VYRA 5 เมมเบอร์กับบทเพลงแห่งการเปลี่ยนแปลง

เมื่อดาวกลุ่มเล็ก ๆ อันสุกปลั่งสดใสทั้ง 6 ดวงได้โคจรมาบรรจบกันเป็นกลุ่มก้อนกลายเป็นกลุ่มดาวพิณ ก็ก่อเกิดเป็นผลลัพธ์กลุ่มเกิร์ลกรุ๊ปสไตล์ T-Pop ในนาม “LYRA” รวมถึงบทเพลงแห่งความเชื่อมั่นอย่าง “LYRA” และ “Vanilla” 

กับเมมเบอร์ผู้เป็นดั่งตัวแทนแห่งดวงดาวทั้ง 5 ดวง คือ ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา, นิว-ชัญญาภัค นุ่มประสพ และ นิกี้-วรินท์รัตน์ ยลประสงค์ ก็พร้อมแล้วสำหรับย่างก้าวใหม่ ภายหลังจากช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น…


โดยเริ่มต้นวงโคจรรอบใหม่นี้ด้วย… “ต๊ะต่อนยอน…Hurry Up!” ที่ได้ดาวนอกกลุ่มอย่าง “Sunnee-เกวลิน บุญศรัทธา” นักร้องไทยที่โด่งดังในประเทศจีนมาร่วมงาน

การเดินทางครั้งใหม่ครั้งนี้มีที่มาอย่างไร….และจะเป็นเช่นไรต่อไป…เมมเบอร์สาวแห่งดวงดาวทั้ง 5 พร้อมให้คำตอบอยู่แล้ว

Part I

ในช่วงต้นปีเพจ BNK48 จะให้เมมเบอร์ระบุ 2021 Goal ของตัวเองตอนนั้นปัญบอกว่าขอให้ LYRA เจอเส้นทางที่ใช่และขอให้เราทำมันออกได้ดีตอนนี้มาถึงซิงเกิล 3 แล้วมันตอบโจทย์ในสิ่งที่ปัญตั้งเป้าเอาไว้แล้วหรือยัง

จวบเมื่อเวลาผ่านมาเกือบครบรอบการโคจร 1 ปี “LYRA'” จึงได้คลี่คลายกลายมาเป็น “VYRA”

ปัญ : หนูก็คิดว่ามันเดินทางมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่ว่าถามว่ามันเจอคำตอบหรือว่ามันใช่หรือยัง ก็อาจจะยังไม่ใช่ เพราะว่าเราเพิ่งมาแค่ 3 เพลงเอง แต่หนูว่าที่เราเดินมาก็เป็นทุกก้าวที่เดินอย่างระมัดระวังและมั่นใจ ซึ่งหนูก็รู้สึกว่า เราก็คิดมากันอย่างดีแล้วนะคะ ทั้งทางตัวเมมเบอร์แล้วก็ทางผู้ใหญ่ มันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ว่ามันก็เป็นเส้นทางที่เราก็พร้อมที่จะเดินไป แต่ 2021 Goal ที่ตั้งก็ด้วยความหวังว่าจะเจอ

เจนนิษฐ์ : พูดเผื่อไว้

ปัญ : ใช่ เผื่อว่าเราจะเจอเส้นทางที่มัน สิ่งที่ใช่กับวงเรา และเป็นจุดที่ Members สบายใจและทุก ๆ อย่างด้วย

