึ่งเธอบอกว่าแม้ในกฎการแต่งกายจะบอกไว้ว่า ผู้หญิงสวมใส่สร้อยมุกเส้นเล็ก ๆ ได้ แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าผู้หญิงผิวดำนั้นได้เงินเดือนไม่พอ แม้จะซื้อสร้อยมุกเส้นเล็ก ๆ มาใส่ นอกจากนั้น สร้อยมุกยังเป็นตัวแทนของผู้หญิงผิวดำในทางการเมืองของอเมริกาอีกด้วย เพราะมันคือเครื่องประดับที่ Shirley Chisholm หญิงผิวดำคนแรกที่ได้รับการรับเลือกเข้าทำงานในสภาครองเกรสสวมใส่

นอกจากนี้ดาวเด่นอีกคนอย่าง Amanda Gorman เธอมาในโค้ตสีเหลืองและที่รัดผมสีแดงของ Prada อันเป็นสีที่ Shirley Chisholm เลือกใช้ในช่วงการหาเสียงของเธอในยุค 70s ไม่เพียงแค่นั้น หากสังเกตที่นิ้วมือของเธอดี ๆ จะเห็นแหวนรูปกรงนก ซึ่งเป็นตัวแทนของบทกวีชื่อ “I Know Why the Caged Bird Sings” ของ Maya Angelou กวีหญิงผิวดำชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ซึ่งแหวนวงนี้ Oprah Winfrey เป็นผู้มอบให้เป็นของขวัญแก่ Gorman

หินดวงจันทร์และภาพที่เปลี่ยนไปในห้องทำงานรูปไข่ ณ ทำเนียบขาว

ตามธรรมเนียมแล้วเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่เข้ารับตำแหน่งก็มักจะทำการตกแต่งห้องทำงานรูปไข่อันเป็นห้องทำงานประจำตัวของประธานาธิบดีที่ทำเนียบขาว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการแสดงออกถึงอุดมการณ์ของตัวเองทางอ้อมผ่านภาพเขียน ภาพถ่าย ธง และรูปปั้นต่าง ๆ ภายในห้องด้วย โดยในครั้งนี้องค์การ NASA ได้เปิดเผยว่า Biden ได้ทำการขอยืมก้อนหินดวงจันทร์จากหน่วยงานไปตกแต่งในห้องทำงานด้วย ซึ่ง NASA ก็ได้จัด “ก้อนหินจากดวงจันทร์” รหัส Lunar Sample 76015,143 จากภารกิจ Apollo 17 เมื่อปี 1972 ที่เก็บไว้ที่ Johnson Space Center ไปให้ ภารกิจครั้งนั้นนับเป็นภารกิจสุดท้ายของการไปสำรวจดวงจันทร์ของมนุษยชาติ

โดย Lunar Sample 76015,143 ที่นาซ่าจัดส่งไปให้เป็นหินน้ำหนัก 332 กรัม และมีอายุ 3,900 ล้านปี ที่ Ronald Evans และ Harrison Schmitt สองนักบินอวกาศที่ได้ลงไปแตะผิวดวงจันทร์ในโครงการ Apollo 17 เก็บมาจากฐานของภูเขา North Massif ที่ Taurus-Littrow Valley บริเวณ 3 กิโลเมตรทางตอนเหนือของที่จอด Lunar Module โดยคาดว่า Biden อาจบอกเป็นนัยได้ถึงความตั้งใจการขับเคลื่อนวงการวิทยาศาสตร์ของเขาในอีกวาระ 4 ปีข้างหน้าของเขา ซึ่งก็น่าติดตามว่า Biden จะดำเนินโครงการ Artemis ที่ NASA จะส่งผู้หญิงคนแรกไปลงดวงจันทร์ ในปี 2024 และการสำรวจอวกาศจะเป็นอย่างไรต่อไป

The Washington Post ก็ได้รายงานว่า ของตกแต่งห้องทำงานของประธานาธิบดีคนที่ 46 ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เช่นจากเดิมภาพพอร์ตเทรตของ Andrew Jackson ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้รับนิยมจากชาวอเมริกันมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่ง Trump นำมาประดับห้องทำงาน ก็ถูกแทนที่ด้วยภาพของ Benjamin Franklin นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันคนสำคัญแทน โดย The Washington Post ตีความว่าภาพ Franklin โดยเป็นการส่งสัญญานจาก Biden ว่า เขาให้ความสำคัญกับนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ Franklin ยังมีบทบาททางการเมืองในฐานะแกนนำปลดปล่อยสหรัฐอเมริกาในฐานะดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เขาจึงได้รับการยกย่องในฐานะผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐฯ ด้วย

ห้องทำงานรูปไข่ของ Donald Trump (ภาพจาก AP News)
ห้องทำงานรูปไข่ของ Joe Biden (ภาพจาก AP News)

ภาพเขียนอีกภาพที่เปลี่ยนไปคือ ภาพของ Franklin D. Roosevelt ประธานาธิบดีที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนอเมริกันก็ถูกแทนที่ด้วยภาพประธานาธิบดีอเมริกัน Thomas Jefferson และ Alexander Hamilton ซึ่ง The Washington Post ตีความว่า Biden ต้องการจะบอกว่า เขารับพร้อมรับฟังความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ได้ เปรียบเสมือนการนำประธานาธิบดี Thomas Jefferson มาทำงานร่วมกับ Alexander Hamilton นอกจากนั้น ในห้องก็ยังเปลี่ยนรูปปั้นของ Martin Luther King Jr. และ Rosa Parks ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเท่าเทียม แทนที่รูปปั้นของ Winston Churchill นายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาวของ Joe Biden (ภาพจาก AP News)

อย่างไรก็ตาม ก็มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่ Biden มีรสนิยมและแนวคิดตรงกับ Trump นั่นคือโต๊ะทำงาน ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีจะนำแบบโต๊ะทำงานเสนอให้ประธานาธิบดีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลือก 6 แบบ ซึ่งประธานาธิบดี Biden เลือกแบบที่เรียกว่า “Resolute” ซึ่งเป็นโต๊ะแบบเดียวกับที่ Trump และ Obama ใช้เป็นโต๊ะทำงาน นอกจากนี้ ห้องทำงานของ Biden ห้องใหม่ยังมีจุดเด่นอยู่ที่พรมเป็นสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งอดีตประธานาธิบดี Bill Clinton เคยใช้มาก่อนด้วย

นอกจากนี้ หากใครได้ติดตามชีวิตของ Trump มาตลอด ก็คงจะพอทราบว่า เขาติดการดื่มน้ำอัดลมไดเอตโค้กถึงขนาดที่ดื่มมันวันละ 12 กระป๋อง และแม้แต่บนโต๊ะทำงานของเขาก็จะมีปุ่มกดเรียกบริกรประจำทำเนียบขาวให้ยกไดเอตโค้กมาเสิร์ฟถึงโต๊ะเลยทีเดียว ซึ่งโต๊ะทำงานของ Biden ในปัจจุบันก็จะเห็นว่าเจ้าปุ่มที่ว่านี้ได้หายไปแล้วเรียบร้อย

ปุ่มกดสั่งไดเอตโค้กของ Donald Trump (ภาพจาก AP News)
โต๊ะทำงานตัวปัจจุบันของ Joe Biden ที่ปุ่มไดเอตโค้กหายไปแล้ว (ภาพจาก AP News)
  • อ้างอิง: CNN / BBC / Reuters / AFP / AP News / Washington Post / CNBC / NBC News / MSNBC / The Verge / Asia.Nikkei / VICE / Independent / Wionews / NPR / Sky News / Politico

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save