Connect with us

ภาพยนตร์

Precious Cargo: หนังไล่ฆ่าที่มีความ Feel Good

ถ้าพูดถึงในวงการจอเงินระดับฮอลลีวูด Max Adams ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นกับเวทีระดับนี้ และนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญกับการขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับเต็มตัว หลังจากเคยสร้างชื่อมากับงานแนว Action อย่าง Extractors (2015) และ Heist (2015) ในฐานะคนเขียนบทมาแล้ว ซึ่งการดึงรุ่นใหญ่อย่าง Bruce Willis  ก็ทำให้คอหนังจินตนาการไปถึงพล็อตเรื่องได้กลายๆ ว่า Precious Cargo น่าจะออกมาหน้าตารสชาติหนังเป็นอย่างไร

Precious Cargo เป็นเรื่องราวของ Eddie (Bruce Willis) ที่พยายามหลอกใช้ Karen (Claire Forlani) ให้ดึงแฟนหนุ่มของเธอ Jack (Mark-Paul Gosselaar) มาช่วยทำภารกิจปล้นรถขนเพชรเพื่อแลกกับการไถ่ตัว Karen ให้เป็นอิสระ ซึ่งหนังมีจุดขายอยู่ที่ Jack และ Karen นั้นไม่ใช่โจรกระจอกที่จะมาจำนนกับเงื่อนไขกระโหลกกระลานี้ การหักหลังจึงเกิดขึ้น และเรื่องราวทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นนับจากนั้น   

Precious-Cargo-Starring-Bruce-Willis-Official-Movie-Trailer-Video

แน่นอนว่ากับหนัง Action ที่ทุนสร้างไม่เยอะ ตัวหนังมักจะเดินเรื่องกระชับ ฉับไว พล็อตหลักของเรื่องนั้นตัวหนังก็ไม่ได้ปูแบ็คกราวน์อะไรมาก แต่ใช้ความขัดแย้งของตัวละครในการเดินเรื่องให้ตื่นเต้นน่าติดตามตั้งแต่แรก ซึ่งระหว่างการเปิดฉากไล่ล่าตั้งแต่ 20 นาทีแรก คนดูก็สามารถรับรู้ได้ถึงไหวพริบ ความเชี่ยวชาญในการต่อสู้และหลบหนี รวมทั้งสัญชาติญาณความเป็นอาชญากรของ Jack และ Karen ได้ทันที ในช่วงแรกหนังพยายามจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ในแบบตบจูบ (อารมณ์ประมาณฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน) ประกอบกับบทบาทของ Eddie ที่แม้จะให้น้ำหนักบทบาทน้อยไปนิด แต่เสน่ห์ทางการแสดงของ Bruce Willis ในบทบาทขรึมๆ โหดๆ ดูโรคจิต ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย และช่วยยกระดับตัวหนังได้พอตัว

thumbnail_24048

แม้ว่าบทหนังจะเบาบางตามสภาพของหนังบู๊สไตล์ฮอลลีวูด แต่สิ่งหนึ่งที่ Precious Cargo ทำได้ดีชัดเจนคือ การเดินเรื่องแทบไม่มีช่วงเนือยให้เห็น และเป็นหนัง Action ที่สอดแทรกมุกตลกได้ดีในหลายช่วง  อีกจุดที่หนังพยายามสอดแทรกคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง Jack และ Logan (Jenna B. Kelly) ซึ่งอาจมีคนดูแอบลุ้น แอบฟินเป็นระยะ ทำให้โทนของหนังมีความหลากหลายขึ้น ความสัมพันธ์ของตัวละครที่มีมิติไม่แบน มันทำให้ผมคิดถึงสูตรหนัง Action เดียวกันนี้ที่ประสบความเร็จมากในช่วงปลายยุค 90-2000s จนช่วงนั้นเคยมีละครไทยอย่าง 12 ราศี (2003) ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของคุณ อ้อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงค์ เคยหยิบมาใช้เช่นกัน ซึ่งโครงเรื่องแบบนี้ในปี 2016 มันก็ยังมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ บางเรื่องอาจจะเวิร์คบ้างไม่เวิร์คบ้าง (ส่วนหนึ่งขึ้นกับการแคสนักแสดงด้วย) แต่แน่นอนว่ามันจะยังถูกนำมารีไซเคิลเสมอ

BH2_5969.CR2

Turning Point สำคัญของหนังอยู่ที่ Karen ซึ่งต้องถือว่าเป็นตัวละครที่มีส่วนสำคัญกับการเดินเรื่องทั้งหมดเลยก็ว่าได้ มีจุดหักมุมที่ทำได้ดีให้หนังสามารถเดินเข้าหาจุด Climax ได้อย่างไม่เคอะเขิน รวมถึงการกระจายบทบาทให้ตัวละครในทีมของ Jack ในช่วงครึ่งหลังนั้นถือว่าสอบผ่าน (โดยที่ไม่ไปบดบังความโดดเด่นของตัวเอกอย่าง Jack และ Karen) เมื่อมองในภาพรวม หากเรามองข้ามพล็อตเรื่องหรือรายละเอียดบางส่วน (โดยเฉพาะจุดอ่อนในเรื่องของการแคสตัวละครสำคัญบางตัวมีส่วนฉุดให้หนังดร็อปลงไป) Precious Cargo ถือว่าเป็นหนังดูสนุก และอยู่ในช่วงเวลาที่กำลังดี (90 นาที) ไม่ทำให้รู้สึกเลี่ยน แต่กลับได้ความรู้สึกเหมือนดูหนัง Feel good เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

precious_cargo_still

หากเปรียบเทียบหนังเรื่องนี้เป็นฟุตบอลคู่หนึ่ง ต้องบอกว่า Precious Cargo เป็นเกมที่สนุกตื่นเต้นตลอด 90 นาที จุดขายของหนังเรื่องนี้คือ อรรถรสที่คุณจะได้จากหนัง Action ซึ่งมันก็ทำหน้าที่ตอบโจทย์ตรงนี้ครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์แล้ว

สำหรับ Precious Cargo จะเข้าฉายจริง 30 มิถุนายนนี้ครับ

รูปภาพ:

aftercredit / cdn5 / trailer.apple / redkingsinghead

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!