คิดยังไงกับความเปลี่ยนแปลงของซิงเกิลนี้

ปัญ : จริง ๆ พวกเราก็สบายใจมาตั้งแต่ตอนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงแล้วนะคะ แต่ซิงเกิ้ลนี้เกิดขึ้นในตอนที่อะไรหลาย ๆ อย่างเข้ารูปเข้ารอยมากยิ่งขึ้น เพราะย้อนไปตอนแรกเลย เราเริ่มจากที่ไม่เคยทำงานกับคนอื่นเลย เนื่องจากเราอยู่ BNK48 มาตลอด ก็อาจจะไปร่วมกับกองอื่นนู้นนี่นั่นบ้าง แต่ว่าเรื่องของการทำเพลงเนี่ย ส่วนมากเราก็จะทำแค่กับครูเอ๊ะ (พงศ์จักร พิษฐานพร) ครูแมน (ตนุภพ โนทยานนท์) แต่อันนี้พอเราออกมาด้านนอก มีระบบการทำงานที่เปลี่ยนไปจาก 48Group เราก็ต้องมีการปรับตัวที่มากยิ่งขึ้น ใน Single แรก เนื่องจากเราทำพร้อมกัน และยังเป็นช่วงปรับตัว เลยยังไม่ได้คุ้นชินกับการทำงานแบบนี้ หรือว่าอาจจะยังไม่แน่ชัดมากว่าภาพมันเป็นยังไง
เจนนิษฐ์ : หรือเราเป็นยังไง
ปัญ : จนกระทั่งปล่อยเพลงออกไปแล้วได้มีออกเดินสาย ได้มีนู่นนี่นั่น ได้พูดถึง พอมีคนถามถึงเรื่องวงเป็นยังไง จึงได้เห็นภาพอะไรที่ชัดเจนขึ้น ทำให้เราได้คำตอบกับตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ กลับมาที่คำถามว่า “ต๊ะต่อนยอน…Hurry Up!” ใช่คำตอบที่ถูกต้อง 100% ตอนนี้ไหม หรือคำตอบที่ครบสมบูรณ์ หรือข้อมูลแบบ100% ที่ตอบคำถามได้ว่า นี่แหละคือสิ่ง ๆ นั้น และก็อาจจะยังไม่ใช่ เพราะว่ามันก็ยังต้องเดินต่อไปเรื่อย ๆ แล้วอีกอย่างหนึ่งหนูก็คิดว่า หนูยังไม่อยากให้เจอคำตอบในเร็ว ๆ นี้ หนูก็อยากให้มันค่อย ๆ เดินต่อไปเรื่อย ๆ

งั้นจุดเริ่มต้นของ “ต๊ะต่อนยอน…Hurry Up!” เริ่มต้นจริงๆเมื่อไหร่ครับ

ปัญ : เนื่องจาก Covid-19 ด้วยหรืออะไรต่าง ๆ ก็พวกเราก็มีคุยกันว่าเมื่อไหร่จะมีเรียกคุยกันอีกนะ มาอีกทีก็น่าจะช่วงปลายปีมั้งคะหรือต้นปี เป็นช่วงที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น ก็มีประชุมทั้งเรื่อง LYRA Galaxy ด้วย ทั้งเรื่องเปลี่ยนแปลงเมมเบอร์ด้วย หรือว่าเรื่องเพลงนี้ด้วย เรื่องพี่ซันนี่ หรือว่าเพลง “เมโลดี้..ที่คิดถึง” ก็มีการประชุม มีการคุยกันตลอด เหมือนพวกเรื่องเพลงก็จะอุบเป็นความลับนิดนึง แล้วก็จะได้มารู้กันในห้องนี้ (ห้องที่สัมภาษณ์) แต่ก็จะได้ยินแว่ว ๆ ว่าเพลงชื่อ “ต๊ะต่อนยอน” นะ แต่ยังไม่ได้ฟังเพลง และก็มาได้ฟังอีกทีคือในห้องนี้เลยคือเปิดเพลงให้ฟัง และทุกคนก็ชอบเพลงนี้ไม่ได้มีใครไม่ชอบ ก็เลยตกลงว่าเป็นเพลงนี้

ตอนที่ได้ยินว่าเพลงชื่อ “ต๊ะต่อนยอน” คิดว่ามันจะเป็น “โดดดิด่ง 2” ไหม

เจนนิษฐ์ : ไม่เลยค่ะ “โดดดิด่ง” คือเป็นลูกทุ่งเลยแต่ของ ต๊ะต่อนยอน น่าจะเอามาผสม ๆ มากกว่า ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันจะซ้ำกัน


ครั้งแรกที่ได้ฟังรู้สึกอย่างไรกันบ้าง

นิกี้ : คือตอนแรกหนูยังไม่ได้ฟังยังไม่ได้ดูรายละเอียดอะไรมาก แต่ว่าก็ปัดเนื้อเพลงทิ้งไปก่อน ดู Feeling ของเพลงก่อน พอฟังก็รู้สึกสนุกดี เป็นเพลงที่น่าค้นหาน่าติดตาม พอมาฟังรอบที่ 2 ก็เริ่มเจาะลึกแบบวิเคราะห์นู้นนี่ว่าเพลงนี้มันเป็นยังไง เราร้องยังไง ก็เป็นเพลงที่สนุกดี

ฟ้อนด์ : ครั้งแรกที่ฟังหนูอ่ะคือ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะหนูรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ฟังเพลงใหม่อ่ะค่ะ มันก็เลยเหมือนต้องฟังหลาย ๆ รอบ พอฟังไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่มันต้องฟังหลาย ๆ รอบ มันหยุดฟังไม่ค่อยได้ ซึ่งตอนนี้ถามว่าเพลงปล่อยออกมาแล้ว หนูก็ฟังหลายรอบอยู่ค่ะน่าจ่ะเกิน 10รอบด้วยซ้ำ

นิกี้ : ไม่ได้ฟังเองนะ แม่เปิด

ฟ้อนด์ : ใช่ ๆ แม่เปิดเหมือนกัน 

ปัญ : เพื่อน ๆ ในวง BNK48 ก็บอกว่าชอบมาก ติดหูมาก เวลาเราไปงาน โมบายก็เปิดเพลง “ต๊ะต่อนยอน” คือเขาชอบมาก หรือว่าเพื่อนคนอื่นๆ มี Feedback กับเพลงนี้ค่อนข้างดี

ฟ้อนด์ : หนูรู้สึกว่ามันร้องตามง่าย จำเนื้อง่าย

นิกี้ : ด้วยความที่มันเป็นเมโลดี้แบบ “ค้างคาวกินกล้วย” มันเลยทำให้รู้สึกแบบว่าน่จะติดหู

นิว : สำหรับหนู หนูรู้สึกว่า มันค่อนข้างที่จะสนุกมากกว่า เพราะว่าเพลงนี้ฟังครั้งแรกรู้สึกว่ามันสนุกมากกว่ากว่า คราวนี้พอแบ่งท่อนอะไรเสร็จแล้ว ก็ไปเรียนร้องกัน ฟีลส่วนใหญ่ก็รู้สึกสนุกมากกว่า ถ้าถามว่ายากไหม หนูว่ามันหนักไปเรื่องของ Feeling มากกว่าเพราะอยากให้คนฟังสนุกตามไปกับเราด้วย

ช่วยเล่าถึงการทำงานกับโปรดิวเซอร์ทั้ง 2 ทีมของ 2 ซิงเกิลแรกกับซิงเกิลล่าสุดหน่อยสิ  

ฟ้อนด์ : ไม่มีใครดุเลยค่ะ ทั้งคู่เลย (ยิ้ม) หนูรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำงานกับศิลปินที่เราปลื้ม แม่หนูก็ปลื้ม หนูรู้สึกว่าดีใจที่ได้ทำงานด้วยกัน เพราะว่าอย่างที่พี่เจนนิษฐ์เคยพูดว่าการทำงานกับพวกเขาได้สร้างแรงบันดาลใจหลาย ๆ อย่าง เวลาทำงานกับพี่เจ (มณฑล จิรา โปรดิวเซอร์ “LYRA” , “Vanilla”) ก็จะ Inspire จากสิ่งที่เขาพูด ส่วนทำงานกับพี่กอล์ฟ (ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) เราก็รู้สึกอยากจะเป็นแรปเปอร์ขึ้นมาอ่ะค่ะ (หัวเราะ) โดยรวมก็คือรู้สึกว่าได้อะไรดี ๆ จากคนที่เขาเก่งมาก ๆ และมีประสบการณ์ค่ะ

นิว : หนูว่าการทำงานกับทั้งสองทีม มันค่อนข้างที่จะมีความแตกต่าง แต่ว่ามันก็จะมีความสนุกในแบบของมัน ในของแต่ละทีม อย่างของทีมพี่กอล์ฟ ตอนที่เราเข้าไปอัดเพลง หนูรู้สึกว่ามันสนุกมันมันส์มาก แต่ว่าของพี่เจก็จะเป็นอีกฟีลนึง แต่ก็สนุกเหมือนกันค่ะ

แล้วกับการทำงานกับ Sunnee ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

ปัญ : จริง ๆ ตอนแรกจะได้ร่วมงานกับพี่ซันนี่ตั้งแต่ตอนเพลง “Vanilla” แล้ว แต่ว่าเนื่องด้วยสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ทำให้ถูกเลื่อนออกมา พี่ซันนี่ก็เลยได้มาร่วมงานกันในเพลงนี้ ซึ่งหนูว่ามันลงตัวกว่าการไปร่วมงานกันในเพลง “Vanilla” พี่ซันนี่ก็เป็นคนที่พวกเราและผู้ใหญ่ก็มองไว้อยู่แล้วว่า จะเป็นคนที่อยากให้เราร่วมงานด้วย เพราะว่าความเข้ากันได้ในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการขยายฐานแฟนในประเทศจีน หรือทางพี่ซันนี่ก็ได้ขยายฐานมาในประเทศไทยด้วย

เจนนิษฐ์ : พี่ซันนี่ก็อัดเสียงมาจากจีนค่ะ 

ปัญ : MV ก็ถ่ายจากจีนส่งมา

นิกี้ : แต่ก็ดูเข้ากันดี 


พอได้ฟังเพลย์แบ็กที่เป็นเวอร์ชันเดียวกับที่ออกมาแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
เจนนิษฐ์ : ครั้งแรกที่ฟังมันเป็น Demo ก็จะมาแบบเท่ ๆ ทั้งเพลง แต่พอมันเป็นเสียงของเราที่เป็นเสียงของใครของมันแล้วมันรู้สึกมันเข้ากว่าด้วยรู้สึกว่ามี Dynamic มากขึ้น รู้สึกว่าชอบเวอร์ชั่นนี้

นิกี้ : หนูก็รู้สึกคล้ายพี่เจนนิษฐ์เลย มันดูมี Dynamic แบบดูเป็นเพลงของเรา

น่าสนใจที่ทั้งเจนนิษฐ์และนิกกี้พูดถึงประเด็นเรื่องเสียงของเราหรือเพลงของเรางั้นขอถามต่อไปอีกว่าถึงตอนนี้แล้วเสียงหรือเพลงที่เป็น VYRA ในมุมของเจนนิษฐ์นี่เป็นยังไง

เจนนิษฐ์ : ถ้าเป็น ณ ตอนนี้ หนูรู้สึกว่ามันเริ่มมีคนมองเราเป็นกลุ่มที่เรียกว่าT-Pop มากยิ่งขึ้น แล้วก็เขาเริ่ม และเขาน่าจะเห็นความแตกต่างของเรากับพาร์ตตอนที่เป็น BNK48 ว่าตั้งแต่แรกแล้ว และเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสำหรับหนูนะคะหนูรู้สึกว่าน่าจะเป็นเพลงหรือสไตล์ที่ต่างออกไป เหมือนฉีกออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็น่าจะเป็นวงที่เขามองว่ามันค่อย ๆ ลงตัวแล้ว อย่างที่ผ่านมามีการเปลี่ยนเมมเบอร์จาก 6 คนเป็น 5 คน ขณะเดียวกันก็มีเปลี่ยนสไตล์เพลง ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

ขอขยับออกมาพูดถึงงานต๊ะต่อนยอน…Hurry Up! Feat. Sunnee MV Premiere Event with VYRA” บ้างถ้าพูดถึงงานนั้นภาพแรกที่แว้บขึ้นมาในหัวคือภาพไหน

ฟ้อนด์ : ภาพแรกเลยก็คือภาพเรา 5 คนยืนอยู่บนเวที พอจบจากงานหนูก็กลับไปเช็ก Feedback ใน Social ส่วนใหญ่ก็จะเห็นภาพนั้น

นิวเยียร์ล่ะ

Vyra : (พร้อมกัน) นิวเยียร์…ไม่ได้ยินชื่อนี้มานาน

นิว : อุ๊ย ภูมิใจจังมีคนเรียกนิวเยียร์ด้วย (ยิ้มกว้าง) ภาพแรกเหรอคะ ภาพแรกของหนูคือภาพนั่งรถกอล์ฟเข้ามาในงาน นอกจากนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาพแฟน ๆ ที่มาในงานมากกว่า

ปัญ : (นิ่งคิด) เป็นป้ายไฟข้างหลังแล้วกันค่ะ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่แฟนคลับเห็นเราในนาม VYLA และก็เป็นครั้งแรกที่ได้กลับมาเจอกันกับแฟนคลับในครั้งแรกของทุก ๆ งานเลย เนื่องจากตลอดเวลาที่มี COVID-19 ก็ไม่ได้เจอแฟนคลับเลย งานนั้นก็น่าจะเป็นงานแรกเลยที่ได้เจอตัวเป็น ๆ อีกครั้งนึงค่ะ ซึ่งแฟนคลับไปเตรียมทำป้ายไฟอยู่ข้างหลังตัวใหญ่มาก “V-Y-R-A” ข้างหลัง เลยน่าจะเป็นภาพที่อยู่บนเวทีแล้วเห็นชัดที่สุด  

นิกี้ : ของหนูเหมือนของพี่ปัญเลยค่ะ คืออย่างแรกที่นึกออกก็คือป้ายไฟ เพราะว่าน่าจะเห็นชัดที่สุดด้วยแค่มองจากทางเวที เพราะว่ามันคือตัว “V-Y-R-A” เพราะว่าแฟนคลับตั้งใจทำขึ้นมา

ปัญ : อย่างตอนงานเปิดตัว LYRA ครั้งแรกสุดเลยเนี่ย ก็มีป้ายไฟเหมือนกันค่ะ ซึ่งตอนนี้พอเปลี่ยนชื่อก็มีการทำขึ้นมาใหม่

ฟ้อนด์ : ของหนูก็มีภาพนั้นขึ้นมาด้วยนะคะ ลืมบอก เห็นป้ายไฟด้วยค่ะ
เจนนิษฐ์ : สำหรับหนู ความที่เราไม่ได้มีคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์มานานแล้ว ภาพแรกเลยจึงน่าจะเป็นภาพแฟนคลับมาดูนั่นแหละค่ะ ก่อนหน้านี้จะไม่มีเลย ส่วนใหญ่จะเป็นงานถ่ายหรือว่าไลฟ์หมดเลยเหมือนเป็นภาพ Reunion ได้กลับมามีอีเวนต์ที่ได้แสดงบนเวทีแล้วก็มีแฟนคลับอีกครั้งนึงค่ะ  


ไหนๆก็พูดถึงเรื่องอีเวนต์แล้วอยากให้พูดถึง “LYRA Galaxy Experience” โปรเจกต์ส่งท้ายในชื่อ LYRA หน่อยครับ

ฟ้อนด์ : จริง ๆ แล้วงาน “LYRA Galaxy Experience” เนี่ยเราดำเนินโปรเจกต์นี้กันมานานมาก ๆ แล้ว มีการระดมความคิดกันนานมาก ๆ เลยค่ะ ตั้งแต่ในห้องนี้เหมือนกันค่ะ พี่เขาก็มาเสนอ Idea Concept แล้วก็ให้การบ้านเรามาว่า ให้ไปดีไซน์ห้องของแต่ละคนมาค่ะ แล้วก็ทำการบ้านส่ง ซึ่งก็ดำเนินการมานานมาก ๆ แล้วพอเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ได้ไปดูจริง ๆ รู้สึกว่าชอบ ตรงConcept เลย แล้วโดยส่วนตัว หนูเนี่ยอยากที่จะเข้าไปถ่ายรูปในนิทรรศการมานานแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนูได้มาเข้างานอะไรแบบนี้ แล้วงานนี้ยิ่งเป็นงานที่เราเป็นคนดีไซน์แล้วยิ่งแบบรู้สึกภูมิใจมาก ๆ เลยค่ะ แล้วก็ชื่นชมทุก ๆ คน ที่ช่วยกันทำค่ะ เพราะมันนานมาก ๆ ค่ะกว่าจะออกมาเป็นงาน LYRA Galaxy Experience อย่างที่ได้เห็นกัน

นิว : หนูเองก็รู้สึกโอเคมากเลยค่ะกับงานที่ออกมา เพราะอย่างที่บอกคือเตรียมการมานานมาก แล้วพอเข้าไปเห็นของจริง แล้วอยากจะให้แฟน ๆ ได้เข้ามาเร็ว แล้วก็อยากจะให้แฟน ๆ ได้เห็นว่าพวกเนี่ยตั้งใจและอยากจะ Representให้แฟน ๆ ได้เห็น

เจนนิษฐ์ : หนูชอบ ๆ

ฟ้อนด์ : หนูจะบอกว่าหนูเห็นแล้วหนูก็เปิดให้พี่เจนนิษฐ์ดูด้วย มันจะมีรูปที่พี่เจนนิษฐ์นอนบนไฟที่พื้น แล้วแฟนคลับก็ Cover เหมือนเป๊ะ หนูประทับใจมากเลยเพราะวันนี้หนูก็เข้าไปส่องแท็กค่ะ (#LYRAGalaxyExperience) คือหนูอยากเห็น หนูชอบดูเวลาใคร Coverเป็นเรา แล้วหนูก็เข้าไปดูแฟนคลับหมดทุกคนเลย 

ปัญ : แฟนคลับเราส่วนใหญ่อาจจะเป็นสายกล้องอยู่แล้ว ทำให้รูปที่ออกมามันสวยมากเลยค่ะ อาจจะเพราะว่าเขารู้วิธีการปรับหรือการดึงจุดเด่นของห้องแต่ละห้องของคนแต่ละคนออกมาได้

นิกี้ : เรานี่แหละต้องไปถ่ายตามเขา